อาหาร : 10 หัวเมืองจากทั่วทุกมุมโลกที่นักชิมตัวยงไม่ควรพลาด

10 เมืองแห่งอาหารที่ดีที่สุดในโลก

10 เมืองแห่ง อาหาร ที่ดีที่สุดในโลก

การทาน อาหาร ในมื้อแรกแล้วอร่อยในครั้งเดียวเลยนั้น มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่หากเราเจอร้านอาหารที่สามารถสร้างความประทับใจให้เราได้ทุกครั้งที่ไปล่ะ? มันคงจะเป็นเรื่องวิเศษน่าดู และสิ่งที่พวกเรากำลังนำเสนอคือรายชื่อของเมืองที่ดีที่สุดสำหรับผู้รักการรับประทานอาหาร ข้อมูลนี้มีที่มาจากการรวบรวมและการประเมินเชิงคุณภาพ โดยการสอบถามทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ในการสร้างแบบสอบถามนี้ เราได้ร่วมพันธมิตรกับบริษัทที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและพัฒนาเชิงท่องเที่ยว Resonance Consultancy ในการเสาะหาเมืองที่ดีที่สุดด้านอาหาร พวกเขารวบรวมข้อมูลเกี่ยวประสบการณ์ด้านร้านอาหารและการรับประทานอาหารจากเมืองทั่วโลกกว่าสองร้อยเมืองโดยใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์ (เช่น Google, Facebook, Instagram และ TripAdvisor)

เมื่อเราพบกับเมนูที่ต้องการ เราก็เริ่มลองกันเลย เราสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นจากเมืองต่างๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ด้านอาหาร ตั้งแต่อาหารข้างถนนถึงอาหารสุดหรู (haute cuisine) อาหารประจำเมือง ตลาด และภัตตาคารต่างๆ “ผู้คนมักกล่าวว่าอาหารเป็นตัวขับเคลื่อน และช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมได้” มาร์วา เปรสตัน ผู้ก่อตั้งบริษัทแวนเดอร์บีกในเมืองบาร์เซโลนา ซึ่งประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารกล่าว “หลังอาหารเพียงไม่กี่มื้อ สิ่งที่เราไม่คุ้นชินกลับกลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว” (รายชื่อนี้ไม่เรียงตามลำดับ)

  1. ลอนดอน
อาหาร
เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักวัฒนธรรมอาหารแบบบริทิชด้วยการเดินตลาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างตลาดโบโรห์ (Borough) ทางทิศใต้ของสะพานลอนดอน พ่อค้าที่นี่ขายทุกอย่างตั้งแต่อาหารทะเลที่เพิ่งจับได้ ผักผลไม้ที่เพิ่งเก็บมาสดๆ จนถึงชีสทำเอง และอาหารสดชั้นยอด และอย่าลืมลิ้มลองอาหารดั้งเดิมอย่างอาหารเช้าแบบอังกฤษที่รีเจนซีคาเฟ หรือฟิชแอนด์ชิปส์ในร้านที่มีอายุกว่าร้อยปีอย่างโกลเดนไฮนด์ รับประทานอาหารร่วมสมัยที่ผับมิชลิน 2 ดาวเพียงแห่งเดียวในร้านแฮนด์แอนด์ฟลาวเวอร์ส ถ้าอยากลองผจญภัย ลองล่องเรือไปร้านแครูเซล ที่มีเซฟและคอนเซปต์ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูสิ ขอบคุณภาพจาก YIU CHEUNG, GETTY IMAGES
  1. โซล
อาหาร
ตลาดกวางจังที่มีผู้ค้าขายกว่า 5,000 คนนี้มีอาหารชื่อดังอย่างซุนแด (ไส้กรอกเลือด) ถ้าอยากชิมหมูกระทะแบบเกาหลี ลองไปร้านที่ชาวเมืองโซลชื่นชอบอย่างวูซุงกัลบิ หรือร้านที่ใหญ่กว่าอย่างภัตตาคารยอนตาบัลบีบีคิว ขอบคุณภาพจาก SEAN PAVONE, ALAMY STOCK PHOTO
  1. โรม
อาหาร
ตลาดสุดยิ่งใหญ่อย่างเตสตักซีโอ มีทั้งร้านขายผักผลไม้ ปลา และอาหารสำเร็จรูป จากทั่วทั้งอิตาลี หรืออยากลองอาหารตามแบบโรมัน อย่างนั้นคุณต้องลองทานพาสต้าทอนนาเรลลีที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสหางวัวที่ร้านเชกชิโนดัล 1887 ขอบคุณภาพจาก NATI SHOHAT, FLASH90/REDUX
  1. บาร์เซโลนา
อาหาร
ลองชิมชีสและน้ำมันมะกอกภายใต้หลังคาหลากสีในตลาดซานตากาเตรินา จากนั้นดื่มด่ำไปกับอาหารกาตาลันอย่างลาบอมบา ที่ปรุงจากมะเขือเทศทอดทรงกลมยัดใส้ด้วยเนื้อ ช่างเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับการทานคู่กับเหล้าเวอร์มุธนุ่มๆ สักแก้ว ขอบคุณภาพจาก FRANK HEUER, LAIF/REDUX
  1. ริอูเดจาเนรู
อาหาร
ผ่อนคลายในบาร์แบบโบเตโกอันเรียบง่ายไปกับกาแฟสกัดเย็นและกับแกล้มแสนอร่อย ลองตามรอยรถขายอาหารที่จะทำให้คุณตื่นเต้นไปกับอาหารระดับโลก ส่วนที่ภัตตาคารโอรู คุณจะได้พบกับอาหารบราซิลธรรมดาๆ ที่ถูกรังสรรค์จนกลายเป็นงานระดับ Avant-Garde โดยฝีมือเชฟเฟลิเป บรอนเซ ขอบคุณภาพจาก FOTO ARENA LTDA, ALAMY STOCK PHOTO
  1. ดูไบ
อาหาร
ไม่ว่าคุณจะหิวโหยอาหารประเภทไหน คุณก็สามารถดับมันลงได้ในโอเอซิสที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ที่มหานครดูไบมีทั้งอาหารทะเลระดับยอดเยี่ยม ที่ร้านเพียร์ชิก อาหารแบบอาระเบีย (พร้อมชมการแสดงการดวลดาบ) ที่อัลฮัดเอระห์ และมีเรื่องให้ประหลาดใจเป็นระยะๆ จากเชฟชื่อดังที่ภัตตาคารระดับหรูหราอย่างเอนิกมา ขอบคุณภาพจาก MONICA GUMM, LAIF/REDUX
  1. อิสตันบูล
อาหาร
อาหารที่คุณต้องลิ้มลองเมื่อมาเยือนเมืองนี้คือแซนวิชปลาที่ย่านเอมิโนนิว ปลาที่นี่ถูกนำมาย่างทันทีหลังจับมาได้ อีกจานที่ต้องลองคือเนื้อแกะย่างที่โรยหน้าด้วยพริกไทยอูร์ฟา กับก้อนน้ำตาลที่เป็นของโปรดของชาวเมือง ซึ่งผลิตจากร้านลูกอมอายุกว่า 240 ปีอย่างฮาซิเบกีร์ ขอบคุณภาพจาก ROLF NOBEL, VISUM/REDUX
  1. มาดริด
อาหาร
ลิ้มลองเครื่องดื่มในบาร์ต่างๆ ของย่านบาร์ริโอเดลาสเลตราส และไปจบค่ำคืนแสนสนุกที่บาร์ ทาเบรนาลาโดโลเรส และลามิอัก ลองสั่งกับแกล้มชุดเล็กๆ แต่รสจัดมาทานคู่กับเครื่องดื่มอย่างจินและโทนิค ที่ชาวสเปนชงได้อย่างยอดเยี่ยม ขอบคุณรูปภาพจาก LUCVI, GETTY IMAGES
  1. เบอร์ลิน
อาหาร
ไวเนอร์ชไนต์เซลกับวีทเบียร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ลองตามหาค็อกเทลเท่ๆ อย่าง Gespritztes (เบียร์ผสมโซดาผลไม้) กับอาหารจานเด็ดเฉกเช่น Spicy Currywurst แซนวิชเคบับ และโดนัทไส้เจลลี Pfannkuchen ขอบคุณภาพจาก ANDREAS PEIN, LAIF/REDUX
  1. นิวเดลี
อาหาร
สำหรับอาหารแบบดั้งเดิม เราขอแนะนำขนมปังแผ่นแบนซึ่งมีหลายชั้นและรสชาติเข้มข้นอย่าง Paratha หรือถ้าอยากลองอาหารสมัยใหม่ ลองไปเยี่ยมเยียนภัตตาคารอินเดียนแอ็กเซนต์ อาหารของที่นั่นนอกจากมีรสชาติยอดเยี่ยมแบบดั้งเดิมอยู่แล้ว พวกเขายังเพิ่มความพิเศษด้วยการปรุงและเพิ่มวัตถุดิบแบบใหม่เข้าไป เช่นการนำขนุนไปใส่ในทาโก้หรือแผ่นจาปาตี ขอบคุณภาพจาก STUART FREEDMAN, GETTY IMAGES

เรื่อง เนวิน มาร์เทลล์


อ่านเพิ่มเติม : สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สมอง

เรื่องแนะนำ

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่หลอมรวมสองวัฒนธรรมไทย-มอญ และแวดล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวของเมืองไทย หลายคนคงอยากหนีออกจากเมือง เพื่อไปชื่มชมกับความรื่นรมย์ทางธรรมชาติ ที่เที่ยวสังขละบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งทางป่าตะวันตกของประเทศไทย โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม และวัฒนธรรมที่ผสานหลอมรวมกัน สังขละบุรี เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี แฝงด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลของชาวไทย – มอญ อดีตเราอาจรู้จักสังขละบุรีว่า เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากบารมีของหลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสจากคนไทยเชื้อสายมอญ หากกล่าวถึงสังขละบุรี ทุกคนจะมีภาพ สะพานมอญ เกิดขึ้นในมโนภาพทันที สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีไปแล้ว อีกทั้งความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบของที่นี่ ก็ทำให้สังขละบุรีน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวมรวบสถานที่น่าสนใจในเมืองสังขละบุรี มาเป็นไอเดียสำหรับการวางแผนการเดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวปีนี เมืองใต้น้ำ เมืองใต้ผืนน้ำในเขตเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ เดิมเป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม แต่เมื่อมีโครงการสร้าง ตัววัดจึงต้องย้ายไปยังพื้นที่สูง เหลือเพียงซากปรักหักพังของอุโบสถ และหอระฆังที่จะจมน้ำในฤดูฝน และจะโผล่พ้นน้ำอีกครั้งในฤดูแล้ง การมาเที่ยวที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือมาเที่ยวชมได้ โดยติดต่อเรือได้บริเวณสะพานมอญ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) ในจุดที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกรวยสี่เหลี่ยม มียอดแหลม […]

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ : ปีนมือเปล่าโลกตะลึง

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังภาพยนตร์สารคดีเรื่อง FREE SOLO ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนต์สารคดียอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ล่าสุด... อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปีนหน้าผาขนาดมหึมาด้วยสองมือเปล่า ปราศจากเชือก และยังคงมีชีวิตรอดมาเล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนั้น

เดินป่าขึ้น เขากำแพง จังหวัดกาญจนบุรี

เดินขึ้น เขากำแพง ในวันที่แรงยังมี ที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ มาจากความโหยหาการเดินป่าปีนเขา แต่หลาย ๆ สถานที่ส่วนใหญ่มักอยู่ไกลและต้องใช้เวลานาน เลยคิดว่าจะมีสักที่ไหมที่ไม่ต้องเดินทางไกล ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มง่าย ๆ เพียง 2-3 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงมากนัก เส้นทางมีทั้งยากและง่ายปะปนกัน ใช้เวลาเดินขึ้นเขาไม่มาก หรือไม่เกิน 5 ชั่วโมง จนได้ทราบจากเพื่อนผู้ใช้ชีวิตอยู่ที่กาญจนบุรี แนะนำและชักชวนให้มาสัมผัสอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เพราะตรงกับโจทย์ที่ต้องการทุกอย่าง เราไม่แปลกใจถึงที่แห่งนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสวยหรือไม่ จึงยังอิดออดจนถึงวันที่หมดฝนกลางเดือนพฤศจิกายน อากาศปลายฝนต้นหนาวกำลังเย็นสบาย เหมาะอย่างยิ่งกับการออกไปท่องเที่ยว โดยมีจุดหมายปลายทางคือ “เขากำแพง” ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานฯ เราจัดแจงขนสัมภาระเข้าไปยังที่พักของทางอุทยานฯ ซึ่งจองไว้ล่วงหน้า ก่อนจะเตรียมออกไปเดินเล่นบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อมุ่งหน้าไปยังถ้ำธารลอดน้อย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ เมื่อมาถึงบรรยากาศภายในถ้ำเราจะได้พบกับความสวยงามของบรรดาหินงอกหินย้อยที่สวยงามราวกับอยู่โลกในจินตนาการ รวมถึงยังมีฝูงค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ด้านใน จนมีกลิ่นมูลค้างคาวโชยแรงออกมาแตะจมูก ถ้าใครไม่ชอบก็คงจะทำใจลำบากสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกับความงามตรงหน้าแล้วละก็ เรียกว่าคุณจะลืมเรื่องกลิ่นที่ว่านั้นไปได้เลย จากถ้ำธารลอดน้อยนี้ เราสามารถเดินต่อไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจนถึงถ้ำธารลอดใหญ่ในระยะทางสั้น […]

ภาพถ่ายจากหลายมุมมองใน คิวบา

คิวบา เกาะที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งทะเลแคริบเบียน  เพียง 150 กิโลเมตรจากปลายสุดของแหลมฟลอริดา ดินแดนของประเทศ คิวบา ที่มีพื้นที่ 109883 ตารางกิโลเมตร เป็นบ้านของผู้คนและสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และจระเข้ ดินแดนนี้เป็นพื้นที่เกาะ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลแคริบเบียน ภายในเต็มไปด้วยสีสันของทั้งตึกรามบ้านช่อง และสีสันของวิถีชีวิตที่สดใส ตั้งแต่โคลัมบัสค้นพบเกาะแห่งนี้ในปี 1492 คิวบาผ่านประวัติศาสตร์ต่างๆ มามากมาย มีเรื่องเล่าให้บรรพบุรุษได้ส่งต่อมายังลูกหลาน ธรรมเนียมดั้งเดิมบางอย่างยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ภาพถ่ายเพียงใบเดียวไม่อาจบอกเล่าความหลากหลายในคิวบาได้ทั้งหมด ทั้งกิจกรรมและสถาปัตยกรรม รถยนต์สัญชาติอเมริกันคันเก่าที่ปรับสีสันให้ฉูดฉาดแล่นไปตามถนน จากเอลมาเลกอนถึงฮาวานา คลื่นซัดฝั่งแตกฟองโปรยละอองน้ำทะเลสู่ผิวถนน ในเมืองวีญาเลส ชาวไร่ยังคงควบม้าเพื่อดูแลผลผลิตในไร่ยาสูบ เด็กนักเรียนแต่งชุดประจำโรงเรียนเดินอยู่บนถนนที่นำพวกเขากลับบ้าน ผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกันข้างทางเพื่อเล่นเกมโดมิโนที่พวกเขาโปรดปราน ภาพเหล่านี้ คุณสามารถพบเห็นได้ทั้งหมดบนเกาะสวรรค์แห่งแคริบเบียน ในขณะที่บางคนรู้จักคิวบาในแง่ของประเทศแห่งเสียงเพลง ซิการ์คุณภาพดี และการเต้นรำอย่างแมมโบและรุมบา คิวบายังเป็นสถานที่ที่มีอะไรมากมายจนคุณคาดไม่ถึง ตั้งแต่การปีนเขาบนพื้นที่เพาะปลูกยาสูบ จนถึงการดำดิ่งชมโลกใต้ทะเล             อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศ คิวบา เพชรยอดมงกุฎแห่งทะเลแคริบเบียน คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว