เกิดเป็น (เด็ก) หญิง แท้จริง แสนลำบาก - National Geographic Thailand

เกิดเป็น (เด็ก) หญิง แท้จริง แสนลำบาก

เรื่อง อเล็กซิส โอเคโอโว
ภาพถ่าย สเตฟานี ซินแคลร์

เซียร์ราลีโอนคือหนึ่งในสถานที่เลวร้ายที่สุดในโลก ถ้าเกิดเป็นเด็กผู้หญิง

ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรราวหกล้านคน  ถูกแบ่งแยกจากสงครามกลางเมืองเลวร้ายที่กิน    เวลายาวนานกว่าสิบปี  และเมื่อไม่นานมานี้ยังย่อยยับด้วยโรคอีโบลา  ลำพังการเกิดเป็นเด็กหญิงก็หมายถึงชั่วชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและประเพณีที่มักให้คุณค่าแก่เรือนร่างมากกว่าความรู้สึกนึกคิด  องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟระบุว่า  ประชากรหญิงส่วนใหญ่ของเซียร์ราลีโอนหรือราวร้อยละ 90 ผ่านพิธีกรรมการขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation: FGM)  เพื่อประกาศความเป็นสาว  และเชื่อว่าเป็นการเพิ่มโอกาสของการแต่งงานออกเรือน   ทว่านี่ยังเป็นวิถีทางวัฒนธรรมอันหยั่งรากลึกเพื่อกดหรือควบคุมความต้องการทางเพศด้วยในประเทศนี้เด็กสาวเกือบครึ่งหนึ่งแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี  และอีกไม่น้อยที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้น ส่วนมากเพียงไม่กี่เดือนหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก  หลายคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ  การข่มขืนมักเกิดขึ้นโดยไร้การลงโทษ  ในปี 2013  กว่าหนึ่งในสี่ของเด็กสาวอายุ 15 ถึง 19 ปีในเซียร์ราลีโอนตั้งครรภ์หรือมีลูกแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกของเด็กในช่วงอายุดังกล่าว

“ถ้าไปตามต่างจังหวัด คุณจะเห็นเด็กอายุ 13 บ้าง 15 บ้าง แต่งงานหรืออุ้มลูกกันแล้ว” แอนนี มาฟินดา พยาบาลบำรุงครรภ์ที่ศูนย์เรนโบ (Rainbo Center) ซึ่งให้การช่วยเหลือแก่เหยื่อความรุนแรงทางเพศในกรุงฟรีทาวน์ เล่าและเสริมว่า คนไข้ของศูนย์แห่งนี้ส่วนมากมีอายุเพียง 12-15 ปี

ตอนที่ฉันพบซาราห์ในฟรีทาวน์ เธออายุ 14 ปีและตั้งครรภ์ได้หกเดือน แต่ดูเหมือนอายุน้อยกว่านั้นหลายปีด้วยซ้ำ เธอเล่าให้ฉันฟังว่าถูกเด็กชายที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านข่มขืน และหลบหนีออกจากเมืองไปหลังทำร้ายเธอ  เมื่อแม่รู้ว่าเธอตั้งท้องก็ไล่เธอออกจากบ้าน ตอนนี้ซาราห์ (สงวนนามสกุล) อาศัยอยู่กับแม่ของเด็กชายที่เธอบอกว่าทำร้ายเธอแม่ของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนเธอเป็นเพียงคนเดียวที่รับตัวเธอไว้ เพราะในเซียร์ราลีโอน ผู้หญิงมักอาศัยอยู่กับครอบครัวของสามี ซาราห์ต้องเข้าครัว ทำความสะอาด และซักผ้าให้คนทั้งครอบครัว  เธอเล่าว่าแม่ของเด็กชายทุบตีเธอ  ถ้าเธอเหนื่อยจนทำงานบ้านไม่ไหว

บรรดาเด็กหญิงที่หมู่บ้านมาซังกาในเซียร์ราลีโอน เข้าร่วมพิธีบอนโดทางเลือกที่ประกาศความเป็นผู้ใหญ่โดยไม่ต้องขริบอวัยวะเพศ (Female Genital Mutilation: FGM) นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีเด็กหญิงกว่า 600 คนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว

ด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมายเช่นนี้ในเซียร์ราลีโอน  แล้วเด็กหญิงอย่างซาราห์จะใช้ชีวิตและเติบโตได้อย่างไร

ในประเทศยากจนที่ปกครองโดยรัฐบาลซึ่งดูเหมือนไม่มีเจตจำนงที่จะปกป้องเด็กหญิงเท่าใดนัก หนทางเข้าท่าที่สุดที่เด็กหญิงเหล่านี้พอจะทำได้คือ หนีไปให้พ้นจากที่ที่พวกเธอถือกำเนิด  ท่ามกลางภัยคุกคามมากมาย โรงเรียนอาจเป็นที่พักพิงเพียงแห่งเดียวของพวกเธอ  การศึกษาเป็นสิ่งท้าทายเพราะค่าเล่าเรียน  แต่ก็เป็นความหวังเช่นกัน วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสามารถหยิบยื่นอิสรภาพทางเศรษฐกิจและโอกาสในการกำหนดชีวิตของตนเอง  บางทีอาจด้วยการช่วยให้พวกเธอได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือได้งานที่ต้องอาศัยทักษะสูงขึ้น

ถึงกระนั้น ประมาณการหนึ่งระบุว่า มีเด็กหญิงเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาระหว่างปี 2008 ถึง 2012 และการตั้งครรภ์เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดประการหนึ่ง  กระทรวงศึกษาธิการของเซียร์ราลีโอนห้ามเด็กหญิงตั้งครรภ์เข้าเรียนในโรงเรียน นโยบายดังกล่าวที่รัฐบาลประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2015 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่ตั้งครรภ์ส่งอิทธิพลต่อเพื่อนนักเรียนและปกป้องพวกเธอจากการถูกล้อเลียน

อมินัตตา ฟอร์นา นักเขียนผู้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งของเซียร์ราลีโอนเมื่อปี 2003 บอกว่าการห้ามเด็กหญิงตั้งครรภ์เข้าเรียนในโรงเรียน “เป็นแนวคิดคร่ำครึที่แก้ปัญหาแบบขอไปที  และเป็นนโยบายที่ผิดพลาดมากค่ะ” เอลิซาเบท ดางคีห์ อดีตผู้ประสานงานศูนย์การศึกษาเพื่อเด็กหญิงวัยเรียนที่ตั้งครรภ์และมารดาซึ่งตั้งอยู่ในกรุงฟรีทาวน์ และได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟกับกระทรวงศึกษาธิการของเซียร์ราลีโอน และหน่วยงานอื่นๆ บอกว่า “เมื่อคุณตั้งท้องก็โดนกีดกันแล้ว” เธอเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันคิดว่าเด็กพวกนี้คงอายที่จะกลับไป [เรียนที่โรงเรียน]แต่พวกเธอกลับมีความสุขเมื่ออยู่ที่นี่”  ดางคีห์เองตั้งท้องเมื่ออายุ 17 ปี พ่อไล่เธอออกจากบ้าน ลูกสาวของเธอเสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการก่อนอายุครบขวบปี  ดางคีห์ซึ่งตอนนี้อายุ 35 ปีแนะนำนักเรียนของเธอให้พากเพียร  ลืมอดีตที่ไม่ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนไปเสีย แล้วเดินหน้าต่อไป

ด้วยการเข้าร่วมพิธีบอนโดทางเลือกที่ไม่มีการขริบอวัยวะเพศ เด็กหญิงจากชุมชนมาซังกาเหล่านี้ได้รับการศึกษาฟรี ที่รับรองโดยองค์กรส่งเสริมการศึกษามาซังกา ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงกำไรของสวิตเซอร์แลนด์

ชาวเซียร์ราลีโอนมักกล่าวโทษว่า  รากเหง้าของปัญหาในประเทศเริ่มต้นจากสงครามกลางเมืองระหว่างกลุ่มกบฏและรัฐบาล เป็นเวลากว่าสิบปีนับตั้งแต่ปี 1991 ที่เด็กหญิงและสตรีหลายพันคนถูกข่มขืน  ผู้คนเรือนหมื่นถูกฆ่า  และประชาชนอีกกว่าสองล้านคนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่  ล่าสุดกว่านั้น คือการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาที่คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 4,000 รายภายในเวลาไม่ถึงสองปี โรคร้ายนี้ส่งผลต่อครอบครัวนับไม่ถ้วน  ทำให้เด็กหญิงต้องกำพร้าและบีบให้พวกเธอต้องกลายเป็นผู้เลี้ยงดูพี่น้องก่อนที่จะรู้ความด้วยซ้ำ  ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างกระท่อนกระแท่น แต่การกดขี่เด็กหญิงและสตรียังคงดำเนินต่อไป

ฟาทู วูรีย์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีในฟรีทาวน์ ผู้เติบโตในต่างประเทศก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ บอกว่า “ประเทศนี้ไม่ใส่ใจต่อร่างกาย  ชีวิต และจิตวิญญาณของหญิงสาวชาวเซียร์ราลีโอนหรอกค่ะ นโยบายต่างๆที่คิดขึ้นมาไม่ได้คำนึงถึงหรือฟังเสียงของสตรีเซียร์ราลีโอนเลย”

ในฐานะผู้หญิงที่ใช้เวลาคลุกคลีอยู่ในแอฟริกาตะวันตกค่อนข้างนาน  ฉันมีปฏิกิริยารุนแรงเมื่อไปเยือนเซียร์ราลีโอนครั้งแรก แต่ฉันก็พบด้วยว่า  แม้ในประเทศที่รุมเร้าไปด้วยปัญหาแห่งนี้ยังมีเด็กผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่กำลังหาหนทางหลุดพ้นจากอุปสรรคขวากหนามทั้งปวง

เรื่องแนะนำ

เตรียมปรับรับโลกร้อน

เตรียมปรับรับ โลกร้อน เมื่อ 11 ปีก่อน  สมบัติ ชุมนุม หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี พาโยโกะ มินามิ ภรรยาชาวญี่ปุ่น กลับมายังบ้านเกิดที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อสานฝันของเขา นั่นคือการแปรนาข้าวเดิมของพ่อที่ใช้สารเคมีมายาวนาน  ไปสู่นาข้าวอินทรีย์และแปลงเกษตรผสมผสาน หลังไถปรับหน้าดินแข็งโกกเกกไร้ธาตุอาหาร และยกระดับที่นาให้สูงขึ้น เขาก็เริ่มขุดสระน้ำขนาดใหญ่ โดยผันน้ำมาจากลำห้วยวังหินที่อยู่ท้ายแปลงที่ดิน “หัวใจของการทำเกษตรคือน้ำครับ” เขาบอกขณะพาผมเดินฝ่าดงหญ้าริมคันนา เลียบสระน้ำกว้างใหญ่ที่เชื่อมต่อกับลำห้วยไหลเอื่อย  สมบัติใช้น้ำจากสระแห่งนี้รดต้นไม้ ปลูกข้าว และอุปโภคในครัวเรือน “ตอนมาทำใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้หาว่าผมบ้า ไม่ใส่ยา ไม่ใส่ปุ๋ย แถมขุดสระน้ำใหญ่โต เขาไม่ขุดกันใหญ่ขนาดนี้หรอก เพราะเสียดายที่ดินปลูกข้าวครับ” เขาบอก สมบัติเคยทำงานที่องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเกษตรอินทรีย์ในกรุงเทพฯ มาก่อน จึงมีความรู้ด้านการจัดการแปลงเกษตรพอสมควร แปลงนาของเขาปลูกข้าวหลากหลาย ทั้งข้าวหอมมะลิพันธุ์ 105 อันลือชื่อของดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ข้าวเหนียวกข.6 และข้าวพันธุ์ใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง “ไรซ์เบอร์รี่”  ที่อยู่ติดกันคือสวนผสมสารพัน  ตั้งแต่กะทกรกยันเพกา กล้วยน้ำว้ายันมะรุม ใกล้ๆกันคือโรงเรือนไก่ไข่ และกองลอมฟางที่เป็นรังของเห็ดฟาง ซึ่งภรรยาของเขาจะมาเก็บไปทำอาหารทุกเช้า มีคอกแพะและวัว (ว่างเปล่าเพราะเลี้ยงไม่ไหว) เขาใช้แผงเซลล์สุริยะผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในบ้าน ไม่ดูโทรทัศน์ […]

กรีซ เทพเจ้า และดินแดนปรโลก

เรื่อง แคโรไลน์ อเล็กซานเดอร์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี และเดวิด โคเวนทรี โลกของชาวกรีกโบราณเต็มไปด้วยทวยเทพ  นำโดยเทพองค์สำคัญๆแห่งเขาโอลิมปัส ได้แก่ ซูส เฮรา อพอลโล โพไซดอน อธีนา และเทพผู้ยิ่งใหญ่อื่นๆ ในเทพปกรณัมกรีก นอกจากการบูชาปวงเทพแห่งเขาโอลิมปัสแล้ว ยังมีอีกหลายร้อยลัทธิที่บูชาเทพเจ้าและวีรบุรุษในท้องถิ่น ผู้คนอ้อนวอนทวยเทพเหล่านี้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เราอธิษฐานในปัจจุบัน เช่น เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง พืชผลอันอุดมสมบูรณ์ และสวัสดิภาพในการเดินเรือ การสวดอ้อนวอนมักกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการถวายเครื่องสักการะและของสังเวยเพื่อให้เป็นที่พอพระทัยของทวยเทพผู้อยู่เหนือการหยั่งรู้ของมนุษย์และเชื่อกันว่ากุมชะตาชีวิตของพวกเขาไว้ แต่ชีวิตหลังความตายเป็นเช่นไรเล่า ชาวกรีกโบราณเชื่อในเทพเฮดีส เจ้าแห่งปรโลก ผู้เป็นพระเชษฐาของซูสและโพไซดอน แต่การมีอยู่ของเทพเฮดีสไม่ชวนให้อุ่นใจแม้แต่น้อย อาณาจักรของเทพเฮดีส (หรือ “โลกที่มองไม่เห็น”) ซึ่งตกอยู่ในความมืดมนอนธการและมีแม่น้ำสติกซ์อันน่าพรั่นพรึงตัดขาดจากโลกมนุษย์นั้น เป็นดั่งที่กวีโฮเมอร์พรรณนาไว้ว่า เป็นดินแดน “น่าสะพรึงกลัวที่ผุพัง” อันเป็นจุดหมายปลายทางทั้งของคนธรรมดาและแม้กระทั่งวีรบุรุษผู้กล้าหลังความตายมาเยือน ในที่สุด ความเห็นอกเห็นใจในสภาวะของมนุษย์ทำให้ชาวกรีกรับเอาศาสนารูปแบบใหม่และลัทธิความเชื่อใหม่ๆเข้ามา ชีวิตหลังความตายไม่ได้ถูกมองว่าเป็นชะตากรรมอันทุกข์ระทมอีกต่อไป แต่เป็นการเสาะแสวงหาส่วนบุคคลมากกว่า ลัทธิลี้ลับที่ปกปิดไม่ให้คนภายนอกรู้เหล่านี้ให้สัญญาว่าจะนำทางสู่ชีวิตหลังความตาย พิธีกรรมอันเร้นลับนั้นแสนเร้าใจและจัดขึ้นราวฉากละครอันอลังการ พิธีบูชาเทพองค์สำคัญบนเกาะซาโมเทรซของกรีซจัดขึ้นในเวลากลางคืน โดยใช้แสงวับวามของคบเพลิงส่องทางให้สมาชิกใหม่ แต่เนื่องจากมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดขนาดมีโทษถึงตาย จึงทำให้พิธีกรรมเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาลึกลับเรื่อยมา พอถึงศตวรรษที่สี่ก่อนคริสต์ศักราช เกิดลัทธิที่อ้างว่าทำให้คนบริสุทธิ์ได้ด้วยการชำระล้างมลทินของความเป็นมนุษย์ รากฐานของศาสนาใหม่เหล่านี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน […]

สันติภาพเปราะบาง

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์ ภาพถ่าย เอมี ไวทาเล วันที่ 8 มกราคม ปี 2015 ศรีลังกาทำให้โลกตกตะลึงด้วยการโค่นรัฐบาลเผด็จการของมหินทะ ราชปักษาในการเลือกตั้งที่พูดได้ว่าสงบและใสสะอาดเป็นส่วนใหญ่  ผู้นำใหม่ของประเทศมุ่งมั่นอยากแสดงให้โลกเห็นว่า ศรีลังกาทำตัวเป็นประเทศประชาธิปไตยยุคใหม่ได้  รัฐบาลของประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนาเริ่มปฏิรูประบบตุลาการ ที่ฉ้อฉล แปรรูปหน่วยงานรัฐที่อุ้ยอ้ายเทอะทะ และแก้ปัญหาหนี้สินมหาศาล ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลยที่นักท่องเที่ยวจะนั่งเครื่องบินไปลงโคลัมโบ สนุกกับกิจกรรมท่องเที่ยวสารพัดที่ศรีลังกาหยิบยื่นให้ ตั้งแต่การเยี่ยมชมวัดเก่าแก่ที่ดัมบุลลาและเมืองโบราณโปลอนนารุวะ ชมช้างและเสือดาวในอุทยานต่างๆ เที่ยวไร่ชาหรูหราอลังการ ไปจนถึงเล่นกระดานโต้คลื่นที่อ่าวอารูกัม ก่อนบินกลับบ้านโดยไม่ตระหนักเลยว่า ที่นี่คือศูนย์กลางของสงครามนองเลือดระหว่างชาติพันธุ์ที่ยาวนานถึง 26 ปี เหตุผลหรือตัวช่วยหนึ่งอาจมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ โคลัมโบตั้งอยู่ทางใต้ เป็นภูมิภาคที่ปกครองโดยชาวสิงหลซึ่งส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชนและคิดเป็นประชากรราวร้อยละ 75 ของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ทางใต้  ในทางกลับกัน จังหวัดนอร์เทิร์นไม่มีอะไรโดดเด่น  เป็นภูมิประเทศซึ่งส่วนใหญ่แห้งแล้งกันดารและราบเรียบ ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของชาวทมิฬ ในศรีลังกาซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูและคิดเป็นประชากรราวร้อยละ 11 ของประเทศ ดินแดนทางเหนือและตะวันออกคือบริเวณที่กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (Liberation Tigers of Tamil Eelam – อีแลมคือชื่อเรียกศรีลังกาในภาษาทมิฬ) สถาปนารัฐปกครองตนเองก่อนถูกปราบปรามในที่สุด “นี่คือประวัติศาสตร์ของโอกาสที่หลุดลอยไปครับ” นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห […]

แมวป่านักล่าผู้ลี้ลับ

เรื่อง ครีสทีน เดลลามอร์ ภาพถ่าย โจเอล ซาร์โทรี “มันอยู่ใกล้มากครับ” เคร์มัน การ์โรเต กระซิบ พร้อมกับชี้ไปยังเครื่องรับสัญญาณวิทยุแบบมือถือที่กำลังรับสัญญาณ จากเอเลนา ณ ที่ใดที่หนึ่งในสวนมะกอกริมทางหลวงอันจอแจทางตอนใต้ของประเทศสเปน  แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียกับลูกสองตัวอาจเฝ้ามองเราอยู่ หากไม่ได้ปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า แมวป่าที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งในโลกกำลังหมอบอยู่ท่ามกลางแถวต้นไม้ที่ปลูกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ “เมื่อสิบปีก่อน เราคาดไม่ถึงเลยครับว่า แมวป่าลิงซ์จะขยายพันธุ์ในถิ่นอาศัยแบบนี้ได้” การ์โรเตกล่าว เขาเป็นนักชีววิทยาในโครงการไลฟ์+ไอเบอร์ลินซ์ (Life+Iberlince Project) ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรกว่า 20 องค์กรนำโดยรัฐบาลที่ทำงานเพื่อคืนสัตว์นักล่าลายจุดชนิดนี้สู่คาบสมุทรไอบีเรีย ที่จริงแมวซึ่งมีดวงตาสีเหลืองอำพันและเคราเป็นพุ่มชนิดนี้ เริ่มฟื้นตัวขึ้นในที่สุดหลังจากลดจำนวนลงเป็นเวลาหลายทศวรรษ ตอนที่ไอเบอร์ลินซ์ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อปี 2002 มีแมวป่าลิงซ์กระจายอยู่ทั่วป่าไม้พุ่มในแถบเมดิเตอร์เรเนียนไม่ถึงหนึ่งร้อยตัว จำนวนของพวกมันถดถอยจากการล่าและไวรัสที่เกือบกำจัดกระต่ายพันธุ์ยุโรปซึ่งเป็นอาหารหลักให้หมดไปจากภูมิภาค ประชากรของแมวป่าลิงซ์ลดลงจนความหลากหลายทางพันธุกรรมของพวกมันลดต่ำถึงระดับอันตราย เคราะห์ดีสำหรับนักวิทยาศาสตร์ แมวป่าลิงซ์ขยายพันธุ์ได้ดีในสถานเพาะเลี้ยง และตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีแมวป่าลิงซ์จำนวน 176 ตัวได้รับการปล่อยคืนสู่ถิ่นอาศัยที่ได้รับการคัดเลือก  พวกมันมีอัตราการรอดชีวิตราวร้อยละ 60 และมีสองสามตัวใช้ชีวิตได้เก่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในบรรดาแมวป่าทั่วโลกทั้งหมด 38 ชนิด 31 ชนิดจัดเป็นสัตว์วงศ์แมวขนาดเล็ก โดยมีขนาดหลากหลายตั้งแต่แมวลายจุดสีสนิมหนัก 1.5 กิโลกรัมจนถึงแมวป่าลิงซ์ยูเรเชียหนัก 20 […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.