ผู้หญิง ควรเป็นผู้ปกครองใช่หรือไม่ เหล่าราชินีแห่งอิยิปต์มีคำตอบ - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

ผู้หญิง ควรเป็นผู้ปกครองใช่หรือไม่ เหล่าราชินีแห่งอิยิปต์มีคำตอบ

 

กษัตรีซึ่งเป็นที่รู้จักดีที่สุด คือราชินีครีโอพัตรา (Cleopatra) แห่งราชวงศ์ทอเลมี (305-285 ปีก่อนคริสตกาล) ผู้ทรงกำจัดญาติน้องเพื่อขึ้นครองบัลลังก์อย่างสมบูรณ์  พระองค์ทรงทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อสร้างราชวงศ์ไว้สำหรับทายาทหลายพระองค์  ทว่าในที่สุด แม้แต่ราชินีผู้ทรงโปรยเสน่ห์สยบผู้ปกครองโรมัน ก็ทรงปกครองบ้านเมืองแตกต่างไปจากพระสวามีอย่างมาร์ก แอนโทนี (Marc Anthony)  ในขณะที่เขารุกรานจักรวรรดิพาร์เธีย (และปราชัย) พระองค์ทรงอยู่ที่อียิปต์และพยายามสร้างบ้านเมือง  และในขณะที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างโง่เขลาในยุทธนาวีที่อักติอูง (Battle of Actium) ราชินีคลีโอพัตราทรงนำทัพหนีกลับอียิปต์ที่ซึ่งพระองค์สามารถทำประโยชน์ได้

คลีโอพัตรา
รูปสลักของราชินีคลีโอพัตราจากหินบะซอลต์นี้เป็นหนึ่งในรูปเสมือนไม่กี่รูปของฟาโรห์แห่งราชวงศ์ทอเลมีองค์สุดท้ายที่เหลือรอด

มองไปสู่อนาคต

ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นแล้วว่า ชาวอียิปต์รู้ว่าผู้หญิงปกครองแตกต่างไปจากผู้ชาย ดังนั้นพวกเขาจึงใช้พวกเธอในการปกป้องระบอบการปกครองแบบผู้ชายเป็นใหญ่  โดยทำหน้าที่เป็นเหมือนสิ่งชดเชย ทดแทน จนกว่าจะมีชายที่สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างบนจุดสูงสุดของพีระมิดทางสังคมได้  แต่ไม่ว่าพวกเธอจะครองอำนาจมากมายเพียงใด  และถึงแม้พวกเธอหลายคนจะได้รับการขนานนามไม่ต่างจากกษัตริย์หรือฟาโรห์  เหล่าขัตติยนารีผู้น่ายำเกรงเหล่านี้กลับไม่สามารถก้าวข้ามระบอบที่ผู้ชายเป็นใหญ่และเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างแห่งอำนาจนี้ได้ เมื่อรัชสมัยของพวกเธอสิ้นสุดลง โครงสร้างอำนาจที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในอียิปต์ก็กลับมายืนยงต่อไป

นักวิทยาศาสตร์ด้านการรับรู้ชี้ว่า สมองผู้หญิงทำงานแตกต่างจากสมองผู้ชาย  ขณะที่นักสังคมศาสตร์ก็ค้นพบว่า ผู้ชายเป็นเพศที่ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่  รวมถึงการข่มขืน และฆาตกรรม  ในภาพรวม ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะก่อการสังหารหมู่ หรือเปิดศึกสงครามน้อยกว่ามาก   พวกเธอมีแนวโน้มที่จะมีปฏิสัมพันธ์และแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า และสนใจในความละเอียดอ่อนมากกว่าความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่  บางทีคุณสมบติเหล่านี้เองที่อียิปต์โบราณต้องการในยามวิกฤติ

ผู้หญิง
รูปสลักครึ่งตัวของราชีนีเนเฟอร์ตีติ ภาพถ่ายโดย Kenneth Garrett

ราชินีเหล่านี้เรียกร้องจากอดีต  ท้าทายให้เรามอบอำนาจทางการเมืองให้ผู้หญิง  ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนของราชวงศ์ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ แต่ในฐานะสตรีผู้เป็นตัวของตัวเอง ขับเคลื่อนวาระอันแตกต่างโดยยึดความสัมพันธ์ทางสังคมและการผสมผสานอารมณ์ความรู้สึก แทนที่จะลอกเลียนแบบความก้าวร้าวของพระประยูรญาติฝ่ายชาย   หากแม้นว่าในอดีตนั้น  ผู้หญิงได้ขึ้นปกครองจริงๆ พวกเธอย่อมทำเช่นนั้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีขบวนการสตรีนิยม (Feminism) หรือกลุ่มเพื่อนหญิงใดๆ หนุนหลัง  หรือแม้แต่แผนการในการครองอำนาจให้ได้ยืนยาวที่สุด

ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันกลับไปมองประวัติศาสตร์  มองไปยังเหล่าขัตติยนารีผู้น่าเกรงขามแห่งอียิปต์โบราณ ผู้เป็นดั่งทางรอดของเหล่าไพร่ฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า  จะเป็นเช่นใด  หากในวันนี้  พวกเธอได้รับโอกาสให้ปกครองด้วยพลังแห่งอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มที่  คุณลักษณะที่ถูกมองว่าแสบสันต์ที่สุดของผู้หญิง ความขึ้นๆ ลงๆ  เดี๋ยวเศร้าเดี๋ยวสุข  ความหลายใจโดยธรรมชาติของพวกเธอ  

คุณลักษณะเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกับผู้อื่น  เพื่อแสวงหาการประนีประนอม เพื่อระงับการนองเลือด เพื่อมองหาวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไปได้หรือไม่   คุณลักษณะทางอารมณ์นี้เองที่สามารถนำพามนุษยชาติให้ฟันฝ่าความยากลำบากและปัญหาสารพัดแห่งศตวรรษที่ 21 ไปได้  เราจึงควรเปิดโอกาสให้ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่เป็นผู้นำทาง และเปิดใจให้ผู้หญิงเป็นทางเลือกและทางรอดอีกครั้งหนึ่ง  ทว่าครั้งนี้จะมีความสนใจของพวกเธอเป็นศูนย์กลางและแรงขับเคลื่อน


อ่านเพิ่มเติม

ใครคือผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

 

เรื่องแนะนำ

ผจญภัยไปบนเส้นทางสายไหม

ร่วมเดินทางผจญภัยไปในอุซเบกิสถาน กับ พอล ซาโลเพก ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟฟิก กับตอนที่ 6 ของโปรเจค “Eden Walk” โปรเจคเดินเท้าเป็นระยะทาง 33,700 กิโลเมตร ในเวลา 7 ปี เพื่อตามรอยการอพยพออกจากแอฟริกาของบรรพบรุษมนุษย์

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

Hybrid Job ทักษะงานในวันนี้และอนาคต

งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) คืองานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่ ขอบคุณภาพจาก https://pxhere.com/en/photo/1452897 การเข้ามาของเทคโนโลยีเปลี่ยนลักษณะของงานที่เคยเป็นมาในอดีต จากที่เราเคยเชี่ยวชาญในทักษะงานเพียงด้านเดียว ในขณะนี้ผู้ประกอบการต้องการให้พนักงานยุคใหม่มีทักษะหลากหลายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากเรามองไปยังตลาดแรงงานในยุคนี้ คุณอาจพบว่าหลายบริษัทพยายามกำหนดคุณสมบัติพนักงานในตำแหน่งเดียวที่มีความหลากหลายมากขึ้น และไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะทางวิชาชีพที่อิงกับสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษามาเพียงอย่างเดียว อาชีพนักการตลาดในสมัยนี้อาจต้องมีทักษะการวิเคราะห์ทางสถิติ วิศวกรซอฟต์แวร์หรือพนักงานไอที จากที่คุ้นเคยกับโครงสร้างระบบแล้ว ยังต้องมีทักษะในเชิงออกแบบ การสร้างภาพและแผนผัง (Visualization) และทักษะของการทำงานเป็นทีมด้วยเช่นกัน เราอาจกล่าวได้ว่านี่คือกระแสของการทำงานทั้งในยุคสมัยนี้และต่อไปในอนาคต กระแสการทำงานนี้เราเรียกว่า งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) ซึ่งมีความหมายว่างานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่ งานแบบผสมผสานเกิดขึ้นในช่วงที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่มันก็ทำให้เกิดความคาดหวังความสามารถและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน โดยกระแสของงานแบบผสมผสานในโลกตะวันตกนั้นมีมานานแล้ว และปัจจุบันมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่างานที่มีลักษณะแบบผสมผสานมีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตัวอย่างของงานแบบผสมผสาน เช่น นักพัฒนาแอปพลิเคชันในมือถือ โดยงานนี้ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งสมาร์ตโฟนเปิดตัวในช่วงทศวรรษที่แล้ว แน่นอนว่างานนี้ต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์ การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User interface design) การสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจ และการทำการตลาดด้วยเช่นกัน บริษัทซอฟต์แวร์ Burning Glass ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในปี 2010 ตลาดแรงงานมีตำแหน่งงานประมาณ 150 […]