เยลโลว์สโตน : ผืนป่าแห่งการพิทักษ์ - National Geographic Thailand

เยลโลว์สโตน: ผืนป่าแห่งการพิทักษ์

เยลโลว์สโตน: ผืนป่าแห่งการพิทักษ์

มื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2015 ณ อุทยานแห่งชาติ เยลโลว์สโตน เจ้าหน้าที่พบศพชายคนหนึ่งในสภาพถูกสัตว์แทะใกล้เส้นทางเดินป่าไม่ไกลจากโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยาน ไม่นานก็มีการระบุตัวผู้ตายว่าชื่อ แลนซ์ ครอสบี วัย 63 ปี จากเมืองบิลลิงส์ รัฐมอนแทนา เขาทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่คลินิกในอุทยาน เช้าวันนั้นเพื่อนร่วมงานแจ้งความว่าเขาหายตัวไป

การสืบสวนเผยว่า หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ครอสบีออกไปเดินป่าตามลำพังโดยไม่ได้พกสเปรย์ไล่หมีติดตัวไปด้วย เขาต่อสู้กับแม่หมีกริซลีที่มีลูกสองตัว  หลังจากฆ่าเขาแล้ว  แม่หมีก็กินเนื้อไปบางส่วน และให้ลูกหมีกินด้วย ก่อนจะใช้ดินและใบสนกลบร่างเขาไว้อย่างที่หมีกริซลีทำเมื่อตั้งใจจะกลับมากินเนื้ออีก เมื่อแม่หมีถูกจับตัวได้และมีหลักฐานดีเอ็นเอมัดตัว อย่างแน่นหนาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของครอสบี  มันก็ถูกวางยากล่อมประสาทและยาสลบ ก่อนจะถูกฆ่าด้วยเหตุผลว่าหมีกริซลีโตเต็มวัยที่เคยกินเนื้อมนุษย์และซ่อนศพไว้เป็นอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตอยู่ แม้ว่าการเผชิญหน้าซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตครั้งนั้นจะไม่ใช่ความผิดของมันเลยก็ตาม

เยลโลว์สโตน
หมีกริซลีในอุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอนตัวนี้ไล่อีกาไปจากซากไบซัน คนงานเคลื่อนย้ายซากนี้ให้ห่างจากถนนเพื่อไม่ให้สัตว์กินซากเข้ามาใกล้นักท่องเที่ยว

เห็นได้ชัดว่า หมีกริซลีเป็นสัตว์ที่อาจเป็นอันตรายได้ แต่อันตรายที่หมีแสดงออกมาควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน การเสียชีวิตของแลนซ์ ครอสบี เป็นการเสียชีวิตจากหมีครั้งที่เจ็ดในอุทยานในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา 144 ปีนับตั้งแต่การก่อตั้งเยลโลว์สโตน มีผู้เสียชีวิตเพราะจมน้ำ ถูกน้ำร้อนในบ่อน้ำร้อนลวก และฆ่าตัวตาย มากกว่าถูกหมีฆ่า ขณะเดียวกันก็มีผู้เสียชีวิตจำนวนเกือบเท่ากันจากการถูกฟ้าผ่า และสองคนถูกไบซันสังหาร

บทเรียนที่แท้จริงจากการเสียชีวิตของแลนซ์ คอสบี และการตายที่น่าเศร้าสลดไม่แพ้กันของหมีที่ฆ่าเขา เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงสิ่งเราที่หลงลืมกันไปง่ายๆ นั่นคือ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนเป็นสถานที่ทางธรรมชาติซึ่งถูกจำกัดอย่างไม่สมบูรณ์แบบภายในขอบเขตที่มนุษย์กำหนด สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทั้งสัตว์ดุร้าย หุบผาชันลึก น้ำตกที่ส่งเสียงครืนครั่น และน้ำร้อนจัด ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามเมื่อเที่ยวชม แต่ก็ชวนให้หวาดหวั่นเมื่อเข้าไปสัมผัส

เยลโลว์สโตน
การปล่อยหมาป่าคืนสู่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนเริ่มต้นเมื่อปี 1995 ปัจจุบัน หมาป่าอยู่ดีมีสุข แต่นักวิจัยยังเฝ้าสังเกต พวกมันอย่างใกล้ชิด ดัก สมิท นักชีววิทยา กำลังเตรียมสวมปลอกคอส่งสัญญาณวิทยุให้หมาป่าที่ถูกวางยาสลบตัวนี้

เวลาไปเที่ยวเยลโลว์สโตน เราจะมองดูหมีซึ่งอยู่ข้างถนนจากบนรถ เรายืนชมแม่น้ำสายยิ่งใหญ่จากจุดชมวิว  เดินไปตามทางเดินไม้ที่ทอดไปท่ามกลางแอ่งกีย์เซอร์ เรายังคงปลอดภัยและตัวแห้งสนิท แต่ถ้าเดินออกจากถนนไปแค่ 200 เมตรลงไปในร่องธารที่ปกคลุมด้วยป่าหรือทุ่งเซจบรัช คุณควรพกสเปรย์ไล่หมีอย่างที่แลนซ์ ครอสบีไม่ได้ตระเตรียมไว้ติดตัวไปด้วย นี่คือความขัดแย้งในตัวของเยลโลว์สโตนและอุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่ที่เราจัดตั้งขึ้นเพิ่มเติมหลังจากนั้น กล่าวคือ พงไพรถูกตีกรอบ ธรรมชาติตกอยู่ภายใต้การจัดการ ขณะที่สัตว์ป่าก็ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของมนุษย์ เป็นความขัดแย้งในตัวของธรรมชาติที่ถูกปรุงแต่งด้วยน้ำมือมนุษย์

สิ่งที่ทำให้เรื่องซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกคือคำว่า “เยลโลว์สโตน” ซึ่งไม่เพียงหมายถึงอุทยานแห่งหนึ่ง แต่ยังเป็นที่มาของชื่อเรียกระบบนิเวศอันยิ่งใหญ่ นั่นคือแดนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดและรุ่มรวยที่สุด ประกอบด้วยภูมิประเทศและสัตว์ป่าซึ่งส่วนใหญ่ยังคงความพิสุทธิ์ ในรัฐตอนล่าง 48 รัฐของสหรัฐฯ ระบบนิเวศเกรตเทอร์เยลโลว์สโตนเป็นภูมิประเทศกว้างใหญ่ซึ่งครอบคลุมอุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน บางส่วนของป่าแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนที่ดินของรัฐและเอกชนอื่นๆ รวมเนื้อที่ประมาณ 56 ล้านไร่

เยลโลว์สโตน
ลารี แอนเดอร์สัน ขี่ม้าไปตามทิวเขาเหนือไร่แอนเดอร์สันทางตอนเหนือของเยลโลว์สโตน เพื่อป้องกันสัตว์นักล่าโดยต้อนให้ปศุสัตว์อยู่รวมกันเป็นฝูงและแสดงให้เห็นว่ามีมนุษย์อยู่ในที่ดิน

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนตั้งอยู่บนสิ่งที่นักธรณีวิทยาเรียกว่า ที่ราบสูงเยลโลว์สโตน โดยมีระดับสูงเฉลี่ย 2,400 เมตร ที่ราบสูงแห่งนี้ปกคลุมด้วยป่าสนลอดจ์โพลและทุ่งหญ้าสูงที่ประกอบด้วยพืชตระกูลหญ้าและเซจ ทั้งยังมีเครือข่ายถนนที่ทอดตัวเป็นลูกคลื่นไปบนพื้นดิน ดูเยือกเย็นและสงบนิ่ง แต่อย่าได้หลงเชื่อเชียวละ

ความสูงของที่ราบสูงเยลโลว์สโตนมีเหตุผลทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่งรองรับ  ลึกลงไปใต้พื้นดินเป็นจุดร้อนภูเขาไฟขนาดใหญ่  ลักษณะเป็นโพรงขนาดยักษ์ในเนื้อโลกและเปลือกโลกซึ่งมีหินหนืดไหลขึ้นมา แล้วถ่ายเทความร้อนไปหลอมเหลวหินต่อไป  ก่อให้เกิดเขตความร้อนขนาดมหึมา  บนที่ราบสูงเยลโลว์สโตน  นักธรณีวิทยาพบหลักฐานว่ามีแคลดีราหรือแอ่งภูเขาไฟขนาดใหญ่สามแห่ง  ซึ่งเป็นร่องรอยจากการระเบิดขนาดมโหฬารสามครั้งในช่วง 2.1 ล้านปีก่อน  การระเบิดเหล่านั้นและ แรงภูเขาไฟที่ให้พลังงานแก่การระเบิด ทำให้จุดร้อนของเยลโลว์สโตนได้รับการระบุว่าเป็น “มหาภูเขาไฟ” (supervolcano)  ตามปกติแล้ว  ภูเขาไฟธรรมดาจะก่อตัวขึ้นตามขอบแผ่นเปลือกโลก  แต่มหาภูเขาไฟจะปะทุผ่านแผ่นเปลือกโลกขึ้นมาโดยตรง และเยลโลว์สโตนซึ่งส่งความร้อนให้การระเบิดที่ผิดปกติน่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในจำนวนมหาภูเขาไฟใต้ทวีปใดๆบนโลก

เรื่อง เดวิด ควาเมน
ภาพถ่าย ไมเคิล นิโคลส์, เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์,
ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์, เอริกา ลาร์เซน, โจ รีส

 

อ่านเพิ่มเติม

อุทยานแห่งชาติเมื่อครั้งวันวาน

เรื่องแนะนำ

สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สารอาหารเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยในการประมวลผลของ สมอง ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ว่าแต่สารอาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกัน

เปลี่ยนโลกด้วยมือเรา

  เรื่อง  โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เยอรมนีกำลังริเริ่มการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่เรียกว่า เอแนร์จีเวนเดอ (energiewende) หรือการปฏิวัติพลังงานที่บรรดานักวิทยาศาสตร์เห็นว่า สักวันหนึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และในบรรดาชาติอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วยกัน เยอรมนีถือเป็นผู้นำในเรื่องนี้  เมื่อปีที่แล้ว การผลิตไฟฟ้าราวร้อยละ 27 ของเยอรมนีได้มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้นจากทศวรรษก่อนถึงสามเท่า การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกเร่งให้เร็วขึ้นหลังภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีอันเกลา แมร์เคิล ประกาศจะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้ง 17 แห่งภายในปี 2022 จนถึงขณะนี้ เยอรมนีปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปแล้วเก้าแห่ง และผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้สูงกว่าปริมาณที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งเก้าแห่งนั้นเคยผลิตได้เสียอีก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เยอรมนีมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อโลกคือคำถามที่ว่า เยอรมนีจะเป็นผู้นำการลด ละ เลิก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า พอถึงปลายศตวรรษนี้ การปล่อยคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อนขึ้นต้องลดลง จนแทบเหลือศูนย์ เยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนครั้งใหญ่ กล่าวคือลดลงจากปี 1990 ให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2020 และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 80 ภายในปี 2050 ตอนนี้คำสัญญาเหล่านั้นจะเป็นจริงหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ การปฏิวัติพลังงานของเยอรมนีเกิดจากรากหญ้า ได้แก่พลเมืองทั่วไปและกลุ่มองค์กรพลังงานภาคประชาชนที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่ง แต่บริษัทผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งคงไม่เห็นดีเห็นงามกับการปฏิวัติพลังงานนี้กดดันให้รัฐบาลของแมร์เคิลชะลอการดำเนินการต่างๆ เยอรมนียังคงผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในปริมาณสูงกว่าพลังงานหมุนเวียนมากนัก […]

เทคโนโลยีทางการแพทย์ : พรีซิชันเมดิซีน เพราะทุกร่างต่างพิเศษ

เพราะร่างกายของเราแต่ละคนแตกต่างกัน การแพทย์แบบแม่นยำเจาะจง หรือ พรีซิชันเมดิซีน (precision medicine) จะเฝ้าระวังสุขภาพของเราตลอดเวลา คาดการณ์ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โรคหัวใจและความเจ็บป่วยอื่นๆ  เพื่อออกแบบการรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ภาพนี้ต้องขยาย : จับตามอง การปฏิวัติ

ภาพโดย พอล ทอมป์สัน, MUTUAL FILM COMPANY/NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE ป้ายหน้าร้านวัดสายตาที่มองเห็นผ่านแว่นขยายภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 1914 เป็นภาพชีวิตบนท้องถนนในเมืองซากาเตกัส ประเทศเม็กซิโก  กองกำลังของปันโช บียา ผู้นำกบฏ เพิ่งเข้ายึดเมืองซึ่งเป็นชุมทางรถไฟสำคัญจากกองทัพของประธานาธิบดีบิกโตเรียโน อวยร์ตา  ยุทธการที่ซากาเตกัสเป็นการสู้รบนองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งของการปฏิวัติเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตราว 7,000 คน และบาดเจ็บอีกหลายพันคน กองบรรณาธิการน่าจะจัดหาภาพถ่ายภาพนี้สำหรับใช้ประกอบสารคดีเกี่ยวกับประเทศเม็กซิโกซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร  เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปี 1916  แต่ไม่ได้นำมาตีพิมพ์   ผู้ชายในภาพที่กำลังแบกโลงศพ (ตรงกลาง) อาจเป็นเบาะแสเพียงอย่างเดียวที่บอกเป็นนัยถึงข้อความซึ่งเขียนกำกับไว้ด้านหลังภาพ  นั่นคือภาพนี้เป็น   หนึ่งใน “ภาพถ่ายล่าสุดจากสงคราม” — มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์