ล่องสาละวิน - National Geographic Thailand

ล่องสาละวิน

ล่องสาละวิน

ายน้ำปายเป็นสีน้ำตาล เชี่ยวแรง และดูเถื่อน  เรือของเราแล่นผ่านศพชายคนหนึ่งแถวพงหญ้าห่างจากด่านตรวจของทหารกะเหรี่ยงดาวแดงไม่เกินชะโงกมองเห็น ศพขึ้นอืดคว่ำหน้า  ลอยพะเยิบพะยาบตามระลอกคลื่น เขาน่าจะตายมาสักสองสามวันแล้ว ทหารที่นั่นบอกว่า ไม่กี่วันก่อนมีพลเรือนสามคนแล่นเรือเล็กทวนน้ำขึ้นไปหาปลา ความไม่ชำนาญแก่งทำให้เรือแล่นปะทะหินใหญ่ที่ผาห่มน้ำ เรือล่ม พวกเขาพลัดตกน้ำเชี่ยวกราก หนึ่งในนั้นจมหายไป

“คงเมา” ใครคนหนึ่งแสดงความเห็น “คนขับเรือคงไม่เก่ง” นายท้ายเรือเสริม “หัวคงกระแทกท้องเรือ” อีกคนเดา “ครอบครัวเขาคงเสียใจ”  เรือของเราเบนหัวออกจากด่านทหาร ทิ้งไว้เพียงคำคาดเดาอย่างไม่แยแสคำตอบ

บนสายน้ำตะวันตก เราติดเครื่องเรือจากบ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เบนหัวไปยังพม่า  ล่องร่วมมากับคนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน พรานและคนที่เรียกตนเองว่านักธุรกิจ  มุ่งสู่แม่น้ำสาละวินตามคำเชื้อเชิญของนายพลท่านหนึ่งในรัฐกะยา  เพื่อไปชมต้นสายแร่ซึ่งบังเอิญขุดพบที่นั่น “ครั้งแรกมีคนบอกว่าน่าจะเป็นพลอย” สุริยน สังข์สุข ช่างภาพผู้ชักชวนบอกผมก่อนหน้า “นักธุรกิจที่แม่ฮ่องสอนคนหนึ่งเข้าไปขุดเงียบๆ พักหนึ่งแล้ว เขาเดินป่าหลายวันไปกับกองกำลังทหาร ตั้งแคมป์และกินอยู่ตามสภาพ กองกำลังรักษาความปลอดภัยให้เขา ทำกับข้าว เป็นคนงานเหมืองไปในตัว และจ่ายค่าจ้างกันตรงนั้น”

สาละวิน
พรานท้องถิ่นถือซากหัวเลียงผาริมตลิ่งแม่น้ำสาละวินในเขตรัฐกะยา เลียงผาตัวนี้ถูกล่ามาเมื่อคืนก่อนและถูกแล่เนื้อทันทีเพื่อเป็นอาหารรับรองแขกที่มาเจรจาธุรกิจ ความที่ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่าชุกชุม การล่าสัตว์ป่าเพื่อบริโภคจึงถือเป็นเรื่องปกติสำหรับชาวบ้านท้องถิ่น

ตลอดหลายปีมานี้ ทรัพยากรในพม่าส่งกลิ่นหอมยั่วยวนนักธุรกิจต่างชาติให้แห่เข้าไปอย่างคับคั่ง พวกเขาหวังว่าหลังเสียงปืนสงบที่นั่นจะมีขุมทองให้ตักตวงแบบเดียวกับบ้านเราในยุคเก่าก่อน   และแน่นอนว่าอะไรก็ตามที่มีค่า พวกเขาจับและขาย   ส่วนอะไรที่ไม่มีค่า  พวกเขาก็ทำให้มันมีค่า ก่อนจับและขาย “ไม่มีอะไรขายไม่ได้หรอกครับ ผมจับอะไรก็เป็นเงินได้หมด” นักธุรกิจผู้ร่วมเดินทางบอกเรา “แม้แต่สิ่งที่มองไม่เห็น” เขายิ้มพราย  “นั่งเรือแม่น้ำสาละวินสี่ห้าชั่วโมงไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ หาอะไรปิดหน้าด้วย แดดที่นั่นไม่เหมือนที่ไหน และระวัง อย่านั่งหลังคนเคี้ยวหมาก ถ้าน้ำหมากกระเด็นเข้าตา แสบมาก” เขาเตือนก่อนเราออกเดินทาง

เราอาศัยเส้นสายและเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สุริยนมีในจังหวัด เพื่อขอร่วมทางไปกับผู้คนหลายกลุ่มซึ่งมีทั้งนักธุรกิจใต้ดิน พระสงฆ์องค์เจ้า  ญาติมิตรของคนฝั่งนั้น  หรือครูบาอาจารย์ที่ทหารยศสูงๆ ในกองกำลังชาติพันธุ์นับถือ หลายครั้งเราถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย  คนประสานงานไม่ติดต่ออย่างไร้ร่องรอย  หรือไม่ก็เงียบหายไปดื้อๆ บางสถานที่ไม่สามารถกลับไปเยือนได้อีกแล้ว  และบางสถานที่ก็เดินทางไปบ่อยจนฝ่ายความมั่นคงจับตาดูเรา

เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์บนรอยร้าวระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลพม่า ผมพบว่ามีหลายประเด็นที่เรารับรู้เพียงด้านเดียว เราแว่วเสียงปืนจากกรุงเทพฯ จินตนาการถึงสงคราม แต่หลังเสียงปืนมีความจริงอีกมุมว่า ดินแดนแถบนี้กำลังกระตือรือร้นต่อโลกใหม่ การค้า ความสัมพันธ์ระดับนานาชาติ รวมทั้งความหวังทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ

สาละวิน
เหล่าศรัทธาชนกำลังชุลมุนขณะเก็บเงินจากการโปรยทาน หลังเสร็จสิ้นพิธียกฉัตรใหม่ที่พระเจดีย์แห่งหนึ่งในเมือง ผาซอง รัฐกะยา แม้ผู้คนแถบชายแดนนี้จะประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่มักยึดโยงกันด้วยศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดในพม่า

ชีวิตกลางลำเนาไพรที่นั่นอวดโฉมความบริบูรณ์ทางทรัพยากรที่ไม่มีอีกแล้วในประเทศไทย  ผมได้เห็นป่าดิบชื้นสลับเบญจพรรณริมฝั่งสาละวิน (ชาวท้องถิ่นเรียกแม่น้ำคง) ซึ่งเป็นตู้เย็นอย่างดีสำหรับชาวบ้านที่นั่น และปืนเป็นเครื่องมือบำบัดความหิวพอๆ กับเบ็ดหรือเครื่องช็อตปลา  ครั้งหนึ่งเรานอนค้างแรมบนหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ผมได้ยินเสียง “เห่า” จากเก้งหวงถิ่นตลอดทั้งคืน รุ่งขึ้นพรานของเราดักปลาเค้าตัวใหญ่ขนาดเท่าเด็กประถมได้จากแม่น้ำสาละวิน การค้างแรมพกไปเพียงมีด ปืน เกลือ และข้าวสาร เพราะที่นั่นเราไม่เคยอดเนื้อสัตว์ แต่ละมื้อมีหมุนเวียนให้กินทั้ง ฟาน (เก้ง) เยือง (เลียงผา) หมูป่า หรือแม้แต่ชะมดเช็ดแผงหางปล้อง และค่าง   ชาวบ้านล่าสัตว์ป่าพวกนี้เพื่ออาหารและใช้ชีวิตกับป่าเหมือนที่ปลาอาศัยลำน้ำ ทว่าไม่มีใครสักคนที่หวังจะร่ำรวยจากมัน

การทวนน้ำสาละวินดูเป็นภาระหนักของเรือเล็ก แต่เรือจากแม่น้ำปายของเรากลับไม่กริ่งเกรงสายน้ำไพศาล มันเล็กไม่สมกับสายน้ำ แต่ปราดเปรียวเหมือนแมงปอล้อลมและตัดแก่งทวนน้ำไปอย่างแคล่วคล่อง ผู้โดยสารต่อลำสี่ถึงห้าคนนั่งสบายเหมือนชั้นธุรกิจ  คนเรือจากหมู่บ้านท่าสบปาย (ปากน้ำจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำปายกับแม่น้ำสาละวิน)จำร่องน้ำได้เหมือนเคยอาศัยอยู่ใต้นั้น  “ไม่ต้องห่วงครับ เรือนี่แข็งแรงมาก” เขาตบท้องเรือดังป้าบ

ป่าเบญจพรรณรกครึ้มเผยโฉมสองฟากตลิ่งไม้บางกอจมน้ำเหลือเพียงยอด มันชูไม้ชูมือราวกับโบกทักทายผู้มาเยือน แต่ยอดไม้อีกหลายยอดมีสวะ รวมทั้งขยะหรือเศษผ้าติดอยู่เหมือนชูธง แสดงถึงระดับน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือแม้แต่รายวัน

ความภาคภูมิของสาละวินมาจากคำพูดยกย่องว่า  เป็นแม่น้ำนานาชาติหนึ่งเดียวที่ยังปลอดเขื่อน จากหิมะบนที่ราบสูงทิเบตละลายลงมาเป็นสายน้ำไหลผ่านประเทศจีนและพม่ายาวรวม 2,815 กิโลเมตรจรดทะเลอันดามัน มีภูเขาสูง เกาะแก่งและลาดเทน้ำเชี่ยวกราก  เย้ายวนนักผลิตพลังงานว่าทำเลนี้เหมาะแก่การสร้างเขื่อน ทุนใหญ่คือจีนซึ่งจับจ้องโครงการยักษ์นี้ด้วยความหิว  รัฐบาลที่นั่นใช้อำนาจเบ็ดเสร็จกระทำต่อสายน้ำนู่เจียงหรือนามของสาละวินช่วงที่ไหลผ่านประเทศจีน  แบบเดียวกับที่ทำกับแม่น้ำโขง  คือวางเขื่อนผลิตไฟฟ้าถี่ยิบ

สาละวิน
แรงงานชาวพม่าเร่งสร้างถนนใหม่ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม นั่นคือใช้แรงงานคนและการบดอัด หลังลงนามหยุดยิงกับ กองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่ม รัฐบาลพม่าจึงเร่งก่อสร้างถนนและสะพานจำนวนมากเพื่อเชื่อมต่อกับพรมแดนไทยและขยายเศรษฐกิจ

รัฐบาลพม่าเออออกับเขื่อนเช่นกัน ราวต้นปี พ.ศ. 2553 รัฐมนตรีด้านพลังงานของพม่าอนุมัติสร้างเขื่อนโดยไม่แยแสคนพื้นที่ และเดินหน้าโครงการนี้ลับๆ รัฐบาลไทยกังวลว่าจะตกขบวนจึงโผเข้าร่วมวงแบ่งเค้กด้วย  มีความเป็นไปได้สูงว่าเขื่อนอย่างน้อยสองแห่งใกล้อำเภอสบเมยและอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  น่าจะเกิดจากการลงทุนร่วมของบริษัทไม่ก็รัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าของไทย และพยายามดำเนินไปเงียบๆ

การก่อสร้างเขื่อนเดินหน้าโดยใช้คณะสำรวจเข้าไปในบางพื้นที่อย่างลับๆ  ทว่าหนามยอกอกคือสองฟากฝั่งเป็นถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 14 กลุ่มที่ยังมีปืน และแม่น้ำสายนี้คือชีวิตของพวกเขา รายงานเมื่อไม่นานมานี้เผยว่าชนกลุ่มน้อยไม่ทราบฝั่ง กราดยิงคณะสำรวจนิรนามเสียชีวิตไปถึง 4 ศพ กรณีแบบนี้อาจเป็นไปได้อีกหลายแห่ง เช่นเดียวกับการที่รัฐบาลพม่าส่งทหารมาเอาคืนชนกลุ่มน้อยเหล่านี้  โดยหวังกวาดล้างออกจากพื้นที่สร้างเขื่อน ผลกระทบหลังสร้างเขื่อนคาดว่า  น้ำจะท่วมสูงกินวงกว้าง  นั่นเป็นยุทธการใช้สายน้ำกวาดล้างชนกลุ่มน้อยออกจากฐานที่มั่นรวมถึงชัยภูมิบางแห่ง

นักต่อต้านเขื่อนอ้างว่า  เขื่อนคือปีศาจของความรุ่มรวยทางชีวภาพบนสายน้ำ พันธุ์ปลากว่า 70 ชนิดในสาละวินจะพบกับฝันร้าย เพราะไม่สามารถว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่เมื่อทางน้ำอิสระถูกปิดตาย  วิศวกรรมพยายามคิดแทนธรรมชาติโดยออกแบบรู บันได หรือทางด่วน หรืออะไรก็ตามที่หวังว่าปลาจะใช้มันเหมือนมนุษย์โผลอดประตูเข้าห้องครัวแต่ปัญหาคือนั่นไม่ใช่วิถีทางที่ธรรมชาติคุ้นเคย แน่นอนว่าไม่มีใครสอนปลาว่ายน้ำได้ พวกมันเป็นตัวแทนความอิสระแบบเดียวกับนกบินบนฟ้า

เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ

ภาพถ่ายโดย สุริยน สังข์สุข

 

อ่านเพิ่มเติม

เขื่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรื่องแนะนำ

สายน้ำสายเลือด

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์ ภาพถ่าย ปาสกาล แมตร์ เรือลำใหญ่ล่องไปภายใต้ผืนฟ้าระยิบระยับด้วยแสงดาว แหวกฝ่าท้องน้ำซึ่งบางช่วงแผ่ไพศาลราวมหาสมุทร บางช่วงเล็กแคบแทบไม่ต่างจากลำธารตื้นๆ  เรือลำนี้แบกภาระหนักหน่วงอย่างน่าหวาดเสียว มันทำหน้าที่ขับดันเรือท้องแบนสามลำข้างหน้าด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ราว 750 ตัน แต่ระวางสินค้าที่บรรทุกมา ตั้งแต่เหล็กเส้น กระสอบปูนซีเมนต์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ กลับมีน้ำหนักรวมกันมากกว่า 900 ตัน หลังคาที่ใช้ผ้าใบและผืนผ้าขึงต่อๆกันพะเยิบพะยาบอยู่เหนือเรือท้องแบนทั้งสามลำ ข้างใต้มีผู้โดยสารเบียดเสียดกันอยู่ร่วม 600 ชีวิต ผู้โดยสารจำนวนมากเป็นผู้พำนักอาศัยอยู่ในเมืองซึ่งหวังจะได้ทำงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดและถั่วลิสง ผู้หญิงสองสามคนนำเตาถ่านขนาดเล็กมาเสนอขายบริการทำอาหาร ขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆเสนอขายเรือนร่าง ทุกคนล้วนต้องทำสิ่งที่จำเป็น บนเรือมีเสียงร้องเพลง เสียงทะเลาะเบาะแว้ง และเสียงสวดมนต์ เป้าหมายของเราอยู่ที่พยายามทำความเข้าใจตัวแปรหรือปัจจัยคงที่ข้อหนึ่งในประวัติศาสตร์อันระส่ำระสายของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายนี้ยังพอจะหยิบยื่นหนทางใหม่ๆให้ชาติที่รุมเร้าด้วยปัญหาความยากจนและการฉ้อราษฎร์บังหลวงมาช้านานแห่งนี้ได้หรือไม่ หรือแม่น้ำคองโกจะเป็นอีกจักรวาลหรือโลกที่อยู่อย่างเอกเทศ แม่น้ำคองโกร้อยรัดเก้าประเทศในทวีปแอฟริกาเข้าด้วยกันตลอดเส้นทางการไหลราว 4,700 กิโลเมตรสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่ตัวตนของแม่น้ำสายนี้กลับผูกร้อยอยู่กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (หรืออดีตประเทศซาอีร์) ชนิดไม่อาจแยกขาดจากกัน “แม่น้ำคองโกคือกระดูกสันหลังของประเทศเราครับ ถ้าไม่มีกระดูกสันหลัง คนเราก็ยืนไม่ได้” อีซีดอร์ อึนเดย์เวล อี อึนเซียม อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกินชาซา กล่าว ความที่ไม่มีหน่วยงานบริหารจัดการอย่างจริงจังทำให้แม่น้ำคองโกเป็นเหมือนผู้สร้างความเสมอภาคชั้นยอดของชาติ แต่ก็ส่งผลให้คุณค่าของแม่น้ำในฐานะแหล่งทรัพยากรลดลงมากไปด้วย หากคำนึงถึงศักยภาพมหาศาลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและการเกษตรบนพื้นที่ลุ่มน้ำกว้างใหญ่ถึง 3,900,000 ตารางกิโลเมตร ทั้งทวีปแอฟริกาจะเป็นหนี้บุญคุณแม่น้ำคองโก […]

ข้ามแดนมัจจุราช

เรื่อง โรบิน มาแรนตซ์ เฮนิก ภาพถ่าย ลินน์ จอห์นสัน นักวิทยาศาสตร์ศึกษาการมีชีวิตอยู่ของเราว่าไม่ได้เป็นเหมือนสวิตช์เปิดปิดที่ “เปิด” หมายถึงมีชีวิต และ “ปิด” หมายถึงตาย แต่เป็นสวิตช์หรี่ไฟที่สามารถปรับระดับความเข้มระหว่างสีขาวกับสีดำได้หลายระดับ ในเขตสีเทานั้น ความตายอาจไม่ใช่ภาวะที่ถาวรเสมอไป ชีวิตอาจยากจะนิยาม หนำซ้ำบางคนยังข้ามเส้นแบ่งอันยิ่งใหญ่นี้ไปและกลับมาได้ และบางครั้งก็สามารถบรรยายสิ่งที่พวกเขาเห็น ณ อีกด้านหนึ่งของเส้นแบ่งนั้นได้อย่างละเอียด การตายเป็น “กระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เกิดขึ้นทันทีทันใด” แซม พาร์เนีย แพทย์สาขาเวชบำบัดวิกฤติ  เขียนไว้ในหนังสือ กำจัดความตาย (Erasing Death) ของเขา การตายคือการที่ร่างกายทุกส่วนขาดเลือดไปเลี้ยง แม้หัวใจจะหยุดเต้น แต่อวัยวะต่างๆไม่ได้ตายในทันที เขาเขียนไว้ว่า ความจริงแล้ว อวัยวะเหล่านั้นยังคงมีชีวิตอยู่ได้อีกพักใหญ่นั่นหมายความว่า “ช่วงเวลาพักใหญ่หลังความตาย  และความตายยังสามารถย้อนกลับได้อย่างสมบูรณ์” ว่าแต่ความตายซึ่งเป็นภาวะถาวรจะย้อนกลับได้อย่างไรเล่า  และการรับรู้ระหว่างก้าวผ่านเขตสีเทามีลักษณะอย่างไร มาร์ก รอท นักชีววิทยาในเมืองซีแอตเทิล ทำการทดลองให้ร่างกายของสัตว์อยู่ในสภาวะหยุดทำงาน โดยใช้สารเคมี ซึ่งเป็นส่วนผสมของสารละลายที่ลดการเต้นของหัวใจและเมแทบอลิซึมลงจนใกล้เคียงกับระดับของการจำศีล จุดประสงค์ของเขาคือ ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้ม “มีความเป็นอมตะเล็กน้อย” จนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤติที่ทำให้พวกเขาเฉียดตาย ในเมืองบอลทิมอร์และพิตต์สเบิร์ก ทีมรักษาผู้บาดเจ็บซึ่งนำโดยศัลยแพทย์ แซม […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนพฤษภาคม

อินโดนีเซีย ในอ่าวเจนเดราวาซีห์ ฉลามวาฬตัวหนึ่งอ้าปากกว้างก่อนจะฮุบอาหารที่ได้มาง่ายๆ ชาวประมงในท้องถิ่นเชื่อว่าปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้เป็นสัตว์นำโชค  พวกเขาจึงวางตาข่ายที่ใส่ปลาเป็ดไว้เพื่อให้ฉลามเหล่านี้อยู่ในอ่าวตลอดทั้งปี ภาพโดย อาเดรียนา บัสเกส จีน ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งรับประทานอาหารร่วมกับฝูงปลาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลขั้วโลกเทียนจินไห่ชาง อุโมงค์ยาว 46 เมตรซึ่งทำจากอะคริลิกหนา 12 เซนติเมตร  ทำให้เห็นภาพพานอรามาของปลาต่างๆ มากกว่า 50 ชนิด ภาพโดย CHINA STRINGER NETWORK/REUTERS    

สลาลมเที่ยงคืน

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ออสการ์ เอนันเดอร จะทำอย่างไรให้ภูเขาเปล่งแสงเรืองรอง  หิมะทอประกายกลางแสงไฟหลากสีสัน แล้วเล่นสกียามค่ำคืนสู่ยอดสูงละลานตาในอีกระดับ อย่างแรกที่คุณต้องทำคือ  เสาะหาที่ลาดชันซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติบนผาสูงในผืนป่าอันห่างไกลของรัฐบริติชโคลัมเบียและอะแลสกา จากนั้นก็หาวิธีขนเครื่องไม้เครื่องมือหนัก 5,000 กิโลกรัม ได้แก่ หลอดไฟขนาด 4,000 วัตต์ใหญ่เท่าเครื่องซักผ้า พร้อมเครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายไฟฟ้า นั่งร้าน สายไฟและเคเบิล  ขึ้นไปบนยอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตร จากนั้นใช้เวลาอีกหลายเดือนไปกับการคำนวณกำลังไฟฟ้าและความกว้างของลำแสงไฟ   รวมถึงน้ำหนักสิ่งของ ปริมาณเชื้อเพลิงที่ต้องใช้  ระยะทาง และลักษณะภูมิประเทศ  อีกทั้งจ้างช่างคุมไฟและช่างเทคนิคฝีมือดี  แล้วเกณฑ์นักกีฬาระดับหัวแถวมาสักกลุ่ม  จับสวมชุดติดหลอดไฟและใส่แบตเตอรี่ไว้ในกระเป๋า คาดแผงหลอดไฟแอลอีดีไว้บนหลัง  เปิดกล้อง แล้วหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นิก แวกกอนเนอร์และหุ้นส่วนจากสวีตกราสส์โปรดักชันส์ทำในฤดูใบไม้ผลิปี 2014 เมื่องานถ่ายโฆษณาทำให้พวกเขามีเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อสร้างฝันที่รอมานานให้เป็นจริง  นั่นคือถ่ายทำการเล่นสกียามค่ำคืนบนภูเขาลูกมหึมา   พวกเขาพร้อมแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงโดยได้ช่างภาพสกีชาวสวีเดน ออสการ์ เอนานเดอร์ เป็นมือถ่ายภาพนิ่งระหว่างการถ่ายทำ “ผมไม่ได้พูดเกินไปหรอกถ้าจะบอกว่างานนี้กดดันสุดๆ” แวกกอนเนอร์บอก  “หลายสิ่งหลายอย่างอาจเกิดผิดพลาดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ” แล้วเรื่องผิดพลาดบางเรื่องก็เกิดขึ้นจริง ๆ  หลังถ่ายทำในอะแลสกาไปได้ 11 วัน  ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว แต่สายพ่วงที่สำคัญช่วงหนึ่งกลับหายไป แวกกอนเนอร์ต้องเกลี้ยกล่อมนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้บินไกลถึง […]