คืน แพนด้า สู่ธรรมชาติ - National Geographic Thailand

คืนแพนด้าสู่ธรรมชาติ

คืน แพนด้า สู่ธรรมชาติ

ฉันนั่งยองๆ หลบอยู่ในพงหญ้าเพื่อจะได้เห็นเจ้าตัวที่กำลังเดินโงนเงนมาทางฉันให้ใกล้ยิ่งขึ้น แพนด้า เพศเมียตัวนี้อายุราวสี่เดือน ขนาดเท่าลูกฟุตบอล เนื้อตัวคงนุ่มนิ่มและหอมแบบลูกหมีน้อย จนฉันนึกอยากคว้าตัวมันขึ้นมากอดแน่นๆเสียเหลือเกิน

ความน่ารักน่าเอ็นดูนี้เองเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ แพนด้า โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งในฐานะสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เครื่องจักรทำเงิน และความภาคภูมิใจของชาติจีน ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ยังมีหมีเอเชียชนิดนี้หลงเหลืออยู่ ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตามองความพยายามอย่างยิ่งยวดของจีนที่จะทำให้แพนด้าไม่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

แพนด้ายักษ์เป็นยอดนักปรับตัว “มนุษย์เราคุ้นเคยกับการปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับความต้องการครับ” จางเหอหมิน ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน กล่าว เขาเป็นผู้ดูแลศูนย์แพนด้าสามแห่ง ได้แก่ ศูนย์ปี้เฟิงเสีย ศูนย์ตูเจียงเยี่ยน และศูนย์อั้วหลง “แต่แพนด้าจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อม”

แพนด้า
เย่เย่ แพนด้ายักษ์วัย 16 ปี นอนเอกเขนกอยู่ในบริเวณป่าที่มีรั้วล้อมของศูนย์อนุรักษ์แห่งหนึ่งในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ อั้วหลง ชื่อของมันประกอบด้วยตัวอักษรที่หมายถึงประเทศญี่ปุ่นและจีน เป็นการฉลองมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เวลาและความจำเป็นคือปัจจัยที่ค่อยๆปรับให้แพนด้าอยู่รอดในถิ่นอาศัยที่มีลักษณะเฉพาะอย่างมาก กระนั้น แพนด้าซึ่งหากว่ากันตามดีเอ็นเอแล้วคือหมีที่แท้จริง ยังคงมีโครงสร้างเหมือนเครือญาติสัตว์กินเนื้อของมัน นั่นคือมีเขี้ยวสำหรับฉีก  และมีเอนไซม์สำหรับย่อยเนื้อ แต่เนื่องจากหลักฐานในบันทึกฟอสซิลยังมีช่องโหว่ ช่วงเวลาที่มันแยกสายวิวัฒนาการออกจากหมีชนิดพันธุ์อื่นจึงยังไม่ชัดเจน กระดูกที่ได้จากถ้ำในประเทศจีนชี้ว่า แพนด้ายักษ์ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันมีอายุอย่างน้อยสองล้านปี

ช่วงเวลาที่แน่ชัดและสาเหตุที่ทำให้แพนด้ากลายเป็นสัตว์กินพืชยังเป็นที่ถกเถียง แต่ระยะเวลาอันยาวนานของการปรับตัวทำให้แพนด้าในปัจจุบันมีเครื่องมือพิเศษบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งรวมถึงฟันกรามที่แบนสำหรับบดเคี้ยว และส่วนที่ยื่นออกมาจากกระดูกข้อเท้าหน้าคล้ายนิ้วหัวแม่มือ ช่วยในการจับต้นไผ่ แต่ที่น่าสนใจก็คือ มันกลับขาดจุลินทรีย์พิเศษใดๆในลำไส้สำหรับย่อยไผ่ซึ่งเป็นอาหารร้อยละ 99 ของมัน แพนด้าจึงต้องกินพืชวันละ 9 ถึง 18 กิโลกรัมเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ

นักวิจัยพยายามนับจำนวนแพนด้าในธรรมชาติมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ตอนนั้นคิดว่าน่าจะมีอยู่ราว 2,500 ตัว ตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างฮวบฮาบในทศวรรษ 1980 ส่วนหนึ่งมาจากการออกดอกและยืนต้นตายพร้อมๆกันของไผ่ตามวัฏจักรธรรมชาติ

แพนด้า
ลูกหมีวัยสามเดือนนอนหลับอุตุอยู่ในแผนกอนุบาลแพนด้าแรกเกิดที่ปี้เฟิงเสีย แม่หมีที่ตกลูกแฝดมักไม่สามารถดูแลลูก ทั้งสองตัวได้เท่ากัน ผู้ดูแลจึงลดภาระด้วยการสลับลูกหมีให้แม่หมีเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกทั้งสองตัวได้รับการดูแลจาก ทั้งคนและแม่หมีอย่างทั่วถึง

การสำรวจล่าสุดของรัฐบาลจีนเมื่อปี 2014 รายงานว่า มีแพนด้าในธรรมชาติ 1,864 ตัว แต่มาร์ก โบรดี ผู้ได้รับทุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเป็นผู้ก่อตั้งแพนด้าเมาน์เทน (Panda Mountain) องค์กรอนุรักษ์ที่ไม่แสวงกำไร กล่าวเตือนว่า “เราเพิ่งเริ่มนับจำนวนแพนด้าได้ดีขึ้นเท่านั้นครับ” นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบจำนวนแพนด้าระหว่างทศวรรษต่างๆ เพราะขอบเขตและวิธีการสำรวจเปลี่ยนไป ทุกวันนี้ยังรวมการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากมูลของแพนด้าเข้ามาด้วย

ในระหว่างนี้ จีนทุ่มเทให้กับการขยายพันธุ์หมีซึ่งเปรียบได้กับสัญลักษณ์ของชาติในสถานเพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง แต่ประสบความล้มเหลวเสียมากในช่วงปีแรกๆ (จนถึงปลายทศวรรษ 1990) ทั้งในขั้นตอนการผสมพันธุ์และการเลี้ยงดูลูกหมีให้มีชีวิตรอด

ด้วยความช่วยเหลือจากต่างประเทศทำให้จีนเปลี่ยนแนวทาง ทุกวันนี้ “แพนด้าเป็นสัตว์ในสถานเพาะเลี้ยงที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากที่สุดชนิดหนึ่งครับ” โจนาทาน บอลลู นักพันธุศาสตร์จากสถาบันสมิทโซเนียน บอก เขาเป็นผู้กำหนดขั้นตอนการทำงานซึ่งปัจจุบันจีนนำมาใช้ในการตัดสินใจเรื่องการขยายพันธุ์แพนด้า

แพนด้าในธรรมชาติผสมพันธุ์โดยไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาศัยวัฏจักรตามธรรมชาติ การทำเครื่องหมายด้วยกลิ่น การส่งเสียงเรียกหาคู่ผสมพันธุ์ และความสัมพันธ์ทางสังคมอันซับซ้อนซึ่งส่วนใหญ่ไม่พบหรือไม่มีในสถานเพาะเลี้ยง

แพนด้า
หลี่เฟิ่ง ผู้ดูแล อุ้มลูกหมีแสนรักของเธออยู่ข้างหน้าต่างของแผนกอนุบาลแพนด้าที่ปี้เฟิงเสีย ในแต่ละปีศูนย์แห่งนี้มี ผู้มาเยี่ยมชมกว่า 400,000 คนที่แห่มาดูและถ่ายภาพลูกสัตว์ซึ่งเป็นที่รักที่สุดของจีน

กระนั้น  จีนก็ยังประสบความสำเร็จอย่างมาก  เช่นเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมามีลูกหมีเกิดใหม่ในจีนมากถึง 38 ตัว ในอาคารอนุบาลแพนด้าที่ศูนย์ปี้เฟิงเสียมีห้องตู้อบสะอาดเรี่ยมที่ซึ่งลูกหมีจะได้รับการดูแลจากมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมงเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ในช่วงที่ไม่ได้อยู่กับแม่หรือแม่เลี้ยง การแยกแม่หมีกับลูกหมีเป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันอยู่ แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกหมีแรกเกิดรอดตายมากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถนำลูกหมีที่อ่อนแอหรือถูกแม่ปฏิเสธให้ไปอยู่กับหมีแม่เลี้ยงที่เอาใจใส่ได้

แพนด้าส่วนใหญ่ที่ศูนย์ปี้เฟิงเสียจะใช้ชีวิตในสถานเพาะเลี้ยง อาจเป็นที่จีนเองหรือสวนสัตว์ในต่างประเทศ แต่ที่อื่นในมณฑลเสฉวน นักวิจัยมีความคิดให้ลูกหมีแพนด้าใช้ชีวิตในธรรมชาติมากกว่า

เหอเถาผิงซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่เก่าแก่กว่าภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอั้วหลง ซุกตัวอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาฉยงไหลชาน ย้อนหลังไปในช่วงปลายทศวรรษ 1970 จีนตั้งสถานีวิจัยภาคสนามขึ้นบนที่ลาดเนินเขาซึ่งมีสภาพเป็นป่าแห่งนี้ และทำงานร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลกหรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (World Wildlife Fund: WWF) มาตั้งแต่ปี 1980

ภายในผืนป่ากว้างใหญ่ที่มีรั้วล้อมของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอั้วหลง หม่าลี่และหลิวเสี่ยวเฉียง ผู้ดูแลแพนด้า กำลังจับ สัญญาณวิทยุจากแพนด้าที่สวมปลอกคอซึ่งได้รับการฝึกเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ทุกวันนี้ที่เหอเถาผิง ลูกหมีซึ่งได้รับการคัดเลือกจะถูกฝึกให้ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติ ผู้ดูแลจะสวมชุดแพนด้าทั้งตัว ป้ายกลิ่นฉี่ของแพนด้าเพื่อไม่ให้ลูกหมีคุ้นกับคน ลูกหมียังคงอยู่กับแม่ และในช่วงสองปีขณะที่ยังอยู่ในความดูแลของแม่นั้น มันจะถูกปล่อยให้คุ้นเคยกับธรรมชาติ หลังจากนั้นราวหนึ่งปี ทั้งแม่และลูกจะย้ายไปอยู่บนภูเขา แต่แม่หมียังคอยดูแลลูกต่อไปได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมที่จะปล่อยให้เป็นอิสระ

จนถึงขณะนี้ การส่งแพนด้า “กลับบ้าน” มีทั้งที่ได้ผลและไม่ได้ผล ในจำนวนแพนด้าห้าตัวที่ปล่อยไปตั้งแต่ปี 2006 ทุกตัวสวมปลอกคอสำหรับติดตามไว้ด้วย ตอนนี้เหลือสามตัวที่ยังอยู่ในป่า อีกสองตัวพบว่าตายแล้ว ตัวหนึ่งอาจตกเป็นเหยื่อความดุร้ายของแพนด้าป่าเพศผู้

การปล่อยแพนด้าคืนสู่ธรรมชาติไม่ต่างกับการขยายพันธุ์ “ต้องลองผิดลองถูก ต้องใช้เวลาและเงินครับ” วิลเลียม แมกเช นักนิเวศวิทยาจากสถาบันสมิทโซเนียน กล่าว “แต่จีนจะทำได้สำเร็จ”

แล้วเมื่อพวกมันท่องไปในโลกธรรมชาติอย่างเสรีและพร้อมจะผสมพันธุ์อย่างเจ้าเถาเถา (“ตัวแสบน้อย”) แพนด้า เพศผู้ซึ่งขณะนี้อยู่รอดปลอดภัยในป่ามาเกือบสี่ปีแล้ว “เราหวังว่าพวกมันจะรักชอบกัน แต่เราไปยุ่งไม่ได้ครับ” หยางฉางเจียง ผู้ดูแลแพนด้าที่เหอเถาผิง บอก “อนาคตก็ขึ้นอยู่กับพวกมันแล้วละครับ”

เรื่อง เจนนิเฟอร์ เอส. ฮอลแลนด์

ภาพถ่าย เอมี ไวทาเล

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟอสซิลญาติแพนด้าอายุ 22,000 ปี

เรื่องแนะนำ

ราชาพรางกาย

เรื่อง  แพทริเชีย เอดมอนส์ ภาพถ่าย คริสเตียน ซีกเลอร์ โลกคงมีสัตว์อีกเพียงไม่กี่ชนิดที่เทียบรัศมีกิ้งก่าคาเมเลียนได้ในแง่ของความสามารถทางสรีระอันน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ลิ้นที่ยาวกว่าลำตัวพุ่งออกไปตวัดจับแมลงได้ในชั่วเสี้ยววินาที  สายตาที่มองเห็นได้ชัดแจ๋วราวกับกล้องส่องทางไกลหมุนได้รอบทิศทาง  เท้าที่มีนิ้วเท้าแยกออกเป็นสองชุดทำหน้าที่ยึดจับได้แน่นหนาราวปากคีบ เขาที่ยื่นออกมาจากคิ้วและจมูก ไปจนถึงแผงคอที่สวยงามราวกับผ้าลูกไม้ จากคุณลักษณะพิสดารทั้งหลายแหล่ของกิ้งก่าคาเมเลียน สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่โบร่ำโบราณคือ ผิวหนังที่เปลี่ยนสีสันได้  ดังความเชื่อที่ว่า กิ้งก่าคาเมเลียนสามารถเปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสิ่งที่มันจับต้องหรือสัมผัส แม้การเปลี่ยนสีในบางครั้งจะช่วยให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมก็จริง แต่สีผิวหนังที่เปลี่ยนไปแท้จริงแล้วเป็นปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาเพื่อการสื่อสารเสียส่วนใหญ่ กิ้งก่าคาเมเลียนเป็นสัตว์ เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าชนิดเดียวที่ใช้สีสันแทนภาษาและการแสดงออกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่กระทบมัน ทั้งการเกี้ยวพาราสี การแข่งขัน และความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างน้อยนี่คือความเชื่อในปัจจุบัน คริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สัน นักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งก่าคาเมเลียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ บอกว่า “แม้กิ้งก่าคาเมเลียนจะเป็นที่สนใจมานานหลายร้อยปี แต่ปัจจุบันยังคงมีปริศนามากมายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ เรายังคงพยายามทำความเข้าใจกลไกการทำงานของมันอยู่ครับ” ตั้งแต่การแลบลิ้นออกไปอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟิสิกส์ของการเปลี่ยนสีผิวหนัง เมื่อสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์หรือไอยูซีเอ็น เผยแพร่บัญชีแดง (Red List) ฉบับใหม่เกี่ยวกับสถานะเชิงอนุรักษ์ของกิ้งก่าคาเมเลียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจัดว่าถูกคุกคามหรือใกล้ถูกคุกคาม แอนเดอร์สันเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องกิ้งก่าคาเมเลียนของไอยูซีเอ็น เช่นเดียวกับคริสตัล ทอลลี นักชีววิทยาผู้ได้รับทุนเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ทอลลีเดินทางไปค้นคว้าวิจัยทางตอนใต้ของแอฟริกาและบันทึกการค้นพบกิ้งก่าคาเมเลียนชนิดใหม่ๆ รวมถึงแหล่งอาศัยที่กำลังหดหายไป ในจำนวนชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนที่รู้จักกันกว่า 200 ชนิด  ราวร้อยละ 40 พบบนเกาะมาดากัสการ์ นอกนั้นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา  และมากกว่าร้อยละ 20 […]

ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่อง อีฟ โคแนนต์ ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์ หากต้องการคำตอบตรงไปตรงมาว่า เพศสภาพกำหนดชะตาชีวิตของเราอย่างไร ลองไปถามจากปากเด็กเก้าขวบทั่วโลก เมื่ออายุเก้าขวบ เด็กชายหญิงตั้งแต่จีนถึงแคนาดา  และเคนยาถึงบราซิล บรรยายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ขณะที่เด็กผู้ชายไม่เห็นว่าเพศเป็นอุปสรรค แต่เด็กผู้หญิงมากมายกลับไม่คิดเช่นนั้น ณ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเก้าขวบสามารถประเมินโอกาสของตนเอง และข้อจำกัดที่เพศสภาพมีต่อพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเข้าใจมุมมองของเด็กๆ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตระเวนไปยังบ้าน 80 หลังในสี่ทวีป เราถามเด็กวัยเก้าขวบด้วยคำถามชุดเดียวกัน คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หลายคนยอมรับทันทีว่า การทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน และบทบาทที่ถูกคาดหวัง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก เหนื่อยหน่าย สับสน และอ้างว้าง แต่อีกหลายคนไปได้สวยเมื่อพวกเขาทลายกำแพงทางเพศลงได้ การเป็นเด็กผู้หญิงมีอะไรดีที่สุด เอเวอรี แจ็กสัน ปัดปอยผมทำไฮไลต์สีรุ้งและครุ่นคิดกับคำถาม “การเป็นเด็กผู้หญิงดีหมดทุกอย่างเลยค่ะ!” แล้วอะไรเลวร้ายที่สุดในการเป็นเด็กผู้หญิง “ก็เรื่องที่พวกเด็กผู้ชายชอบพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่เรื่องของเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายต่างหาก’ ” เอเวอรีใช้เวลาสี่ปีแรกของชีวิตเป็นเด็กผู้ชาย และไม่มีความสุข ความที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงข้ามเพศอย่างเปิดเผย  มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน เด็กน้อยชาวแคนซัสซิตีโดยกำเนิดคนนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอภิปรายที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิทางเพศ ซันนี โภเป เด็กชายวัยเก้าขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้นครมุมไบ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนพฤษภาคม

อินโดนีเซีย ในอ่าวเจนเดราวาซีห์ ฉลามวาฬตัวหนึ่งอ้าปากกว้างก่อนจะฮุบอาหารที่ได้มาง่ายๆ ชาวประมงในท้องถิ่นเชื่อว่าปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้เป็นสัตว์นำโชค  พวกเขาจึงวางตาข่ายที่ใส่ปลาเป็ดไว้เพื่อให้ฉลามเหล่านี้อยู่ในอ่าวตลอดทั้งปี ภาพโดย อาเดรียนา บัสเกส จีน ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งรับประทานอาหารร่วมกับฝูงปลาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลขั้วโลกเทียนจินไห่ชาง อุโมงค์ยาว 46 เมตรซึ่งทำจากอะคริลิกหนา 12 เซนติเมตร  ทำให้เห็นภาพพานอรามาของปลาต่างๆ มากกว่า 50 ชนิด ภาพโดย CHINA STRINGER NETWORK/REUTERS    

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมิถุนา

แอนตาร์กติกา บนเกาะคิวเวอร์วิลล์  เท้าสีสันสดใสปรากฏเต็มเฟรมภาพ เมื่อเพนกวินเจนทูกระโดดขึ้นจากน้ำเพื่อขึ้นฝั่ง คอโลนีขนาดใหญ่ที่สุดของเพนกวินชนิดนี้ในแถบคาบสมุทรแอนตาร์กติก มีนกที่จับคู่ผสมพันธุ์มากกว่า 9,000 คู่ ภาพโดย พอล เซาเดอร์ส, BIOSPHOTO สิงคโปร์ “ซูเปอร์ทรี” หรือต้นไม้ประดิษฐ์ในสวนการ์เดนส์บายเดอะเบย์  มีความสูงตั้งแต่ 25 ถึง 50 เมตร  แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเนื้อที่ 250 ไร่แห่งนี้ ส่งเสริมเรื่องแหล่งน้ำสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ความยั่งยืน และความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์ ภาพโดย ลูกา โลกาเตลลี, INSTITUTE   ยูเครน ที่โรงยิมกลางแจ้งคาชัลคาในกรุงเคียฟ   นักยิมนาสติกของอดีตสหภาพโซเวียตแสดงให้ดูว่า  เขายังยืดหยุ่นและฟิตเปรี้ยะ แม้จะอยู่ในวัย 83 ปี  ฟิตเนสที่สร้างขึ้นแบบตามมีตามเกิดบนเนื้อที่หลายไร่ของเมืองหลวงที่กำลังตึงเครียดทางการเมืองแห่งนี้  เปิดให้ใช้ฟรีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ภาพโดย ฟีลิป ซิงเงอร์, EPA    

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.