แกะรอยงาช้างเถื่อน - National Geographic Thailand

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน

ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน

ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง

ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด

พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว

เมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 ขณะเอกซเรย์ตู้สินค้าไปเวียดนามซึ่งระบุสิ่งที่อยู่ภายในว่าเป็นเม็ดมะม่วง                   หิมพานต์ เจ้าหน้าที่ท่าเรือของโตโกพบสิ่งผิดปกติ  นั่นคืองาช้าง  ในที่สุดพวกเขายึดงาช้างได้มากกว่าสี่ตัน
เจ้าหน้าที่อุทยานฝึกทักษะบนหลังม้าที่อุทยานแห่งชาติซาคูมาในสาธารณรัฐชาด อุทยานแห่งนี้มีทีมเจ้าหน้าที่บนหลังม้าสี่ทีม เพราะม้าคือวิธีเดียวที่ได้ผลในการลาดตระเวนช่วงฤดูฝนซึ่งช้างจะอพยพไปยังพื้นที่ที่แห้งกว่านอกเขตอุทยาน

จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโมซัมบิกก็รายงานการสูญเสียช้างราวร้อยละ 48 ผู้คนในท้องถิ่นล้วนฆ่าช้างเพื่อหารายได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พวกเขายอมแลก เพราะต่อให้ถูกจับ บทลงโทษก็มักเล็กน้อยจนไม่ทำให้หลาบจำ แต่ในแอฟริกากลาง การฆ่าช้างขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น นั่นคือ กองกำลังติดอาวุธและกลุ่มก่อการร้ายที่ได้เงินสนับสนุนบางส่วนจากการค้างาช้าง กลุ่มคนเหล่านี้ออกล่าช้างอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยมักลงมือนอกประเทศของตน และถึงขั้นเข้าไปซ่อนตัวในอุทยานแห่งชาติต่างๆ ปล้นสะดมชุมชนในท้องถิ่น จับผู้คนไปเป็นทาส และสังหารเจ้าหน้าที่อุทยานที่เข้าขัดขวาง

เซาท์ซูดาน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซูดาน และชาด ห้าประเทศที่อยู่ในทำเนียบชาติที่ขาดเสถียรภาพมากที่สุดในโลกตามการจัดอันดับขององค์การกองทุนเพื่อสันติภาพ (Fund for Peace) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือบ้านของพรานเถื่อนที่ออกล่าช้างในเขตประเทศอื่นๆ ปีแล้วปีเล่าที่การฆ่าช้างครั้งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวที่สุดหลายครั้งสาวกลับไปถึงซูดาน ซึ่งไม่มีช้างเหลือให้ล่าแล้ว แต่เป็นที่กบดานของผู้ก่อการร้ายนักล่าช้างชาวต่างชาติ และเป็นแหล่งซ่องสุมของกองกำลังติดอาวุธจันจาวีด (Janjaweed) และกลุ่มโจรหัวรุนแรงชาวซูดานกลุ่มอื่นๆที่ก่อเหตุปล้นฆ่าข้ามพรมแดน

เจ้าหน้าที่อุทยานมักเป็นกำลังหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ต้องรับมือกับเหล่านักล่า พวกเขาปักหลักสู้อยู่ในแนวหน้าของสงครามรุนแรงที่ส่งผลต่อเราทุกคน ทั้งๆที่มีจำนวนน้อยกว่าและมักขาดอาวุธยุทโธปกรณ์

อุทยานแห่งชาติกาแรมบาซึ่งตั้งอยู่ ณ หัวมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และมีพรมแดนติดกับเซาท์ซูดาน เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ที่นี่เป็นบ้านของโขลงช้างป่าและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่โด่งดังระดับโลก แต่เมื่อผมถามเด็กๆและผู้สูงอายุในหมู่บ้านคไพกา ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนด้านตะวันตกของอุทยานราว 50 กิโลเมตร ว่าใครเคยไปเที่ยวอุทยานบ้าง ไม่มีใครยกมือเลยสักคน แต่พอถามต่อว่า “มีกี่คนเคยถูกแอลอาร์เอลักพาตัว” ผมก็เข้าใจทันทีว่าเป็นเพราะเหตุใด

งาช้างเถื่อน
ความเข้มแข็งและอุทิศตนของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติซาคูมา ทำให้ที่นี่ไม่สูญเสียช้างให้นักล่าเลยนับตั้งแต่ปี 2012 ส่งผลให้ช้างเริ่มผสมพันธุ์อีกครั้งและมีลูกช้างเกิดใหม่กว่า 40 ตัว

คุณพ่อเออร์เนสต์ ซูกูเล บาทหลวงประจำหมู่บ้าน เล่าให้ผมฟังว่า เด็กหลายคนในสังฆมณฑลของท่านเห็นคนในครอบครัวถูก “กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า” หรือแอลอาร์เอ (Lord’s Resistance Army: LRA) สังหาร กลุ่มกบฏยูกันดากลุ่มนี้นำโดยโจเซฟ โคนี ผู้ก่อการร้ายที่ถูกหมายหัวมากที่สุดคนหนึ่งของแอฟริกา คุณพ่อซูกูเลตั้งกลุ่มช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกองกำลังของโคนีทำร้าย

โคนีประกาศพันธกิจโค่นรัฐบาลยูกันดาในนามของชาวอาโชลีที่อยู่ทางตอนเหนือของยูกันดา นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 คนของโคนีเริ่มปฏิบัติการในยูกันดา เชื่อกันว่าพวกเขาสังหารผู้คนไปหลายหมื่นคน ข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิงและเด็ก และลักพาตัวเด็กชายไปสร้างกองทัพทหารเด็กที่โตขึ้นมาเป็นนักฆ่า

ต่อมาในปี 1994 โคนีออกจากยูกันดาและพากองกำลังสังหารโหดออกเดินทาง เขาไปซูดานเป็นที่แรกซึ่งในขณะนั้นสงครามกลางเมืองระหว่างซูดานเหนือกับซูดานใต้กำลังดำเนินอยู่ โคนีเสนอตัวช่วยรัฐบาลซูดานในกรุงคาร์ทูมบ่อนทำลายทางใต้ เพื่อแลกกับอาหาร ยา และอาวุธ เมื่อปี 2008 กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯขนานนามโคนีว่า “ผู้ก่อการร้ายคนสำคัญระดับโลก” และสหภาพแอฟริกา (African Union) ประกาศให้แอลอาร์เอเป็นองค์กรก่อการร้าย

โคนีต้องเสียเจ้าภาพไปเมื่อซูดานเหนือและใต้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อปี 2005 พอถึงเดือนมีนาคม ปี 2006 เขาหนีไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและตั้งค่ายพักที่อุทยานแห่งชาติกาแรมบา ซึ่งเวลานั้นมีประชากรช้างราว 4,000 ตัว จากกาแรมบา โคนีส่งสัญญาณว่าต้องการสงบศึกกับยูกันดา ขณะที่เขากับคนของเขาอยู่อย่างปลอดภัยภายในและรอบๆอุทยานด้วยอานิสงส์ของข้อตกลงหยุดยิง โคนีถึงกับเชิญผู้สื่อข่าวต่างชาติไปสัมภาษณ์ในค่าย ขณะเดียวกัน คนของเขาก็ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการข้ามพรมแดนเข้าไปในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ที่นั่นพวกเขาลักพาตัวเด็กหลายร้อยคนและฉุดคร่าผู้หญิงกลับมาเป็นทาสบำเรอความใคร่

งาช้างเถื่อน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การลักลอบค้างาช้างมีความเป็นมืออาชีพและเป็นระบบคล้ายทหารมากขึ้น เครือข่ายที่มีการจัดตั้งอย่างดีของพรานนักล่าออกฆ่าช้างในภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพและรุมเร้าด้วยเหตุรุนแรง งาช้างอาจมีราคาสูงขึ้นสิบเท่าเมื่อออกจากแอฟริกาไปถึงตลาดอันเฟื่องฟู เช่น จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณพ่อซูกูเลแนะนำให้ผมรู้จักเด็กสาวคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อลักพาตัวของพวกแอลอาร์เอเมื่อไม่นานมานี้ เกลี โอห์ วัย 16 ปี ทนทุกข์อยู่กับกองกำลังของโคนีถึงสองปีครึ่ง  เธอเล่าว่าเห็นช้างหลายตัวในอุทยานแห่งชาติกาแรมบาซึ่งเป็นจุดที่แอลอาร์เอจับตัวเธอไป “คนพวกนั้นบอกว่ายิ่งฆ่าช้างมากเท่าไร ก็ยิ่งได้งามากเท่านั้น”

กองกำลังของโคนีลดลงจากช่วงเฟื่องฟูที่มีนักรบ 2,700 คนเมื่อปี 1999 มาอยู่ราว 150-250 คนในทุกวันนี้ การสังหารพลเรือนก็ลดลงด้วย จาก 1,252 คนเมื่อปี 2009 เหลือ 13 คนเมื่อปี 2014 แต่การลักพาตัวกลับสูงขึ้นอีกครั้ง ในหมู่บ้านแห่งแล้วแห่งเล่า ผมพบเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากกองกำลังของโคนีหลายคนที่เล่าว่าเคยกินเนื้อช้าง และเล่าถึงวิธีการที่พวกทหารฆ่าช้างและขนงาไป

แต่ไปไหนเล่า?

ขณะเขียนเรื่องนี้ งาช้างปลอมของผมส่งข่าวล่าสุดมาจากเมืองเอดดาอัยน์ในซูดาน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงคาร์ทูมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 800 กิโลเมตร ผมรู้ว่ามันอยู่ในบ้านหลังไหนจากการใช้โปรแกรมกูเกิลเอิร์ท ผมเห็นหลังคาสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอ จนถึงตอนนี้ มันเดินทางรวมแล้ว 950 กิโลเมตรจากป่าสู่ทะเลทรายภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน เมื่อสารคดีเรื่องนี้อยู่ในมือของผู้อ่าน งาช้างของผมอาจไปถึงกรุงคาร์ทูม หรืออาจไปถึงประเทศปลายทางซึ่งเป็นตลาดงาช้างเถื่อนใหญ่ที่สุดอย่างจีนแล้วก็เป็นได้

เรื่อง ไบรอัน คริสตี

ภาพถ่าย เบรนต์ สเตอร์ตัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายสะท้อนโลกของสินค้าต้องห้ามจากสัตว์ป่า

เรื่องแนะนำ

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

ราชาพรางกาย

เรื่อง  แพทริเชีย เอดมอนส์ ภาพถ่าย คริสเตียน ซีกเลอร์ โลกคงมีสัตว์อีกเพียงไม่กี่ชนิดที่เทียบรัศมีกิ้งก่าคาเมเลียนได้ในแง่ของความสามารถทางสรีระอันน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ลิ้นที่ยาวกว่าลำตัวพุ่งออกไปตวัดจับแมลงได้ในชั่วเสี้ยววินาที  สายตาที่มองเห็นได้ชัดแจ๋วราวกับกล้องส่องทางไกลหมุนได้รอบทิศทาง  เท้าที่มีนิ้วเท้าแยกออกเป็นสองชุดทำหน้าที่ยึดจับได้แน่นหนาราวปากคีบ เขาที่ยื่นออกมาจากคิ้วและจมูก ไปจนถึงแผงคอที่สวยงามราวกับผ้าลูกไม้ จากคุณลักษณะพิสดารทั้งหลายแหล่ของกิ้งก่าคาเมเลียน สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่โบร่ำโบราณคือ ผิวหนังที่เปลี่ยนสีสันได้  ดังความเชื่อที่ว่า กิ้งก่าคาเมเลียนสามารถเปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสิ่งที่มันจับต้องหรือสัมผัส แม้การเปลี่ยนสีในบางครั้งจะช่วยให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมก็จริง แต่สีผิวหนังที่เปลี่ยนไปแท้จริงแล้วเป็นปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาเพื่อการสื่อสารเสียส่วนใหญ่ กิ้งก่าคาเมเลียนเป็นสัตว์ เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าชนิดเดียวที่ใช้สีสันแทนภาษาและการแสดงออกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่กระทบมัน ทั้งการเกี้ยวพาราสี การแข่งขัน และความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างน้อยนี่คือความเชื่อในปัจจุบัน คริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สัน นักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งก่าคาเมเลียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ บอกว่า “แม้กิ้งก่าคาเมเลียนจะเป็นที่สนใจมานานหลายร้อยปี แต่ปัจจุบันยังคงมีปริศนามากมายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ เรายังคงพยายามทำความเข้าใจกลไกการทำงานของมันอยู่ครับ” ตั้งแต่การแลบลิ้นออกไปอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟิสิกส์ของการเปลี่ยนสีผิวหนัง เมื่อสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์หรือไอยูซีเอ็น เผยแพร่บัญชีแดง (Red List) ฉบับใหม่เกี่ยวกับสถานะเชิงอนุรักษ์ของกิ้งก่าคาเมเลียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจัดว่าถูกคุกคามหรือใกล้ถูกคุกคาม แอนเดอร์สันเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องกิ้งก่าคาเมเลียนของไอยูซีเอ็น เช่นเดียวกับคริสตัล ทอลลี นักชีววิทยาผู้ได้รับทุนเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ทอลลีเดินทางไปค้นคว้าวิจัยทางตอนใต้ของแอฟริกาและบันทึกการค้นพบกิ้งก่าคาเมเลียนชนิดใหม่ๆ รวมถึงแหล่งอาศัยที่กำลังหดหายไป ในจำนวนชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนที่รู้จักกันกว่า 200 ชนิด  ราวร้อยละ 40 พบบนเกาะมาดากัสการ์ นอกนั้นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา  และมากกว่าร้อยละ 20 […]

ภาพนี้ต้องขยาย : เวหา

  ภาพโดย : แพทริเซีย เอดมันด์ส เมืองใหญ่หลายแห่งมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ทิวแถวของตึกระฟ้า ด้านหน้าอาคารรูปสี่เหลี่ยม และดาดฟ้ารูปเรขาคณิต แล้วอะไรเล่าที่บอกเป็นนัยว่าภาพถ่ายซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อปี 1951 นี้เป็นภาพของมหานครนิวยอร์ก ตรงกลางภาพคือหอส่งสัญญาณโทรทัศน์บนยอดตึกเอ็มไพร์สเตต และตรงกลางของหอคือช่างเหล็กชาวอเมริกันพื้นเมืองเผ่าโมฮอว์ก ในช่วงปลายทศวรรษ 1880 บริษัทสร้างสะพานสัญชาติแคนาดาจ้างชนเผ่าโมฮอว์กหลายคน ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตสงวนกาห์นาวาเกใกล้เมืองมอนทรีออลของประเทศแคนาดา ให้ทำงานในโครงการก่อสร้าง สมาชิกของชนเผ่านี้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าไม่กลัวความสูงและ “แคล่วคล่องราวกับแพะ” ตามคำเปรียบเปรยของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของบริษัท ชื่อเสียงอันลือลั่นนี้ทำให้มีผู้เสนองานในสหรัฐฯให้ทำมากขึ้น ทุกวันนี้ ชนเผ่าโมฮอว์กยังคงเดินทางจากแคนาดามาทำงานเป็น “ช่างเหล็กบนที่สูง” ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ช่างเหล็กชาวโมฮอว์กหลายต่อหลายรุ่นทำงานหนักบนตึกระฟ้าและโครงการสร้างสะพานเกือบทุกแห่งในมหานครนิวยอร์ก การทรงตัวอย่างมั่นคงบนคานเหล็ก ณ ความสูงชวนวิงเวียนเช่นนี้ทำให้พวกเขาได้รับการขนานนามด้วยความนับถือว่า “นักท่องเวหา”

คนเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 9,000 ปีก่อน

เอทานอลมีคุณสมบัติทรงพลังคือทำให้เรามีความสุข เอทานอลช่วยให้สารเซโรโทนิน โดพามีน และเอนดอร์ฟินหลั่งในสมอง ทำให้เราผ่อนคลาย และเราพึ่งพาเจ้าสิ่งนี้ในเครื่องดื่มมาตั้งแต่ยุคก่อนเกษตรกรรม

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.