สุดยอด กล้องขนาดพกพา สำหรับนักเดินทาง

วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ถ่ายภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้แบ่งปันตัวเลือกของ กล้องขนาดพกพา สำหรับบันทึกภาพการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ

การเดินทางสร้างช่วงเวลาที่คุณจะจำจดไปตลอดกาล

บางครั้งประสบการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้จนคุณอยากจะแบ่งปันความวิเศษให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ในฐานะวิศวกรด้านอุปกรณ์ถ่ายภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผมได้ออกแบบและผลิตอุปกรณ์เฉพาะและทดสอบอุปกรณ์ถ่ายภาพของผู้บริโภคด้วย เพื่อช่วยนักเดินทางบันทึกการผจญภัยรอบโลก ผมได้นำ กล้องขนาดพกพา ไปด้วยในทุก ๆ การเดินทางเพื่อทดสอบการใช้งานต่าง ๆ ในสถานการณ์จริง และนี่คือ 10 กล้องขนาดพกพา ที่ดีที่สุดสำหรับผมในปี 2020

 

Fujifilm X-Pro 3 (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: ผู้ใช้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบการใช้กล้องฟิล์ม

กล้องรุ่นนี้มีการออกแบบแตกต่างจากกล้องทั่วไป หน้าจอหลักถูกซ่อนไว้ด้านใน ใช้การพลิกเพื่อนำหน้าจอออกมา  โดยด้านหน้าของหน้าจอหลักมีจอภาพแบบกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ (E-ink) ขนาดเล็กที่เลียนหน้าต่างด้านหลังของกล้องฟิล์มแบบ Rangefinder และมีช่องมองภาพแบบ optical viewfinder และ electronic viewfinder หน้าจอหลักที่ซ่อนไว้ ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเช็คภาพทุกครั้ง เพราะกล้องไม่ควรดึงดูดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าขณะท่องเที่ยว แต่ควรเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยว กล้องรุ่นนี้มีเซนเซอร์และระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ดีเยี่ยมเหมือนกับตัว X-T3 ยกเว้นแต่หน้าตาที่เลียนแบบกล้องฟิล์มของฟูจิในอดีต มีตัวเลือกโทนสีภาพ Classic Neg ซึ่งจำลองสีฟิล์มจากฟิล์ม Fuji Superia

เคล็ดลับ: การใช้ระบบจำลองภาพฟิล์ม ตั้งค่ากล้องโดยใช้ฟอร์แมต JPEG และใช้เลนส์ไพรม์ที่กำหนดระยะโฟกัสระหว่างช่วง 24-85 มิลลิเมตร เพื่อลดการมองหน้าจอและมีเวลาสนุกกับการเดินทางมากขึ้น

 

Ricoh GRIII (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสตรีท พกพาสะดวกและใช้งานง่าย

กล้องคอมแพคขนาดเล็กรุ่นนี้ทำให้ผมอยากถ่ายรูปตลอดเวลา เพราะขนาดที่เล็กพอดีกับกระเป๋ากางเกงและสามารถใช้งานได้ด้วยมือเดียว มีหน้าจอระบบสัมผัสทำงานอย่างรวดเร็ว ระบบตั้งค่าง่ายต่อการใช้งาน กล้องรุ่นนี้อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ โดยมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์ APS-C มีระบบกันสั่นในตัว (IBIS) และระบบโฟกัสอัตโนมัติสองลักษณะ กล้องตัวนี้คือหนึ่งในเพื่อนเดินทางที่ดีในการเก็บภาพการท่องเที่ยว

เคล็ดลับ: กล้องรุ่นนี้มีความจุแบตเตอรีไม่สูงมาก แต่มีช่องเสียบ USB-C ในตัว  สามารถชาร์จบนรถยนต์หรือที่ชาร์จมือถือสำหรับการชาร์จแบตเตอรีกล้องตัวนี้ได้

 

Sony RX100VII (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: การถ่ายภาพสตรีท ด้วยการถ่ายที่รวดเร็วและแม่นยำ

กล้องรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 7 จากตระกูลกล้องคอมแพค RX100 ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด RX100VII มากับระบบโฟกัสอัตโนมัติตามเวลาจริง มีระบบโฟกัสดวงตาและใบหน้าที่แม่นยำมากขึ้น ซึ่งสามารถโฟกัสดวงตาและใบหน้าของสัตว์ได้ กล้องรุ่นนี้สามารถถ่ายภาพได้ถึง 20 เฟรมต่อหนึ่งวินาที ซึ่งดีที่สุดในกล้องรุ่นขนาดเท่ากัน เนื่องจากมีระบบโฟกัสความเร็วสูงเหมือนกับในกล้องรุ่นเรือธงอย่าง A9 ถ่ายด้วยระบบไฟฟ้าโดยไม่ทำให้ภาพผิดเพี้ยน ถ่ายภาพแบบเงียบได้ และปรับความเร็วชัตเตอร์ได้สูง จึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงจ้า กล้องตัวนี้มาพร้อมกับเลนส์ซูมระยะ 24-200 มิลลิเมตร ที่ครอบคลุมทุกช่วงสำหรับนักท่องเที่ยว ถึงแม้จะมีราคาค่อนข้างสูงสำหรับกล้องขนาดเล็ก แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยม

 

Leica Q2 และ Q-P (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: การทำงานอย่างรอบด้านและความหรูหรา

กล้อง Leica Q2 และ Q-P มีเลนส์เหมือนกันและมีรูปร่างคล้ายกัน แต่รุ่น Q-2 มีเซนเซอร์ใหญ่กว่า ด้วยความละเอียด 47.5 ล้านพิกเซลและมีการเคลือบป้องกันน้ำ ฝุ่นละออง และสภาพอากาศต่าง ๆ แต่ต้องแลกกับการทำงานที่ช้าลงในรุ่น Q2 ในขณะที่รุ่น Q-P มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า ดังนั้นรุ่น Q2 จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการกล้องรุ่นใหม่ และรุ่น Q-P (หรือ Q) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเงินและได้ประสบการณ์ที่ไม่ต่างจากเดิม

 

Fujifilm X-T3 (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: การใช้งานอย่างรอบด้านและง่ายต่อการใช้งานทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ

กล้องรุ่นนี้มีคุณสมบัติสูสีกับกล้องมิลเลอร์เลสแบบฟูลเฟรมและกล้อง DSLR เพราะมีระบบโฟกัสอัตโนมัติ คุณภาพของรูป และรูปลักษณ์ของกล้องเหมือนกับกล้องรุ่นใหญ่กล้องรุ่นนี้มีเซนเซอร์และตัวประมวลภาพเหมือนกับรุ่น X-Pro 3 แต่มีรูปร่างเหมือนกล้อง SLR โดยสามารถควบคุมได้เพียงปลายนิ้วมือ สามารถพลิกหน้าจอได้สามด้านและมีช่องมองภาพแบบ electronic viewfinder  ที่ค่อนข้างดี สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดในกล้องตัวนี้ คือ หน้าตาแบบย้อนยุค แต่ระบบการควบคุมระดับมืออาชีพ มีการเคลือบป้องกันจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีช่องต่อสำหรับการบันทึกวิดีโอและถ่ายภาพนิ่ง นี่เป็นกล้องมิลเลอร์เลสที่ดีที่สุดในตลาดในขณะที่ผมเขียนบทความนี้อยู่

 

Olympus OM-D E-M1MKII (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: มือสมัครเล่น ด้วยการทำงานที่รวดเร็วและพร้อมลุยในทุกสภาพอากาศ

กล้อง Olympus OM-D E-M1MKII ออกแบบเดือยหมุนและปุ่มต่าง ๆ บนตัวกล้อง ทำให้สามารถปรับตั้งค่าได้รวดเร็ว มีขนาดกระชับมือ ใช้งานกับเลนส์ในระดับกลุ่มมืออาชีพที่มีคุณภาพและความทนทานสูง พร้อมด้วยการซูมและโฟกัสที่ลื่นไหล และพื้นหลังละลาย กล้องรุ่นนี้เป็น mircro four thirds (MFT) มีเซอเซอร์ขนาดเล็ก ทำให้ได้ภาพในระยะไกลจากเลนส์ขนาดเล็ก เช่น เลนส์ระยะ 300 มิลลิเมตร (เท่ากับ 600 มิลลิเมตร บนกล้อง MFT) สามารถพกพาใส่กระเป๋าเป้พร้อมกับเลนส์ 2-3 ตัว มีระบบกันสั่นยอดเยี่ยม ทนทานต่อสภาพอากาศ และทำงานอย่างรวดเร็ว จึงเหมาะแก่การถ่ายภาพสัตว์ป่า

เคล็ดลับ: เลนส์แนะนำ คือ เลนส์ระยะ 12-100 มิลลิเมตร F4 IS PRO (เลนส์คิตระยะ 24-200 มิลลิเมตร), 40-150 มิลลิเมตร F2.8 PRO (เลนส์ซูมเกรดโปร ระยะ 80-300), 7-14 มิลลิเมตร (เลนส์ซูมมุมกว้าง) และแน่นอน 300 มิลลิเมตร F4 IS PRO (เท่ากับระยะ 600 มิลลิเมตร F4)

 

Fujifilm X100F (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: ผู้หลงใหลการถ่ายภาพสตรีท ใช้ leaf shutter ที่มีความเงียบและสามารถซิงค์แฟลชความเร็วสูงได้

กล้องในกลุ่ม X100 สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ กล้องรุ่นนี้มีขนาดพอดีกับกระเป๋ากางเกงขนาดใหญ่หรือกระเป๋ากล้องขนาดเล็ก มาพร้อมกับเลนส์ไพรม์ระยะ 35 มิลลิเมตร ที่มี leaf shutter และสามารถปิดเสียงชัตเตอร์ได้ จึงเหมาะสำหรับการถ่ายในที่ห้ามใช้เสียงดัง สามารถชิงค์แฟลชเพื่อใช้ชัตเตอร์ความเร็วสูงได้ (ใช้แฟลชขนาดเล็กเพื่อเพิ่มความสว่างในที่แสงน้อยได้) ระบบมีเซนเซอร์ที่ดีเยี่ยม แบตเตอรีมีความจุสูง ช่องมองภาพแบบผสมระหว่าง electronic viewfinder และ optical viewfinder

 

Canon EOS M6 MKII (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: มือสมัครเล่นที่ต้องการกล้องราคาไม่สูงมาก พร้อมการควบคุมด้วยปุ่มและระบบสัมผัสที่ใช้งานง่าย

กล้องมิลเลอร์เลสขนาดเล็กรุ่นนี้สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่มและระบบสัมผัส จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มถ่ายภาพ พร้อมเซนเซอร์ที่มีความละเอียดในการแสดงผลของภาพสูงสุดในกลุ่มกล้องมิลเลอร์เลส APS-C ด้วยความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซลล์ สำหรับช่างภาพที่ใช้กล้องฟูลเฟรม DSLR ของแคนอน สามารถนำเลนส์จากกล้อง DSLR มาใช้กับกล้องตัวนี้ได้ผ่านอแดปเตอร์ ถึงแม้ว่าเลนส์สำหรับกล้องตัวนี้จะไม่ดีมาก และการทำงานไม่ได้เท่ากับกล้องระดับสูงตัวอื่น ๆ แต่ความง่ายในการใช้งาน ความละเอียดของเซนเซอร์ ทำให้กล้องตัวนี้เหมาะสำหรับช่างภาพมือใหม่

เคล็ดลับ: ซื้อช่องมองภาพแบบ electronic viewfinder เพื่อเชื่อมต่อกับตัวกล้อง

 

Panasonic DC-G9 (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: ช่างภาพที่ต้องการถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ สามารถทำได้ทั้งสองฟังก์ชันด้วยกล้อง Panasonic DC-G9  พร้อมช่องต่อ HDMI ขนาดใหญ่ และระบบกันสั่นคุณภาพเยี่ยม

ตัวกล้องมีขนาดที่เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอในระดับเอวหรือระดับหน้าอก มีช่องมองภาพแบบ electronic viewfinder ขนาดกว้าง พร้อมเทคโนโลยี Depth from Defocus (DFD) ที่สามารถถ่ายภาพคน สัตว์ และวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้ ระบบ IBIS ที่ทำงานได้ดีกับเลนส์กันสั่น กล้อง DC-G9 ตัวนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในรายการนี้

เคล็ดลับ: ใช้คู่กับเลนส์คิตระยะ 12-60 มิลลิเมตร (เท่ากับระยะ 24-120 มิลลิเมตร) ทำให้คุณสามารถใช้ได้ในทุกการเดินทาง

 

Sony a6600 (มีจำหน่ายในประเทศไทย)

สำหรับ: การใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานด้วยแบตเตอรี Z-style สามารถถ่ายภาพได้ 800 ภาพจากการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง

กล้อง a6600 เป็นกล้องรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี Z-style ซึ่งใช้กับกล้องมิลเลอร์เลสประเภทฟูลเฟรมรุ่นใหม่ ๆ ของโซนี่ สามารถถ่ายภาพได้ถึง 800 ภาพในการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมระบบกันสั่น (IBIS) เหมือนกับในรุ่น a6500 กล้องรุ่นนี้มีเทคโนโลยีโฟกัสอัตโนมัติที่ดีที่สุดเหมือนกับกล้องฟูลเฟรมของโซนี่ ช่วยให้ถ่ายภาพในช่วงเวลาสำคัญได้ เช่น การแข่งขันฟุตบอล หรือการถ่ายภาพนกเหยี่ยวกำลังบิน คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้กล้อง a6600 เป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้

เคล็ดลับ: ใช้คู่กับเลนส์ระยะ 16-55 มิลลิเมตร F2.8 (เท่ากับระยะ 24-82 มิลลิเมตร)

 

***แปลและเรียบเรียงโดย ภูม บุญมาแย้ม
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

© COPYRIGHT 2024 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.