Sir David, thank you for your wisdom, your kindness, your dedication, and for reminding us, always, of the wonder of the world we call home. คือหนึ่งในถ้อยคำที่เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท พระชายาแบ่งปันความทรงจำต่างๆ ที่พวกเขามีกับเซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ (Sir David Attenborough) นักทำสารคดีและนักธรรมชาติวิทยาคนสำคัญของโลกที่มีอายุครบ 100 ปีบริบูรณ์
8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถ้าใครเข้า Google Search คุณจะเห็นบรรดาสัตว์น้อยใหญ่น่ารัก ทั้งวาฬ ลิง เพนกวิน ปู และอีกฯลฯ ที่ต่างถือของขวัญและเค้กวันเกิด เพื่อร่วมฉลองให้กับ เซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ (Sir David Attenborough) และเหตุผลที่ Google เลือกกราฟิกสัตว์เหล่านี้มาประกอบในโอกาสครบรอบ 100 ปี นั่นคือการคัดสรร สัตว์ที่เป็นตัวแทนของความหลากหลายทางชีวภาพ ไล่ตั้งแต่ วาฬสีน้ำเงิน (Blue Whale) ซึ่งสื่อถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสารคดีชุด The Blue Planet ที่อธิบายความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กอริลลา (Gorilla) ซึ่งย้อนรำลึกถึงฉากที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์จากเรื่อง Life on Earth (1979) ซึ่งเซอร์เดวิดลงไปนั่งใกล้ชิดกับกอริลลาภูเขา ซึ่งเปลี่ยนทัศนคติของคนทั้งโลกที่มีต่อสัตว์ป่า นกเพนกวิน (Penguin) ตัวแทนของทวีปแอนตาร์กติกา สื่อกลางในการเล่าเรื่อง “ภาวะโลกร้อน” ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตขั้วโลก
กิ้งก่าและสัตว์เลื้อยคลาน (Lizards/Reptiles ) ซึ่งสะท้อนความสำคัญกับสัตว์ทุกขนาด ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวใหญ่ๆ ปู (Crab) สื่อถึงการอพยพครั้งใหญ่ของปูแดงบนเกาะคริสต์มาส ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากธรรมชาติที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าทึ่ง และสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่แค่การตกแต่งสวยงาม แต่คือหลักฐานผลงานตลอดหลายทศวรรษที่มนุษย์คนหนึ่งจะปกป้องธรรมชาติ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตลอดวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้มีชื่อเสียงต่างแสดงข้อความอวยพรในโอกาสครบ 100 ปีของเซอร์เดวิด และสถานที่สำคัญในลอนดอน เช่น Piccadilly Lights ป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมตึกบริเวณสี่แยก Piccadilly Circus ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้แสดงข้อความอวยพรวันเกิด โดยข้อความดังกล่าวถูกนำเสนอ พร้อมวีดีโอความยาวสองนาทีจาก Planet Earth ซึ่งสะท้อนการทำงานในฐานะผู้ประกาศข่าวและนักประวัติศาสตร์ธรรมชาติผู้นี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่างๆ ในการทำความเข้าใจและปกป้องโลกธรรมชาติตลอดหลายทศวรรษในการทำงานของเขา
เซอร์เดวิดนั้นหลงใหลในธรรมชาติของเขาเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก เขาได้รับการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมชายวิกเกสตันในเมืองเลสเตอร์ ก่อนที่จะศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่วิทยาลัยแคลร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และหลังจากรับราชการในกองทัพเรือ เขาได้เข้าร่วมงานกับบีบีซี เริ่มต้นอาชีพด้านการออกอากาศที่ยาวนานกว่าเจ็ดทศวรรษ
บทบาทการเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เซอร์ (Knight Bachelor) จากราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 1985 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น Order of Merit ในปี 1996 รวมถึงได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่ง Knight Grand Cross of the Order of St Michael and St George (GCMG) ของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2020
Gaby Bastyra โปรดิวเซอร์อำนวยการ ภาพยนตร์สารคดี Wild London ซึ่งมุ่งเน้นสำรวจชีวิตสัตว์ป่าและธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่ที่อย่างลอนดอน ร่วมผลิตโดย London Wildlife Trust และ Passion Pictures ในปี 2026 เล่าประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับเซอร์เดวิดว่า การทำงานร่วมกับเขาเหมือนกับฝันที่เป็นจริง และเซอร์เดวิด เป็นผู้ให้ความรู้ และเป็นนักสร้างสรรค์แนวทางของรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่น่าทึ่ง ขณะที่บุคลิกของเขาก็เข้าถึงง่ายกว่าที่หลายคนคิด
เช่นเดียวกับ อีกหลายความเห็นที่ให้มุมมองไปในทางเดียวกันว่า การร่วมงานกับเซอร์เดวิดคือประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง และบุคลิกภาพส่วนตัวก็ช่างเป็นมิตร มีเสน่ห์ ตลก และใจกว้างที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทีมงาน
“มันเหลือเชื่อมากที่ได้เห็นเขาทำงาน คุณรู้ไหม แม้กระทั่งตอนเขาอายุ 99 ปี เขายังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ครั้งหนึ่งผมวางหนูนาตัวหนึ่งไว้ในมือเขาเพื่อจะปล่อยมันไป และหนูตัวนั้นก็ชอบเขามาก มันไม่ยอมขยับออกจากมือเขาเลย ขณะที่เขาเองก็มองหนูนาตัวเล็กๆ ตัวนั้นด้วยความสุขแบบเด็กๆ และหลงใหลในความงามของมันอย่างแท้จริง” ดร. ฌอน แมคคอร์แมค ประธานกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าอีลิง สัตวแพทย์ นักอนุรักษ์ และหัวหน้าโครงการอนุรักษ์บีเวอร์อีลิงที่พาราไดซ์ฟิลด์ ให้สัมภาษณ์กับ BBC
เซอร์เดวิด หลงใหลในธรรมชาติ และความสงสัยใครรู่ในธรรมชาติแบบนั้นเองที่ต่อมาได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับชีวิตการทำงานของเขา นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นและบุกเบิก (1950s – 1960s) ซึ่งเริ่มต้นงานในฐานะโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ รายการ Zoo Quest ซึ่งเป็นรายการที่สร้างชื่อเสียงในยุคแรก โดยเป็นการเดินทางไปถ่ายทำสัตว์ป่าในถิ่นที่อยู่จริง ซึ่งเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น
ยุคทองของสารคดีชุด “Life” (1970s – 1990s) ที่ปฏิวัติวงการด้วยการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และฉากในตำนานที่เขานั่งเล่นกับกอริลลาภูเขา สารคดี The Living Planet ที่เน้นเรื่องระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมทั่วโลก การได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knighthood) และได้รับบรรดาศักดิ์เป็น Sir David Attenborough จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่การแพร่ภาพกระจายเสียง
ยุคก้าวสู่ยุคดิจิทัลและการอนุรักษ์ (2000s – ปัจจุบัน) จากผลงานสารคดี อย่าง The Blue Planet & Planet Earth สารคดี Our Planet (Netflix) การร่วมงานกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก เพื่อสื่อสารประเด็น วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยตรงถึงผู้ชมทั่วโลก สารคดี A Life on Our Planet ที่เป็นเสมือน พยานหลักฐาน (Witness Statement) จากประสบการณ์ตลอดชีวิตของเขา เพื่อเตือนชาวโลกถึงหายนะทางธรรมชาติและแนวทางแก้ไข
กระทั่งเมื่อปี 2025 เขาได้ผลิตภาพยนตร์ Ocean with David Attenborough ร่วมกับพาร์ตเนอร์หลักอย่าง National Geographic ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายให้โลกจะได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรในแบบที่ผู้ติดตามผลงานของเซอร์เดวิดคุ้นเคย และภาพของการทำลายท้องทะเลที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด คล้ายกับฉากหนึ่งในหนังภัยพิบัติธรรมชาติ มันทรงพลังจนสามารถกระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึง
เขากับธรรมชาติสนิทสนมกันเพียงไรคงไม่ต้องพูดถึง และตลอดช่วงชีวิตถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่อธิบายถึงการทำงานของเขาที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่องธรรมชาติและส่งต่อให้กับคนทั้งโลกได้รู้สึกและสัมผัสกับมัน ทั้งด้านความงดงามและความท้าทายที่มนุษย์ทุกคนต่างมีหน้าที่บนโลกใบนี้
“คติประจำใจที่ดีที่สุดคือ อย่าสิ้นเปลืองสิ่งของ อย่าสิ้นเปลืองไฟฟ้า อย่าสิ้นเปลืองกระดาษ อย่าสิ้นเปลืองอาหาร ใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ แต่ขอแค่เพียงอย่าสิ้นเปลือง ดูแลโลกธรรมชาติ สัตว์ และพืชในนั้นด้วย นี่คือโลกของพวกมันเช่นเดียวกับของเรา อย่าทำลายพวกมัน” เซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ เคยกล่าวเอาไว้
อ้างอิง
15 of the best quotes from Sir David Attenborough
Attenborough at 100: An unforgettable evening at the Royal Albert Hall