“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ลำดับที่ 14 ของประเทศไทย

“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส 

อาจครองตำแหน่งไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

เท่าที่เคยมีการค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้“

คณะวิจัยที่นำโดย ดร.ศิตะ มานิตกุล นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Explorer) และนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับคุณธิติวุฒิ เศรษฐพานิชสกุล จาก University College London (UCL) ได้ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีความยาวกว่า 27 เมตร และมีน้ำหนักเกือบ 30 ตัน 

“จากการวัดขนาดกระดูกที่ขุดค้นได้ในเบื้องต้น บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ศิตะ มานิตกุลกล่าว

“นาคาไททัน” ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันในช่วงต้นยุคครีเทเชียส ภาพประกอบโดย Patchanop Boonsai

ย้อนกลับไปในปี 2559 ฟอสซิสของนาคาไททันถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยคุณถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านพนังเสื่อ จังหวัดชัยภูมิ ดร.ศิตะเล่าว่า “คุณพ่อถนอมไปหาปลาที่สระน้ำสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน แล้วเจอกับกองหินประหลาด” จากนั้นคุณพ่อถนอมได้แจ้งการค้นพบนี้ไปยังกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งในเวลาต่อมากองหินประหลาดเหล่านั้นได้รับการยืนยันว่าเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์ และเมื่อดร.ศิตะได้เห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง เขาก็รู้ทันทีว่าเจ้าของร่างนี้ต้องมีขนาดมหึมาอย่างแน่นอน

คณะผู้วิจัยตั้งชื่อไดโนเสาร์ชนิดใหม่นี้ว่า นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส (Nagatitan chaiyaphumensis) เพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ค้นพบและหยิบยกชื่อของ “พญานาค” สัตว์ในตำนานพื้นบ้านของภาคอีสานมาตั้งเป็นชื่อสกุล 

“นี่คือตัวอย่างไดโนเสาร์ซอโรพอดที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในหมวดหินโคกกรวด” เปโดร โมโช นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ให้ความเห็น ก่อนเสริมว่า “ก่อนหน้านี้เราพบเพียงเศษเสี้ยวของโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ในไทยเท่านั้น แต่การค้นพบครั้งใหม่นี้มีความสมบูรณ์กว่ามาก จนเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของยักษ์ระดับ ‘ไททัน’ ที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนในประเทศไทย”

ดร.ศิตะ มานิตกุล ดูแลการขั้นตอนการเข้าเฝือกฟอสซิลนาคาไททัน ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในประเทศไทย ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana
ดร.ศิตะ มานิตกุล และเครือข่ายเยาวชนนักบรรพชีวินวิทยาไทย ได้กู้กระดูกซี่โครงส่วนหลัง (ยาวประมาณ 1.83 เมตร) จากแหล่งที่พบ และนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana

ยักษ์ใหญ่แห่งยุคครีเทเชียส

ร่องรอยของนาคาไททันที่ทีมวิจัยพบ คือเศษเสี้ยวของกระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกสะโพก และชิ้นส่วนรยางค์ที่ถูกฝังอยู่ในชั้นหินโคกกรวดอายุเก่า 113 ล้านปี จากการตรวจสอบพบว่า “รยางค์หน้า” หรือขาหน้าด้านขวาของมันมีความยาวมากกว่าไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดยักษ์ที่เพิ่งถูกค้นพบก่อนหน้านี้อย่าง Patagotitan และ Dreadnoughtus เสียอีก แม้ว่าโดยรวมแล้วตัวของนาคาไททันอาจจะยังไม่ใหญ่เท่ากับ “ไททันโนซอร์” ที่พบในอเมริกาใต้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่พวกมันสามารถวิวัฒนาการสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเป็นเอกเทศจากซอโรพอดยักษ์ในยุคสมัยหรือสถานที่อื่น 

พอล อัพเชิร์ช นักบรรพชีวินวิทยาจาก University College London หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย อธิบายว่า นาคาไททันจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ซอมโฟสพอนไดไล (Somphospondyli) ไดโนเสาร์กลุ่มนี้มักจะมีขาหน้าที่ยาวกว่าซอโรพอดกลุ่มอื่น และมีลักษณะการวางเท้าตอนยืนที่กว้าง ส่วนความแตกต่างทางสรีระอื่น ๆ อาจสังเกตได้ยากหากดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของสัตว์ที่ยังมีชีวิต แต่ร่องรอยเพียงเล็กน้อยเหล่านี้คือหลักฐานที่ยืนยันว่า นาคาไททันคือสมาชิกของกลุ่มไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ที่แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศเมื่อราว 110 ถึง 120 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคครีเทเชียส

เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑ์สิรินธรกำลังทำความสะอาดฟอสซิล ด้วยปากกาลม มีดผ่าตัด แปรงเพื่อแยกฟอสซิลออกจากหิน ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana
ฟอสซิลของนาคาไททันได้รับการเตรียมและทำความสะอาดโดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ห้องปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana

ความยิ่งใหญ่เชิงวิวัฒนาการ

สภาพแวดล้อมของประเทศไทยในยุคครีเทเชียสอาจเป็นคำตอบว่า เหตุใดนาคาไททัน จึงมีขนาดมหึมาได้ถึงเพียงนี้

ในช่วงเวลาที่มันยังมีชีวิตอยู่ แผ่นดินไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลักฐานที่พบในหมวดหินเดียวกับที่ฝังร่างนาคาไททันบ่งชี้ว่า ภูมิภาคนี้เคยปกครองด้วยพื้นที่กึ่งแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และผืนป่าโปร่ง ในขณะที่โลกกำลังอยู่ในสภาวะ “เรือนกระจก” (Hothouse state) ซึ่งงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าสภาวะเช่นนี้เองคือสวรรค์ที่เอื้อให้ไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดยักษ์เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

เหล่าสัตว์กินพืชร่างยักษ์เหล่านี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านป่าโปร่งได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ พวกมันแทะเล็มยอดไม้สูงและก้มลงกินพืชระดับล่างอย่างหญ้าถอดปล้อง (Horsetails) หรือเฟิร์น การหากินและการเหยียบย่ำของพวกมันยังมีส่วนช่วยรักษาให้สภาพที่อยู่อาศัยคงความโปร่งแบบทุ่งสะวันนา แทนที่จะกลายเป็นป่าทึบที่เดินลำบาก

ดร.ศิตะ มานิตกุล ยืนอยู่ข้าง ๆ แบบจำลอง กระดูกต้นขาของนาคาไททัน ชิ้นส่วนนี้เป็นชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana

ทีมวิจัยเชื่อว่านาคาไททันคือจุดเริ่มต้นของยุคทองแห่งการวิวัฒนาการทางขนาดร่างกาย เพราะเมื่อคณะนักวิจัยลองเปรียบเทียบมันกับซอโรพอดขนาดยักษ์ชนิดอื่นในเอเชีย พวกเขาก็พบว่าไดโนเสาร์เหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกในช่วงเวลาอันอบอุ่นของยุคครีเทเชียสที่ตามหลังยุคของนาคาไททัน

“ซอโรพอดอย่าง Ruyangosaurus มีน้ำหนักเกือบ 60 ตัน และถูกจัดเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในเอเชียช่วงยุคครีเทเชียส” ดร.ศิตะกล่าว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ว่า สภาพที่อยู่อาศัยซึ่งอบอุ่น เปิดโล่ง และค่อนข้างแห้งแล้ง คือปัจจัยสำคัญที่สร้างสภาวะในอุดมคติให้พวกซอโรพอดวิวัฒนาการจนมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างที่เห็น

เรื่อง Riley Black

ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana

ภาพประกอบโดย ไดโนเสาร์เล่าแบบไทย ๆ และ Patchanop Boonsai 

แปลและเรียบเรียง อรณิชา เปลี่ยนภักดี 


อ่านเพิ่มเติม : ‘130 ล้านปีแห่งความลับ’

การปะติดปะต่อปริศนาไดโนเสาร์ในไทย

และความเป็นไปได้ในการพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่

© COPYRIGHT 2026 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.