เพราะเหตุใดก้นสมุทรแอนตาร์กติก จึงเป็นเหมือนไทม์แมชชีน

“เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลยุคโบราณ

คริสเตียน แลกเกอร์ กำลังสำรวจสถานที่

ที่ได้ชื่อว่าเหน็บหนาวและลึกล้ำที่สุดบางส่วนบนพื้นพิภพ”

จากพื้นผิวอันรกกร้างว่างเปล่าและหนาวเหน็บ แอนตาร์กติกาดูเหมือนสถานที่ที่ไม่เอื้อต่อชีวิต แต่เพียงออกมานอกชายฝั่ง ห้วงน้ำลึกของมหาสมุทรใต้ (Southern Ocean) กลับบอกเล่าเรื่องราวต่างออกไป หลายร้อยเมตรใต้ผิวน้ำปลาน้ำแข็งตัวโปร่งแสงกำลังเฝ้าไข่ หมึกสายล่องลอยมากับกระแสน้ำใต้สมุทร ไอโซพอดหน้าตาประหลาดคืบคลานอยู่ท่ามกลางหมู่ฟองน้ำและดาวทะเลสีสันสดใส “รับรองว่าคุณต้องตื่นตะลึงครับ”  นักชีววิทยาทางทะเลและนักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก คริสเตียน แลกเกอร์ บอกและเสริมว่า “ก้นสมุทรแอนตาร์กติกาคือดินแดนอันรุ่มรวยไปด้วยชนิดพันธุ์ สีสัน ผิวสัมผัส และรูปทรง”

ระหว่างการสำรวจครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ แลกเกอร์มองสู่ห้วงลึกและหนาวเหน็บนั้นจากห้องควบคุมบนเรือวิจัย ฟอล์กเกอร์ (ทู) ของสถาบันมหาสมุทรชมิดท์ ขณะที่วิดีโอจากยานสำรวจระยะไกลหรืออาร์โอวี ซูแบสเตียน ไลฟ์สตรีมขึ้นบนจอมอนิเตอร์ ก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยของเขาไปถึงบริเวณที่ไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อนของร่องลึกก้นสมุทรจากจุดนั้น ยานสำรวจพื้นที่ลาดชันน้อยๆ จากระดับความลึกมากกว่า 940 เมตรถึงราว 320 เมตร แลกเกอร์และ เพื่อนร่วมงานรู้สึกเหมือนเป็นมนุษย์อวกาศสำรวจพรมแดนใหม่ๆ

ยานอาร์โอวีรวบรวมฟุตเทจจากห้วงลึกระหว่างการดำสำรวจก้นสมุทร ในห้องควบคุมบนเรือวิจัยของสถาบันมหาสมุทร ชมิดท์ แลกเกอร์ติดตามความคืบหน้าของยานและคอยมองหาสิ่งมีชีวิตเพื่อเก็บตัวอย่าง (ภาพถ่าย: ลูวาน อกัสตี)

มหาสมุทรใต้มีบทบาทสำคัญเกินตัวในสุขภาวะของโลกด้วยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมากกว่ามหาสมุทรอื่นใด และช่วยควบคุมภูมิอากาศผ่านกระแสน้ำและน้ำแข็งตามฤดูกาล แต่ตามผลการศึกษาที่สนับสนุนโดยองค์การนาซาเมื่อไม่นานมานี้ การประเมินปริมาณกักเก็บคาร์บอนในปัจจุบันเป็นไปได้อย่างจำกัดเพราะ “สภาพการณ์ยากลำบากที่นั่นทำให้การรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นไปได้ยาก” ด้วยเหตุนี้ ก้นสมุทรเพียงน้อยนิดจึงได้รับการศึกษาและส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสำรวจ ด้วยการศึกษาบริเวณที่อยู่ลึกลงไปของมหาสมุทร แลกเกอร์และทีมงานจากสภาการวิจัยทางเทคนิคและวิทยาศาสตร์แห่งชาติของอาร์เจนตินาหวังจะค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ๆ และอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการกักเก็บคาร์บอน

สมาชิกในทีมรวบรวมตัวอย่างจากการดำสำรวจก้นทะเลรวมเจ็ดครั้งระหว่างการเดินทางนานสามสัปดาห์โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจมหาสมุทรเพื่อโลกที่ยั่งยืนของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกและโรเล็กซ์ (National Geographic and Rolex Perpetual Planet Expeditions) อันเป็นโครงการที่มุ่งส่งนักวิจัยไปศึกษามหาสมุทรต่างๆ ของโลก พวกเขาปล่อยแขนกลของยาน ซูบาสเตียน ออกไปรวบรวมตัวอย่างสัตว์ที่กินอาหารด้วยการกรอง (filter feeder) เพื่อหวังระบุชนิดพันธุ์ใหม่ๆ และเก็บตัวอย่างแกนตะกอนก้นสมุทรเพื่อวิเคราะห์ปริมาณาคาร์บอนที่กักเก็บไว้ ทีมงานยังนำวิดีโอที่บันทึกภาพก้นสมุทรกลับมาด้วย

การดำสำรวจหลายครั้งลงไปถึงระดับความลึกมากกว่า 600 เมตร และครั้งหนึ่งยังลงไปลึกเกือบ 4,000 เมตร ถือเป็นสถิติการดำลึกที่สุดครั้งหนึ่งของยานอาร์โอวีในมหาสมุทรใต้  ช่วยเผยความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับนิเวศวิทยาของเขตพื้นทะเล (benthic zone) แลกเกอร์อธิบายว่า ขณะที่น่านน้ำตื้นกว่าและพื้นดินได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเห็นได้ชัด สภาพแวดล้อมในบริเวณที่ลึกกว่ากลับยังค่อนข้างบริสุทธิ์  ในบริเวณเหล่านั้น อุณหภูมิน่าจะมีเสถียรภาพมาตลอดหลายศตวรรษ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของก้นสมุทรก็ไม่ถูกรบกวน มันจึงเปรียบเหมือน “ไทม์แมชชีน”  แลกเกอร์บอกและเสริมว่า “เหมือนเราได้ศึกษาชุมชีพใต้ท้องทะเลอย่างที่มันเป็นเมื่อหลายร้อยปีก่อน”

ทีมงานของแลกเกอร์ใช้ยานสำรวจระยะไกลหรืออาร์โอวีของสถาบันมหาสมุทรชมิดท์ในการสำรวจบริเวณที่อยู่ลึกลงไปของมหาสมุทรใต้ (ภาพถ่าย: ลูวาน อกัสตี)

การดำสำรวจเหล่านี้ยังหยิบยื่นโอกาสที่หาได้ยากในการสร้างเส้นฐานของสุขภาวะทะเลลึก เพื่อที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถตรวจพบสัญญาณแรกๆ ของความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ปัจจุบัน ทีมงานกำลังประมวลผลจากตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมา และตรวจสอบฟุตเทจราว 40 ชั่วโมงเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับระบบนิเวศที่ระดับความลึกต่างๆ ของก้นสมุทร

แลกเกอร์ซึ่งยังรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ปอร์เอลมาร์เชื่อว่า ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ ครั้งนี้จะช่วยหนุนข้อเสนอให้มีการประกาศเขตคุ้มครองทางทะเลมากขึ้นในน่านน้ำรอบแอนตาร์กติกา เขาอธิบายว่า “นี่จะไม่ใช่เป็นเพียงการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีความโดดเด่นและยังบริสุทธิ์อยู่เป็นส่วนใหญ่ แต่หมายถึงการปกป้อง… สุขภาวะของมหาสมุทรใต้และบทบาทของมันในการควบคุมระบบต่างๆ ในโลก”

การรายงานในสารคดีเรื่องนี้นำเสนอโดยสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โดยความร่วมมือกับโรเล็กซ์ ภายใต้โครงการสำรวจ มหาสมุทรเพื่อโลกที่ยั่งยืนของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกและโรเล็กซ์ 

เรื่อง  เดวิด มอนต์โกเมอรี

แปล  กองบรรณาธิการ


อ่านเพิ่มเติม : ท้าทายความเชื่อเดิม

หลังพบฉลามสลีปเปอร์ในแอนตาร์กติกา

© COPYRIGHT 2026 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.