รากเหง้าที่หนองจอกและตลิ่งดิน

จากตลิ่งดิน ร่มไม้ และสายน้ำ สู่คำถามว่าเราจะพัฒนาเมืองโดยไม่ต้องแลกกับธรรมชาติได้ไหม ที่หนองจอก ผู้คนกำลังชวนกันหาคำตอบผ่านคลองแสนแสบระยะทาง 7 กิโลเมตรด้วยการลงมือรู้จักธรรมชาติ พายเรือเก็บขยะ และออกแบบอนาคตของคลองไปพร้อมกัน

“มันเริ่มจากตัวเองเลยนะ ว่าเราอยากทำสิ่งนี้ เราอยากมีรากที่แข็งแรง” สิรามล ตันศิริ นักสื่อสารธรรมชาติและกระบวนกรด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ก่อตั้ง “ห่มดินเลิร์นนิ่งสเปซ” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นมาขับเคลื่อนกิจกรรมอนุรักษ์หนองจอก 

สิรามลเริ่มด้วยการพาเด็ก ๆ เดินศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ จนได้พบกับ ป๋าไพเราะ จิตต์หมวด คนขับเรือนำเที่ยวในคลองแสนแสบ เธอจึงมีโอกาสนั่งเรือออกไปบางปะกงที่ทั้งสองฝั่งน้ำเป็นเขื่อนปูน และวันต่อมาในคลองแสนแสบที่ทั้งสองฝั่งยังเป็นตลิ่งดิน มีต้นไม้ร่มรื่น 

บรรยากาศกิจกรรมพายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ

“ฝั่งบางปะกง เขื่อนมาหมดแล้ว รู้สึกมันแห้งแล้งมาก แล้วพอวันต่อมาเราได้ล่องเรือฝั่งที่มันยังคงเป็นธรรมชาติอยู่ …มันอยู่ที่ประสบการณ์ตรงของคนมากเลย ถ้ามา เขาก็จะรู้ว่ามันดียังไงโดยที่เราไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ แต่ว่าการที่เขานึกภาพไม่ออกเพราะเขาไม่เคยมีประสบการณ์ตรงนี้ เราเลยเริ่มทำมาตลอด จัดทริปพาคนลงเรือ เป็นธีมธรรมชาติมั่ง เป็นธีมวัฒนธรรม พาขึ้นมัสยิด พาขึ้นวัด ฯลฯ” 

จนมาถึงงาน “อนุรักษ์คลองแสนแสบแบบหนองจอก” ที่จัดขึ้นตรงกับวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ปีนี้ นอกจากคนในชุมชน มีหลายภาคส่วนมาร่วมทำหลากหลายกิจกรรมอย่างคึกคัก รวมถึงการพายเรือเก็บขยะ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก รองศาสตราจารย์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ปราณิศา บุญค้ำ ชวน Feelfree และ Cobra มาสนับสนุนบอร์ดและเรือ 

“มาเก็บขยะกันดีกว่า นี่เก็บยังไงไม่หมดหรอก พายเรือเก็บขยะ เพื่อชวนคนให้เลิกทิ้งขยะ” อาจารย์ปริญญาเล่าถึงที่มาการพายเรือเก็บขยะที่เขาเริ่มจัดเมื่อสิบปีก่อนที่คลองท่าลาด จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อพบว่าคลองที่เขาเคยกระโดดน้ำเล่นสมัยเด็ก ๆ นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังมีวัดโบราณ มีบ้านคนอยู่สองข้างทาง แต่มีผักตบชวามากมาย มีขยะในน้ำ บ้านเรือและท่าน้ำตลอดเส้นทางแลดูทรุดโทรม กิจกรรมพายเรือที่มีคนมาร่วมราว 50 คน จึงเป็นการบังคับกลาย ๆ ให้คนในพนมสารคามจัดการหน้าบ้าน ท่าน้ำ กำจัดผักตบชวา ทำให้สถานที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน 

จากท่าลาดมาสู่บางปะกง การพายเรือที่น่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้รื่นรมย์กับทัศนยีภาพ กลับทำให้เขาต้องพบเจอขยะในน้ำมากมาย จนในที่สุดเกิดเป็นกิจกรรมใหญ่พายเรือเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาในปี 2561 กับการพายเรือผ่าน 10 จังหวัด ระยะทาง 400 กิโลเมตรใน 14 วัน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายพื้นที่ มีผู้สนับสนุนบอร์ดและเรือมาให้ใช้ และจากวันนั้น กลายเป็นกิจกรรมที่ยังผลิดอกออกผลพายเก็บขยะในหลายพื้นที่จนวันนี้ 

สิรามล ตันศิริ นักสื่อสารธรรมชาติและกระบวนกรด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ก่อตั้ง “ห่มดินเลิร์นนิ่งสเปซ”

อนุรักษ์คลองแบบหนองจอก 

หากใครได้มาลงเรือชมวิวในคลองแสนแสบที่หนองจอก ถ้าไม่บอกพิกัด ก็อาจจะไม่คิดว่ายังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ คลองที่ยังเป็นตลิ่งดินระยะทาง 7 กิโลเมตร ทำให้ธรรมชาติบริเวณนี้สมบูรณ์และร่มรื่น ทั้งต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง มีรังนกธรรมชาติให้เห็น มีคนหาปลา มีเด็กกระโดดเล่นน้ำ 

นิทรรศการ “ไม่ยอมให้หายไป” โดย ห่มดินเลิร์นนิ่งสเปซ

บรรยากาศริมคลองแสนแสบย่านหนองจอก

การเห็นความสำคัญและอยากปกป้องอะไรสักอย่าง ต้องเกิดจากความรู้จักและกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ใส่ใจ สิรามลจึงหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสำรวจความหลากหลายของชีวิตตลอดเส้นคลอง เป็นที่มาของนิทรรศการ “ไม่ยอมให้หายไป” เพื่อบอกเล่าความสมบูรณ์ทางนิเวศน์ ที่มีสัตว์และแมลงน้อยใหญ่กว่า 200 พันธุ์ อย่างค้างคาวปีกถุงเคราดำ เหยี่ยวขาว ปลาสร้อยลูกกล้วย และพืชอีกกว่า 100 ชนิด ที่รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่มีรากช่วยยึดเกาะตลิ่งอย่างต้นมะกอกและจามจุรี 

นักธรรมชาติวิทยา ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา ที่มาร่วมกิจกรรมวันอนุรักษ์คลอง พายเรือเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพิ่มเติมและร่วมวงเสวนาในงาน ย้ำว่า “ก้าวแรกของการพัฒนาแบบ nature—based solution คือเราจะเก็บให้ธรรมชาติทำหน้าที่เดิมอย่างไร…ธรรมชาติก็ทำงานของมันอยู่แล้ว” 

เสียงจากชุมชนได้ยินถึงกรุงเทพมหานคร งานกิจกรรมที่มีสองรองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และศานนท์ หวังสร้างบุญ มาร่วมลงคลองเก็บขยะ หลังประกาศยืนยันกับชุมชนว่าโครงการสร้างเขื่อนปูน 7 กิโลเมตรที่สำนักระบายน้ำเคยวางแผนไว้ จะถูกยกเลิก และจะให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่นำร่อง ทดลองออกแบบการจัดการที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ประจวบเหมาะกับการมีวิศวกรโยธามาร่วมวงเสวนา ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ โชติสังกาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปฐพี และเป็นคนที่ทำวิจัยเรื่องการป้องกันดินถล่มกับมูลนิธิชัยพัฒนา  

ศาสตราจารย์ ดร.อภินิติ โชติสังกาศ, ศานนท์ หวังสร้างบุญ, รองศาสตราจารย์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และ ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา ในช่วงเสวนา

อาจารย์อภินิติบอกว่าการทำวิจัยทำให้เห็นคุณค่าของนิเวศตลิ่งดินได้อย่างดี และมองว่าทางออกที่ดีที่สุดที่จะได้ทั้งการพัฒนาและไม่ทำลายวิถีธรรมชาติคือการผสมผสาน ซึ่งทำได้แน่นอนในทางวิศวกรรม แต่แค่ต้องทำงานมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด “งานวิศวกรรมที่ดี เป็นงานวิศวกรรมที่เรียนรู้จากธรรมชาติ และต้องเข้าใจธรรมชาติ” 

ต้นแบบและความยั่งยืน 

อาจารย์ปริญญาเล่าว่ากลับไปที่คลองท่าลาดแล้วเริ่มเห็นผักตบชวากลับมา จึงมองว่าจะต้องมีความต่อเนื่องของกิจกรรมการใช้คลอง ตอนนี้กำลังวางแผนการท่องเที่ยวทางน้ำกับคนในพนมสารคามเพื่อให้เกิดความยั่งยืน “ผมตั้งใจว่าเดี๋ยวจะมีเรือไฟฟ้ามาใช้เป็นท่องเที่ยวทางน้ำ ชมวัด วัดโบราณ 9 วัด 10 วัด” 

รองผู้ว่ากรุงเทพฯ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และรองศาสตราจารย์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ร่วมกิจกรรมเก็บขยะในคลอง

มองไปข้างหน้า อาจารย์ปริญญาเชื่อว่าหากการออกแบบคลองแสนแสบช่วงหนองจอกนี้เป็นผลสำเร็จ แบบที่การพัฒนาไม่ต้องแลกมาด้วยธรรมชาติ จะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ส่วนในกรุงเทพฯนั้น ถ้ามีคลองส่วนไหนที่เป็นตลิ่งดิน ก็ยังไม่มีที่ช่วงยาวถึง 7 กิโลเมตรแบบที่หนองจอกนี้  

หลังจากนี้ ทาง กทม. ต้องลงพื้นที่พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อหาทางออกให้ความเขียวชอุ่มของคลองกรุงเทพฯแบบธรรมชาติวิทยา อย่างที่ศานนท์หันไปบอกกับคนที่มาร่วมงานอนุรักษ์คลองแสนแสบว่า “7 กิโลเมตรนี้ เรามาทำด้วยกัน” 

เรื่อง ทิวลิป นาคสมภพ เบลาว์ 


อ่านเพิ่มเติม : อนาคตเมืองยั่งยืน: อยู่สบาย เข้าถึงง่าย ไร้ความเหลื่อมล้ำ’ สรุปสาระสำคัญจากเวทีเสวนา ความท้าทายและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

© COPYRIGHT 2026 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.