Yilan ท่องเมืองเพลินใจใน อี๋หลาน ประตูสู่ฝั่งตะวันออก ไต้หวัน

[BRANDED CONTENT FOR TAIWAN TOURISM]

เราเคยปักหมุดอี๋หลานหมายไว้ในใจเมื่อหลายปีก่อน แต่ได้แค่โฉบไปเฉียดมา ในที่สุดก็มีโอกาสเสียที เมื่อได้ร่วมงานกับ  Taiwan Tourism Administration, Bangkok Office อีกครั้ง เดินทางไปกับแคมเปญ “Taiwan’s East Coast; Where Life Goes Brighter” ที่เราจะพาท่อง 3 เมืองชายฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ อี๋หลาน (Yilan), ฮวาเหลียน (Hualien) และไถตง (Taitung)

เริ่มกันที่อี๋หลาน รอบนี้เราเช่ารถพร้อมคนขับเพื่อความคล่องตัว เลยได้นั่งรถลอดอุโมงค์เสวี่ยซาน (Hsuehshan Tunnel)  ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในไต้หวัน ประมาณ 12 กม. ไปสู่อี๋หลานกันเลย

อี๋หลานตั้งอยู่ในเขตที่ราบรูปสามเหลี่ยมที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและหันหน้าสู่ทะเล เป็นชัยภูมิที่ดีของแหล่งน้ำจากเทือกเขาสูง น้ำพุร้อน ความอุดมสมบูรณ์ของการเกษตร ที่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย เราคัดสรรมาให้ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวทุกวัย กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนหนุ่มสาว ได้เพลิดเพลินแม้มีเวลาสั้นๆ แค่ 2 วัน 1 คืน

Jiaoxi Hot Springs Park สวนน้ำพุร้อนเจียวซี 

น้ำพุร้อนในเขตเจียวซีมีความพิเศษที่เป็นน้ำพุร้อนที่ในที่ราบ ไหลซึมอยู่ทั่วไป ดั้งเดิมคนท้องถิ่นก็เพียงกั้นคอกเพื่อตักอาบและใช้งานในชีวิตประจำวันเท่านั้น จนมาถึงยุคที่ญี่ปุ่นเข้ามาปกครองไต้หวัน ได้เห็นศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปกับวัฒนธรรม “ออนเซ็น” หรือการแช่น้ำพุร้อนในโรงอาบน้ำสาธารณะเข้ามา และสร้างเป็นสวนน้ำพุร้อนท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ สวนน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวันจึงเกิดขึ้นที่นี่

น้ำพุร้อนเจียวซีมีความพิเศษตรงที่มีความใส ไร้กลิ่นกำมะถัน แถมยังได้ชื่อว่าเป็น Beauty Soup ที่แช่แล้วผิวสวยนุ่มลื่น มีบ่อสาธารณะสำหรับแช่เท้าที่เปิดให้บริการฟรี มีหลายบ่อให้เลือก ทำชายคาคลุมกันแดดกันฝนเรียบร้อย

ใครที่อยากแช่ทั้งตัว เราชวนเดินลึกเข้าไปด้านในผ่านสวนสไตล์เซน (Zen) และสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่น ก็จะพบโซนที่สามารถลงได้ทั้งตัว แยกชายหญิง มีค่าบริการ 200 NTD ต่อคน หรือจะแค่แช่เท้า เช่าชุดยูกาตะมาเดินถ่ายรูป แล้วนั่งพักในคาเฟ่ ทานขนมหวานท่ามกลางบรรยากาศของสวนญี่ปุ่น ก็ผ่อนคลายมากๆ แล้ว

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/fthiSeisJTr2gD6D7

เฟซบุ๊ค: http://facebook.com/spa.park 
เปิด-ปิด: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Yilan Animal and Plant Kingdom อาณาจักรสัตว์และพืชอี๋หลาน

ที่นี่เป็นจุดเช็คอินยอดนิยมของครอบครัวและคนหนุ่มสาวมาก ๆ เพราะเป็นสวนสัตว์ที่ผสานความเป็นคาเฟ่สัตว์เข้าไป แบบให้เราได้สัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์แบบไร้กรงกั้นแบบเดิม แต่กำหนดเขตพื้นที่ให้สัตว์อยู่สบายภายในที่อยู่ของพวกมันเอง ทั้งโซนในร่มที่ควบคุมอุณหภูมิไปตามสัตว์ประเภทต่าง ๆ และกลางแจ้ง (ซึ่งก็มีหลังคาคลุมไม่หวั่นแม้วันฝนตก)

ไฮไลต์ของอาณาจักรสัตว์เริ่มตั้งแต่ โซนนก ซึ่งมีตระกูลนกแก้วหลากสีสันบินอย่างอิสระ เหยี่ยวที่เราต้องเคารพพื้นที่ของมัน  โซนเมียร์แคทและแรคคูนที่มีเจ้าหน้าที่คอยอุ้มโชว์ โซนสัตว์ทะเลทรายอย่างมาร์มอต ที่ใครๆ ก็อยากมาป้อนอาหาร โซนป่าเขตร้อนที่จำลองเรือนกระจกที่มีนกทูแคน และสล็อตเจ้าตัวที่เคลื่อนที่เชื่องช้า เป็นจุดนำสายตา

สัตว์ตัวดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากหนีไม่พ้นคาปิบาร่า ที่เขาปล่อยให้ออกมาเดินเล่นอย่างอิสระ อยู่กับบรรดาเต่าบกยักษ์ ที่ให้เราป้อนอาหารกันได้อย่างสนุกสนาน

ออกจากโซนควบคุมอุณหภูมิ มาถึงโซนกลางแจ้ง เราจะเซอร์ไพรส์ที่ได้เห็นจิงโจ้แดงกับจิงโจ้เทาจากออกสเตรเลีย ออกมาปล่อยให้เดินเล่น นอนเล่นอยู่ท่ามกลางทางเดิน การให้อาหารก็สนุกสนาน สามารถหมุนไข่กาชาปองได้หญ้าอัดแท่งมาป้อนน้องๆ ได้

เราชอบการจัดการของที่นี่มาก ทั้ง ๆ ที่มีผู้ชมเข้ามาไม่ขาดสาย ก็ยังรักษาความสะอาดได้อย่างดี ไม่มีกลิ่นมูลสัตว์เลย การเลือกใช้อุปกรณ์การให้อาหาร ที่แตกต่างไปตามชนิดสัตว์ เช่น ที่คีบผักให้เต่าบกทำด้วยไม้แข็งแรง ทนแรงขบของเต่าและไม่ทำร้ายเต่าเช่นกัน การออกแบบพื้นที่ที่สร้างขอบเขตและมีอิสระได้ไปพร้อมกัน ความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบนี้เป็นตัวเสริมความน่ารักของน้อง ๆ สร้างประสบการณ์การเข้าชมที่ดี ที่อยากบอกต่อ ชวนให้มาชมกัน

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/EENYWhJfeuQRuE1cA 

https://www.facebook.com/YilanAnimalKingdom
เปิด-ปิด: ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 09.30-17.00 น.

Kavalan Distillery โรงกลั่นวิสกี้คาวาลัน

ไต้หวันเป็นแหล่งผลิตวิสกี้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จัดว่าเป็นวิสกี้โลกใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 และอยู่ในเขตกึ่งร้อนชื้น ซึ่งต่างจากการผลิตวิสกี้ในยุคแรกที่กำเนิดที่ไอร์แลนด์และสกอตแลนด์ ซึ่งมีอากาศเย็น ภูมิอากาศนี้กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้สามารถบ่มในระยะเวลาสั้นกว่า อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำจากภูเขาเสวี่ยซานที่ทำให้วิสกี้ที่นี่มีเอกลักษณ์ รุ่นที่สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังไปทั่วโลกคือ Kavalan Solist Vinho Barrique ที่เคยคว้ารางวัล “World’s Best Single Malt Whisky” มาครอง และกลายเป็นวิสกี้ที่มีชื่อเสียง เมื่อได้รางวัลจากการประกวดแบบ Blind Testing ซึ่งกรรมการจะวัดกันที่กลิ่นหอมและรสชาติล้วน ๆ

เราเริ่มต้นกันที่อาคาร Spirit Castel ซึ่งเป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยว คุณเคทลิน ซึ่งเป็น Global Brand Ambassador & Global PR Officer พาพวกเราไปดูกระบวนการผลิตวิสกี้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมถังบ่ม ชมพิพิธภัณฑ์โรงกลั่น และเข้าไปดูถึงในโรงบ่มกันเลย

ที่เรารู้สึกตื่นตาเป็นพิเศษคือเทคนิคการเตรียมถังบ่มที่ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ STR (Shaved, Toasted, Re-charred)  ถังที่นำมาหมักวิสกี้มีทั้งถึงที่เคยเป็นถังบ่มไวน์ ถังบ่มบรั่นดี จึงต้องนำมาผ่านการ Shaved: ขูดผิวเนื้อไม้ด้านในออกเล็กน้อยเพื่อขจัดรสฝาดเกินไปของไวน์เก่าออก Toasted: ย่างด้วยความร้อนต่ำเพื่อสลายโครงสร้างไม้ ให้ปล่อยน้ำตาลในเนื้อไม้ออกมา

และ Re-charred: เผาไฟแรงความร้อนสูงถึง 270 ที่ผิวด้านในให้เป็นคาร์บอน ช่วยกรองสิ่งสกปรกและเปลี่ยนน้ำตาลในไม้ให้กลายเป็นรสคาราเมลและกลิ่นวานิลลาที่เด่นชัด ซึ่งเป็นเทคนิคที่คาวาลันคิดค้นขึ้นมา

หลังจากตื่นใจกับไฟฟู่และกลิ่นหอมคาราเมลแล้ว เราก็เข้ามิวเซียมชมเรื่องราวและกระบวนการผลิตวิสกี้ ตั้งแต่วัตถุดิบ จัดแสดงระยะเวลาการบ่มกลั่นที่มีผลต่อรสชาติ กลิ่น และสีสัน โรงกลั่นและเครื่องกลั่น อุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เครื่องยุคแรกที่ยังใช้งานอยู่จนถึงเครื่องรุ่นใหม่ในปัจจุบัน แล้วได้ไปเยือนโรงบ่มที่มีถังไม้โอ๊ควางอยู่มากมายในโรงควบคุมอุณหภูมิขนาดใหญ่ ถ้าใครชอบเรื่องราวของการผลิตเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่เข้าขั้นงานฝีมือ น่าจะชอบการเรียนรู้ผ่านเส้นทางวิสกี้นี้

นอกจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ยังมีคอร์สชิมวิสกี้ Warehouse Tasting Room ซึ่งเลือกชิมวิสกี้รุ่นแรร์ บางรุ่นก็ไม่ได้วางขาย เป็นการกดขึ้นมาจากถังโดยตรงให้ชิมกันเลย และคอร์ส DIY Blending Lab ที่ให้ปรุงวิสกี้ในแบบของตัวเอง โดยจะมีวิสกี้ที่มีความโดดเด่นต่างกัน 4 แบบ ให้เลือกผสม และจดสูตรที่ชอบ ได้บรรจุขวด ติดชื่อ ใส่ในกล่องสวยงาม คอร์สเหล่านี้มีค่าใช้จ่าย และอย่าลืมว่าสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น ทุกบริการต้องจองล่วงหน้าทางเว็บไซต์

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/4xkV83fdDWuaSjMk8
เว็บไซต์: https://www.kavalanwhisky.com/en
เปิด-ปิด: ทุกวัน 09.00-18.00 น.

 

Toucheng Leisure Farm  ฟาร์มนันทนาการโถวเฉิง

การเกษตรเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นที่นิยมในไต้หวันและได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง มีแพลตฟอร์ม go go Taiwan Farm ที่รวบรวมฟาร์มเชิงสันทนาการรูปแบบต่างๆ ไว้ให้เลือกสรรอย่างเป็นระบบ ก็รู้ได้เลยว่าความเอาจริงนี้ เราต้องไม่พลาด

ที่เลือกปักหมุดไปที่ฟาร์มโถวเฉิง บอกตามตรงว่าเลือกจากพื้นที่กว้างใหญ่ และเป็นหนึ่งในฟาร์มเกษตรเชิงนิเวศ (Agritourism) ที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดของไต้หวัน 

ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่” ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตและเรียนรู้จากธรรมชาติ จนคว้าความสำเร็จในระดับสากล เช่น รางวัลจากเครือข่ายนิเวศท่องเที่ยวแห่งเอเชีย (Asian Ecotourism Network – AEN) และเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ESG & Sustainable Tourism) ของไต้หวัน

สิ่งที่เราประทับใจมาก ไม่เพียงแค่พื้นที่มากกว่า 120 เฮคตาร์ แต่คือที่ตั้งที่ติดเชิงเขาเสวี่ยซาน และมีด้านหน้าติดทะเล แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกเหมือนได้เติมเต็มด้วยไอธรรมชาติ

คุณฮันเตอร์ หลิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของฟาร์ม พาเราเดินชมเส้นทางการเรียนรู้เกษตรเชิงนิเวศที่กลมกลืนและพึ่งพาธรรมชาติ ตั้งแต่โรงแรมแมลง การปลูกพืชหลากหลายทั้งคลุมดินและป้องกันศัตรูพืช การผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนแบบไร้กลิ่น

แล้วพาลึกเข้าไปดูแม่น้ำที่ไหลตัดผ่านฟาร์ม ในเดือนเมษายน ระดับน้ำขณะนี้มีเพียง 1 ใน 3 ของหน้าน้ำหลาก น้ำสำคัญทั้งในแง่มอบความชุ่มชื้นให้การเกษตร และยังสำคัญต่อสัตว์ป่า ระหว่างทางชมแม่น้ำเราแว่วเสียงหมูป่าและเสียงเก้งไต้หวันร้องดัง แหงนหน้าขึ้นไปก็ยังได้เห็นนก Taiwan Blue-Magpie นกหางยาวตระกูลขุนแผนที่พบได้เฉพาะที่เกาะไต้หวัน 2 คู่ กำลังบินโฉบไปมาจีบกันในช่วงจับคู่ ทำให้เรารู้ว่าที่นี่เป็นทั้งที่ทำงานของมนุษย์และเป็นบ้านที่สัตว์ทั้งหลายรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิต 

เดินต่อมาดูนาข้าวแบบดั้งเดิม ที่มีการอนุรักษ์พืชตระกูลกล้วยไม้ที่เสี่ยงสูญพันธุ์อย่างยิ่ง พืชชนิดนี้ขึ้นได้ดีตามคันนายกสูง ที่แดดแรงและน้ำสะอาด เมื่อการเกษตรแบบเดิมเลือนความสำคัญลง พืชชนิดนี้ก็หายตามไปด้วย ความพยายามเหล่านี้ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ฟาร์มแห่งนี้ได้ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งรัฐและเอกชนที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืน 

การสื่อสารเรื่องธรรมชาติที่เป็นหนึ่งเดียวกับเกษตรก็น่าสนใจ เราชอบกระดานที่บันทึกสิ่งมีชีวิต สัตว์น้อยใหญ่มากมายที่พบในนาข้าวเกษตรอินทรีย์ ทุกๆ ปีฟาร์มแห่งนี้จะอัพเดทสิ่งมีชีวิตที่ใช้พื้นที่นี้ร่วมกัน กลางวันเป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้คน ตกกลางคืนก็มีกล้องดักถ่ายสัตว์ที่ทำให้เราเห็นว่ากลายเป็นแหล่งอาหารของครอบครัวหมูป่า คุณหลินบอกว่า แน่นอนว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้ เพราะที่นี่เป็นฟาร์มเกษตรเชิงนิเวศที่มีพันธกิจเพื่อการเรียนรู้มากกว่าเน้นผลผลิต

แม้เป้าหมายหลักของการเกษตรคือผลผลิตที่ให้ได้สูงสุด แต่ฟาร์มเชิงนิเวศแห่งนี้สามารถมีเป้าหมายที่ต่างออกไปได้ ด้วยโมเดลที่รัฐบาลเอื้อให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการวางมาตรฐานการเป็น Leisure Farm มีการตรวจสอบคุณภาพทุกปี พร้อมกับนโยบายการสนันสนุนอย่างจริงจัง และการที่ฟาร์มมีกิจกรรมเชิงนิเวศร่วมกับภาคเอกชน เป็นการหาทางออกเชิงเศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/tzEUz7ZFHATwPd118 
เว็บไซต์: https://www.tcfarm.com.tw/en

Luodong Night Market ตลาดกลางคืนหลัวตง 

ตกกลางคืน เราไปฝากท้องไว้ที่ตลาดกลางคืนหลัวตง ที่คึกคักขวักไขว่สมกับเป็นหนึ่งในตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออก 

ผลผลิตทางการเกษตรที่ดังที่สุดของอี๋หลานคือ “ต้นหอมซานซิง” (Sanxing Scallions) ที่เขาว่าหอมและหวานฉ่ำเป็นพิเศษ เลยกลายเป็นวัตถุดิบในหลายเมนู แต่ความน่ากินของร้านต่างๆ และสีหน้าเพลิดเพลินกับอาหารของเหล่านักท่องเที่ยว เหมือนเป็นสิ่งการันตีรสชาติให้อยากสั่งตาม เราเลยได้ลองชิมไปหลายเมนู เช่น ซุปแกะตุ๋นที่เนื้อบางนุ่ม ซุปใสซดแล้วสดชื่น หมูพันต้นหอมย่าง โรตีเนื้อใส่ต้นหอม 

แต่เป้าหมายแท้จริงที่เราพลาดในคืนแรกคือ โรตีต้นหอม เรามาไม่ทันร้านปิด แต่ได้ตามไปชิมในวันต่อมา เราว่าอร่อยของจริงเลยล่ะ มีความเหมือนโรตีหนาๆ ที่กรอบนอกเหนียวนุ่มใน มีต้นหอมที่โดนความร้อนจนหอมหวาน มีทั้งแบบดั้งเดิม แบบทาซอสเผ็ด แบบใส่ไข่ให้เลือก อร่อยทุกแบบเลย

ตลาดกลางคืนสำหรับเราจึงไม่ใช่แค่ที่กินดื่ม แต่เป็นแหล่งเติมพลังทั้งกายและใจ เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่หยั่งรากลึกและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของไต้หวันจริงๆ

ที่ตั้ง Luodong Night Market: https://maps.app.goo.gl/qE8TLsrdogNSQE229
เปิด-ปิด: ทุกวัน 19.00 – 00.00 น.

ที่ตั้ง Yifeng Green Onion Pie: https://maps.app.goo.gl/CiSKvgB5KbCVuWXy9

การเดินทางท่องชายฝั่งตะวันออกของเราเพิ่งเริ่มต้น ติดตามการเส้นทางของพวกเรากันต่อในเมืองฮวาเหลียน และไถตง ที่จะทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าตามพวกเราไปบ้าง

เรื่อง อาศิรา พนาราม

ภาพ อภินัย ทรรศโนภาส

© COPYRIGHT 2026 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.