100 ปี TUDOR ศิลปะแห่งเรือนเวลา การเล่าเรื่องที่บอกผ่านกาลเวลา

[ADVERTISING FOR TUDOR]

A Century of TUDOR การเดินทางผ่าน 100 ปี แห่งจิตวิญญาณ ‘Born To Dare’ ของ TUDOR

ในงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–27 กันยายน 2026 มีอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีเซสชั่นเปิดมุมมองจากประวัติศาสตร์ตลอด 100 ปีของแบรนด์ที่ใครต่อใครรู้จักอย่าง TUDOR ในหัวข้อ “A Century of TUDOR” โดยมีคุณ Cole Penningtonผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์นาฬิกา และผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ TUDOR เป็นผู้บรรยาย 

ตลอดเวลากว่า 1 ชั่วโมง คุณ Cole Pennington พาผู้ฟังออกเดินทางบนเส้นทางประวัติศาสตร์ร่วมศตวรรษของ Tudor เช่นเดียวกับการบอกเส้นทางแห่งจิตวิญญาณ Born to Dare อย่างมีสีสัน นับตั้งแต่แรกก่อตั้ง จนถึงปัจจุบัน

วิสัยทัศน์ของ Hans Wilsdorf สู่กำเนิด TUDOR

จุดเริ่มต้นของ TUDOR ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1926 เมื่อชื่อ The TUDOR ได้รับการจดทะเบียนโดย Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex โดยชื่อ ‘Tudor’ เป็นหนึ่งในชื่อแบรนด์จำนวนมากที่เขาจดทะเบียนไว้ ซึ่งสะท้อนถึงความหลงใหลในราชวงศ์และสัญลักษณ์แห่งราชสำนักของผู้ก่อตั้ง

Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex โดยชื่อ ‘Tudor’ เป็นหนึ่งในชื่อแบรนด์จำนวนมากที่เขาจดทะเบียนไว้

เปิดมุมมองจากประวัติศาสตร์ตลอด 100 ปีของแบรนด์ที่ใครต่อใครรู้จักอย่าง TUDOR ในหัวข้อ “A Century of TUDOR”

จุดตั้งต้นของ TUDOR เกิดจากวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย แต่กลายเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์มาจนถึงวันนี้ นั่นคือการสร้างนาฬิกาที่มีมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือในแบบฉบับของ Wilsdorf 

Tudor เริ่มเปิดตัวสู่ตลาดในช่วงปี 1930s โดยชูคอนเซ็ปต์ “นาฬิกาที่บอกเวลาได้อย่างเชื่อถือได้ในราคาที่สมเหตุสมผล” หรือ “นาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” แนวทางดังกล่าวช่วยให้แบรนด์สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)

จากกุหลาบสู่โล่ เมื่อสัญลักษณ์บอกตัวตนของแบรนด์

เรื่องราวของ TUDOR ยังถูกสะท้อนผ่าน “ตราสัญลักษณ์” ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับตัวตนของแบรนด์

ในช่วงแรก TUDOR ใช้ดอกกุหลาบแห่งราชวงศ์ทิวดอร์เป็นสัญลักษณ์ สื่อถึงความงดงามและความประณีต ก่อนที่จะปรากฏดอกกุหลาบอยู่ภายในโล่ ซึ่ง TUDOR อธิบายว่าเป็นการผสานสองคุณสมบัติเข้าด้วยกัน คือ ความแข็งแกร่งของโล่และความสง่างามของดอกกุหลาบ

ต่อมาในปี 1969 เมื่อทิศทางของแบรนด์ขยับไปสู่เรือนเวลาที่มีความแข็งแกร่งและมีลักษณะเป็น “นาฬิกาเครื่องมือ” มากขึ้น ดอกกุหลาบจึงถูกแทนที่ด้วย โล่ (Shield) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ TUDOR มาจนถึงปัจจุบัน

คุณ Cole Penningtonผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์นาฬิกา และผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ TUDOR

โล่จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบนหน้าปัด หากเป็นภาพแทนของตัวตน TUDOR ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากความสง่างาม ไปสู่ความแข็งแกร่ง ความทนทาน และความพร้อมสำหรับการใช้งานจริง

ออกจากห้องทดลอง แล้วเดินทางสู่โลกจริง

ตัวตนของ TUDOR ถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อแบรนด์เริ่มพิสูจน์คุณภาพของเรือนเวลาผ่านการใช้งานจริง

จุดสำคัญคือการสื่อสารที่แตกต่างจากโฆษณานาฬิกาในยุคนั้น โดยไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามของเรือนเวลา แต่เล่าถึงความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง ผ่านภาพของผู้คนที่สวม TUDOR ขณะทำงานในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วง

และบททดสอบสำคัญก็ตามมา เมื่อ TUDOR Oyster Prince จำนวน 30 เรือน ถูกนำไปใช้ในการสำรวจ British North Greenland Expedition ระหว่างปี 1952–1954 ภายใต้สภาพแวดล้อมของอาร์กติกเป็นเวลานานถึงสองปี

ไม่นานหลังจากนั้น ในปี 1954 TUDOR ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการดำน้ำด้วย Oyster Prince Submariner ซึ่งถูกมอบให้แก่วิศวกรและนักสำรวจ Royal Geographic Society ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วของอาร์กติก ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำถึงประมาณ -50 องศาเซลเซียส การทดสอบเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิส่งผลต่อความเที่ยงตรงในการบอกเวลาอย่างไร 

จากผืนแผ่นน้ำแข็งสู่โลกใต้น้ำ เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เพียงพิสูจน์ความสามารถของนาฬิกา แต่ยังค่อย ๆ สร้างบุคลิกของ TUDOR ให้ชัดเจนขึ้น แข็งแกร่ง ใช้งานได้จริง และพร้อมสำหรับการสำรวจพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย

ตัวตนของ TUDOR ถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อแบรนด์เริ่มพิสูจน์คุณภาพของเรือนเวลาผ่านการใช้งานจริง จุดสำคัญคือการสื่อสารที่แตกต่างจากโฆษณานาฬิกาในยุคนั้น โดยไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามของเรือนเวลา แต่เล่าถึงความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง ผ่านภาพของผู้คนที่สวม TUDOR ขณะทำงานในสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วง

ยุคนี้เป็นยุคแห่งการวางรากฐานแนวทางการสื่อสารของ Tudor ซึ่งก็คือ “ส่งนาฬิกาออกไปทำบางสิ่ง แล้วจึงนำเรื่องราวนั้นมาถ่ายทอด” Cole เล่าถึงอีกหนึ่งบททดสอบความทนทานของนาฬิกาเครื่องมือคู่ใจนักสำรวจ อาทิ

TUDOR กับ ประเทศไทย

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง TUDOR กับ คนไทย โดยยุคแรกเริ่มของ TUDOR ในประเทศไทยเป็นการนำเข้าโดย S.A.B. (Siam S.A.B.) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1907 โดยแพทย์ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำเข้าสินค้าลักซ์ชัวรีจากยุโรปมายังประเทศไทย รวมถึงนาฬิกา Tudor ด้วยเช่นกัน โดยโฆษณา Tudor ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี 1950s ยังเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความสำคัญของตลาดไทยที่มีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน

บันทึกกาลเวลาของยุคสมัย 

เวลาผ่านไป TUDOR ยังคงพัฒนานาฬิกาดำน้ำและนาฬิกาเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง และนี่คือสิ่งที่ทำให้ ประวัติศาสตร์ ของ TUDOR แตกต่างจากการเก็บอดีตไว้ในพิพิธภัณฑ์ เพราะอดีตถูกนำกลับมาตีความใหม่อยู่เสมอ

สิ่งที่น่าสนใจคือ TUDOR ไม่ได้พยายามสร้างอนาคตด้วยการตัดขาดจากอดีต หากเลือกนำประวัติศาสตร์มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสิ่งใหม่จากนาฬิกาที่เคยเดินทางไปกับนักสำรวจ นักดำน้ำ และกองทัพเรือในอดีต กลายมาเป็นเรือนเวลาที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับเรื่องราวเหล่านั้น

และในอีกมิติหนึ่ง TUDOR ยังขยายเรื่องราวของแบรนด์ผ่าน “ผู้คน” ที่มีตัวตนและเรื่องราวเป็นที่รู้จักในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น David Beckham อดีตนักฟุตบอลและบุคคลสาธารณะที่มีบทบาทในโลกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ หรือในกรณีของ Tiger Woods นักกอล์ฟระดับโลกซึ่งความร่วมมือนี้ นับเป็นครั้งเดียวที่กลุ่มบริษัทนำชื่อของแบรนด์แอมบาสเดอร์มาตั้งเป็นชื่อนาฬิกาโดยตรง และมีชื่อของเขาปรากฎบนหน้าปัดสีเหลืองสดอีกด้วย ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความกล้าท้าทายของ Tudor ในการสนับสนุนบุคคลที่กำลังสร้างชื่อเสียง 

มิติหนึ่ง TUDOR ยังขยายเรื่องราวของแบรนด์ผ่าน “ผู้คน” ที่มีตัวตนและเรื่องราวเป็นที่รู้จักในระดับโลก

การเชื่อมโยงกับบุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำชื่อเสียงของคนดังมาเชื่อมกับแบรนด์ แต่เป็นการเลือกผู้คนที่มีเรื่องราวและตัวตนสอดคล้องกับแนวคิดของ TUDOR — คนที่เดินทางผ่านเส้นทางของตัวเอง ก้าวข้ามข้อจำกัด และสร้างความสำเร็จด้วยตัวตนที่ชัดเจน

Born to Dare เมื่อความกล้ากลายเป็นภาษาของ TUDOR

จากนักสำรวจในอดีตมาสู่นักกีฬาระดับโลกในปัจจุบัน เรื่องราวจึงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่แนวคิดสำคัญยังคงอยู่ นั่นคือ เรือนเวลาที่เดินทางไปพร้อมกับผู้คน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในชีวิตของพวกเขา

หากจะสรุปเส้นทาง 100 ปีของ TUDOR ด้วยคำเพียงไม่กี่คำ “Born to Dare” อาจเป็นหนึ่งในคำที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ในยุคปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด

“A Century of TUDOR” แสดงให้เห็นถึงการบันทึกประวัติศาสตร์ของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา

เมื่อมองกลับไปตั้งแต่ปี 1926 เรื่องราวของ TUDOR ไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ของแบรนด์นาฬิกาหนึ่งแบรนด์แต่คือเรื่องของผู้คนที่นำเรือนเวลาไปใช้งานจริง เรื่องของการเดินทาง การสำรวจ และการก้าวข้ามข้อจำกัด 

ปัจจุบัน Tudor ผลิตนาฬิกาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน METAS (Master Chronometer) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพที่เข้มงวด ชิ้นส่วนทุกชิ้นของนาฬิกา Tudor ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยกเว้นสายนาฬิกาผ้า ซึ่งผลิตโดย Julien Faure ในประเทศฝรั่งเศส 

ในอนาคต Tudor ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษาความสม่ำเสมอ โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นทีละขั้น พร้อมยึดมั่นในวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของผู้ก่อตั้ง นั่นคือ

จากกุหลาบสู่โล่ จากผืนแผ่นน้ำแข็งสู่โลกใต้ทะเล จากนักสำรวจในอดีตสู่ผู้คนที่กล้าท้าทายในโลกปัจจุบัน 100 ปีของ TUDOR จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเวลาที่ผ่านไป แต่คือศิลปะแห่งการเล่าเรื่องผ่านเรือนเวลา ที่ยังคงเดินหน้าต่อไปพร้อมกับผู้คน


อ่านเพิ่มเติม : TUDOR จัดงานเปิดตัว เมกา บางนา บูติก อย่างเป็นทางการ

© COPYRIGHT 2026 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.