กะโหลก อิคธิออนิส ฉายวิวัฒนาการจะงอยปากนก - National Geographic

กะโหลกอิคธิออนิสฉายวิวัฒนาการจะงอยปากนก

กะโหลก อิคธิออนิส ฉายวิวัฒนาการจะงอยปากนก

กะโหลกศีรษะอันบอบบางของ “อิคธิออนิส” สิ่งมีชีวิตโบราณ ทว่าได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในธรรมชาติได้กลายมาเป็นเบาะแสใหม่แก่ปริศนาวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์มาเป็นนก

ย้อนกลับไปในปี 1870 เป็นครั้งแรกที่ฟอสซิลของนกโบราณนาม อิคธิออนิส (Ichthyornis) ถูกค้นพบโดย Othniel Charles Marsh นักล่าฟอสซิลระดับตำนาน สัตว์โบราณสายพันธุ์นี้มีชีวิตอยู่บนโลกในยุคครีเตเชียส เมื่อราว 100 – 66 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลาที่บรรดานกเริ่มสูญเสียลักษณะความเป็นไดโนเสาร์จากบรรพบุรุษ และวิวัฒนาการปีกขึ้นมา ดังเช่นสัตว์ปีกที่เราเห็นในปัจจุบัน

แม้ว่าฟอสซิลของบรรดานกในยุคครีเตเชียสจะถูกพบในจีนเสียส่วนมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วฟอสซิลที่พบมักถูกบีบอัดจนเกือบแบน นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบแน่ชัดว่ารูปร่างของกะโหลกศีรษะอิคธิออนิสที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ในการค้นพบฟอสซิลล่าสุดของอิคธิออนิสจำนวนหลายชิ้น มีกะโหลกที่เกือบจะสมบูรณ์แบบปะปนอยู่ด้วย ส่งผลให้การค้นพบครั้งนี้มีส่วนช่วยได้มากในการเติบเต็มช่องว่างของปริศนาวิวัฒนาการในนก

และขณะนี้นักบรรพชีวินวิทยาได้เปิดตัวภาพกะโหลกศีรษะอันสมบูรณ์ของอิคธิออนิส ในจำนวนนี้มีสามชิ้นที่ได้รับการค้นพบใหม่ในรอบ 148 ปี “สำหรับนักบรรพชีวินวิทยาแล้วกะโหลกนกเป็นอะไรที่หายากมากครับ มันไม่ค่อยถูกเก็บรักษาไว้ตามธรรมชาติ” Daniel Field ผู้นำการวิจัยครั้งนี้จากมหาวิทยาลัย Bath ในสหราชอาณาจักรกล่าว

บางส่วนของตัวอย่างฟอสซิลที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่นี้ยังคงฝังอยู่ในหิน แต่ด้วยเทคโนโลยีซีทีสแกน Field และ Bhart-Anjan Bhullar จากมหาวิทยาลัยเยลร่วมกันวิเคราะห์ฟอสซิลและสร้างแบบจำลองภาพสามมิติของกะโลหกศีรษะอิคธิออนิสขึ้นมา ผลการวิจัยครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature

(พบฟอสซิลของวาฬไม่มีฟันที่เก่าแก่ที่สุด)

“การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เทียบได้กับการปฏิวัติวงการบรรพชีวินวิทยาเลยค่ะ” Jingmai O’Connor ผู้เชี่ยวชาญด้านนกยุคโบราณจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนกล่าว “และขณะนี้ด้วยองค์ความรู้ที่มี นักวิทยาศาสตร์กำลังแสดงให้เห็นว่ากะโหลกของอิคธิออนิสนั้นพิเศษอย่างไร มันเป็นการผสมผสานระหว่างวิวัฒนาการและคุณสมบัติดั้งเดิมจากบรรพบุรุษ ซึ่งเราพบว่ามันมีคุณสมบัติแบบดั้งเดิมมากกว่าที่เคยคิดกันไว้”

อิคธิออนิส
หน้าตาของอิคธิออนิสจากการวิเคราะห์ตามแบบจำลองกะโหลกศีรษะสามมิติ
ภาพกราฟิกโดย Michael Hanson

 

เรื่องแนะนำ

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]

ลิงโคลนนิ่ง คู่แรกในจีน

นักวิทยาศาสตร์จีนประสบความสำเร็จโคลนนิ่งลิงเป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้กระบวนการเดียวกันกับการโคลนนิ่งแกะดอลลี

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้ ไดโนเสาร์ บางชนิดมีเกราะไว้สำหรับช่วยให้มันได้เปรียบยามต่อสู้ แต่สำหรับไดโนเสาร์สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียส ร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นเกราะของมันดูเหมือนว่าจะมีส่วนช่วยในการจับคู่ผสมพันธุ์ด้วย ผลการศึกษาฟอสซิลของ Borealopelta markmitchelli ไดโนเสาร์หุ้มเกราะ พบว่าแผ่นกระดูกที่อยู่ล้อมรอบคอและไหล่ของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตเกินไปสำหรับการต่อสู้ นั่นจึงเป็นไปได้ว่าแผ่นกระดูกเหล่านี้น่าจะมีไว้สำหรับการดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้ามหรือใช้ข่มขวัญคู่แข่งของมัน ย้อนกลับไปเมื่อ 110 ล้านปีก่อน เจ้าไดโนเสาร์กินพืชตัวนี้ตาย ร่างของมันจมลงไปยังก้นมหาสมุทรโบราณ ในปี 2011 คนงานเหมืองในแคนาดาค้นพบร่างของมันเข้าโดยบังเอิญ  นับเป็นความโชคดีที่ร่างของมันจมลงในตะกอน ส่งผลให้แร่ธาตุเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อก่อนที่มันจะเน่าเปื่อย ร่างที่กลายเป็นหินทั้งร่างช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาได้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้เคยมีชีวิตอยู่อย่างไร ในความเป็นจริงการคาดเดาว่าเกราะของสัตว์นั้นถูกใช้เพื่อการต่อสู้และการจับคู่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจนัก ช้างเองก็ใช้งวงของมันในการต่อสู้ ป้องกันตัว และงวงเดียวกันนี้ก็ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดด้วยเช่นกันหากตัวเมียต้องการที่จะเลือกผสมพันธุ์ “ส่วนใหญ่ของโครงสร้างที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหางของนก การเปลี่ยนสีของกิ้งก่า หรือเขาในสัตว์สี่เท้า แรงขับที่ทำให้พวกมันวิวัฒนาการสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาล้วนมาจากการคัดสรรทางเพศ” Caleb Brown นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ Royal Tyrrell กล่าว ซึ่งตัวเขาเองกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาไดโนเสาร์ Borealopelta ด้วยทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผลการวิจัยเจ้า Borealopelta ใหม่จาก Brown ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ PeerJ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยไม่กี่ชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์หุ้มเกราะ และเป็นงานวิจัยแรกที่มุ่งเป้าไปที่การศึกษาฟอสซิลของเนื้อเยื่อ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “มันยากที่จะพิจารณาการใช้งานจากรูปร่างของอวัยวะ แม้แต่ในสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม” Victoria Arbour นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์หุ้มเกราะโดยเฉพาะ […]

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่หาชมได้ยากเอาไว้ได้ เมื่อเสือดาวตัวผู้ตัวหนึ่งลากพวกเดียวกันเองขึ้นไปกินบนต้นไม้ ดูเหมือนว่าเสือดาวหนุ่มที่โชคร้ายตัวนี้จะหลงเข้ามายังอาณาเขตของเสือดาวที่โตกว่า โดยหารู้ไหมว่าการกระทำดังกล่าวได้นำมันไปสู่ความตาย ปกติแล้วกรณีที่เสือดาวจะหันมาล่ากันเองนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์เล่าว่าเจ้าเสือดาวตัวนี้ใช้เวลาในการจัดการกับเหยื่อสายพันธุ์เดียวกับมันอยู่นาน 90 นาที ก่อนที่จะกลับเข้าถ้ำของมันไป ทั้งนี้แม้กรณีเสือกินพวกเดียวกันเองจะหาได้ยาก แต่ในอดีตเคยมีบันทึกไว้เช่นกัน ย้อนกลับไปในปี 1960 มีบันทึกเสือดาวกินลูกของมันเอง และในปี 2013 ช่างภาพสัตว์ป่าในบอตสวานารายงานพบเสือดาววัยหนุ่มกำลังกินลูกเสือดาวเช่นกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่มันทำเช่นนั้นก็เพราะต้องการสังหารลูกติดของเสือดาวตัวเมียที่เกิดขึ้นกับเสือดาวตัวผู้ตัวอื่นๆ   อ่านเพิ่มเติม เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”