Cultures Archives - National Geographic Thailand

พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ แห่งใหม่ อัครสถานแสดงมหาสมบัติตุตันคามุน

พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์แห่งใหม่ คืออัครสถานสำหรับจัดแสดงมหาสมบัติของกษัตริย์ตุตันคามุน และเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่เรียกร้องสิทธิการครอบครองอดีตของตนเอง ชายผู้นี้ไม่ใช่ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมดาๆ เขาสวมชุดลายพรางกับบู๊ตทหารไปทำงาน พลตรีอะเตฟ มุฟตาห์ หาใช่ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แบบที่เราคุ้นเคย และ พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ หรือ “เจม” (Grand Egyptian Museum: GEM) ก็ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ทั่วๆไป มองไกลๆ อาคารแบบโพสต์โมเดิร์นที่แผ่กว้างของเจมนั้นใหญ่โตจนยากจะนึกภาพ ผังภายในออก เค้าโครงที่เหมือนหัวเรือยื่นออกไปดูคล้ายเรือยักษ์แล่นเกยตื้นอยู่กลางทะเลทราย เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นว่า ผนังด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ตกแต่งด้วยลวดลายพีระมิด ดูคล้ายกับมหาพีระมิดแห่งกิซาที่อยู่ห่างออกไป ไม่ถึงสองกิโลเมตร นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่คู่ควรกับฟาโรห์ นายพลมุฟตาห์จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ เขามีรูปร่างสันทัด หลังตรง มีบุคลิกของผู้นำ แม้ท่าทางใจดีและมีอารมณ์ขันถึงขนาดล้อเลียนตัวเองได้ ดูจะไม่เข้าเค้ากับภาพจำของผู้นำทางทหารในความคิดของผมก็ตาม บุคลิกที่ดูใจเย็นเมื่อเทียบกับแรงกดดันหนักหนาสาหัสที่เขาต้องเผชิญก็เช่นกัน พิพิธภัณฑ์เจมคือโครงการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดของรัฐบาลอียิปต์ อภิมหาโปรเจกต์ที่เริ่มต้นเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว ต้องล่าช้ากว่ากำหนดหลายปี เนื่องจากการปฏิวัติอาหรับสปริงและการระบาดใหญ่ทั่วโลกของโควิด 19 ในประเทศที่ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมาก นายพลมุฟตาห์กับทีมงานต้องทำงานภายใต้คำสั่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะสำเร็จลุล่วงอย่างระบือลือไกล พลตรีมุฟตาห์สาธยายตัวเลขต่างๆว่า ที่นี่มีพื้นที่ใช้สอยเกือบ 45,000 ตารางเมตร โถงนิทรรศการ 12 ห้อง โบราณวัตถุ 100,000 ชิ้น […]

ชมงาน Cut Piece และ Changes ตัดขั้วให้ถึงหัวใจ ศิลปะการแสดงสดบอกอะไรเรา

ชมงานของศิลปิน มงคล เปลี่ยนบางช้าง และ นพวรรณ สิริเวชกุล ทำไมศิลปะการแสดงสด จึงกระทบใจเราหนักหนา ในผลงานศิลปะกว่า 200 ผลงานใน BAB 2022 มีศิลปะการแสดงสด (Performance Art) อยู่หลายชุด หนึ่งในนั้นคืองานของ 2 ศิลปิน มงคล เปลี่ยนบางช้าง และ นพวรรณ สิริเวชกุล ซึ่งสร้างผลงานศิลปะการแสดงร่วมกันมายาวนาน ในหัวข้อที่ต่างกัน แต่มักอยู่ในโครงการเดียวกันเสมอ Duo Performance ใน BAB 2022 มงคล เปลี่ยนบางช้าง ทำงานศิลปะการแสดงตั้งแต่ พ.ศ. 2538 เขาเป็นผู้อำนวยการของ blurborders International Performance Art eXchange มงคลทำกิจกรรมศิลปะมากมายเกี่ยวกับปัญหาสังคม เขาได้รับเชิญจากเทศกาลทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน สโลวาเกีย ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก สหรัฐอเมริกา แคนาดา […]

โลกมีมนุษย์ 8,000 ล้านคนแล้ว และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเรื่องที่ต้องเผชิญ

“วันแห่ง 8 พันล้าน” โลกมีมนุษย์ 8,000 ล้านคนแล้ว และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางโจทย์ปัญหาใหม่ๆ ที่โลกต้องเผชิญ นับตั้งแต่เกิด ‘โฮโม เซเปียนส์’ ขึ้นบนโลกเมื่อประมาณ 300,000 ปีที่แล้ว จำนวนประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นถึง 1 พันล้านคนครั้งแรกเมื่อปี 1804 ซึ่งเป็นปีที่ค้นพบมอร์ฟีน, เฮติประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส และบีโธเฟนแสดงซิมโฟนี่หมายเลข 3 เป็นครั้งแรกในเวียนนา จากนั้น จำนวนมนุษย์ก็แตะ 7 พันล้านคนและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็น “วันแห่ง 8 พันล้าน” ซึ่งเป็นผลมาจากการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น น้ำที่สะอาดขึ้น และการปรับปรุงด้านสุขอนามัย ทั้งหมดนี้ช่วยลดการระบาดของโรคได้ ปุ๋ยและการจัดการน้ำก็ช่วยเพิ่มผลผลิตอาหารรวมทั้งโภชนาการที่ดีขึ้น ในหลายประเทศมีเด็กเกิดมากขึ้นและกำลังจะตายกันน้อยลง ทว่า ความท้าทายก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน มลพิษและการประมงที่มากเกินไปทำให้หลายพื้นที่ในมหาสมุทรเสื่อมโทรม สัตว์ป่ากำลังหายไปอย่างน่าวิตก ป่าไม้ถูกโค่นล้มเพื่อสร้างพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กลายเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ วิกฤตเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่เรายังไม่ได้ทำ สิ่งใดจะควบคุมอนาคตของเราได้มากกว่ากันระหว่าง ‘ปากหลายพันล้านปากที่เราต้องป้อนอาหาร หรือสมองอีกนับพันล้านที่เราสามารถใช้เพื่อทำเช่นนั้น?’ “ผมคิดว่าผลกระทบที่แน่นอนต่อชีวิตมนุษย์ในอนาคตนั้นยังไม่แน่ชัด” แพทริก เจอร์แลนด์ […]

ถนนที่สูญหายของอัฟกานิสถาน เผยให้เห็นชาติที่ย่อยยับจากสงคราม

การเดินทาง 3,300 กิโลเมตรไปตามส่วนที่หลงเหลือของทางหลวงสายหลัก เผยให้เห็นชาติที่ย่อยยับจากสงคราม กำลังก้าวเดินถอยหลัง พวกเราหลุดพ้นจากความคับคั่งของการจราจรยามเช้าในกรุงคาบูลได้ในที่สุด แผนที่บนจอสมาร์ตโฟนของผมประเมินว่าจะใช้เวลาเก้าชั่วโมงในการขับรถ 500 กิโลเมตรไปยังกันดะฮาร์ตามทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนน ราคาแพงและสำคัญที่สุดในอัฟกานิสถาน สหรัฐอเมริกาทุ่มเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ไปกับถนนลาดยางสายนี้ ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของถนนวงแหวนรอบประเทศยาว 2,200 กิโลเมตร เพื่อย่นเวลาการเดินทางและกระตุ้นธุรกิจการค้าระหว่างเมืองหลวงกับเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ แต่คงเป็นเรื่องไร้สาระ หากคิดจะไปกินมื้อเย็นที่กันดะฮาร์ ทางหลวงสายนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในทศวรรษ 1950 และ 1960 โดยสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา คู่แข่งในสงครามเย็นที่แย่งชิงกันมีอิทธิพลเหนือกรุงคาบูล เป็นทางหลวงที่เสียหายยับเยินจากสงครามและการทอดทิ้งหลายทศวรรษ จนเหลือถนนลาดยางอยู่แค่เพียง 50 กิโลเมตรในปี 2001 ตอนถนนช่วงที่เชื่อมระหว่างคาบูลกับกันดะฮาร์ได้รับการซ่อมแซมและเปิดใช้อีกครั้งเมื่อปี 2003 ซัลเมย์ คาลิลซาด เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอัฟกานิสถาน ประกาศว่า “เรากำลังยืนอยู่บนถนนสู่อนาคตของอัฟกานิสถานอย่างแท้จริง… นี่คืออนาคตแห่งความรุ่งเรือง” สิบเก้าปีต่อมา เส้นทางถนนอันย่อยยับกลับกลายเป็นประจักษ์พยานชวนสะท้านถึงความวิบัติจากความรุนแรงที่ลุกลาม และการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ตามมา ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงทางใต้ของกรุงคาบูล ในแคว้นวาร์ดัก ผิวถนนลาดยางเริ่มมีรอยแตก เป็นหลุมเป็นบ่อจากระเบิดของฝ่ายตอลิบาน บังคับให้ผมต้องหักหลบหรือเหยียบเบรกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ ผมแทบไม่ได้เปลี่ยนเกียร์สูงกว่าเกียร์สามเลย บรรดาหญิงม่ายสวมบูรการ้องขอของแจก กับพวกเด็กผู้ชายถือพลั่วเป็นเหมือนป้ายเตือนว่าต้องชะลอความเร็วเพื่อรับมือกับสภาพถนนที่เสียหายจากระเบิดอีกระลอก ขับรถหนนี้เครียดน้อยกว่าการเดินทางครั้งหลังสุดของผมที่ผ่านฐานที่มั่นของกลุ่มตอลิบานในแถบนี้ กองกำลังติดอาวุธมุสลิมนิกายซุนนีสายอนุรักษนิยมสุดโต่งที่ยึดอำนาจครั้งแรกเมื่อปี 1996 และถูกโค่นอำนาจโดยสหรัฐฯ เมื่อปี […]

WOW 2022 เทศกาลกรุงเทพ ใจกลางสวนเบญจกิติ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

คนกรุงฯ เตรียมเที่ยว WOW 2022 เทศกาลใหม่ จัดยิ่งใหญ่กลางสวนเบญจกิติ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ อมรินทร์กรุ๊ป พร้อมพันธมิตร แถลงข่าวจัดงาน WOW (Wonder of well-being) 2022 “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับพันธมิตร เพื่อจัดงานและกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ และความฝันในการทำเมืองที่อยู่ให้เป็นเมืองที่ดี ที่ทุกคนมีส่วนพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน พิพัฒน์ รุจิราโสภณ เลขาธิการ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า งาน WOW 2022 จัดขึ้นนี้เพื่อการสร้างความรู้สึกร่วมของทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ “เมือง” ที่ขยายขอบเขตการจัดงานให้เป็นรูปแบบเทศกาล โดยผู้จัดมีเป้าหมายจะส่งมอบให้กับ “เมือง” ที่มีความหวังของผู้คนในการสร้างเมืองน่าอยู่ ผ่านการมีส่วนร่วม เพื่อออกแบบ อนาคตของ “เมือง” ร่วมกันในทุกมิติรอบด้าน ไพทยา บัญชากิติคุณ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานจัดงาน WOW 2022 กล่าวว่า เราตั้งใจให้เป็น WOW 2022 เป็นเทศกาลประจำปีของคนกรุงเทพ […]

ซากมัมมี่สุดหลอน แหล่งท่องเที่ยวแห่งเม็กซิโก และการถกเถียงเรื่องดูศพมนุษย์

เหล่ามัมมี่ในกัวนาฮัวโตกลายเป็นประเด็นร้อนเรื่องการจัดแสดงศพมนุษย์ มีทั้งผู้ที่อยากใช้ประโยชน์จากมัมมี่ และผู้ที่อยากอนุรักษ์ไว้ ยูเนสโกประกาศให้เมืองกัวนาฮัวโตของเม็กซิโกอยู่ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 จากสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมสเปน มีประวัติศาสตร์เหมืองแร่เงิน และสิ่งปลูกสร้างที่สะท้อนถึงการปฏิวัติเม็กซิโก ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์แบบบาโรก ถนนสายแคบที่ปูด้วยหินก้อนกลม และการทาบ้านสีลูกกวาด ทว่า แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในใจกลางเมืองกลับเป็นด้านมืดที่น่าสยดสยองเกินกว่าจะเป็นเป็นแหล่งมรดกโลก นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ใต้ดินที่รวมมัมมี่กว่าหนึ่งร้อยร่าง ศพชายปากเปิดอ้า ศพทารกผิวหนังหยาบย่น และศพลักษณะอื่น ๆ ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวมากกว่าร้อยปี ช่วงแรกนักท่องเที่ยวจ่ายเงินไม่กี่เปโซเพื่อดูมัมมี่ในห้องใต้ดินของโบสถ์ที่ใช้ฝังศพ และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 เป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์ก็จัดแสดงมัมมี่ใต้แสงไฟที่ชวนหลอน มัมมี่เหล่านี้เป็นแหล่งรายได้และความภาคภูมิใจของชนพื้นถิ่นนี้ ฮวน มานูเอล อาร์กูเอลเลส ซาน มิยัน นักมานุษยวิทยาชาวเม็กซิกันกล่าวว่า “นอกเหนือรายได้จากภาษีทรัพย์สินแล้ว ก็มีมัมมี่นี่แหละที่ให้รายได้ทางเศรษฐกิจมหาศาลแก่เทศบาลเมืองกัวนาฮัวโต” “ยากที่จะพูดว่ามัมมี่สำคัญมากขนาดไหน” มัมมี่เหล่านี้เป็นประเด็นที่คนต่างถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างวัฒนธรรมที่ไม่เข้าใจว่าทำไมหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของเม็กซิโกถึงจัดแสดงซากศพ หรือนักวิชาการบางคนคิดว่าทางพิพิธภัณฑ์ไม่ได้เก็บมัมมี่พวกนี้เป็นอย่างดี และอาจติดป้ายชื่อแบบขอไปที  ช่วงก่อนหน้านี้ โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์มัมมี่แห่งใหม่ให้ทันสมัยขึ้นเพิ่งถูกยกเลิกไปหลังจากที่นักวิชาการและตัวแทนยูเนสโกไม่อนุมัติให้ชั้นบนของพิพิธภัณฑ์มีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ ประเด็นนี้นำไปสู่การปรับปรุงและหันกลับมาให้ความสำคัญกับมัมมี่ที่เปราะบางเหล่านี้ ด้วยการสืบหาตัวตนของมัมมี่ที่ไม่มีการระบุชื่อ ซึ่งอยู่ภายใต้งานวิจัยของสถาบันมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์แห่งชาติเม็กซิโก (National Institute of Anthropology and History-INAH) นำทีมโดยซาน มิยัน  ศิลปินท้องถิ่นอย่าง […]

งานศิลป์แปลก คนใช้ชีวิตในกล่องแคบ สะท้อนชีวิตอึดอัดยุคใหม่ ที่งาน BAB 2022

ชมศิลปะการแสดง The Standard ที่ให้คนหนึ่งคนทำงานและใช้ชีวิตในกล่องใสสุดคับแคบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความอึดอัดและกรอบสังคมในยุคทุนนิยมสุดขีดและการใช้อำนาจแบบสุดขั้ว ในเทศกาล Bangkok Art Biennale 2022 สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมคือกล่องใส ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างยาวลึกซัก 1 เมตร ภายในนั้นมีสิ่งที่ชวนตะลึง นั่นคือมนุษย์ที่มีชีวิต เป็นหญิงสาวใส่ชุดเดรสสีขาว นั่งอยู่ท่าเดียวคือพับขา แนบแขนกับลำตัว เพราะความคับแคบของกล่องไม่อาจทำให้เธอยืดเหยียดกาย สีหน้าสีตาไม่ยี่หระโลก อาจจะเพราะความอึดอัดคับแคบที่เธอต้องใช้ชีวิตร่วม แต่แววตาของเธอจะเริ่มเป็นประกายเวลามีคนส่งเสียงพูดคุยกับเธอผ่านช่องว่างในกล่องใสด้านบน  สิ่งที่อยู่ภายในกล่องร่วมกับเธอคืออุปกรณ์ที่เรา, ในฐานะมนุษย์สมัยใหม่, จะมีกัน ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต. แบตเตอรี่สำรอง หนังสือหนึ่งเล่ม ดอกกุหลาบ(?) สายชาร์จที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์เหล่านั้น และหูฟังที่ถูกแขวนห้อยระโยงระยาง อาจจะมีสิ่งของมากกว่านั้น แต่ผมคงไม่สังเกตเห็น เธอใช้สิ่งของเหล่านั้นในแบบที่เราๆ ใช้กันอยู่เกือบตลอดเวลา สลับไปมาในกล่องใสสุดคับแคบนั้น ทุกอย่างวางอยู่บนรถเข็นสีขาว นั่นหมายความว่าเธอสามารถถูกเข็นไปไหนต่อไหนก็ได้ที่ล้อไปถึงในบริเวณหอศิลปะแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 9 ที่เธออยู่ และในระหว่างที่เธออยู่ในกล่องก็มีคนเข็นเธอไปจริงๆ จากคำเชื้อเชิญของหญิงสาวในกล่องไปยังคนที่มาสนทนาด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่มีคนจำนวนมากกว่าที่เข้ามายืนจ้องเธอผ่านกล่อง บ้างถ่ายรูป แต่สุดท้ายล้วนเดินจากไปเงียบๆ ท่ามกลางงานศิลปะมากมายอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ หญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ในกล่องใสนี้ เป็น ‘งานศิลปะ’ ในหมวดศิลปะการแสดง […]

น้ำตาและความกล้าหาญที่หนองบัวลำภู

บทวิเคราะห์ด้านจิตวิทยา โศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภู หลังจากวันที่ 6 ตุลาคม 2565 หนองบัวลำภู จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปในความทรงจำของผู้คน โศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิต 36 รายนี้แม้จะได้รับการเปิดเผย ตรวจสอบ และสืบสวนแทบจะทุกแง่มุมอย่างมากมายทั้งจากประชาชน สื่อมวลชน และตำรวจ แต่แก่นกลางของเหตุการณ์นี้กลับยังไม่กระจ่างชัดนัก มันเกิดอะไรกันแน่ที่หนองบัวลำภู ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสังหารหมู่ (Myths of Mass Murder) ในช่วงแรกหลังเหตุการณ์ การประณามด่าและสรุปสาเหตุกันเองง่ายๆ ปรากฏอยู่ทั่วไปในหมู่ประชาชน บ้างก็ว่าเลวร้ายดั่งสัตว์นรก บ้างก็ว่าเมายาจนขาดสติคุ้มคลั่ง บ้างก็ว่าเป็นฆาตกรโรคจิต ลามไปถึงประณามมารดาของผู้ก่อเหตุว่าต้องรับผิดชอบ แต่สำหรับชุมชนนักวิชาการขนาดเล็กในประเทศกำลังพัฒนาประเทศนี้ พวกเรารู้ดีว่าทั้งหมดที่สังคมสรุป มันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความดี ความเลว หรือการเสียสติ แต่ความรู้และข้อมูลที่พวกเรามีนั้นมีน้อยเหลือเกิน อันดับแรก เรามีข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่า การกระทำนี้เกิดจากการไตร่ตรองล่วงหน้า กระทำอย่างเป็นระบบ ด้วยแผนงานที่ละเอียดถี่ถ้วนพอสมควร ดังนั้นไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะมีอาการทางจิตใดจากสารเสพติดหรือไม่ เขามีสติสัมปชัญญะขณะทำการ ซึ่งนี่อาจจะเป็นที่เข้าใจได้ยากสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางจิตวิทยาหรือจิตเวชศาสตร์ ข้อเท็จจริงคือการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความหลงผิดและการแยกแยะความเชื่อกับความจริงนั้น ไม่จำเป็นต้องทำงานสอดคล้องกันกับสติสัมปชัญญะสั่งการเสมอไป สรุปด้วยภาษาง่ายๆ คือจิตสำนึกและสติสัมปชัญญะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน บุคคลผู้ซึ่งมีอาการทางจิตก็สามารถวางแผนกระทำการอันสลับซับซ้อนได้ เพราะปัญหาของบุคคลนั้นไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของสติปัญญา แต่มันอยู่ที่ระบบความคิดและความเชื่อ บุคคลคนหนึ่งที่ผ่านการหล่อหลอมจากเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งผู้เขียนขอเรียกว่า “อนุกรมแห่งความย่อยยับ” […]

“สมอร์ แซน” สลัมในสุสาน ภาพสะท้อนของปัญหาการเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัย

กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย ปัจจุบัน กรุงพนมเปญ เป็นที่หมายตาของบรรดานักลงทุนชาวต่างชาติ ภาคอุตสาหกรรมกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตึกสูงใหญ่ผุดขึ้นใหม่ทั่วเมือง ในช่วง 5-10 ปีก่อน พนมเปญมีจำนวนอะพาร์ตเมนต์หรู ราวๆ 2,000-5,000 ยูนิต แต่ในปัจจุบันคาดการณ์กันว่ามีคอนโดและอะพาร์ตเมนต์หรูถึง 30,000 ยูนิต ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและชาวกัมพูชาที่มีฐานะร่ำรวย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทุนต่างชาติที่เข้าในกรุงพนมเปญมากที่สุดคือชาวจีนที่มาลงทุนในด้านธุรกิจ อุตสาหกรรมประเภทต่างๆ และอสังหาริมทรัพย์  การลงทุนมากมายเหล่านี้ส่งผลให้เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วทางด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา รวมไปถึงอาคาร สิ่งปลูกสร้างต่างๆ และอะพาร์ตเมนต์หรูที่ผุดขึ้นจำนวนมากในกรุงพนมเปญกลับสวนทางกับประชากรกัมพูชาส่วนใหญ่ที่มีฐานะยากจน มีรายได้ค่อนข้างต่ำ ทำให้พวกเขาพบเจอกับปัญหาการเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัย รัฐบาลกัมพูชามีนโยบายสนับสนุนการจัดหาที่ดินเพื่อให้สัมปทานแก่นักลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ เช่นที่ บึงก๊อก บึงก๊อกเคยเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางกรุงพนมเปญ รอบๆ บึงเคยเป็นชุมชนและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในละแวกนั้น แต่ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้กลับไม่เหลือเค้าโครงและภาพของบึงขนาดใหญ่เหมือนในอดีต เนื่องจากบึงน้ำขนาดใหญ่ถูกทำให้กลายเป็นบึงคอนกรีต ปัจจุบัน พื้นที่ที่เคยเป็นบึงได้ถูกถมและเต็มไปด้วยอาคาร อะพาร์ตเมนต์หรู และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ไปจนเกือบหมด ส่วนใหญ่เป็นฝีมือจากทุนจีน สังเกตได้จาก ร้านอาหาร อาคาร ห้างหรู ที่ผุดขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยอักษรภาษาจีน รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่กำลังก่อสร้าง ในช่วงปี […]

พญานาค จากป่าดงดิบสู่วัฒนธรรมร่วมลุ่มแม่น้ำโขง

พญานาค จากป่าดงดิบสู่วัฒนธรรมร่วมลุ่มแม่น้ำโขง เรื่องราวของ พญานาค มีมาก่อนพระพุทธศาสนาด้วยซ้ำไป บางคนเชื่อว่าพญานาคมีตัวตนอยู่จริง บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องสมมุติที่แต่งกันขึ้นมา แม้ไม่มีการพิสูจน์ใดที่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ พญานาคเกี่ยวพันกับความรู้สึก ความศรัทธา ความนับถือ และความเกรงกลัว ของผู้คน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศก็มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคแตกต่างทั้งคุณลักษณะและคุณสมบัติ ที่มาตำนานพญานาค จากป่าดงดิบ หรือลุ่มน้ำโขง ตำนานพญานาคมีต้นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย อาจเป็นเพราะภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าดงดิบอันกว้างใหญ่ ทำให้มีงูนานาชนิดชุกชุม และด้วยพิษอันร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้นับถืองูมาเนิ่นนาน และขยายไปสู่การนับถืองูใหญ่หรือพญานาค ฟากดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีตำนานพญานาคแพร่หลายกว่า เชื่อกันว่าพญานาคมีถิ่นอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง จากการพบรอยแปลกประหลาดคล้ายรอยเลื้อยของงูขนาดใหญ่ ในช่วงวันออกพรรษา ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์  พญานาค งูใหญ่ มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย […]

ปกปักประวัติศาสตร์ เยเมน ให้พ้นจากภัยสงคราม

ขณะสงครามคุกคามชาว เยเมน นับล้าน นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี กำลังดิ้นรนเพื่อรักษาสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมโบราณที่เคยรุ่งโรจน์ ขณะยืนอยู่ที่ก้นธารวาดี [wadi – ธารน้ำในทะเลทราย] อันแห้งผาก ฉันแหงหน้าขึ้นไปซึมซับโครงสร้างใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบนนั่นคือหินที่ตัดอย่างแม่นยำแถวแล้วแถวเล่า ก่อเรียงซ้อนกันอย่างไร้รอยตะเข็บโดยไม่มีปูนเชื่อมผสานเมื่อราว 2,500 ปีก่อน ทะยานสูงขึ้นไป 15 เมตรสู่ท้องฟ้าที่กำลังโรยแสงเหนือทะเลทราย การเรียกสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมยุคโบราณนี้ว่าเป็นแค่เขื่อนให้ความรู้สึกเหมือนดูแคลน ตอนที่มหาเขื่อนแห่งมะริบ (Great Dam of Marib) สร้างขึ้นในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศ เยเมน กำแพงเขื่อนที่ก่อด้วยดินและหินแผ่กว้างกินพื้นที่เกือบสองเท่าของเขื่อนฮูเวอร์ โครงสร้างประตูระบายน้ำขนาดมหึมาที่ยังเหลืออยู่เป็นส่วนหนึ่งของระบบอันซับซ้อนที่ควบคุมการไหลของน้ำฝนตามฤดูกาลจากแถบภูเขาสูงของ เยเมน ไปยังทะเลทรายแห้งผากทางตะวันออก หล่อเลี้ยงโอเอซิสทางการเกษตรบนพื้นที่รกร้างว่างเปล่า 60,000 ไร่ และใจกลางของทั้งหมดคือมะริบ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอันรุ่งเรือง เมืองหลวงของอาณาจักรซาบาในคาบสมุทรอาหรับ ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดเพราะเกี่ยวข้องกับผู้นำในตำนานนามว่า บิลควิส ที่ถูกจารึกให้เป็นอมตะในพระคริสตธรรมคัมภีร์และคัมภีร์อัลกุรอานในนาม ราชินีแห่งชีบา ในยุครุ่งเรืองสูงสุดของมะริบ ซึ่งเริ่มจากศตวรรษที่แปดก่อนคริสตกาล เขื่อนนี้เป็นที่มาแห่งความมั่งคั่งสำหรับนครหลวงของซาบา และเป็นเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังสถานะจุดแวะพักอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งเป็นแหล่งผลิตอาหาร หลากล้นด้วยน้ำสำหรับเหล่าอูฐที่กระหายน้ำและบรรดาพ่อค้าวาณิชผู้หิวโหย อาณาจักรซาบาเจริญเฟื่องฟูอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรอาหรับ ที่ซึ่งยางสนหอม ยางมดยอบ และยางไม้หอมล้ำค่าอื่นๆ ถูกซื้อขายกันที่ศูนย์กลางอันมั่งคั่งของเส้นทางกำยาน ที่ทอดยาวจากอินเดียไปจดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ ซาบายังเป็นจุดสำคัญของเศรษฐกิจคาราวาน ซึ่งสินค้าล้ำค่าอย่างงาช้าง ไข่มุก […]

พระราชวังต้องห้าม แดนมังกร อาณาเขตองค์จักพรรดิ พื้นที่ราชสำนักเกือบ 500 ปี

พื้นที่อันแสนซับซ้อนของ พระราชวังต้องห้าม อันยิ่งใหญ่ สวนที่อุดมสมบูรณ์ และพลับพลาศักดิ์สิทธิ์นานับล้วนเป็นพื้นที่หวงห้ามมิให้เหล่าพสกนิกรของจักรวรรดิเข้าถึง ทำได้เพียงจินตนาการถึงความอลังการหลังประตูทางเข้าพระราชวังเท่านั้น ณ ใจกลางกรุงปักกิ่งในยุคสมัยใหม่เป็นที่ตั้งของเขตราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่เพียงพอที่จะจุพระราชวังบักกิงแฮมได้ถึง 50 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 720,000 ตารางเมตร พระราชวังนี้เป็นที่รู้จักในนาม “พระราชวังต้องห้าม ” (the Forbidden City) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของจักวรรดิจีนทั้งในเชิงสัญลักษณ์และการเมืองระหว่างปี 1420 ถึง 1912 ชื่อเล่น “ต้องห้าม” ของพระราชวังแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลเมืองส่วนใหญ่ของราชอาณาจักรไม่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปในพระราชวังแห่งนี้ ในพื้นที่อันซับซ้อนแห่งนี้เต็มไปด้วยพระตำหนัก สวน เขตพระราชฐานและพื้นที่อยู่อาศัยมากมาย สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิหย่งเล่อ ผู้ปกครองคนที่สามในราชวงศ์หมิง (ครองราชย์ ค.ศ. 1403-1424) พระองค์ประกาศตนขึ้นครองราชย์และรวมอำนาจเข้ามาอยู่ในปักกิ่ง ย้ายเมืองหลวงจากหนานจิงมาเป็นระยะทาง เกือบ 1,000 กิโลเมตร ในปี ค.ศ. 1403 มีข้อมูลว่าต้องใช้ช่างฝีมือนับแสนคนและคนงานอีกกว่าล้านคนเพื่อที่จะสร้าง พระราชวังต้องห้าม ในกรุงปักกิ่งนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1406 ถึง 1420 ในสถานที่ที่กุบไลข่าน (Kublai Khan) เคยสร้างพระราชวังอันมีชื่อเสียงของตนไว้ ชื่อพระราชวังต้องห้ามในภาษาจีนคือ […]

CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข ธีมครั้งใหม่ของ Bangkok Art Biennale 2022

ศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชั้นนำทั่วโลก กับการมุ่งผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งศิลปวัฒนธรรมของโลก โลกในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สอนอะไรให้กับพวกเราบ้าง? ภายใต้ความวุ่นวายจากวิกฤตการณ์ที่รายล้อมผู้คนทั่วโลก ความนิ่งสงบยังคงเป็นขั้วตรงข้ามที่อยู่ในภายในจิตใจ ถึงแม้สองคำจะดูขัดแย้งกันด้วยความหมาย หากแต่ทั้งสองสิ่งกลับปรากฏอยู่ในชีวิตของทุกคนเสมอมา จากแนวคิดของความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจครั้งนี้ ส่งทอดต่อมาสู่การเป็นแนวความคิดหลักของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ภายใต้ธีม Chaos : Calm โกลาหล : สงบสุข โดยมีแก่นของแนวคิดคือ การค้นพบความสงบสุขท่ามกลางความวุ่นวาย เพื่เปิดโอกาสและปูทางนำไปสู่ความรู้ใหม่ๆ Chaos : Calm โกลาหล : สงบสุข ในส่วนของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ หรือ BAB ในปี 2020 ที่ผ่านมา ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ที่หลากหลายวงการกำลังสับสนวุ่นวาย และต้องเตรียมการรับมือในแบบฉุกเฉิน หากแต่ครั้งนั้น งาน BAB2020 นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมศิลปะระดับนานาชาติที่ยังคงยืนหยัดจัดงานตามกำหนด ด้วยแนวความคิด ‘ศิลป์สร้าง ทางสุข’ งานครั้งนั้นจึงต้องการให้เป็นความสุขของผู้คนในช่วงระหว่างอุปสรรคที่หลากหลายทั้งระดับบุคคล สังคม และโลกกว้าง แม้จะออกเดินทางได้จำกัดบนพื้นที่จริงในช่วงมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ แต่ผู้ชมงานกว่า […]

ฟื้นวิถี “ลำพูน” สู่ความเป็นไปได้ใหม่กับ Lamphun City Lab

ปลุก “ลำพูน” สู่ความสร้างสรรค์ ผ่านผลิตภัณฑ์ เทศกาล และเศรษฐกิจหมุนเวียน เมื่อนวัตกรรมเข้ามาจับกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างถูกที่ถูกทาง เมื่อนั้นโอกาสใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น แม้แต่ในเมืองเก่าที่เคยเงียบเหงามานานอย่าง “ลำพูน” วันนี้ได้นำนวัตกรรมมาพัฒนาเมืองจนเกิดเป็นรูปลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย แต่ยังคงความมีเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้ครบทุกมิติ ถ้าพูดถึงจังหวัดลำพูน คนส่วนใหญ่คงนึกถึงเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบนิ่ง เป็นเมืองทางผ่านไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ น้อยคนจะสนใจแวะเที่ยวในตัวเมืองลำพูน และดูเหมือนเป็นเมืองนอกสายตานักท่องเที่ยวมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่ พื้นที่เมืองเก่าแห่งนี้มีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ด้อยไปกว่าเมืองท่องเที่ยวอื่นในไทย ไม่ว่าจะเป็น “ผ้าทอมือ” ที่มีเอกลักษณ์งดงามที่สุดของภาคเหนือ ยืนยันได้จากชุดไทยที่ทำจาก “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (ผลิตภัณฑ์ที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่ง “ลิซ่า Blackpink” ใช้สวมใส่ในมิวสิกวิดิโอเพลง LALISA นอกจากนี้ยังมี “เก้าอี้แขนอ่อน” งานคราฟท์เฟอร์นิเจอร์ไม้สักสุดฮิตในหมู่นักแต่งบ้าน และ “ผ้าปักลายไทลื้อ” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากชาวไทลื้อที่มาตั้งรกรากในจังหวัดลำพูนมาช้านาน ที่ผ่านมามรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ได้รับการเหลียวมองเท่าที่ควร แต่วันนี้เมืองลำพูนได้สลัดภาพจำเก่า ๆ และจะไม่ใช่เมืองที่เงียบงันอีกต่อไป เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งมองเห็นในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้น จึงรวมตัวกันก่อตั้ง “Lamphun City Lab” ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเมืองลำพูน โดยการนำเอานวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาผสมผสานกับวิถีชุมชนดั้งเดิม ซึ่งสร้างโอกาสการหารายได้ช่องทางใหม่ๆ […]

เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังการจากไปของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง

การผสมผสานอันซับซ้อนระหว่างพิธีกรรมอันเก่าแก่และทันสมัยในรอบ 70 ปี กระแสการอำลาทั่วมุมโลกจนถึงการไว้อาลัยในที่สาธารณะทุกรูปแบบเกิดขึ้นอย่างล้นหลามหลังเหตุการณ์การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2022 ที่ผ่านมา นี่คือปรากฏการณ์แรกของสหราชอาณาจักรซึ่งไม่เคยมีให้เห็นมาก่อนนับตั้งแต่การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่หก พระราชบิดาของสมเด็จพระราชินีนาถเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในปี 1952 โดยหลักการแล้ว การการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ทำให้เกิดช่วงเวลา ‘การผลัดแผ่นดิน’ (Demise of the Crown) หรือจุดสิ้นสุดของอำนาจอธิปไตยของกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรที่การเสด็จสวรรคตไปซึ่งถ่ายทอดไปสู่รัชทายาท กระบวนการที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นพระราชพิธี กำหนดการไว้ทุกข์ และอื่นๆ ล้วนผ่านการพิจารณา ทบทวน และซักซ้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วนนับศตวรรษ เอ็ดเวิร์ด ยัง ราชเลขานุการส่วนตัวของพระองค์แจ้งข่าวการการเสด็จสวรรคตกับลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรด้วยรหัสลับ “สะพานลอนดอนล่มแล้ว (London Bridge is down)” สิ่งที่อยู่ภายใต้ชื่อของกษัตริย์ หลังจากข่าวการเสด็จสวรรคตกระจายสู่สาธารณะชน รัฐสภาจะเปิดประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีนาถ ผู้รับตำแหน่งผู้ขึ้นเป็นกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม ทันทีหลังพระมารดาเสด็จสวรรคต พระมหากษัตริย์องค์ใหม่ทรงเลือกพระนามชาร์ลด้วยตนเองแม้ชื่อนี้จะมาพร้อมกับชื่อเสียงที่ไม่น่ายินดีนัก ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าชาลส์ที่หนึ่งผู้เผด็จการและยั่วยุให้เกิดสงครามกลางเมืองจนกระทั่งถูกประหารชีวิต, พระเจ้าชาร์ลที่สอง ผู้รู้จักกันในนามว่า “กษัตริย์สำราญ (Merry Monarch)” ที่เต็มไปด้วยเรื่องฉาวของพฤติกรรมชู้สาว ในตอนที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองขึ้นครองราชย์ในปี 1953 พระองค์ถูกถามว่าจะใช้ชื่ออะไรสำหรับรัชสมัยแห่งการปกครอง พระองค์ทรงตอบว่า “เราจะใช้ชื่อของเราเอง มิเช่นนั้นจะเป็นอะไรไปได้อีกเล่า” […]

เคอร์ดิสถาน (Kurdistan) ดินแดนของ ชาวเคิร์ด ดินแดนไร้ตำแหน่งบนแผนที่โลก

เคอร์ดิสถาน (Kurdistan) ซึ่งมีความหมายว่า ดินแดนของ ชาวเคิร์ด (Kurd) เป็นดินแดนที่ไม่มีพรมแดนชัดเจนบนแผนที่ อยู่ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศตุรกี อิหร่าน อิรัก และซีเรีย ชาวเคิร์ด เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานานหลายพันปีแล้ว แต่พวกเขายังไม่มีประเทศเป็นของตนเอง อันเป็นผลพวงจากยุคจักรวรรดินิยมที่ชาติมหาอำนาจกำหนดพรมแดนประเทศโดยไม่คำนึงถึงชาติพันธุ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อให้เกิดปัญหายืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน สารคดีภาพถ่ายชุดนี้เปรียบเสมือนบันทึกภาคสนามของ อธิคม แสงไชย ช่างภาพสารคดีชาวไทยผู้ออกเดินทางไปเคอร์ดิสถานตั้งแต่ ค.ศ. 2018 เป็นต้นมา เขาได้เดินทางหลายพันกิโลเมตรไปยังเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ อันเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเคิร์ดในประเทศอิหร่าน ตุรกี และอิรัก (ในเวลานั้นยังไม่สามารถเดินทางไปซีเรียได้เนื่องจากภาวะสงคราม) เมื่อมีโอกาส เขายังคงเดินทางกลับไปเคอร์ดิสถานอยู่เรื่อยๆ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ ชาวเคิร์ด และนำมาบอกเล่าผ่านภาพถ่าย แต่ละภาพในบทความเรื่องนี้สะท้อนเสี้ยวหนึ่งของชีวิตและประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของชาวเคิร์ด ผ่านคำสำคัญ (keyword) ที่จะช่วยให้ผู้อ่านรู้จักและเข้าใจเคอร์ดิสถานในภาพรวมมากขึ้น ภาพ/ คำบรรยายภาพ อธิคม แสงไชย ดูผลงานของช่างภาพได้ที่ https://www.instagram.com/s.athikhom/ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ – ประวัติศาสตร์ของชาวเคิร์ดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเต็มไปด้วยการต่อสู้เรียกร้องสิทธิและเอกราชของตนเอง ปัญหาการถูกกดขี่และปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมาเป็นเวลานาน ทำให้พวกเขารู้สึกคับแค้นใจและก่อการลุกฮือหลายครั้ง โดยเฉพาะในตุรกี อิรัก และอิหร่าน แต่ก็ถูกปราบปรามอย่างหนัก กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน ในภาพคือซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่เมืองชือร์นัค […]

รีวิวสารคดี Fire of Love ความรักในภูเขาไฟ จนยอมสละได้แม้ชีวิตของตนเอง

รีวิวสารคดี Fire of Love – คุณเคยหลงใหลในสิ่งใด จนสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตัวเองหรือเปล่า ? “เราตัดสินใจที่จะไม่มีลูก ชีวิตหลังจากนี้จะมีแต่ภูเขาไฟ ภูเขาไฟ และภูเขาไฟ” คำปฏิญาณนี้แสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่อันแรงกล้าของคู่รักนักภูเขาไฟวิทยาอย่าง เคเทีย และ มอริส คราฟต์ ที่อุทิศเวลาชีวิตทั้งหมดไปกับการเฝ้ามอง บันทึกภาพและศึกษาภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด พวกเขาพากันลัดเลาะตามแนวภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) และเฝ้ามองการประทุของพวกมันจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์แห่งความลุ่มหลงและบ้าบิ่นนี้ถูกนำเสนอผ่านภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ทัณฑ์รักจากลาวา (Fire of love)” โดย National Geographic กำกับโดย ซาร่า โดซ่า เพื่อนำเสนอความน่าเกรงขามของปรากฏการณ์ธรรมชาติไปจนถึงความรักอันเร่าร้อนของมนุษย์ สัญชาตญาณของมนุษย์สั่งสอนให้เรารักตัวกลัวตายไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ก็ตาม เพียงกลั้นหายใจจนถึงจุดหนึ่งที่เราเริ่มทนไม่ไหว กลไกร่างกายก็จะเคลื่อนไหวเหนืออำนาจจิตใจแล้วสั่งให้เราหายใจเข้าเพื่อนำเอาออกซิเจนแลกเปลี่ยนกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปอด สมองสั่งให้เรากลัวความสูง ความมืด หรือสิ่งที่เป็นอันตรายเพื่อกีดกันเราออกจากสิ่งที่ทำให้ชีวิตอาจดับสูญ ทว่า สัญชาตญาณมนุษย์นี้กลับพ่ายแพ้ให้กับความสงสัยใคร่รู้ของเคเทียและมอริส คู่รักทั้งสองสวมใส่ชุดทนความร้อนอลูมิไนซ์เผชิญหน้ากับลาวาสีแดงที่พวยพุ่งออกมาจากปากภูเขาไฟ ทั้งคู่ดูเหมือนกับตัวการ์ตูนสวมชุดประหลาดที่กำลังเดินเล่นอย่างสนุกสนานในโลกแฟนตาซีสีสันสดใสเมื่ออยู่บนจอภาพยนตร์ เพียงแต่ฉากหลังสีแดงสวยนี้มิใช่โลกจำแลงที่เกิดจากจินตนาการของผู้คนเหมือนในหนังแฟนตาซี แต่เป็นหินหลอมเหลวอุณหภูมิกว่า 800 – 1,100 องศาเซลเซียสที่สามารถหลอมกายเนื้อมนุษย์ในชั่วพริบตา ในขณะที่ผู้ชมอย่างเรากำลังฉงนว่าคนประเภทไหนกันที่บ้าบิ่นจนไม่เห็นความสำคัญของชีวิตตนเอง พวกเขาก็ตอบกลับความสงสัยด้วยการประกาศตัวตนว่า “เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราเกิดมาเพื่อตั้งคำถาม […]

ผลกระทบสุขภาพจิตจาก TikTok กระตุ้นเครียด ซึมเศร้า ปลุกพฤติกรรมท้าทายสุดโต่ง

นักจิตวิทยากังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการเล่น TikTok กระตุ้นภาวะเครียดและซึมเศร้า ปลุกพฤติกรรมท้าทายสุดโต่ง แอปพลิเคชันติ๊กต่อก (TikTok) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มียอดดาวน์โหลดกว่าสามพันล้านครั้งทั่วโลกกำลังเป็นที่นิยมในกระแสสังคมสมัยใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น จากคุณสมบัติเฉพาะตัวของแอพพลิเคชั่นติ๊กต่อกที่เปิดให้รับชมและสร้างสรรค์วิดีโอของตัวเองได้อย่างอิสระ ผู้ใช้งานจึงสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายทาง ไม่ว่าจะใช้เพื่อแสดงตัวตน รับชมความบันเทิง ค้นคว้าหาความรู้ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ สร้างกระบอกเสียงสู่สาธารณะ จนถึงการเข้าสังคม ทว่า อลัน บลอชกี้ รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิกที่มหาวิทยาลัยอลาบามาแห่งเบอร์มิงแฮมกลับแสดงความกังวลถึงอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นจากการรับและส่งข้อมูลมหาศาลผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว พื้นที่พลังงานลบ กระตุ้นภาวะเครียดและซึมเศร้า คลิปขาที่ห้อยจากตึกระฟ้า พร้อมแฮชแท็กว่า “ฉันยอมแพ้แล้ว” ขึ้นเป็นคลิปแนะนำแก่เด็กอายุ 13 ปีคนหนึ่งในอเมริกาซึ่งเปิดใช้งานบัญชีติ๊กต่อกได้เพียงสองวัน แม้จะมีการจำกัดเนื้อหาตามทางนโยบายของแอพพลิเคชั่น แต่คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ มีผู้ใช้งานหลายคนร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์การทำร้ายตัวเองและสนับสนุนการฆ่าตัวตายจนเป็นเรื่องปกติ “หลายคนที่มีสภาวะเครียดเลือกที่จะสร้างความสัมพันธ์กันทางโลกออนไลน์แทนที่จะพบผู้เชี่ยวชาญ และนั่นคืออันตรายถึงชีวิต” บลอชกี้กล่าว เช่นเดียวกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ ผู้ใช้งานติ๊กต่อกสามารถนำเสนอเนื้อหาอย่างอิสระตามความคิดของตัวเอง ทว่ามีผู้คนไม่น้อยที่สร้างวิดีโอเพื่อการกลั่นแกล้ง วิพากษ์วิจารณ์ เย้ยหยันผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม สิ่งนี้ไม่ได้เป็นปัญหาแค่กับผู้รับชมเท่านั้น แต่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในระดับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีสภาวะเครียดหรือซึมเศร้าเป็นทุนเดิม การปลุกเร้าพฤติกรรมอันตรายด้วยเนื้อหาแบบสุดโต่ง อัลกอริทึมของติ๊กต่อกสามารถคัดสรรวิดีโอเพื่อสนองความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละคน ความเฉลียวฉลาดของมันเป็นเหมือนดาบสองคมเพราะผู้ชมอาจได้รับคลิปเนื้อหารุนแรงและเป็นอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เด็กวัยรุ่นที่สนใจเรื่องการล่าสัตว์หรือกองทัพทหาร อาจได้รับการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่อง ทั้งรายละเอียด และวิธีการที่คนร้ายใช้ฆ่าเหยื่อ เมื่อเนื้อหาถูกบรรจุมาในรูปแบบของวิดีโอสั้นที่จู่โจมอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเป็นเรื่องยากที่วิจารณญาณของสมองจะจัดสรรการรับสารให้ถูกที่ถูกทาง จนในที่สุด สิ่งนี้อาจนำไปสู่พฤติกรรมอันตราย โดยเฉพาะกระแสของการสร้างสรรค์วิดีโอตามกระแสต่างๆ หรือที่รู้จักกันว่า […]