Environment Archives - National Geographic Thailand

เรือนยอดของต้นไม้ ช่วยป้องกันโรคระบาดในพืช

เรือนยอดของต้นไม้ ในป่าล้วนรักษาระยะห่างจนเกิดเป็นช่องว่าง เรียกว่า เรือนยอดไม่บดบังกัน (crown  shyness) ซึ่งช่วยให้ต้นไม้สามารถแบ่งปันทรัพยากร และควบคุมการระบาดของโรค เดือนมีนาคม ค.ศ. 1982 ในวันที่อากาศอบอุ่น ฟรานซิส “แจ็ก” พุตซ์ (Francis “Jack” Putz) นักชีววิทยา เดินทางเข้าไปในป่าต้นโกงกางที่มี เรือนยอดของต้นไม้ เพื่อหลบหลีกจากความร้อนในช่วงบ่าย ด้วยความง่วงจากอาหารมื้อเที่ยง และการทำงานภาคสนามในอุทยานแห่งชาติ กัวนากัสเต ประเทศคอสตาริกา อย่างหนัก พุตซ์จึงตัดสินใจงีบหลับระหว่างวัน ขณะที่เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายลมพัดยอดโกงกางที่อยู่เหนือเขาไหวเอนไปมา ทำให้กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงก่ายเข้าหากัน ใบไม้และกิ่งไม้ที่อยู่ขอบนอกสุดของเรือนยอดหักลง พุตซ์สังเกตเห็นว่าการตัดแต่งกิ่งซึ่งกันและกันนี้ทิ้งร่องรอยของพื้นที่ว่างบนเรือนยอด เครือข่ายของยอดไม้ที่เรียกว่า Crown Shyness ได้รับการบันทึกไว้ในป่าทั่วโลก จากป่าโกงกางของคอสตาริกาไปจนถึงต้นการบูรบอร์เนียวที่สูงตระหง่านของมาเลเซีย มีช่องว่างระหว่างพุ่มไม้เขียวขจี แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดยอดไม้จึงไม่ยอมให้เกิดการบดบังกัน พุตซ์ให้เหตุผลว่า ต้นไม้ต้องการพื้นที่ว่างซึ่งกันและกัน เพื่อใช้ในแผ่กิ่งก้าน และดูเหมือนว่าลมจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ต้นไม้จำนวนมากรักษาระยะห่างระหว่างกันได้ การแบ่งแยกพื้นที่ว่างระหว่างกิ่งก้านของแต่ละต้น อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรของพืช เช่น แสง อีกทั้งช่วยขัดขวางการแพร่กระจายของแมลงที่กัดกินใบ เถาวัลย์ กาฝาก หรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ เม็ก […]

รับมือไฟป่า ได้เร็วขึ้น ด้วยระบบ Sensor IOT

ทำไม…ต้องเข้าป่าเพื่อไปติดตั้งเสาสัญญาณ ทำไม…ถึงต้องเดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย กับภารกิจเดินเท้าเข้าป่า… เพื่อ รับมือไฟป่า ด้วยเทคโนโลยี Sensor IOT ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือที่ลุกลามอย่างหนักเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตระหนักถึงความรุนแรงที่อาจทวีเพิ่มมากขึ้นหากเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ล่าสุดก็มีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างทีม AIS NEXT ร่วมกับหน่วยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำเพื่อช่วยแก้ปัญหาและ รับมือไฟป่า ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งนี้คืออุปกรณ์ตรวจจับการเกิด ไฟป่าที่มีชื่อว่า “Sensor IOT” ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงการ “โครงการดาวเทียม IOT เพื่อตรวจจับไฟป่า” รู้เร็ว จัดการเร็ว ก็จบปัญหา และ รับมือไฟป่า ได้เร็ว ทีม AIS NEXT เริ่มทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในสังคมมาได้สองปีแล้ว ปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องไฟป่า อันเนื่องมาจากสถานการณ์ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ทำให้ต้องลงมือศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะผลกระทบจากไฟป่าเริ่มคุกคามเข้ามาสู่เมือง วันนี้จึงต้องเริ่มต้นให้เกิดองค์ความรู้ก่อน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน “รู้เร็ว” นี่คือหัวใจหลักของโครงการนี้ ขั้นตอนต่อไปก็เป็นเรื่องการจัดการกำลังพลของเจ้าหน้าที่ให้ “จัดการเร็ว” ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจมีการนำอากาศยานไร้คนขับมาร่วมจัดการด้วยอีกทางหนึ่ง โดยตอนนี้กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้กันอยู่ การทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับการเกิดไฟป่า “Sensor IOT” […]

พลังแห่งการคุ้มครอง

โครงการเพื่ออนุรักษ์ พื้นที่มหาสมุทร ขยายพันธกิจเพื่อช่วยเพิ่มประชากรปลาในท้องทะเลและรักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศ เอนริก ซาลา ลาออกจากงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ที่สถาบันสมุทรศาสตร์สคริปส์เมื่อปี 2007 เพราะเหนื่อยหน่ายกับการเขียนข่าวมรณกรรมของชนิดพันธุ์ต่างๆ  ‘ผมรู้สึกว่าตัวเองเขียนคำไว้อาลัยให้มหาสมุทร ได้แม่นยำมากขึ้นทุกที’ เขาบอก แทนที่จะเสียเวลาของชีวิตไปกับการบันทึกสิ่งที่กำลังจะล้มหายตายจากไปอีกนั้น ซาลาตัดสินใจลองพิทักษ์สิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ใน พื้นที่มหาสมุทร ที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง พื้นที่ที่ยังเหลืออยู่กระจัดกระจายเหล่านี้  คือแดนธรรมชาติพิสุทธิ์แห่งท้ายๆ ของท้องทะเล หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่รกร้างห่างไกลที่สุดของผืนป่าดึกดำบรรพ์ในแอมะซอนภาคพื้นทะเล ซึ่งยังไม่เสียหายเพราะการทำประมงเกินขนาด มลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  “เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องไปเยือนพื้นที่ต่างๆ ที่ยังมีสภาพเหมือนมหาสมุทรเมื่อ 500 ปีก่อน”  ซาลาอธิบายและเสริมว่า “เพื่อจะได้ย้อนกลับไปยังบรรทัดฐานที่ดีที่สุดที่เรามีอยู่เพื่อดูว่ามหาสมุทรที่อุดมสมบูรณ์เคยมีหน้าตาอย่างไร… เราอาจไม่สามารถทำให้มหาสมุทรฟื้นคืนสู่สภาพที่ว่านี้ได้ทั้งหมด แต่พื้นที่เหล่านี้แสดงให้เราเห็นถึงศักยภาพที่เป็นไปได้ เป็นพื้นที่ที่ทำให้เรามีความหวังครับ” เพื่อปกป้องท้องทะเลเหล่านี้ ซาลาร่วมกับสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มดำเนินโครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project) เมื่อปี 2008  ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวช่วยผลักดันให้มีการจัดตั้งเขตสงวนทางทะเล ตั้งแต่ป่าสาหร่ายเคลป์ผืนมหึมาทางตอนใต้ของแหลมฮอร์น ไปจนถึงเขตอนุบาลวาฬหลังค่อมวัยอ่อน ในประเทศกาบอง รวมแล้ว 22 แห่ง หรือเท่ากับสองในสามของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเต็มรูปแบบทั้งหมดในโลก  ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 5.5 ล้านตารางกิโลเมตร  ปัจจุบัน […]

สายธารสีเขียวในคนรุ่นใหม่

ภายหลังการเสียชีวิต เรื่องราวของสืบ นาคะเสถียร ในฐานะที่เป็นนักอนุรักษ์ผู้ประกาศตนพูดแทนสัตว์ป่าและข้าราชการกรมป่าไม้ที่ซื่อสัตย์ เสียสละ และต่อสู้เพื่อสวัสดิภาพและสวัสดิการของลูกน้องผู้พิทักษ์ป่า ได้รับการบอกเล่าอย่างหนักแน่นทรงพลังผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้รับความน่าเชื่อถืออย่างนิตยสาร สารคดี ซึ่งมีวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เป็นบรรณาธิการบริหารและนักเขียนแทบจะทันที นอกเหนือจากความจริงที่ว่า ความตายของสืบ นาคะเสถียร เป็นโศกนาฏกรรมที่ทำให้สังคมไทยสะเทือนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวพันกับการปกป้องป่าผืนสำคัญของประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่วันชัยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทั้งยังเป็นเลขาธิการของมูลนิธิฯ นานแปดปีด้วยนั้น ทำให้นิตยสารดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวของทั้งสืบ ห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยผลิตพ็อกเก็ตบุ๊กว่าด้วยชีวิตและความตายของสืบ นาคะเสถียร จากข้อเขียนของวันชัยซึ่งพิมพ์ออกมาหลายหมื่นเล่ม พูดได้ว่าเรื่องราวของสืบ นาคะเสถียร ลงหลักปักฐานในสังคมด้วยสารคดีโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเองก็จัดงานรำลึกสืบ นาคะเสถียร ในวันที่ 1 กันยายน ของทุกปี มีคอนเสิร์ตและจำหน่ายเสื้อยืด สมุดบันทึก โปสเตอร์ที่เผยแพร่แนวคิดของสืบออกมาจำนวนหลายพันชิ้นในแต่ละปี ความตายครั้งนั้นเปิดโลกแห่งความเข้าใจป่า สัตว์ป่า ธรรมชาติ และผลกระทบของโครงการพัฒนาใหญ่ใจกลางป่า มากพอ ๆ กับสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ในยุคนั้นได้เข้าร่วมทำงานอนุรักษ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งตัวผมเองด้วยเช่นกัน ผ่านไป 30 ปี เมื่อวิกฤติทางสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่แต่เรื่องการสร้างเขื่อน การบุกรุกทำลายป่า […]

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร: ก้าวข้ามภารกิจเดิม

“ภารกิจสืบทอดเจตนารมณ์ของพี่สืบในเบื้องต้น 30 ปีนี้ ผมว่าเราไม่มีอะไรติดค้างพี่สืบแล้ว วันนี้ผืนป่าอนุรักษ์ที่พี่สืบเองเสนอให้มีพื้นที่ป่าอย่างน้อยร้อยละ 20 ตอนนี้เรามีการจัดตั้งผนวกรวมพื้นที่ป่าเป็นป่าอนุรักษ์เกือบจะร้อยละ 25 ตามแผนการจัดการป่าไม้แห่งชาติ เกินเป้าที่พี่สืบเคยฝันแล้ว” ศศินบอกผมเช่นนั้น ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ผมคิดว่าการกำหนดแผนยุทธศาสตร์อย่างมีส่วนร่วมทุกสี่ปี ทั้งด้านเป้าหมายแผนการทำงาน และการพัฒนาองค์กร ล้วนเป็นจุดเด่นในการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทำให้มูลนิธิปรับองค์กรได้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ทำงานอย่างมืออาชีพมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายวงการเข้ามาร่วมทำงานอนุรักษ์มากขึ้น ทั้งที่เป็นกรรมการและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ เมื่อถึงปีที่ 30 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นอกจากจะยังคงทำงานสืบสานงานอนุรักษ์เรื่องการรักษาป่าผืนใหญ่แล้ว “เราต้องการเป็นองค์กรสื่อสารเรื่องงานอนุรักษ์กับสังคมอีกด้วย” ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร เล่าให้ผมฟัง “เราถึงพยายามแตะประเด็นสิ่งแวดล้อมในระดับโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกร้อนหรือวิกฤติการสูญพันธุ์ ซึ่งเป็นความเห็นร่วมกันของเจ้าหน้าที่มูลนิธิรุ่นปัจจุบัน” วิสัยทัศน์ดังกล่าวปรากฏอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2563 – 2566 ของมูลนิธิฉบับล่าสุดและยังพยายามยกระดับการจัดการป่าตะวันตกทั้งผืนที่มีขนาดราว 20 ล้านไร่ให้ได้มาตรฐานเดียวกับพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างระบบติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ของชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานในป่าทั้ง 131 ชุมชน และเข้าไปส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ให้ดำเนินอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงทดลองใช้กลไกเศรษฐศาสตร์ใหม่ ๆ เช่น ระบบตอบแทนคุณระบบนิเวศ (payment for ecosystem services) […]

คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร : คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้ เพียงสิบวันหลังงานพระราชทานเพลิงศพสืบ นาคะเสถียร หรือ 18 วันหลังจากเขาเสียชีวิต กลุ่มคนร่วมแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกันกับสืบได้ช่วยก่อตั้ง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขึ้น มีภารกิจสำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือการเฝ้าระวังติดตามนโยบายและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่คุกคามสัตว์ป่าและธรรมชาติ โดยยึดหลักการสื่อสารบนพื้นฐานงานวิชาการ และความกล้าหาญทางจริยธรรม กล้าส่งเสียงพูดในนามของสัตว์ป่า ในช่วงแรก มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำหน้าที่คล้ายแขนขาของกรมป่าไม้ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ที่จำเป็น รวมไปถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายใต้การนำของหัวหน้าชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งคนถัดจากสืบ นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังมีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้ฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกันตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกหกจังหวัดขึ้นมา ในเวลานั้นเองที่แนวคิดการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศตามแนวคิดของสืบที่มองว่า ธรรมชาติไม่มีพรมแดนก็ได้รับการพัฒนาอย่างเข้มแข็งด้วย แต่ถึงที่สุดแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่การจัดการพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมและความต้องการของมนษุย์ โดยเฉพาะที่อยู่รอบ ๆ ป่านั้นด้วย สืบ นาคะเสถียร เองเข้าใจดีว่า การอนุรักษ์ย่อมหมายถึงการนำความรู้ทางนิเวศวิทยามาปรับใช้กับกระบวนการทางสังคมอย่างไม่อาจแยกขาดจากกัน “ผมคิดว่าป่าไม้จะอยู่ได้ คนจะต้องอยู่ได้ก่อน เพราะว่าคนที่ด้อยโอกาสในสังคม เขาไม่สามารถจะไปเรียกร้องอะไร เขาไม่มีอำนาจ คนเหล่านี้อยู่กับธรรมชาติ ผ มคิดว่าป่าจะอยู่หรือจะไป อยู่กับคนกลุ่มนี้ด้วย” สืบ นาคะเสถียร เคยกล่าวไว้เช่นนั้น ซึ่งตรงกับแนวคิดของวีรวัธน์ […]

รักษาผืนป่าตะวันตกด้วย ความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศ

“ถ้าเรามีพื้นที่ป่าที่ดีที่สุดอย่าง ห้วยขาแข้ง แล้วเรายังไม่รักษา แม้แต่กรมป่าไม้เองก็ยังไม่สนใจรักษา ก็อย่าหวังเลยว่าจะรักษาที่อื่นให้รอดได้” นั่นคือคำกล่าวของสืบ นาคะเสถียร ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ และอาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมสืบถึงเลือกตัดสินใจทิ้งทุนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่อังกฤษ และเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่า ถ้าจะอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมืองไทยต้องเริ่มที่ห้วยขาแข้ง และถ้าจะรักษาป่า ห้วยขาแข้ง -ทุ่งใหญ่นเรศวรให้ยั่งยืนได้ ต้องรักษาป่าตะวันตกไว้ทั้งผืน ในระดับโลก ผืนป่าตะวันตกของประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ระดับโลกหลายชนิดแล้ว ป่าผืนนี้ยังเชื่อมต่อกับป่าผืนใหญ่ทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของเมียนมา และทอดตัวยาวลงใต้ผ่านเทือกเขาตะนาวศรีไปถึงป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี รวมถึงป่าอนุรักษ์ของชนกลุ่มน้อยในเมียนมา นับเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 12 ล้านไร่ประกอบไปด้วยเขตป่าอนุรักษ์ถึง 17 แห่ง ทั้งอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในหกจังหวัด โดยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร พื้นที่ป่ามรดกโลกอยู่ตรงกลางพอดี ป่าตะวันตกโดดเด่นทั้งในแง่ของขนาดที่กว้างใหญ่ไพศาล ความหลากหลายของระบบนิเวศโดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ทุ่งหญ้า ป่าริมนํ้า และตำแหน่งที่ตั้งอันเป็นศูนย์รวมความหลากหลายของเขตชีวภูมิศาสตร์หลายแห่ง แนวคิดป่าผืนใหญ่ของสืบ นาคะเสถียร จึงอาจหมายถึงพรมแดนธรรมชาติที่มีพื้นที่ 30 ล้านไร่ ซึ่งครอบคลุมสองประเทศเลยทีเดียว และหากมีปัญหาเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่ง ก็ย่อมส่งผลกระทบไปถึงส่วนอื่น ๆ ด้วย สำหรับสืบ ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในฐานะนักวิจัยสัตว์ป่า ก่อนก้าวข้ามไปสู่บทบาทหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ที่ต้องจัดการกับปัจจัยคุกคามต่าง ๆ นั้น แนวทางการทำงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงอยู่ที่ความเข้าใจทางนิเวศวิทยา เข้าใจความต้องการของกลุ่มชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นเป้าหมายการอนุรักษ์ ซึ่งจะช่วยให้กำหนดมาตรการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม […]

จากเชี่ยวหลานถึงแม่วงก์ : การลุกฮือเพื่อปกป้องป่า

“ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมาเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้” – สืบ นาคะเสถียร ไม้ใหญ่ยืนต้นตายเป็นหย่อม ๆ ท่ามกลางผืนนํ้าสีดำเวิ้งว้างในหุบเขา คือภาพจำของผมเกี่ยวกับเขื่อนเชี่ยวหลาน (หรือชื่อทางการคือเขื่อนรัชชประภา) ผมมีโอกาสเดินทางไปที่นั่นครั้งแรกในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร เมื่อปี พ.ศ. 2539 พร้อมกับวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี โดยควบตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรด้วย ครั้งนั้น เราเดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เพิ่งถูกยิงเสียชีวิต หลังจากที่มูลนิธิตั้งกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า 10 ปีก่อนหน้านั้น ตอนที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นขวางลำนํ้า “เชี่ยวหลาน” เป็นชื่อแก่งกลางนํ้าบริเวณคลองแสงที่มีนํ้าไหลเชี่ยว ตั้งอยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นป่าดิบที่ราบตํ่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด พอมีการสร้างเขื่อนและกักเก็บนํ้าเมื่อ พ.ศ. 2529 ป่าสมบูรณ์ผืนนี้จึงจมอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล และทิ้งให้สัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 338 ชนิดต้องติดอยู่ตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ภายในอ่างเก็บนํ้า ในตอนนั้น สืบ นาคะเสถียร ต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าจากโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ครั้งแรกของเมืองไทย พูดได้ว่าการทำงานในคราวนั้นเป็นครั้งแรก ๆ ที่สังคมไทยเห็นสืบ นาคะเสถียร ในฐานะข้าราชการนํ้าดีที่ทำงานแบบถวายชีวิตช่วยเหลือสัตว์ป่า ผ่านทางรายการ ส่องโลก สารคดีโทรทัศน์ของสันติธร […]

วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง เรื่อง พอล ซาโลเพก ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม […]

ขยะพลาสติกในทะเล จะมีจำนวนหลายร้อยตันในปี 2040 หากไม่มีมาตรการแก้ไขใดๆ

แผนการณ์อันทะเยอทะยานที่ใช้เวลาสร้างขึ้นกว่า 2 ปี อาจเป็นทางแก้ปัญหา ขยะพลาสติกในทะเล ได้ มีการคาดว่าจำนวน ขยะพลาสติกในทะเล ที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในทุกปีจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าในปี 2040 หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 29 ล้านเมตริกตัน งานวิจัยใหม่ที่ใช้เวลาศึกษากว่า 2 ปี แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการรณรงค์เพื่อจำกัดมลพิษจากพลาสติก และมีการให้คำแนะนำถึงแผนอันทะเยอทะยานในการลดขยะซึ่งไหลลงสู่ทะเลเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีผู้ใดทราบชัดเจนว่าพลาสติกซึ่งไม่สามารถทำลายได้เหล่านี้รวมตัวในทะเลมากน้อยเพียงใด โดยการคาดการณ์ที่ดีที่สุดในปี 2015 มีจำนวนอยู่ที่ 150 เมตริกตัน หากอนุมานว่าพลาสติกเหล่านี้ยังคงอยู่เหมือนเดิม งานศึกษาคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 600 เมตริกตันในปี 2040 โครงการที่พัฒนาโดยกองทุนเพื่อการกุศลพิว (Pew Charitable trusts) และบริษัท SYSTEMIQ สถาบันคลังสมองด้านสิ่งแวดล้อมในกรุงลอนดอนได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมผลิตพลาสติกระดับโลกเปลี่ยนการผลิตสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ประกอบไปด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และรีไซเคิล ซึ่งถ้าเกิดขึ้นได้จริง ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันกล่าวว่าการไหลของพลาสติกสู่มหาสมุทรอาจลดลงถึงร้อยละ 80 ในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า แต่ถ้าเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านช้าไป 5 ปี ก็จะมีขยะพลาสติกเพิ่มเติมว่า 80 เมตริกตันลงสู่ชายฝั่ง โดยร่างแผนที่ชื่อว่า System Change Scenario […]

เที่ยวน่าน ตามรอยความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูผืนป่า

การเดินทางมา เที่ยวน่าน ครั้งนี้ ได้เผยให้ฉันเห็นความการทำงานร่วมมือกันอย่างบูรณาการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย ในเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่ป่า เวลาหัวค่ำนอกหน้าต่างคอนโดมิเนียมกลางเมืองหลวง ฉันเห็นแสงไฟวับวาม และรถราเคลื่อนสลับไปมาไม่หยุดหย่อน ภาพชินตาเช่นนี้สร้างความรู้สึกชินชาให้เกิดขึ้นในจิตใจ กระหน่ำซ้ำด้วยการประกาศล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคร้ายที่ผ่านมา แผนการเดินทางเพื่อประโลมจิตใจของฉันในปีนี้ จึงเป็นอันต้องพับเก็บไปทั้งหมด ใจที่กระหายการเดินทาง และนิสัยไม่อยู่ติดกับที่ของฉัน เฝ้ารอการได้ออกไปเดินย่ำบนผืนดินอีกครั้ง ในใจตอนนี้คิดว่า ขอเป็นที่ไหนก็ได้ให้ฉันได้หายไปจากเมืองนี้สักสองถึงสามวัน ก่อนจะกลับมาเผชิญเรื่องราวบทเดิมในชีวิตการทำงานอีกครั้ง แล้วเหมือนใครสักคนได้ยินเสียงเรียกร้องของใจที่หิวกระหาย ในที่สุดฉันก็ได้รับการติดต่อให้เดินทางไปจังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมชมความร่วมมือกันฟื้นฟูผืนป่าที่ถูกทำลายให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง เมื่อวันเดินทางมาถึง ฉันจดจ่อที่จะได้เห็นบรรยากาศของสนามบินหลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์  ในสนามบินนานาชาติดอนเมือง มีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน แต่ก็ใช้เวลาเพียงน้อยนิดสำหรับการผ่านจุดคัดกรองต่าง ๆ ฉันมาถึงสนามบินน่านนครในเวลาเพียงชั่วโมงเศษ และนัดหมายกับเพื่อนร่วมทางขาประจำไว้ที่นั่น เขานำรถยนต์มารอรับฉันที่สนามบิน และเรากำลังจะเดินทางไปยังตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของเรา ระหว่างทางเราแล่นผ่านแมกไม้ที่ขึ้นอยู่สองข้างทางในบรรยากาศเเบบชนบท ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เรือกสวนต่าง ๆ ทั้งลำไย มะม่วง และไร่ข้าวโพด ปรากฏสลับกันไปตลอดทาง บ้านเมืองจังอยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ จังหวัดน่าน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ชาวบ้านจึงต้องอาศัยอยู่ตามพื้นที่หุบเขา “เราเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่าครับ” สำรวย ผัดผล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง กล่าวกับพวกเราเมื่อเดินทางไปถึง ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งที่ฉันสอบถามจากชาวบ้านพบว่า แต่ละฝ่ายต่างมีข้อมูลที่ดินของตนเอง […]

น้ำ: วิกฤตที่กำลังมาเยือน

มองอนาคตของ แม่น้ำสินธุ สายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน 270 ล้านคน แต่เมื่อภาวะธารน้ำแข็งถอยร่น กระแสน้ำเริ่มอ่อนแรง ส่งผลให้ผู้คนหลายล้านตกอยู่ในความเสี่ยง ใกล้กับยอดเขากังหรินโปเฉหรือเขาไกรลาสในทิเบต คือต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญสี่สายที่ทอดแผ่ไปทางตะวันออกและตะวันตกผ่านเทือกเขาหิมาลัย และไหลลงสู่ทะเลดุจดั่งพระกรของพระแม่คงคาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตลอดทางที่สายน้ำเหล่านี้ไหลผ่าน อารยธรรมและรัฐชาติต่างๆ ถือกำเนิดขึ้น ตั้งแต่ทิเบต ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล และบังกลาเทศ น้ำจากแม่น้ำจะถูกใช้อย่างไรขึ้นอยู่กับผู้คนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำมาเนิ่นนาน ส่วนแม่น้ำจะมีน้ำมาเติมอย่างไรขึ้นอยู่กับสองปัจจัย ได้แก่ ฝนในฤดูมรสุมและน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็ง ปรากฏการณ์ทั้งสองซึ่งอยู่ใต้ การปกปักรักษาของทวยเทพมานับพันปี บัดนี้อยู่ในมือของมนุษย์ด้วย แม่น้ำสายต่างๆ ที่มีต้นน้ำอยู่ในแถบตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัยอย่างแม่น้ำพรหมบุตรได้รับน้ำส่วนใหญ่จากมรสุมฤดูร้อน แม่น้ำเหล่านี้อาจได้รับน้ำมากขึ้นเมื่ออากาศที่ร้อนขึ้นเติมความชื้นให้บรรยากาศมากขึ้น แต่น้ำส่วนใหญ่ในแม่น้ำสินธุซึ่งไหลไปทางตะวันตกจากยอดเขากังหรินโปเฉ ได้รับน้ำจากหิมะและธารน้ำแข็งของเทือกเขาหิมาลัย การาโกรัม และฮินดูกูช โดยเฉพาะธารน้ำแข็งซึ่งเป็น “หอเก็บน้ำ” ที่กักเก็บหิมะในฤดูหนาวไว้ในรูปน้ำแข็ง บนเขาสูง แล้วปล่อยลงมาในรูปน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน กระบวนการนี้ทำให้มีน้ำไหลมาหล่อเลี้ยงทั้งมนุษย์และระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ระหว่างเส้นทางในเขตที่ราบของปากีสถานและภาคเหนือของอินเดีย มีระบบเกษตรชลประทานอันกว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกพึ่งพาแม่น้ำสินธุอยู่ บรรดาธารน้ำแข็งที่ส่งน้ำลงสู่แม่น้ำสินธุเปรียบได้กับเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนราว 270 ล้านคน ธารน้ำแข็งเหล่านี้ส่วนใหญ่กำลังหดเล็กลง ปรากฏการณ์นี้จะทำให้แม่น้ำสินธุมีน้ำหลากมากขึ้นในระยะแรก แต่หากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นดังที่คาดการณ์ และธารน้ำแข็งยังละลายถอยร่นต่อไปอีก แม่น้ำสินธุจะไปถึงจุดที่มี “ระดับน้ำสูงสุด” ภายในปี 2050 แล้วกระแสน้ำจะเริ่มลดลงหลังจากนั้น มนุษย์ใช้น้ำมากกว่าร้อยละ 60 […]

เหตุผลที่เราไม่อาจเลี่ยงหายนะ

ความล้มเหลวของเราในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังสร้างความเสียหายแก่โลก นวัตกรรมอาจช่วยเราไว้ได้ แต่โลกคงไม่น่าดูอีกต่อไป “วันพิเศษยิ่งในประวัติศาสตร์อเมริกากำลังสิ้นสุดลง” วอลเตอร์ ครองไคต์ กล่าวอย่างเคร่งขรึมในรายการซีบีเอสอีฟนิ่งนิวส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี 1970 การเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครั้งแรกในวันนั้นดึงดูดผู้คนให้ออกมาชุมนุมตามท้องถนนราว 20 ล้านคน เกินความคาดหมายของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน ผู้ปลุกปั้นงานนี้ไปมาก ผู้ร่วมเฉลิมฉลองแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมในรูปความรื่นเริงอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาร้องรำทำเพลง สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เก็บขยะที่ถูกทิ้งเรี่ยราด ในนิวยอร์ก พวกเขาลากซากปลาไปตามท้องถนนในบอสตัน พวกเขาประท้วงโดยการแสร้งตายในสนามบินนานาชาติโลแกน ส่วนที่ฟิลาเดลเฟีย พวกเขาร่วมลงนามใน “คำประกาศแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน” ของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ฉบับใหญ่ยักษ์ ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากช่วงเวลา “พิเศษยิ่ง” ครั้งนั้น ทั้งการประท้วงแบบแกล้งตายและคำประกาศต่างๆ ฉันใช้เวลาในช่วงทศวรรษ 1970 ไปกับการประท้วงกลางสายฝนพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชั้นให้รีไซเคิลกระป๋องนํ้าอัดลม ใส่กางเกงขาบานพิมพ์ลายดอกไม้สีม่วงดอกโต ๆ และเป็นห่วงอนาคตของโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1970 คำว่า “ภาวะโลกร้อน” ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าก๊าซกลุ่มหนึ่งซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วย กักความร้อนใกล้พื้นผิวโลกเอาไว้ เราเข้าใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ยุควิกตอเรีย แต่มีไม่กี่คนที่พยายามคำนวณว่าการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังเป็นเหมือนทารกแรกเกิด นับแต่นั้นมา แบบจำลองต่าง ๆ […]

หน้าต่างบานใหม่สู่สภาพอากาศ

พวกเขาออกติดตั้งสถานีตรวจวัด สภาพอากาศ ที่สูงที่สุดของโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เคยมีมาก่อนเกี่ยวกับลมที่กำหนดทิศทาง และความรุนแรงของพายุ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักปีนเขาสามคนหารือกันบนสันเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมานต์เอเวอเรสต์ ขณะที่แสงแรกของวันอาบไล้ที่ราบสูงทิเบต ต่ำลงไปกว่า 1.5 กิโลเมตรเบื้องล่าง แสงอาทิตย์สาดส่องหมู่เมฆที่ลอยเรี่ย ลาดเขาห่มหิมะ ชายทั้งสามที่สวมชุดบุขนเป็ดหนา หน้ากากออกซิเจน และไฟคาดศีรษะ แทบไม่ได้มองทิวทัศน์ พวกเขามีเวลาจำกัด เช่นเดียวกับออกซิเจนที่ขนมา แล้วยังมีความเสี่ยงว่า สภาพอากาศแปรปรวน อันขึ้นชื่อของที่นี่อาจเล่นงานพวกเขาอย่างฉับพลัน เท่าที่เป็นอยู่ก็นับว่าพวกเขาล่าช้าแล้ว เพราะติดกลุ่มนักปีนเขาที่กรูขึ้นมาหวังจะพิชิตยอดเขาจากฝั่งเนปาลในวันนั้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ปี 2019 แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่มีเวลาวิตกเรื่องนั้น ทุกคนง่วนกับงานตรงหน้า รื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ และทำตามแผนที่ซักซ้อมกันไว้ชนิดละเอียดยิบ เพื่อติดตั้งสถานีตรวจวัด สภาพอากาศ ที่สูงที่สุดในโลก ขณะที่พวกเขาสาละวนกันอยู่นั้น เบเกอร์ แพร์รี ชายคนหนึ่งในทีม ก็รู้สึกถึงความตระหนก ที่พลุ่งพล่านขึ้น ระหว่างที่รื้อค้นเป้หลังของทีมอย่างลนลาน และพบว่าชิ้นส่วนเล็กๆ แต่สำคัญสองชิ้นของสถานีตรวจวัดสภาพอากาศหายไป นั่นคือท่ออะลูมิเนียมขนาด 2.5 เซนติเมตรที่ติดกับเซนเซอร์ตรวจวัดลมบนเสากลางของสถานี แพร์รีกับเพื่อนร่วมทีม ได้แก่ ทอม แมตทิวส์ และปานูรู เชอร์ปา จ้องหน้ากัน ราวกับจะซึมซับข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าสู่สมองที่ขาดออกซิเจน […]

กลไกเบื้องหลัง ตั๊กแตน ระบาด

สำนักข่าวในประเทศลาวรายงานการระบาดของฝูง ตั๊กแตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในเนื้อหารายงาน ความเสียของพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ช่วงก่อนหน้านั้น สื่อหลายแห่งรายงานข่าวการระบาดของแมลงในประเทศอินเดียเช่นกัน หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า จากอินเดียแมลงบินข้ามพรมแดนไประบาดในประเทศลาวได้อย่างไร จากกรณีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญพบว่า “ตั๊กแตน ที่ระบาดในประเทศลาวและอินเดียเป็นคนละชนิดพันธุ์” ศรุต สุทธิอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวและอธิบายว่า “ตั๊กแตนที่ระบาดในประเทศลาวคือตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Ceracris kiangsu) ส่วนที่พบระบาดในอินเดียคือ ตั๊กแตนทะเลทราย (Desert locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Schistocerca gregaria)” สำหรับวงจรชีวิตของของตั๊กแตนไผ่จะแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดินในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน ระยะตัวอ่อน (46 – 69 วัน) ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และระยะไข่ในช่วงเดือน ตุลาคม – ธันวาคม ซึ่งมีรายงานพบว่า ตั๊กแตนชนิดนี้วางไข่บริเวณใต้ผิวดินจำนวนมาก โดยไข่จะฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง […]

โรคระบาดเกิดจากการทำลายธรรมชาติของมนุษย์

จุดแบ่งเขตระหว่างพื้นที่การเกษตรกับป่าฝนในอุทยานแห่งชาติอีกวาซูในบราซิล ซึ่งได้สูญเสียพื้นที่ป่าไปจำนวนมากในรายงานสถานการณ์การตัดไม้ทำลายป่ารอบโลก ภาพถ่ายโดย FRANS LANTING, NATIONAL GEOGRAPHIC รายงานฉบับใหม่ของ WWF เรียกร้องให้มีมาตรการระดับนานาชาติในเรื่องของการค้าสัตว์ป่า การทำลายธรรมชาติ และการทำฟาร์มแบบอุตสาหกรรม บรรดาผู้นำจากทั้งองค์การสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เห็นตรงกันว่า โรคระบาดเช่นไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้เป็นผลมาจาก การทำลายธรรมชาติ ของมนุษยชาติ และมนุษย์เองก็ละเลยความจริงนี้เป็นระยะเวลาหลายทศวรรษ ทั้งการค้าสัตว์ป่าในรูปแบบที่ไม่ยั่งยืนและผิดกฎหมาย รวมไปถึงการทำตัดไม้ทำลายป่ายังคงเป็นสาเหตุเบื้องหลังของโรคระบาดที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน รายงานจาก WWF ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเตือนว่า ความเสี่ยงที่โรคระบาดชนิดใหม่ๆ จะเกิดขึ้นในอนาคตมีสูงมากกว่าที่เคยเป็นมา และจะมีความวุ่นวายในเรื่องของสาธารณสุข เศรษฐกิจ และความมั่นคงปลอดภัยระดับโลก โดยบรรดาผู้นำจากหน่วยงานเหล่านี้ได้ออกชุดคำเตือนในประเด็นนี้นับตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพกล่าวว่าในอนาคตอาจจะมีการระบาดของโรคที่อันตรายมากขึ้นหากไม่มีการหยุดการทำลายธรรมชาติอย่างเร่งด่วน เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ประธานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำกล่าวว่าโควิด-19 นั้นเหมือนเป็นสัญญาณ S.O.S สำหรับการประกอบกิจการของมนุษย์ว่าแนวคิดทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้ตระหนักว่าความมั่งคั่งของมนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับธรรมชาติเช่นกัน “เราได้เห็นโรคภัยหลายชนิดเกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง ไวรัสซิกา, เอดส์, ซาร์ส และอีโบลา ซึ่งทั้งหมดเริ่มมาจากประชากรสัตว์ป่าที่ตกอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ถูกกดดัน” อลิซาเบธ มารูนา เมรมา หัวหน้าด้านความหลากหลายทางชีวภาพขององค์กรสหประชาชาติ, มาเรีย เนย์รา ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และ มาร์โก แลมเบอร์ตินี […]

น้ำมันดีเซล กว่า 20,000 ตันรั่วปนเปื้อนในอาร์กติก

รัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน กรณี น้ำมันดีเซล รั่วไหลในภูมิภาคอาร์กติกไซบีเรีย จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประธานาธิบดีของรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ น้ำมันดีเซล รั่วไหลบนเปื้อนลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เปราะบาง อย่างอาร์กติก เจ้าหน้าที่ชาวไซบีเรีย ในเมืองนอริลสก์ รายงานว่า ทางการรัฐออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่หลังจากเกิดเหตุน้ำมันดีเซลปริมาณกว่า 20,000 ตัน รั่วไหลออกจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2020 ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมในเมืองนอริลสก์ ซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล จากการหารือกับปูตินเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี Yevgeny Zinichev ประกาศว่า เหตุรั่วไหลดังกล่าวเป็นภัยฉุกเฉินระดับประเทศ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลกลางของรัสเซียสามารถเข้าไปจัดการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวได้ “ผมเห็นด้วยกับการเสนอวาระนี้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ” ประธานาธิบดีรัสเซียแสดงปฏิกิริยาเห็นด้วยกับข้อเสนอของรัฐมนตรี นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินยังแนะนำรัฐมนตรีว่า “เร่งแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม” ระหว่างการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ปูตินกล่าวตำหนิหัวหน้าบริษัท NTEK ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน หลังจากที่ได้รับรายงานความผิดพลาดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น State of emergency in Norilsk after […]

ลุ่มแม่น้ำสงคราม พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งชีวิต

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแถลงข่าว เรื่องการขึ้นทะเบียนแม่น้ำสงครามตอนล่าง จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ แรมซาร์ไซต์ แห่งที่ 15 ของประเทศไทย สำหรับความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ ลุ่มแม่น้ำสงคราม คือ มีระบบนิเวศหายาก ได้แก่ ป่าบุ่งป่าทามผืนใหญ่ ที่สำคัญในเชิงความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาน้ำจืด  แหล่งประมงพื้นบ้านและความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นแหล่งอพยพเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ของพันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลาก พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่างพบความหลากหลายของพันธุ์ปลา พันธุ์พืช รวมทั้งมีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ที่ผ่านมา จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์แม่น้ำสงครามตอนล่างในด้านต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี 2557 โดยได้ดำเนินงานโครงการด้านการอนุรักษ์แหล่งน้ำร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากธนาคาร HSBC ประเทศไทย พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) คำจำกัดความตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ กล่าวว่า พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) หมายถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ […]