Environment Archives - National Geographic Thailand

รางวัลอันทรงเกียรติแก่บุคคลที่ทำงานด้านสัตว์ป่า และป่าไม้

สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติให้แก่นักสำรวจที่ทำงานปกป้องสายพันธุ์ช้าง ค้างคาว แอนทีโลปที่หายาก และมหาสมุทรอีกหลายล้านกิโลเมตร เธออุทิศชีวิตเพื่อปกป้องช้างของเคนยา ในวาระนี้ เพาลา คาฮุมบา นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นให้เป็น ผู้ชนะรางวัลนักสำรวจแห่งปีของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งเป็นรางวัลประจำปีของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มอบให้แก่บุคคลที่จุดประกายการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสำคัญที่โลกกำลังเผชิญอยู่ รางวัลนี้ถือเป็นหนึ่งในสี่รางวัลที่ถูกเสนอจากทางสมาคมในสัปดาห์นี้ภายในเทศกาลนักสำรวจ (Explorers Festival) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และยังมีรางวัลอื่นๆ ได้แก่ รางวัลบัฟเฟต์ (Buffett Awards) สองรางวัลสำหรับการเป็นผู้นำในงานด้านการอนุรักษ์ และเหรียญฮับบาร์ด (Hubbard Medal) ซึ่งแสดงถึงความโดดเด่นสูงสุดของสมาคม คาฮุมบากล่าวถึงรางวัลของเธอว่า “นี่ถือเป็นการยืนยันว่าฉันมาถูกทางแล้ว และฉันควรจะเดินหน้าต่อไป” เธอเป็นซีอีโอของไวล์ไลฟ์ไดเร็กต์ (WildlifeDirect) ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศตนเพื่อหยุดการลักลอบล่าช้าง และสัตว์ป่าอื่น ๆ ในเคนยา ซึ่งเธอมีโครงการอันเป็นเอกลักษณ์คือ “Hands Off Our Elephants” ที่ได้เสริมสร้างกฎหมายต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์ กระตุ้นการรับรู้ที่สำคัญ และการสนับสนุนการอนุรักษ์ในประเทศ นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการในปี 2013 โครงการนี้มีส่วนให้การล่าช้างในเคนยาได้ลดลงถึงร้อยละ 80 และลดการรุกล้ำที่อยู่อาศัยของแรดได้กว่าร้อยละ 90 คาฮุมบากล่าวว่า แรงผลักดันและแรงบันดาลใจในการปกป้องสัตว์ป่าของเคนยามาจากความเชื่อมั่นที่ว่า […]

ทะเล อันดามัน ของไทยกำลังป่วย

ไข่มุกเม็ดงามนาม อันดามัน กำลังเผชิญภัยคุกคามรอบด้าน ธรรมชาติจะยืนหยัดทัดทานได้อีกนานเพียงใด สัณฐาน อันดามัน ยํ่าคํ่าแล้วที่ “สุสานหอย” ในเขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ชายฝั่งทะเลอันดามันที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ “สุสานหอยเป็นชั้นของแผ่นหินปูน ซึ่งมีซากของหอยขมนํ้าจืดปริมาณมากทับถมอยู่และปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังพบซากเรณูและสปอร์ของพืชโบราณที่สามารถกำหนดอายุของสุสานหอยว่าอยู่ในช่วงประมาณ 20 – 40 ล้านปี” ดร.สกลวรรณ ชาวไชย อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายให้กลุ่มนักศึกษาฟังระหว่างการออกภาคสนามในพื้นที่ อาจารย์สกลวรรณอธิบายต่อว่า ที่นี่เคยเป็นหนองนํ้าจืดขนาดใหญ่ มีหอยขมอาศัยอยู่จำนวนมาก ต่อมานํ้าทะเลไหลเข้าท่วมขังจนหินปูนใต้นํ้าทะเลอ่อนตัว หลอมรวมเอาเปลือกหอยใต้นํ้าเข้าเป็นเนื้อเดียว แปรสภาพเป็นแผ่นหินปูนแข็งที่มีซากหอยเกาะแน่นหนาราว 0.5 – 1 เมตร หากสังเกตลานหินของชั้นหอยจะพบแนวรอยแยกเป็นสองทิศทางได้ชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากธรณีแปรสัณฐาน คำอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบริเวณชายฝั่งทะเล อันดามัน ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นพิบัติภัยที่เกิดจากพลังงานใต้พิภพปะทุจนแผ่นดินไหวรุนแรงแรงขยับแผ่นเปลือกโลกให้เคลื่อนที่ไปราวหนึ่งเซนติเมตร แต่ก็รุนแรงพอจะสร้างคลื่นยักษ์สูงกว่า 30 เมตรพุ่งเข้าปะทะชายฝั่ง กวาดกลืนทุกสิ่งจนราพณาสูรไปในชั่วพริบตา ผู้คนใน 14 ประเทศ ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียเสียชีวิตไปราว 130,000 […]

วิกฤตชีวิตช้างไทย ในห้วงการขาดนักท่องเที่ยวจากโควิด-19

14 เดือนหลังขาดรายได้จากนักท่องเที่ยวและสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ทำให้ ช้างไทย กำลังประสบกับอันตรายที่ยืดเยื้อ “ขายช้างอัจฉริยะ 11 ตัว ตัวละ 3 ล้านบาท” นี่คือข้อความที่สวนเสือศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ประกาศบน Facebook ของสวนสัตว์ เพื่อขาย ช้างไทย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา สวนสัตว์ในประเทศไทยสร้างรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวผ่านตั๋วเข้าชม การขี่ช้าง และการแสดงสัตว์ แต่เนื่องจากประเทศไทยได้ออกมาตรการไม่ให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมสวนสัตว์ตามคำสั่งของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ทำให้สวนสัตว์กำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก ในโพสต์ Facebook เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่เกี่ยวกับปัญหาช้างเลี้ยง ทางสวนสัตว์ยังกล่าวอีกว่า “ณ จุดนี้เพื่อรักษาบาดแผลจากพิษ COVID เราจำเป็นต้องขายพวกเขาออก” การท่องเที่ยว ช้างไทย ได้สร้างกำไรให้กับประเทศไทยมายาวนาน ผู้เยี่ยมชมจากทั่วโลกหลั่งไหลกันเข้ามายลโฉมช้างไทยพวกเขาต้องจ่ายเงินประมาณ 20-150 ดอลลาร์สหรัฐ (600-5,000 บาท)  เพื่อขี่ช้างหรือดูการแสดงอันชาญฉลาดของช้างเช่น วาดรูป โยนห่วงและเต้นต่อครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นับตั้งแต่นั้น ส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปใช้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์เพื่อที่จะจัดวางช้างให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการท่องเที่ยวช้างสร้างรายได้โดยรวมเท่าไร […]

เต่ามะเฟือง เต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุดและหายากที่สุดในประเทศไทย

เต่ามะเฟือง ถูกประกาศเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ของไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ร่วมกับวาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ ถือเป็นการประกาศรายชื่อสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติมเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) หรือ Leatherback turtle เต่ามะเฟืองคือเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวที่โตเต็มวันอาจยาวได้มากกว่า 2 เมตร มีชีวิตอยู่รอดมามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สืบสายพันธุ์มากว่า 100 ล้านปี แต่ทุกวันนี้ประชากรเต่ามะเฟืองในมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียจัดอยู่ในขั้นใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และชายหาดบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เขาหลักในจังหวัดพังงา ลงไปถึงหาดไม้ขาวในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังเงียบสงบ คือแหล่งวางไข่แห่งสุดท้ายของเต่ามะเฟืองในประเทศไทย ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องสถานการณ์โควิด-19 กลับมีข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทย จากเหตุการณ์แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่มากสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่มีการพบรังเต่ามะเฟืองมากว่า 5 ปีแล้ว การประกาศเป็นสัตว์สงวนของเต่ามะเฟืองนับเป็นข่าวดีที่สุด เพราะการมีกฎหมายคุ้มครองเป็นรูปธรรม ถือเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของเต่าในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์ ตั้งแต่เรื่องนโยบายไปจนถึงกลับมาขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง […]

สุดยอดภาพถ่ายจาก ‘ไมเคิล นิโคลส์’ ผู้เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสัตว์ป่าไปตลอดกาล

‘ไมเคิล นิโคลส์’ ช่างภาพผู้สร้างสรรค์ภาพถ่ายของสิงโต เสือ ช้าง ชิมแปนซี และกอริลลา ที่โลดแล่นอยู่บนหน้านิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นักเล่าเรื่องที่ดีคือผู้สังเกตการณ์ที่ดี เขาจะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อตระหนักว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เขาจะพาตัวเองเข้าไปดื่มด่ำกับประสบการณ์นั้น ไมเคิล “นิก” นิโคลส์ เป็นหนึ่งในคนประเภทนั้น ตลอดเส้นทางอาชีพยาวนานหลายสิบปี เขาหลอมรวมพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวกับสายตาของศิลปินในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายของสิงโต เสือ ช้าง ชิมแปนซี และกอริลลา ที่โลดแล่นอยู่บนหน้านิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แนวทางการทำงานสารคดีของเขา เช่นเดียวกับความยินยอมพร้อมใจที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เช่น กล้องดักถ่ายภาพ และหุ่นยนต์ควบคุมจากระยะไกล มีส่วนสำคัญในการสร้างการตระหนักรู้ของเรา ไม่ใช่แค่เฉพาะในเรื่องของสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริบทใหญ่กว่าที่พวกมันดำรงอยู่ด้วย นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างการเป็น “ช่างภาพสัตว์ป่ากับช่างภาพสารคดีในธรรมชาติ” ดังที่เมลิสซา แฮร์ริส เขียนไว้ในหนังสือ A Wild Life ชีวประวัติเล่มใหม่ของนิโคลส์ เรื่อง อะเล็กซา คีฟ ภาพถ่าย ไมเคิล นิโคลส์ เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : วัชรบูล […]

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า บนเรือนอกฝั่งคอสตาริกา นักชีววิทยาใช้คีมจากมีดพับพยายามดึงหลอดพลาสติกจากจมูกเต่าทะเลตัวหนึ่ง เจ้าเต่าดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดและเลือดก็ไหลไม่หยุด ตลอดแปดนาทีอันเจ็บปวดที่คลิปในยูทูบนี้ดำเนินไป และมีคนเข้ามาดูกว่า 20 ล้านครั้ง แม้จะเป็นสิ่งที่ต้องทนดูก็ตาม ในตอนท้าย นักชีววิทยาที่เริ่มจะหมดหวังก็สามารถดึงหลอดพลาสติกยาวสิบเซนติเมตรออกมาจากจมูกของเจ้าเต่าได้ ภาพดิบๆ เช่นนี้ซึ่งตีแผ่ผลกระทบของพลาสติกที่มีต่อสัตว์ป่าได้อย่างแจ่มแจ้ง กลายเป็นสิ่งที่เห็นคุ้นตามากขึ้นทุกที ทั้งวาฬและนกอัลบาทรอสที่ตายเพราะท้องเต็มไปด้วยขยะ และแมวน้ำที่ติดเศษอวนจับปลาที่ถูกโยนทิ้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ความเสียหายมักเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ยากกว่า นักวิจัยบอกว่า นกจมูกหลอดตีนเนื้อซึ่งเป็นนกทะเลขนาดใหญ่สีน้ำตาลไหม้ที่ทำรังอยู่บนเกาะนอกชายฝั่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กินพลาสติกคิดเป็นสัดส่วนต่อมวลกายมากกว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นใด โดยในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่ง ลูกนกร้อยละ 90 เคยกินพลาสติกเข้าไปแล้ว เศษพลาสติกแหลมคมชิ้นหนึ่งอาจเจาะลำไส้และทำให้นกตายลงอย่างรวดเร็ว แต่โดยทั่วไปแล้ว การกินพลาสติกจะทำให้นกมีอาการหิวอาหารเรื้อรัง “สิ่งน่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ พวกมันกินพลาสติกเข้าไปเพราะนึกว่าเป็นอาหารครับ” แมตทิว ซาโวคา นักชีววิทยาทางทะเลที่ทำงานกับสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา บอกและเสริมว่า “ลองนึกภาพคุณกินอาหารกลางวันอยู่ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมา แถมยังหิวอยู่ทั้งวัน นั่นคงทำให้เราสับสนบอกไม่ถูก” ซาโควาพบว่า ปลาอย่างปลากะตักกินพลาสติกเพราะมีกลิ่นเหมือนอาหารเมื่อถูกสาหร่ายปกคลุม นกทะเลที่ใช้พลังงานจากร่างกายที่ขาดสารอาหาร จะต้องบินท่องเป็นระยะทางไกลมากขึ้นเพื่อหาอาหารจริงๆกินและพบเพียงแค่เศษขยะพลาสติกที่นำกลับมาป้อนลูกน้อย คุณสมบัติที่ทำให้พลาสติกมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งความคงทนและมีน้ำหนักเบา กลับยิ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ พลาสติกมีอายุการใช้งานนานและหลายชนิดลอยน้ำได้ “พลาสติกใช้แล้วทิ้งเป็นชนิดที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว” ซาโควาบอก เขาหมายถึงหลอดดูดน้ำ ขวดน้ำ และถุงพลาสติก […]

โลกมีมหาสมุทรแห่งใหม่แล้ว คุณสามารถบอกชื่อทั้ง 5 แห่ง ได้หรือไม่

เนื่องในวันมหาสมุทรโลก ปี 2021 นักวาดแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากของทวีปแอนตาร์ติกมีความโดดเด่น และเหมาะสมที่จะมีชื่อเป็นของตนเอง นั่นคือ “มหาสมุทรใต้” สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับ มหาสมุทรใต้ ที่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา พวกเขาทราบดีว่ามันไม่เหมือนที่อื่น “ใครก็ตามที่เคยย่างเข้าไปต่างยากที่จะอธิบายถึงสิ่งความพิศวงของมัน แต่พวกเขามีความเห็นที่ตรงกันคือ ธารน้ำแข็งมีสีฟ้ามากขึ้น อากาศเย็นลง ภูเขาที่ดูน่ากลัว และภูมิประเทศที่น่าดึงดูดใจมากกว่า เมื่อเทียบกับที่อื่นที่คุณสามารถเข้าถึงได้” เซธ ไซโครา-บอดี นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลขององค์การมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติอเมริกาหรือ NOAA และเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าว นับตั้งแต่เนชั่แนล จีโอกราฟฟิก เริ่มสร้างแผนที่ในปี 1915 เรารู้จักมหาสมุทรทั้งหมด 4 แห่งได้แก่ มหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก อินเดีย และอาร์กติก แต่ในวันมหาสมุทรโลก (8 มิถุนายน ของทุกปี) นี้ มหาสมุทรใต้จะถูกเพิ่มเข้าไปเป็นมหาสมุทรแห่งที่ห้าของโลกอย่างเป็นทางการ “มหาสมุทรใต้เป็นที่รู้จักของนักวิทยาศาสตร์มานานแล้ว แต่เนื่องจากไม่เคยมีข้อตกลงระดับนานาชาติ จึงไม่ได้มีการยอมรับอย่างเป็นทางการ” อเล็กซ์ เทต จากสมาคมนักภูมิศาสตร์ของเนชั่แนล จีโอกราฟฟิก กล่าว  นักภูมิศาสตร์ต่างถกเถียงกันว่า น่านน้ำรอบ ๆ […]

รำลึกมาเรียม ดุหยงน้อยที่นำการขับเคลื่อนและความหวังงานอนุรักษ์มาสู่พะยูนไทย

รำลึก ‘มาเรียม’ เพื่อให้มนุษย์ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ กระตุ้นให้ภาครัฐเอาจริงกับกฏหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก 2 ปีก่อน ลูกพะยูนกำพร้าเพศเมียที่ชื่อว่า มาเรียม ซึ่งเข้ามาเกยตื้นที่จังหวัดกระบี่ ได้ครองใจผู้คนในหน้าโซเชียลมีเดียของไทย เนื่องจากความน่ารัก และเรื่องราวของความสู้ชีวิตเพื่อเติบโตอยู่รอดของมัน โดยมาเรียมได้หลงฝูง พลัดพรากจากแม่ในท้องทะเลมาอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งช่วยกันอนุบาลมาเรียมให้สามารถเติบโตและมีชีวิตรอดในท้องทะเล เกิดเป็นเรื่องราวความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์ทะเลตัวหนึ่ง สิ่งนี้ทำให้มีการส่งต่อกำลังใจจากผู้คนไปยังมาเรียมมากมาย มีอาสาสมัครขอลงพื้นที่ดูแลเจ้ามาเรียม มีการจัดโครงการเพื่อระดมทุนช่วยเหลือ สื่อมวลชนด้านสิ่งแวดล้อมพากันนำเสนอข่าวพัฒนาการอย่างมาเรียมอย่างต่อเนื่อง และผู้คนสังคมได้รับรู้แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลไทย ผ่านการเฝ้ามองชีวิตของมาเรียม จนกระทั่งเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2562 มาเรียมได้จากโลกนี้ไปอย่างกระทันหัน ผลจากการชันสูตร มาเรียมจากเราไปด้วยอาการช็อก และพบเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วนและอักเสบ ทำให้มีแก๊สสะสมอยู่เต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง เราหวังว่าการเสียชีวิตของมาเรียมจะทำให้ผู้คนตระหนักว่ามนุษย์ต้องยุติวิถีชีวิตที่รบกวนสัตว์และธรรมชาติ รวมไปถึงกระตุ้นให้ภาครัฐเอาจริงเอาจังกับการออกกฏหมายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เนื่องในวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) National Geographic Thailand ขอนำเรื่องราวของมาเรียมเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิต ที่ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของเราเมื่อ 2 ปีก่อน มาเผยแพร่อีกครั้ง เพื่อเป็นการรำลึกมาเรียมและไม่ให้เรื่องราวของมันถูกลืมเลือนไป เรื่อง  เพชร […]

เหล่านักสำรวจดำน้ำ 28 วัน เพื่อค้นพบเรื่องราวชีวิต ใต้มหาสมุทร

นักสำรวจสี่คนลงไปดำน้ำสำรวจก้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดต่อกันนานเกือบเดือน ในชีวิต ใต้มหาสมุทร ผมเติบโตขึ้นตามแนวชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เมื่อเวลาผ่านไป ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกลายเป็นที่ทำงานหลักของผม ผมเฝ้ามองชายฝั่งที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเยือนแห่งนี้ถูกทำลายโดยการพัฒนาที่ไร้การควบคุม ผมยังได้เห็นโลกธรรมชาติที่ยังดูบริสุทธิ์ ณ ความลึกกว่า 50 เมตรหรือราวๆนั้น แต่กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เห็นโลกเหล่านั้นแค่ชั่วเวลาสั้นๆ เวลาดำน้ำแบบสกูบา คุณต้องใช้เวลาสี่ถึงหกชั่วโมงเพียงเพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำจากความลึกขนาดนั้น คุณต้องหยุดพักเพื่อปรับลดความดันในร่างกายอย่างช้าๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะน้ำหนีบ (the bends) ฉะนั้นระยะเวลาการดำน้ำที่ก้นทะเลจึงสั้นมากอย่างน่าหงุดหงิด ซึ่งปกติจะอยู่ได้นานแค่ห้าหรือ 10 นาที เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2019 เราทำให้ข้อจำกัดดังกล่าวเปลี่ยนไป เป็นเวลา 28 วันติดต่อกัน ทีมนักสำรวจสี่คนรวมทั้งผมใช้ชีวิตในห้องพักปรับความดันอันคับแคบบนเรือลำเลียงลำหนึ่งกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สูดหายใจอากาศผสมแรงดันสูงที่ประกอบด้วยก๊าซฮีเลียมกับออกซิเจน และใช้ระฆังดำน้ำ (diving bell) เป็นพาหนะลงไปสำรวจพื้นทะเลในแต่ละวัน เนื่องจากทั้งระฆังดำน้ำและห้องพักได้รับการปรับความดันอากาศเท่ากับที่พื้นทะเล ซึ่งสูงกว่าความดันอากาศที่ผิวทะเลมากถึง 13 เท่า เราจึงไม่จำเป็นต้องหยุดพักเพื่อปรับลดความดันในร่างกายทุกครั้งที่กลับขึ้นสู่ผิวน้ำ วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2019 ในทะเลนอกชายฝั่งมาร์แซย์ ฝาครอบโลหะกระแทกปิดตามหลังเรา เมื่อเราเข้าไปอยู่ในระฆังดำน้ำกันแล้ว เราอยู่ในชุดดำน้ำสีแดงพร้อมอุปกรณ์ครบครันสำหรับการลงลิฟต์ไปก้นทะเลเที่ยวแรก ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยานที่กำลังพาเราไปดวงจันทร์ พอถึงพื้นทะเล เราออกจากระฆังดำน้ำทางช่องกั้นอากาศใต้ท้องระฆัง แล้วว่ายน้ำออกไป […]

Imagine Maekha โปรเจกต์ฟื้นฟูคลองเชียงใหม่ที่ได้รับกลับมามากกว่าพื้นที่สีเขียว

การฟื้นฟูคลองแม่ข่า ไม่เพียงเพิ่มพื้นที่เชิงนิเวศให้เมืองเชียงใหม่ แต่ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงผู้คนและสถานที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน คลองแม่ข่า มีความสำคัญต่อจังหวัดเชียงใหม่มาตั้งแต่สมัยอดีต เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเลี้ยงที่ไหลผ่านใกล้กับตัวเมืองมากที่สุด บทบาทของมันคือ การเป็นน้ำใช้ การเป็นน้ำระบบที่แจกจ่ายสู่พื้นที่การเกษตร และการเป็นพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม เวลามีน้ำหลากมาจากแม่น้ำปิง คลองแม่ข่าจะเป็นตัวตัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปท่วมภายในตัวเมือง ซึ่งบทบาทสุดท้ายยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงความเป็นปัจจุบัน สังคมมนุษย์และเทคโนโลยีต่างพัฒนาขึ้น บทบาทของคลองแม่ข่าถูกลดทอนลง ไม่มีการใช้น้ำจากคลองแม่ข่าในการดำรงชีพเหมือนเมื่อก่อน ทางน้ำไม่ได้มีการกระจายตัว สาเหตุเพราะพื้นที่ทางการเกษตรโดยรอบต่างถูกปลูกทับด้วยอาคารบ้านเรือน อีกสิ่งหนึ่งคือการหายไปของพื้นที่หน่วงน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงตามไปด้วย โครงสร้างระบบท่อระบายน้ำของเมือง เป็นสิ่งที่ถูกปลูกสร้างขึ้น เพื่อช่วยเหลือคลองแม่ข่า แต่ทว่าความช่วยเหลือนั้นกลับนำมาซึ่งผลเสียที่สร้างบาดแผลให้แก่คลองแม่ข่าไม่ใช่น้อย เมื่อโครงสร้างท่อระบายน้ำซึ่งไม่ใช่ระบบสมบูรณ์ เชื่อมกับคลองแม่ข่า ทันทีที่น้ำเสียไหลตามระบบไม่ได้ มันจะล้นลงสู่คลองแม่ข่า ทำให้คลองประวัติศาสตร์แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมน้ำเสีย จึงเป็นที่มาของโครงการฟื้นฟูคลองแม่ข่า หรือ Imagine Maekha ได้เกิดขึ้นจากการร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคมและประชาชน เพื่อขับเคลื่อนคลองแม่ข่าและพื้นที่ต่อเนื่องคืนสู่ชีวิตอีกครั้ง เราจะไปคุยกับ ทนวินท วิจิตรพร สถาปนิกจากใจบ้านสตูดิโอ หนึ่งในขณะทำงานโครงการ เพื่อทำความเข้าใจอดีต ปัจจุบันและอนาคตของคลองเก่าแก่เส้นนี้แห่งเมืองเชียงใหม่ไปพร้อมกัน 01 โอกาสพัฒนาในปัญหา พื้นที่โดยรอบคลองแม่ข่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ผู้คนไม่ได้เข้าถึงอย่างทั่วไป ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบมีความสมบูรณ์ทางนิเวศสูง เต็มไปด้วยแหล่งต้นไม้ใหญ่ นับเป็นบริเวณที่มีการกระจุกตัวของแหล่งต้นไม้ใหญ่เยอะที่สุดในเขตเมือง […]

แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์กำลังละลายเร็วขึ้นถึงสี่เท่า – และส่งผลร้ายต่อโลก

นักวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นว่าเกาะ กรีนแลนด์ กำลังเข้าสู่จุดวิกฤต และมีแนวโน้มทำให้ระดับน้ำทะเลของโลกสูงขึ้น มีงานวิจัยใหม่เตือนว่าน้ำแข็งของเกาะ กรีนแลนด์ กำลังละลายรวดเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดเอาไว้ แต่ทว่า สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนคือปริมาณของน้ำแข็งที่ละลายส่วนใหญ่เกิดจากแผ่นน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะกรีนแลนด์ ไม่ได้มาจากธารน้ำแข็งของกรีนแลนด์เอง งานศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Proceeding of the National Academy of Science (PNAS) ระบุว่า การสูญเสียปริมาณน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2003 ถึงช่วงกลางปี 2013 เกิดจากน้ำแข็งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากบรรดาธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างกรีนแลนด์ได้อยู่ในจุดวิกฤตฉับพลันในช่วงปี 2002-2003 อันเป็นช่วงเวลาที่มีการสูญเสียปริมาณน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไมเคิล เบวิส นักธรณีวิทยาประจำมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ผู้เขียนนำงานวิจัยในครั้งนี้ กล่าวและเสริมว่า ในปี 2012 ปริมาณน้ำแข็งของเกาะกรีนแลนด์ละลายมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กล่าวคือ มีการละลายของน้ำแข็งสูงถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2003 การละลายของน้ำแข็งในอัตราเร่งนี้มาจากน้ำแข็งบริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ อันเป็นภูมิภาคที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้รับรู้มาก่อนว่าเป็นพื้นที่ที่การละลายของน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างมุ่งความสนใจไปที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ อันเป็นสถานที่ที่มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในด้านมหาสมุทรแอตแลนติก “เราทราบว่าเรามีหนึ่งปัญหาใหญ่ นั่นคือการละลายของน้ำแข็งทำให้ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่เกิดการแตกตัว” เบวิสกล่าวและเสริมว่า และตอนนี้เราได้พบปัญหาที่สองคือ ก้อนน้ำแข็งจำนวนมากได้ละลายเป็นน้ำและไหลลงสู่ทะเล ตามข้อมูลจากดาวเทียม GRACE […]

Cowspiracy สารคดีที่บอกว่ากินเนื้อหนึ่งชิ้นสะเทือนถึงป่า มหาสมุทร และชั้นบรรยากาศ

Cowspiracy ภาพยนตร์สารคดีที่เสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ที่เกี่ยวโยงกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และธุรกิจผลิตอาหารป้อนคนทั้งโลก Cowspiracy หรือชื่อไทย ‘กุญแจลับสู่ความยั่งยืน’  ดำเนินเรื่องผ่านการสืบค้น สัมภาษณ์ รวบรวม และเปรียบเทียบข้อมูลของ คิป แอนเดอสัน (Kip Anderson) ชายหนุ่มชาวแคลิฟอร์เนียผู้รักษ์โลกตามแบบฉบับนักอนุรักษ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะ เปลี่ยนหลอดไฟ ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ หรือแม้กระทั่งการหันมาขี่จักรยานแทนการขับรถ แต่แม้จะเคร่งครัดต่อวิถีชีวิตรักษ์โลกแค่ไหน แต่ข่าวการทำลายสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติกลับเกิดขึ้นต่อเนื่องและมากขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งคิป ได้อ่านรายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food Agriculture Organization: FAO) ที่ระบุว่าอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก มากกว่าการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการคมนาคม เขาจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมองค์กรสิ่งแวดล้อมหลายแห่งต่างเลือกที่จะไม่พูดถึงและมองข้ามความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และนั่นคือที่มาของแนวคิดของคิป ที่เชื่อว่านี่อาจเป็นการสมคบคิด (Conspiracy) ขององค์กร ธุรกิจและการเมือง ที่ตั้งใจบิดเบือนไม่ให้คนทั่วไปรู้ผลกระทบจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ 01 สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง คิปติดต่อขอสัมภาษณ์หน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในประเทศสหรัฐอเมริกา หลายแห่ง เช่น Oceana, Sierra club, Climate Reality, Amazon Watch และ […]

ความงามใต้โลกน้ำแข็งแห่งแอนตาร์กติกา ที่น้อยคนได้สัมผัส

การสำรวจชีวิตใต้ทวีปนํ้าแข็งซึ่งแทบไม่เคยมีใครทำมาก่อน เผยให้เห็นโลกหลากสีสันและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่ซึ่งเพนกวิน แมวน้ำ และสิ่งมีชีวิตแปลกตาอีกหลายชนิด เจริญงอกงามภายใน ใต้โลกน้ำแข็ง ในตอนเช้า เมื่อเราเดินเท้าจากดูมงดูร์วีล ซึ่งเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสบนชายฝั่งอะเดลีในแอนตาร์กติกาตะวันออก มาถึงจุดหมาย เราต้องกะเทาะชั้นนํ้าแข็งบางๆ ที่ก่อตัวขึ้นปิดปากหลุมที่เราเจาะไว้ เมื่อวันก่อน หลุมดังกล่าวเจาะลงไปจนทะลุชั้นแพนํ้าแข็งหนาสามเมตร กว้างพอให้คนคนหนึ่งสอดตัวลงไปได้เท่านั้น และเบื้องล่างคือทะเลเย็นเยียบ เราไม่เคยลองดำนํ้าลงทางปากหลุมแคบขนาดนี้มาก่อน และผมลงไป ใต้โลกน้ำแข็ง เป็นคนแรก ผมแทรกตัวลงไปตามหลุมอย่างทุลักทุเล และเมื่อลงไปสู่ท้องนํ้าเบื้องล่างได้ในที่สุด ผมก็หันกลับไปเห็นภาพที่ชวนให้ขนหัวลุก เมื่อปากหลุมเริ่มปิดตัวลงด้านหลังผม พื้นผิวที่อยู่ใต้นํ้าของนํ้าแข็งทะเลมีลักษณะเป็นนํ้าผสมเกล็ดนํ้าแข็งข้นหนา และการทิ้งตัวลงไปของผมก็ทำให้มันเคลื่อนตัวและไหลไปรวมกันที่ปากหลุม กว่าผมจะสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปในนํ้าแข็งเหลวข้นนี้ได้ มันก็ ไหลมารวมกันจนหนาเกือบหนึ่งเมตรแล้ว ผมคว้าเชือกนิรภัยและดึงตัวเองขึ้นไปทีละเซนติเมตร ในที่สุดมือของใครคนหนึ่งก็คว้ามือผมไว้ แล้วดึงผมขึ้นไปจนพ้นปากหลุม การดำนํ้าวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งในการดำ 32 เที่ยวเท่านั้น ผมมาที่นี่พร้อมแวงซอง มูนีเยร์ ช่างภาพอีกคนหนึ่ง ตามคำเชื้อเชิญของลุก ชักเก นักสร้างภาพยนตร์ซึ่งกำลังถ่ายทำภาคต่อของภาพยนตร์สารคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อปี2005 เรื่อง เพนกวิน หัวใจจักรพรรดิ (March of the Penguins) ระหว่างที่ชักเกบันทึกเรื่องราวของเหล่าเพนกวินจักรพรรดิลงบนแผ่นฟิล์ม และมูนีเยร์ถ่ายภาพนิ่งของพวกมัน ทีมของผมจะบันทึกภาพชีวิตใต้นํ้าแข็งทะเลเอาไว้ ในช่วงฤดูหนาว นํ้าแข็งจะแผ่ขยายออกไปในทะเลบริเวณนี้ไกลถึง 100 กิโลเมตร แต่เรามากันในเดือนตุลาคม […]

แผนที่โลก ในอีก 200 ล้านปีข้างหน้า จะเป็นเช่นไร

แผนที่โลก ในอนาคต ทวีปต่างๆ เคลื่อนที่ตลอดเวลา กล่าวคือแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เข้าชนกันและแยกออกจากกัน ก่อให้เกิดเปลือกโลกใหม่ ขณะที่เปลือกโลกเก่าถูกดึงลงไปใต้ผิว กระบวนการนี้ทำให้มหาสมุทรหดตัวและขยายตัว ดันเทือกเขาให้ยกตัวขึ้น และจัดเรียงมวลแผ่นดินใหม่อีกครั้ง ในอีกราว 250 ล้านปี พันเจียพรอกซิมา (Pangaea Proxima) มหาทวีปใหม่จะก่อตัวขึ้น แผนที่โลก โลกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเรื่อยๆ 200 ล้านปีที่แล้ว – ไดโนเสาร์ยุคแรกเดินท่องพันเจีย (Pangaea) มหาทวีปแห่งหลังสุด ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการชนกันของทวีปเก่าๆ 100 ล้านปีที่แล้ว – เมื่อพันเจียแบ่งออกเป็นมวลแผ่นดินที่แยกจากกันชายฝั่งของทวีปต่างๆ ในปัจจุบันก็เริ่มปรากฏขึ้น ควบคู่ไปกับมหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย ปัจจุบัน – ภูมิทัศน์ในทุกวันนี้เปรียบได้กับพริบตาเดียวของธรณีกาล มหาสมุทรแอตแลนติกขยายตัวกว้างขึ้นปีละ 2.5 เซนติเมตร เนื่องจากแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรแยกจากกัน ทำให้เกิดเปลือกโลกใหม่ 100 ล้านปีในอนาคต – กิจกรรมของแผ่นเปลือกโลกทางด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือจะทำให้มหาสมุทรแอตแลนติกหดตัว และทวีปต่างๆ เคลื่อนมาบรรจบกัน 200 ล้านปีในอนาคต – มีเพียงร่องรอยของมหาสมุทรแอตแลนติกที่ยังคงอยู่ เมื่อมวลแผ่นดินต่อติดเข้าด้วยกันเป็นมหาทวีปใหม่ เทือกเขาสูงแห่งใหม่ๆ บ่งบอกถึงตำแหน่งของการชนกันครั้งใหญ่ เรื่อง […]

นิวซีแลนด์มอบสถานะบุคคลให้แม่น้ำของ ชาวเมารี

“แม่น้ำสายใหญ่ ไหลจากเทือกเขาลงสู่ทะเล ข้าคือแม่น้ำ แม่น้ำคือข้า” ด้วยคำกล่าวนี้ ชนเผ่าเมารีแห่งฟังกานุยในนิวซีแลนด์ประกาศสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาด ของตนกับแม่น้ำที่เปรียบดังบรรพชน แม่น้ำสายนี้เกิดจากทุ่งหิมะของภูเขาไฟสามลูกทางตอนกลางของเกาะเหนือ ชนเผ่าเมารีกลุ่มต่างๆ มีตำนานเล่าขานว่า น้ำตาหยดหนึ่งของนภบิดรหรือเทพแห่งท้องฟ้าตกลงสู่ตีนเขาลูกที่สูงที่สุดในบรรดาขุนเขาเหล่านี้ นั่นคือภูเขารัวพีฮูอันโดดเดี่ยว และแม่น้ำสายนี้จึงถือกำเนิดขึ้น แม่น้ำที่เอ่อท้นเพราะได้น้ำจากแควมากมายไหลคดเคี้ยวดุจปลาไหลแหวกว่ายผ่านแดน แห่งขุนเขา ตลอดระยะทาง 290 กิโลเมตรสู่ทะเล หากเดินทางตามถนนสูงชันเลียบแม่น้ำสายนี้ เราจะเห็นนักพายเรือแคนูลอยล่องไปตามช่วงที่นิ่งสงบของแม่น้ำ เป็นหนึ่งเดียวกับกระแสน้ำ กิ่งไม้ใบไม้ และฟองคลื่นขาว ก่อนจะจ้วงไม้พายลึกทะยานผ่านช่วงที่สายน้ำเชี่ยวกราก นี่คือแม่น้ำที่ชนพื้นเมืองแห่งฟังกานุยควบคุม ดูแล และพึ่งพามากว่า 700 ปี นี่คือ อาวาทูพัว แม่น้ำแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา แต่เมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปมาถึงในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า อำนาจตามประเพณีของชนเผ่าต่างๆก็ถูกลดทอน และท้ายที่สุดก็สูญสิ้นไปด้วยกฎหมายของรัฐบาล นับแต่นั้น ชนพื้นเมืองได้แต่เฝ้ามองแม่น้ำของพวกเขาทรุดโทรมและถูกย่ำยี แก่งน้อยใหญ่ ถูกระเบิดเพื่อเปิดร่องน้ำให้เรือกลไฟของนักท่องเที่ยวแล่นได้สะดวกขึ้น และเปิดทางสู่การยึดครองที่ดินที่อยู่ลึกเข้าไป กรวดก้นแม่น้ำถูกขุดไปทำหินโรยทางรถไฟและทำถนน ที่น่าเศร้าที่สุดคือน้ำจากต้นน้ำถูกผันไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ขยายตัว ทำให้กระแสน้ำตามธรรมชาติในลำน้ำตอนบนแห้งเหือด ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นทางวัฒนธรรมอย่างถึงแก่น เพราะตามคติความเชื่อของเมารี หัวคือส่วนศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบุคคล และสำหรับพวกเขา แม่น้ำสายนี้คือบุคคล เป็น ทูพูนา หรือบรรพบุรุษคนหนึ่งจริงๆ แต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม […]

ปัญหาขยะติดเชื้อท่ามกลางวิกฤติการระบาดใหญ่ในประเทศไทย

ปัญหาด้านขยะมูลฝอยที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่คือ ขยะติดเชื้อ จากสถานประกอบการพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และภาคครัวเรือน ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นอกจากการเตรียมพร้อม ป้องกัน และรับมือ กับการแพร่ระบาดของไวรัสแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนัก และหันมาให้ความสนใจคือ การเพิ่มขึ้นของปริมาณ ขยะติดเชื้อ ในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่คือเรื่องราวของขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และแนวทางที่คุณสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การเพิ่มขึ้นของขยะติดเชื้อ ข้อมูลจากกรมอนามัย ปี 2019 รายงานว่า โดยปกติ ประเทศไทยมีสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และสถานีอนามัยคลินิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมากกว่า 37,000 แห่ง และมีจำนวนเตียงผู้ป่วยประมาณ 140,000 เตียง ซึ่งสร้างปริมาณขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากสถานพยาบาลทั้งหมดประมาณ 65 ตันต่อวัน โดยแบ่งเป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เฉลี่ยประมาณ 20 ตันต่อวัน และสถานพยาบาลในส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 45 ตันต่อวัน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมปริมาณขยะติดเชื้อจากภาคครัวเรือนและสถานที่กักตัว ปริมาณขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลสนาม ซึ่งในปัจจุบันคาดว่าจะเพิ่มปริมาณขยะติดเชื้อมากขึ้นอีก 20 ตันต่อวัน หน้ากากอนามัย หนึ่งในขยะติดเชื้อสำคัญจากภาคครัวเรือน ในปัจจุบัน หน้ากากอนามัยมีบทบาทสำคัญต่อการช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส และอีกทั้งประเทศไทยยังมีกฎหมายจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อ […]

วิถีชาวลาวที่ (อาจ) สูญสลายไปกับการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง

สำรวจวิถีชีวิตชาวประมง ชาวลาว บนกระแสน้ำเชี่ยว น้ำตก และเกาะแก่งบนแม่น้ำโขงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความยาวกว่า 4,000 กิโลเมตรจากที่ราบสูงธิเบตไหลลงมาที่ทะเลจีนใต้ ชาวบ้านที่อยู่รอบแม่น้ำโขงนับพันนับหมื่นคนต่างพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในการหาอาหารเพื่อดำรงชีวิตซึ่งรวมไปถึง ชาวลาว จำนวนมาก และยังเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญในอนาคต รัฐบาลของประเทศลาวได้สร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าหลายแห่งบนแม่น้ำโขงซึ่งก่อให้เกิดความกังวลต่อชาวบ้านและนักสิ่งแวดล้อมที่กังวลว่าเขื่อนจะขัดขวางการอพยพของฝูงปลาและทำลายระบบนิเวศของแม่น้ำ ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะแก่งในแม่น้ำโขงกว่า 4,000 เกาะและบทบาทที่สำคัญของแม่น้ำโขงที่มีต่อ ชาวลาว ที่อยู่โดยรอบ เรื่อง ANNA LUKACS, DAVID GUTTENFELDER, SARAH LEEN ภาพ DAVID GUTTENFELDER  อ่านเพิ่มเติม เสียงจากลำน้ำโขง ในวันที่สายน้ำและชีวิต ถูกเขื่อนใหญ่พรากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

ขยะพลาสติกกำลังเดินทางสู่มหาสมุทรผ่านแม่น้ำมากกว่า 1,000 สาย

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามีแม่น้ำแค่ไม่เกิน 20 สายเท่านั้นที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่มหาสมุทร แต่ในปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาตร์ได้เรียนรู้ว่ามันมีแม่น้ำจำนวนมากกว่านั้นมาก และทำให้การหาหนทางแก้ไขปัญหานี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขยะพลาสติกในแม่น้ำ ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามยับยั้งขยะพลาสติกที่ไหลจากแม่น้ำไปสู่มหาสมุทรทั่วโลก ขยะพลาสติกในแม่น้ำ แม่น้ำคือช่องทางหลักที่ส่งขยะพลาสติกออกสู่ทะเล ในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์สองกลุ่มได้ข้อสรุปตรงกันว่า ร้อยละ 90 ของขยะพลาสติกที่ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งมีปลายทางสู่มหาสมุทร ได้ถูกลำเลียงจากแม่น้ำสายหลักบนภาคพื้นทวีปเพียงไม่กี่สาย ประกอบด้วย แม่น้ำไนล์ แม่น้ำแอมะซอน และแม่น้ำแยงซี แม่น้ำสามสายที่ยาวที่สุดในโลก งานวิจัยแรกได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 10 สาย และงานวิจัยที่สองได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 20 สาย ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การทำความสะอาดแม่น้ำเหล่านั้น สามารถส่งผลระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเคลื่อนออกสู่ทะเล แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวารสาร Science Advances ได้เปลี่ยนความคิดข้างต้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักวิทยาศาสตร์พบว่าร้อยละ 80 ของขยะพลาสติกที่เคลื่อนตัวออกสู่ทะเลมีที่มาจากแม่น้ำมากกว่า 1000 สาย ไม่ใช่แค่เพียง 10 หรือ 20 สายอย่างที่เคยคิดไว้ และพวกเขาได้ค้นพบว่า ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ถูกพัดพาจากแม่น้ำสายย่อยมากมายที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ไม่ใช่จากแม่น้ำสายใหญ่ ดังนั้น แม่น้ำแยงซีที่ลัดเลาะผ่านประเทศจีนและไหลออกไปสู่ทะเลจีนใต้ […]