Environment Archives - National Geographic Thailand

รู้จัก “ฝุ่น” 6 แบบ พฤติกรรมและที่มา โดยทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาสตร์

ฝุ่นมีหลายหน้า และไม่ได้มาจากปรากฏการณ์เดียว คุณจำอดีตที่ผ่านมาได้ไหม? วันที่เราไม่แน่ใจว่า มวลอากาศสีขาวที่ลอยอยู่ไกลๆ มันคือหมอกหรือควัน แล้วคุณจำอดีตที่ผ่านมาได้ไหม? วันที่เครื่องฟอกอากาศเป็นเทคโนโลยีที่ผู้คนยังสงสัย นั่นเพราะการฟอกอากาศภายในบ้านในวันนั้นยังไม่ใช่เรื่องจำเป็น PM 2.5 คืออะไร? ดัชนีอากาศระดับไหนที่จะเป็นอันตราย? เครื่องฟอกอากาศแพงไปไหม และอีก ฯลฯ คำถาม ว่าด้วยสภาพอากาศและฝุ่นของคนเมืองที่เคยเป็นข้อสงสัยในอดีต หากเมื่อเวลาผ่านเราแทบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา คนเมืองต่างรู้จัก “ฝุ่น” มากขึ้น ไม่ว่าจากประสบการณ์ตรงหรือ Big Data ก้อนใหญ่ซึ่งผ่านตาในหลายรูปแบบ “ฝุ่นเมือง” ทั้ง 6 แบบ แม้เราจะรู้ดีว่าฝุ่น PM2.5 ทำให้เจ็บป่วย แต่ถ้าถามคำถามแบบไม่ซับซ้อนว่า ฝุ่นในเมืองมีกี่แบบ และหน้าตาของฝุ่นเป็นอย่างไรบ้าง เรากลับอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมแทบไม่ได้ ถึงเช่นนั้น หากจะหาทีมงานที่รู้จัก “ฝุ่นเมือง” ถ้าให้ชี้เฉพาะลงไปก็คือ “ฝุ่นกรุงเทพ” มากที่สุด คลุกคลีกับฝุ่นยาวนานที่สุด หนีไม่พ้น ทีมวิจัยคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำทีมโดย ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ […]

คดีอ่าวมาหยา ศาลไทยสั่ง 20th Century Fox จ่ายชดเชย 10 ล้านบาท หลังสู้นาน 24 ปี

สรุปคดีอ่าวมาหยา ศาลไทยสั่ง 20th Century Fox เตรียมจ่ายเงินชดเชย 10 ล้านบาท หลังสู้กันนานกว่า 20 ปี ในปี 2000 ภาพยนตร์ที่มีชื่อเรื่องว่า ‘The Beach’ ของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leo DiCaprio) นักแสดงที่มีชื่อเสียงจาก ‘ไททานิค’ ในขณะนั้น ได้ออกฉายสู่สายตาชาวโลก ทำให้อ่าวมาหยา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ในประเทศไทยโด่งดังขึ้นมา อย่างไรก็ตามความมีชื่อเสียงนั้นทำให้เกาะต้องรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อเยี่ยมชมเกาะที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้กว่าวันละ 4,000 คน ส่งผลให้เกาะมีสภาพเสื่อมโทรมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังระบุว่าทางทีมถ่ายทำยังได้ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในบริเวณอ่าวมาหยา ไม่ว่าจะเป็นการตัดต้นไม้รอบๆ ก่อสร้างนั่งร้าน สร้างที่พักชั่วคราว นำเอาแพยานยนต์เพื่อขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมทั้งการนำพืชต่างถิ่นมาปลูก ส่งผลให้ระบบนิเวศปกติมีความเสียหายอย่างรุนแรง ชาวกระบี่และนักอนุรักษ์หลายคนจึงรวมตัวกันคัดค้าน และในที่สุดจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะที่เป็นผู้อนุญาตให้มีการถ่ายทำ และบริษัทผู้ผลิตภาพยนต์ 20th Century Fox ให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น กระนั้น ต้องใช้เวลากว่า 12 ปีนับตั้งแต่ภาพยนต์ออกฉาย ศาลแพ่ง แผนกคดีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รับคำฟ้องร้อง และสืบค้นหาหลักฐานด้วยตัวเอง […]

ปลูกป่ามากกว่า 1 ล้านตารางเมตร อย่างมีคุณภาพ สร้างสังคมคาร์บอนต่ำเพื่อโลก

ปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมต้องร่วมมือเพื่อหาหนทางในการมุ่งสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ”สิงห์เอสเตท จึงเริ่มต้นโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” จำนวนมากกว่า 1 ล้านตารางเมตร ทั่วประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2030 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ดูดกลืนความร้อนเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกมากเกินกว่าปกติ ทำให้โลกของเราปรากฏการณ์ “ภาวะโลกรวน” หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลก ทำให้ธรรมชาติอยู่ในภาวะที่แปรปรวน เสียสมดุล ส่งผลกระทบต่อมายังสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลก รวมไปถึงมนุษย์ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้วนมาจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่นการใช้พลังงานต่าง ทั้งพลังงานไฟฟ้า พลังงานฟอสซิล รวมไปถึงการตัดไม้ทำลายป่าที่เป็นตัวการสำคัญในการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมีปริมาณสะสมที่เพิ่มมากขึ้น จึงยิ่งซ้ำเติมให้ภาวะโลกร้อนมีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วง 10 – 20 ปีที่ผ่านมา ชาวโลกประสบกับคลื่นความร้อน ความแห้งแล้ง ไฟป่า นํ้าท่วมใหญ่ และพายุหมุนเขตร้อนบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น ผิดปกติขึ้น ไม่เป็นไปตามฤดูกาล และคาดการณ์ได้ยากขึ้นทุกที และที่แย่ไปกว่านั้นคือ สภาพภูมิอากาศจะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ชนิดที่ไม่อาจหวนกลับคืนมาสู่สภาพเดิมที่เราเคยอยู่กันมาได้อีกต่อไป ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนที่ภาคส่วนในโลกที่จะต้องมาร่วมมือกันเพื่อหาหนทางในการลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ หรือการมุ่งสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคธุรกิจ หรือองค์กรขนาดใหญ่ […]

ประสาท มีแต้ม กรรมการกองทุนแสงอาทิตย์ ลดความเหลื่อมล้ำด้วยหลังคาโซลาร์

รู้จักกองทุนแสงอาทิตย์ ที่ทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ เข้าถึงกลุ่มประชาชนมากขึ้น หลายปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินคำว่า พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว และอีกสารพัดคำเรียกที่สื่อสารถึง พลังงานซึ่งไม่ปล่อยคาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แต่ถึงเช่นนั้นจะมีสักกี่คนจริงๆ ที่ได้ตัดสินใจเลือกใช้พลังงานอย่างที่ตัวเองเชื่อมั่นจริงๆ “ตื่นมาเติมน้ำมันไปทำงาน เพื่อหาเงินมาเติมน้ำมันไปทำงาน” ใครสักคนพูดเอาไว้ในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันสูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับความเห็นที่ว่า “การเข้าถึงพลังงานสะอาด มีต้นทุนสูง” ไม่มีใครปฏิเสธว่าทุกอย่างมีต้นทุนของมัน และไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่มองว่า การเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน เช่นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้ามีต้นทุนสูงลิบ แถมยังต้องใช้พื้นที่ในระดับหนึ่ง ซึ่งทำให้โอกาสในการเข้าถึงพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของคนธรรมดาๆ เข้าถึงยากไปทุกที จนกระทั่งช่วงปลายปี 2561 มีกลุ่มภาคประชาชนเครือข่ายภาคประชาสังคม ทั้งด้านผู้บริโภค ด้านศาสนา ด้านการพัฒนาเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดตั้งกองทุนแสงอาทิตย์ (Thailand Solar Fund) เพื่อประสานความร่วมมือและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานหมุนเวียนให้ประชาชน เวลาเดียวกันนี้ความฝันที่คนธรรมดาจะเข้าถึงพลังงานสะอาดจึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้น “เราทำให้แสงอาทิตย์จับต้องได้ ทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ เข้าถึงกลุ่มประชาชนมากขึ้น ด้วยการมีกองทุนหนึ่งที่มาจากเงินบริจาคของประชาชน คนละนิด คนละหน่อย แล้วนำเงินนั้นไปติดตั้งในสถานที่ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์” ผศ.ประสาท มีแต้ม กรรมการนโยบายด้านบริการสาธารณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค หนึ่งในคณะกรรมการกองทุนแสงอาทิตย์ อธิบาย การระดมทุนและเปิดรับบริจาคเพื่อนำไปจัดซื้อโซลาร์เซลล์จึงเริ่มขึ้น ในนามของ กองทุนแสงอาทิตย์ (Thailand […]

รัฐมนตรี ปากีสถาน ชี้ ประเทศที่ร่ำรวยต้องชดใช้ประเทศยากจนที่ถูกภัยพิบัติ

รัฐมนตรีปากีสถานที่ถูกน้ำท่วมใหญ่ถล่ม ชี้ ประเทศที่ร่ำรวยต้องชดใช้ให้กับประเทศที่โดนภัยพิบัติจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จากบทสัมภาษณ์ของ เชอร์รี่ เรห์มาน (Sherry Rehman) รัฐมนตรีกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของปากีสถานกับสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน (The Guardian) จากสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ปากีสถาน ระบุว่าประเทศร่ำรวยที่ก่อมลพิษจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบ “ดิสโทเปีย (Dystopia – โลกที่ไม่พึงปรารถนา)” ส่งผลให้ประเทศที่กำลังพัฒนาต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างรุนแรง และประเทศที่ร่ำรวยควรชดใช้ “ภาวะโลกร้อนเป็นวิกฤตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ซึ่งโลกกำลังเผชิญอยู่ และปากีสถานคือที่รองรับภัยพิบัติ แม้เราจะมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็น้อยกว่าร้อยละ 1 และเราทุกคนทราบดีว่าคำมั่นสัญญาที่นานาประเทศได้ให้คำมั่นไว้ (ว่าจะช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาที่ได้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ) ยังไม่บรรลุผล” เรห์มานกล่าวและเสริมว่า “มีความสูญเสียและความเสียหายมากมาย แต่มีการชดใช้เพียงเล็กน้อยให้ประเทศต่าง ๆ (ที่ได้รับผลกระทบ) ซึ่งประเทศเหล่านั้นสร้างรอยเท้าคาร์บอนให้โลกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าการต่อรองราคาระหว่างโลกทั้งสองนั้นไม่ได้ผล เราจำเป็นต้องกดดันอย่างหนักเพื่อตั้งเป้าหมายใหม่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ความเสียหาย) บนระดับพื้นดินนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน” ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปากีสถานนั้นรุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้คนกว่า 1,300 รายเสียชีวิต ประชาชน 1 ใน 3 อยู่ภายใต้น้ำท่วม สาเหตุนั้นเนื่องมาจากฝนที่ตกอย่างหนักหลายสัปดาห์มากกว่าปกติถึงร้อยละ 500 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ปากีสถานยังเผชิญกับภัยแล้งอยู่ พืชผลที่คอยผลิตอาหารถูกกวาดล้างไปกว่าร้อยละ 90 และตัวเลขความเสียหายนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลังการสำรวจความเสียหาย […]

อินเดียกำลังใช้พลังงานพุ่งทะยาน – จะจัดการไม่ให้ส่งผลกระทบทั้งโลกได้อย่างไร

ประเทศนี้จะตอบสนองความต้องการของชนชั้นกลางที่กำลังโตวันโตคืน พร้อมไปกับการจำกัดการปล่อยคาร์บอนด้วยได้หรือไม่ อนาคตของโลกอาจขึ้นอยู่กับคำตอบในเรื่องนี้ อากาศยามเช้าที่ร้อนชื้นวันหนึ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาในรัฐมัธยประเทศทางตอนกลางของอินเดีย เจตัน ซิงห์ โซลันกี ก้าวลงจากรถบัสที่เขาอาศัยอยู่ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา แล้วเดินเข้าไปในหอประชุม ของโรงเรียนมัธยมปลายในเมืองเล็กๆ ชื่อไรเสน ที่นั่นมีนักเรียน ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ มารวมตัวกันราว 200 คนเพื่อรอฟังเขาพูด โซลันกี เป็นศาสตราจารย์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่สถาบันเทคโนโลยีอินเดียหรือไอไอที (Indian Institute of Technology: IIT) ในนครมุมไบ ช่วงปลายปี 2020 เขาลาพักเพื่อออกขับรถตระเวนทั่วอินเดียเป็นเวลา 11 ปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยานพาหนะของโซลันกีเป็นอุปกรณ์สาธิตเคลื่อนที่ของการใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียน นั่นคือแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าได้มากพอจะใช้สำหรับแสงสว่าง พัดลม คอมพิวเตอร์ เตาหุงต้ม และโทรทัศน์ภายในรถ หลังได้รับการต้อนรับบนเวทีแล้ว โซลันกีก็เอ่ยปากร้องขอในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด “ผมเห็นพัดลมเพดาน 15 ตัวในห้องนี้ แล้วนี่กลางวันแท้ๆ ข้างนอกแดดแจ๋ แต่เราก็ยังเปิดไฟกันไม่รู้กี่ดวงในนี้” เขาว่า “เราจำเป็นต้องใช้พัดลมกับไฟทั้งหมดนี่จริงๆ หรือ ลองปิดบางส่วนไหมครับ แล้วดูสิว่าเราจะอยู่กันไหวไหม” เมื่อไฟกับพัดลมถูกปิดไปครึ่งหนึ่ง หอประชุมเหมือนจะร้อนขึ้นและมืดลง แต่โซลันกีถามว่า […]

สิงห์อาสา ระดมเครือข่ายสิงห์อาสาฯ กำจัดผักตบชวาช่วงฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมภาคกลาง

เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ชาวบ้านในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อาจนึกถึงด้านของการเพาะปลูกและความอุดมสมบูรณ์ที่รออยู่เบื้องหน้า แต่ในอีกด้านหนึ่งของสายฝน อาจนำมาสู่ความเดือดร้อนเมื่อน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะถือเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแห่งการสิ้นสุดหน้าแล้ง สามารถเตรียมลงมือเพาะปลูกผลผลิต แต่ในขณะเดียวกันฤดูฝนก็อาจนำมาสู่ความทุกข์แสนสาหัส เพราะหากเกิดลมมรสุมและพายุที่เข้ามาทำให้ฝนตกหนักมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ได้ ซึ่งในระยะหลังมานี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนฝนตกหนักและยังมีพฤติกรรมของมนุษย์ที่ซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมให้รุนแรงมากขึ้น หากกล่าวถึงมหาอุทกภัย ปี 2554 คงเป็นอุทกภัยที่หลายคนจำฝังใจ เพราะส่งผลกระทบต่อบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งการดำเนินชีวิตของผู้คนและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งในมหาอุทกภัยในครั้งนั้นได้เป็นจุดกำเนิดของเครือข่ายอาสาสมัครที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่มีชื่อว่า “สิงห์อาสา” โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้กระจายความช่วยเหลือ ผ่านพนักงานและโรงงานในเครือบุญรอดฯ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อนำน้ำดื่มและอาหารไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบมหาอุทกภัย พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้อพยพ  และสนันสนุนการทำงานของอาสาสมัครกู้ภัย และเครือข่ายนักศึกษาจิตอาสาทำให้ “สิงห์อาสา” เริ่มเป็นที่รู้จักในขณะนั้น เป็นเวลา 10 กว่าปี ที่สิงห์อาสาได้จับมือกับเครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัย และเครือข่ายนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศที่ส่งมอบความเป็นจิตอาสาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อสืบสานงานอาสาสมัครเพื่อช่วยสังคมอย่างต่อเนื่อง จนเติบโตและครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้ในปัจจุบันหากเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ณ จุดใดของประเทศไทย เครือข่ายสิงห์อาสาจะเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยในปี 2565 สิงห์อาสาและเครือข่ายฯได้ให้ความสำคัญในเรื่องของ การดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ […]

จังหวะชีวิตที่หายไปและลมหายใจที่เปลี่ยนแปลง ณ ทะเลสาบสงขลา

รู้จัก ทะเลสาบสงขลา ลากูนแห่งเดียวของไทย ในมิติธรรมชาติวิทยากับความน่ากังวลถึงสิ่งมีชีวิตที่หายไปและระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลง ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้อย่างแท้จริงว่า ทะเลสาบสงขลา ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ร้อย พัน หรือหมื่นปีมาแล้ว สำหรับรูปธรรมที่ปรากฏให้เห็น และเป็นอยู่ของทะเลสาบสงขลาในวันนี้ แต่มีการค้นพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนรอบทะเลสาบสงขลามาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงการสร้างชุมชนเมืองท่าที่รุ่งเรือง ที่นี่คือทะเลสาบแห่งเดียวของประเทศไทย ที่มีเนื้อที่ครอบคลุมถึง 3 จังหวัดคือสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช พื้นที่ทั้งหมด 1,040 ตร.กม. จุน้ำได้ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร ความยาวจากเหนือสุดถึงใต้สุด 77 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบแบบลากูนแห่งเดียวของประเทศไทย ที่มีน้ำจืดจากลำคลองหลายสิบสายไหลลงสู่ทะเลสาบ และมีน้ำเค็มจากทะเลอ่าวไทยไหลเข้ามาผสานทำให้มีลักษณะเป็นระบบทะเลสาบแบบลากูนขนาดใหญ่ ลากูน คือ แหล่งน้ำตื้นที่แยกจากทะเลโดยการขวางกั้นของตะกอนและเนินทราย ทะเลสาบสงขลาเป็นหนึ่งใน 117 แห่งทั่วโลก เป็น “ทะเลสาบสามน้ำ” คือ มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มผสานผสมปะปนกันอยู่ตลอดเวลา ในฤดูแล้งที่มีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบน้อย มีน้ำเค็มจากในทะเลไหลเข้ามามาก น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นสามน้ำคือ ตอนบนเป็นน้ำจืด ตอนกลางเป็นน้ำกร่อย และตอนล่างเป็นน้ำเค็ม กายภาพ ทะเลสาบสงขลา แบ่งออกเป็น 4 ส่วนที่เรียกว่า […]

เมืองหลวงของอินโดนีเซีย จาการ์ตา กำลังจมทะเล รัฐบาลจะแก้ปัญหาได้หรือไม่

อินโดนีเซียวางโครงการขนาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูกรุง จาการ์ตา โดยเฉพาะ แต่การย้ายเมืองหลวงแห่งนี้ไปเกาะอื่นและการสร้างกำแพงยักษ์ล้อมรอบเมืองจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากยังมองข้ามต้นเหตุที่ยังซุกเอาไว้ ณ กรุง จาการ์ตา กำแพงกั้นน้ำทะเลเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถป้องกันชุมชนต่าง ๆ ทางตอนเหนือของเมืองจากน้ำที่กำลังเอ่อท่วมได้ กำแพงสูงราวสองเมตรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลอินโดนีเซียซึ่งจัดตั้งในปี พ.ศ. 2545 โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อประวิงเวลาให้ประชากรในเมืองได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาสภาพแวดล้อมที่กำลังแย่ลงเนื่องจากพื้นที่ของเกาะแห่งนี้กำลังทรุดตัวและจมลงจากระดับน้ำทะเลซึ่งสูงขึ้นทุกปี ในปัจจุบันนี้นอกจากปัญหาน้ำท่วมจากน้ำทะเลหนุนสูงแล้วยังมีอีกหลายพื้นที่ในจาการ์ตาที่ต้องเผชิญกับอุทกภัยรุนแรงอยู่เป็นระยะ ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ. 2562 ประธานาธิบดีโจโค วิโดโดจึงประกาศว่าจะย้ายเมืองหลวงของอินโดนีเซียจากกรุงจาการ์ตาบนเกาะชวาไปยังเมืองจะที่สร้างขึ้นใหม่ ณ เกาะบอร์เนียว หากรัฐบาลย้ายเมืองหลวงและทอดทิ้งเมืองที่กำลังจมแห่งนี้ไป ประชากรกว่า 10 ล้านคนที่ยังอาศัยอยู่บนเกาะจะทำอย่างไร แม้จะมีโครงการขยายเขตกำแพงกั้นน้ำทะเลและโครงการสร้างเกาะเทียมบริเวณอ่าวจาการ์ตาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่งบประมาณสำหรับทั้งสองโครงการนี้ยังไม่ถูกกำหนดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดแผ่นดินทรุดหรือการขาดแคลนน้ำซึ่งนำไปสู่การสูบน้ำบาดาลมาใช้มากเกินไปก็ยังถูกซุกไว้ใต้พรม ผืนดินที่ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 สร้างความกังวลอย่างมากให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยใกล้บริเวณชายฝั่งเนื่องจากระดับน้ำทะเลนั้นสูงจนเกือบจะมิดกำแพงแล้ว นอกจากนี้ความเสียหายของกำแพง เช่น รอยแตกหรือรูที่ทำให้น้ำไหลซึมเข้ามา สร้างปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ตลอดเวลา ปัญหาที่ฝังรากลึก ทำเลซึ่งตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากน้ำที่มีแม่น้ำถึง 13 สายไหลผ่านทำให้น้ำท่วมเป็นปัญหาคู่เมืองจาการ์ตามาหลายศตวรรษ เดิมทีบริเวณนี้เต็มไปด้วยป่าชายเลนที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งได้เป็นอย่างดี ทว่าในช่วงที่ตกอยู่ใต้อาณานิคม ป่าเหล่านี้กลับถูกทำลายจนเหลือเพียงไม่กี่แห่งที่ยังสมบูรณ์อยู่ เมื่ออินโดนีเซียตกเป็นหนึ่งในอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2163 เจ้าของอาณานิคมหรือชาวดัตช์ก็เริ่มปรับเปลี่ยนเมืองหลวงแห่งนี้ให้มีรูปแบบคล้ายคลึงกับบ้านเมืองของตนโดยเริ่มวางผังเมืองใหม่ สร้างตึกที่ทันสมัย นอกจากนั้นยังขุดคลองเพื่อคุมทิศทางน้ำและป้องกันไม่ให้เกิดการท่วม แม้การปรับปรุงเมืองนี้จะทำให้เมืองหลวงของอินโดนีเซียเป็นระบบระเบียบขึ้น แต่บรรดานักวิจัย […]

เกาะชวา อินโดนีเซีย กับชะตากรรมแผ่นดินจมทะเล

ขณะที่ชายฝั่งทางเหนือของ เกาะชวา ในอินโดนีเซีย ค่อยๆ จมหาย ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อปกป้องบ้านเรือนและประวัติศาสตร์ของตนจากชะตากรรมเดียวกัน เกาะชวา – เพื่อฝังศพให้แม่เฒ่ามุกมีนาห์ เมื่อปีที่แล้ว พวกเขาต้องใช้เรือพายขนดินเข้ามา สุสานจมอยู่ใต้นํ้าในหมู่บ้านติมบุลสโลโก  ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตา  เมืองหลวงของอินโดนีเซีย  ไปทางตะวันออก ราว 400 กิโลเมตร  ในแผนที่ หมู่บ้านยังดูเหมือนอยู่บน ชายฝั่งทางเหนือของจังหวัดชวากลาง  แต่ในระยะหลัง  ผืนดินโดยรอบถูกทะเลชวากลืนกินไปแล้ว  และสุสานซึ่งอยู่นอกหมู่บ้านเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็จมอยู่ใต้นํ้า นํ้าขึ้นพรวดๆ ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมานี่เอง ชายฝั่งทางเหนือของเกาะชวากำลังจมลง  ขณะที่ระดับทะเลสูงขึ้น  ในจาการ์ตา  ที่ดินมากถึงร้อยละ 40  อยู่ตํ่ากว่าระดับทะเล  แต่เดอมักรีเจนซี  หรืออำเภอเดอมัก ที่หมู่บ้านติมบุลสโลโกตั้งอยู่  เป็นพื้นที่หนึ่งที่เผชิญปัญหาหนักหนาที่สุด ขณะที่ภาวะโลกร้อนทำให้ระดับทะเลทั่วโลก สูงขึ้นปีละประมาณ 3.5 มิลลิเมตร  ผืนดินที่นี่จมลงมากถึง 10 เซนติเมตร  ในแต่ละปี  เดอมักสูญเสียที่ดินกว่า 2,500 ไร่  หรือราวร้อยละ 0.5 ของที่ดินทั้งหมด ตอนนี้ “แผ่นดินใหญ่” อยู่ห่างออกไปกว่า 1.5 […]

มหากาพย์การเดินทางผ่านภาพถ่าย เผยภาพอดีตกาลนานโพ้นของพื้นพิภพ

ภาพถ่ายเหล่านี้พาเราเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของผืนปฐพี เฉกเช่นหนังสือเล่มโตที่เปิดออก โลกเผยเรื่องราวผ่านกระบวนการทางธรณีฟิสิกส์อันเก่าแก่ที่นำไปสู่กำเนิดชีวิต “การเดินทางผ่านกาลเวลา สถานที่ และความหลากหลายนี้ หวังตอกยํ้าความเชื่อมโยงที่เรามีต่อโลกธรรมชาติให้แข็งแรงขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจให้เราเคารพในผืนพิภพ” โอลิวิเยร์ เกรินวาลด์ ช่างภาพชาวฝรั่งเศส บอก เป็นเวลาร่วม 30 ปีที่เขาและคู่ชีวิต นักอนุรักษ์และนักเขียน แบร์นาแดต ฌิลแบร์ตาส ตระเวนเดินทางรอบโลกเพื่อบันทึกภาพและเรื่องราวของสถานที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังที่สลักเสลาโลกสุดพิเศษใบนี้ขึ้น นี่คือแนวคิดพื้นฐานของโปรเจ็กต์“ปฐมกาล” หรือ Origins ของทั้งสอง โลกคือดาวเคราะห์หินที่เกิดจากความปั่นป่วนไร้ระเบียบและขับเคลื่อนโดยวิวัฒนาการ เป็นบ้านของถิ่นอาศัยอันหลากหลายและชนิดพันธุ์นับล้านๆ หนึ่งในนั้นคือเผ่าพันธุ์ของเรา โฮโม  เซเปียนส์  ผู้หลงใหลในความมหัศจรรย์ของโลก แต่ก็สามารถทำลายล้างได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ด้วยความกังวลในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เกรินวาลด์และฌิลแบร์ตาสจึงทุ่มเทให้กับการถ่ายทอดความอัศจรรย์ของโลกใบนี้ “ดาวเคราะห์ที่ทั้งเขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ และโอบอุ้มสรรพชีวิตดวงนี้ใช้เวลาก่อร่างถึง 4,500 ล้านปี” เกรินวาลด์บอก “ตอนนี้เราจะทำอย่างไรกันต่อไป จะตั้งหน้าตั้งตาสร้าง วิกฤติทางนิเวศวิทยา หรือตัดสินใจในท้ายที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเลวร้ายที่สุด” ภาพถ่ายในโปรเจ็กต์ปฐมกาลบันทึกความงามและความหลากหลายของพลังทางธรรมชาติ ภูเขาไฟพ่นธารลาวาอันโชติช่วง แสงเหนือใต้ร่ายรำคล้ายภูตผีในคํ่าคืนเย็นเยือก พลังกัดกร่อนสลักเสลาขุนเขาน้อยใหญ่ ชีวิตรูปแบบแรกๆ ดิ้นรนเพื่อแสวงหาที่ทางของตนเอง พืชพรรณแพร่กระจายไปทั่วโลก และสํ่าสัตว์ก็แตกแขนงหลายหลากทั่วถิ่นอาศัย “บางครั้ง ดูเหมือนดิบเถื่อน บางครั้งสงบงาม เคลื่อนที่และเลื่อนไหลไม่หยุดหย่อน ธรรมชาติคือแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจไร้ขีดจำกัด” […]

สึนามิ วิธีรับมืออย่างปลอดภัย

สึนามิ กับข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญกับภัยจากคลื่นยักษ์ซึ่งสามารถซัดทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลองได้ สึนามิถือเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้อาศัยบริเวณแนวชายฝั่ง เนื่องจากความเร็วมากกว่า 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งและความสูงกว่า 30 เมตรของคลื่นยักษ์นี้สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างความเสียหายจากภัยสึนามิที่รุนแรงเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ เหตุภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 และเหตุสึนามิถล่มโทโฮคุในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2554     ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสึนามิ สึนามึคือคลื่นขนาดมหึมาที่มีพลังทำลายล้างสูง สาเหตุการเกิดคลื่นชนิดนี้มักจะมาจากแผ่นดินไหวใต้พื้นมหาสมุทร และสึนามิยังรุนแรงพอที่จะทำลายชุมชนทั้งชุมชนและพัดซากหมู่บ้านทั้งหมดลงสู่ท้องทะเลได้ สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับสึนามิหรือภัยพิบัติต่าง ๆ คือ การศึกษาว่าพื้นที่ที่อาศัยอยู่นั้นสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้มากเพียงใด ด้วยเหตุนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายประเทศจึงจัดทำแผนที่แสดงพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมระบุเส้นทางสำหรับอพยพให้แก่คนในชุมชนขึ้น หน่วยงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ( the U.S. National Weather Service) เองก็จัดทำแผนที่ขึ้น เพื่อติดตามสภาพอากาศและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดภายในประเทศ และสำหรับประเทศไทยเองมีหน่วยงานหลักสองหน่วยงานคือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ทำหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับภัยพิบัติและแจ้งให้ประชาชนทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เควิน เจ ริชาดส์ เจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติประจำสำนักจัดการภาวะฉุกเฉิน ณ เกาะฮาวายได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “คุณควรรู้ว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหนเมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้น และควรประเมินด้วยว่าภัยพิบัติชนิดไหนมีโอกาสจะสร้างความเสียหายให้กับที่พักหรือพื้นที่ที่คุณอาศัย”     วิธีเตรียมตัวเบื้องต้น รู้จักสัญญาณเตือนการเกิดเกิดสึนามิ เช่น […]

ปะการัง ที่ตระการตาที่สุดในโลก และโลกสีครามมหัศจรรย์ ใต้ภัยคุกคามจากมนุษย์

แนว ปะการัง ตระการตาที่สุดในโลกจํานวนหนึ่ง ได้รับการคุ้มครองโดยฟิลิปปินส์ แต่แห่งอื่นๆ ในประเทศกําลังเสียหายจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและการประมงทําลายล้าง ผมกำลังท่องทะเลทราย แต่ไม่ใช่ที่กอปรด้วยทราย ผมกำลังแหวกว่ายผ่านดินแดนรกร้างที่มีแต่เศษหิน และซากป่นสลายของแนว ปะการัง แห่งหนึ่ง ณ ที่อื่นๆในฟิลิปปินส์ ผมเคยตื่นตะลึงกับ ปะการัง เรืองรองราวกล่องเพชรพลอย พื้นที่ตรงนี้ในภูมิภาค อินโด-แปซิฟิกที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมปะการัง (Coral Triangle) เป็นขุมทรัพย์ความหลากหลายทางทะเลที่ รุ่มรวยที่สุดในโลก ที่นี่มีปะการังอยู่มากกว่า 500 ชนิด หรือสามในสี่ของทั้งหมดที่เรารู้จัก แนวปะการังที่พวกมันสร้างขึ้นครอบคลุมพื้นที่ถึงราว 73,000 ตารางกิโลเมตร สรรพชีวิตที่อาศัยอยู่ตามเมืองใต้ทะเลเหล่านี้มีจำนวนเกินคณานับ เฉพาะในฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ในส่วนยอดของสามเหลี่ยมปะการัง ก็มีปลาในแนวปะการังอยู่เกือบ 1,800 ชนิดแล้ว กระนั้น สุสานปะการังที่ผมกำลังสำรวจนี้มีแต่ผู้ลี้ภัย ผมเห็นปลาที่เรียกกันว่าปลาพยาบาลตัวหนึ่ง แล้วพลันรู้สึกเศร้าใจ บทบาทของมันในระบบนิเวศแนวปะการังคือทำความสะอาดให้ปลาอื่นๆ โดยเก็บกินปรสิตตามร่างกายปลาเหล่านั้น แต่พนักงานทำความสะอาดตัวนี้ไม่เหลือใครให้ทำความสะอาด มันแหวกว่ายอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง ปะการังรอบตัวมันล้มระเนระนาดเหมือนต้นไม้หลังพายุเฮอร์ริเคน ท่ามกลางตอปะการังไร้ชีวิต อะไรบางอย่างสะท้อนวาบในแสงอาทิตย์ แล้วผมก็หยิบส่วนก้นของขวดแก้วแตกขึ้นมา ผมเคยเห็นขวดแบบเดียวกันนี้ มีปุ๋ยไนเตรตบรรจุอยู่ และอุดปากขวดด้วยเชื้อปะทุกับสายชนวน แค่จุดสายชนวน แล้วโยนขวดลงไปในทะเล แรงระเบิดทำให้ปลาสลบหรือตายทันที […]

ปลูก ‘หญ้าทะเล’ ที่ตรัง ปลูกแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สูงกว่าป่าบก

ไม่ใช่แค่เมนูโปรดของพะยูน แต่ หญ้าทะเล คือพืชที่กักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าเขตร้อนถึง 35 เท่า เป็นความหวังในการแก้ปัญหาโลกร้อน หญ้าทะเล เป็นอาหารของพะยูน และหญ้าทะเลก็ขึ้นได้ยาก พะยูนเลยมีน้อยไปตามหญ้าทะเล ความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเลสำหรับเราแล้วมีเพียง 3 ประโยคนี้ พอมีคนชวนไปร่วมทริปปลูกหญ้าทะเลที่จังหวัดตรัง คลังความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเลอันน้อยนิดจึงสั่นคลอน เรียกร้องให้ไปหาคำตอบว่า ที่จริงแล้ว ‘หญ้าทะเล’ คืออะไร ทำหน้าที่ใดในระบบนิเวศ ทำไมจึงเป็นพืชที่โครงการ “ปลูก ลด ร้อน” ของเอสซีจีให้ความสนใจ และสร้างโครงการ “ใคร Make Change” ชวนคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียวไปรู้จักกับหมู่บ้านประมงที่จริงจังเรื่องหญ้าทะเลและการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มระดับความเขียวในใจให้เข้มขึ้นไปอีก หมู่บ้านมดตะนอย เพราะทะเลคือ “บ้าน” สิ่งแวดล้อมจึงสำคัญ ที่ชุมชนมดตะนอย อ.กันตัง จ.ตรัง ทุกหลังคาเรือทำอาชีพประมงพื้นบ้านสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ที่นี่ทำประมงพื้นบ้านแบบ 100% ที่ไม่ใช้อุปกรณ์ทำลายล้าง แหอวนของที่นี่จะใช้ตาใหญ่กว้าง 4 นิ้วขึ้นไป จับปลาไม่ได้ลูกปลา จับปูไม่ได้ลูกปู ไม่ใช้อวนที่ลากไปตามพื้นทะเลกวาดทลายแนวปะการัง ผู้คนที่นี่จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก มีการแยกขยะกันทุกครัวเรือน มีผู้นำชุมชนที่ปลูกจิตสำนึกให้ทุกครัวเรือนใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวทั้งผู้ใหญ่และเด็กตัวน้อยๆ และเมื่อพูดถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของท้องทะเล เราจะไม่แยกชายฝั่งออกเป็นคนละเรื่อง ฉะนั้น […]

ภารกิจ สำรวจถ้ำ ที่ (อาจ) ลึกที่สุดในโลก

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นัก สำรวจถ้ำ ฝีมือฉกาจเดินทางมายังเม็กซิโกเพื่อสำรวจเขาวงกตในภูเขา นั่นคือถ้ำเชเว ซึ่งอาจ (หรืออาจจะไม่) เป็นถ้ำที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในโลก ในวันฟ้าใสของฤดูใบไม้ผลิวันหนึ่งทางตอนใต้ของเม็กซิโก ฉันติดตามนัก สำรวจถ้ำ สี่คนข้ามเนินเขาที่มีต้นสนอยู่ดกดื่นและข้ามทุ่งหญ้า  เราเข้าใกล้ผาหินสูงตระหง่านบนด้านหนึ่งของภูเขาซึ่งใหญ่โตมโหฬารจนยากที่จะมองเห็นทั้งหมดได้ในครั้งเดียว  แต่สิ่งที่ดึงดูดฉันมาที่นี่  พร้อมกับนักสำรวจถํ้าระดับโลก 69 คนจาก 9 ประเทศ  ทอดตัวอยู่ตรงเชิงเขา ถัดจากแอ่งแคบลึกที่ตัดผ่านผาหินคือซิสเตมาเชเว  ถํ้าที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจลึกที่สุดในโลก เมื่อมหาวิหารทางธรณีวิทยาปรากฏต่อสายตา  ฉันได้ยินเสียงสบถเบาๆ จากคอรีย์  แฮ็กลีย์  นักสำรวจถํ้าที่อยู่ข้างหน้า ฉัน  นี่เป็นการสำรวจถํ้าเชเวปีที่ห้าของเขา  และความใหญ่โตของมันยังคงทำให้เขาตกตะลึง แฮ็กลีย์รู้สึกกระสับกระส่ายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา  เพราะถูกบังคับให้กักตัวอยู่ที่เบสแคมป์เพื่อป้องกันโควิด-19  เขาเรียก ความโกลาหลบนพื้นผิวดินว่า “ความอึดอัด”  ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่นำมาใช้กับขอบเขตที่จำกัดของถํ้าได้  แต่สำหรับแฮ็กลีย์และ นักสำรวจถํ้าคนอื่นๆ  ความลึกลํ้าของถํ้าเป็นอะไรก็ได้  แต่ไม่ใช่ความอึดอัด พวกมันคือพรมแดนสุดท้ายของการ สำรวจถ้ำ เมื่อปี 1990  นักสำรวจทิ้งสีย้อมสีเขียวลงในธารนํ้าที่ไหล สู่ปากถํ้าเชเว  พวกเขาพบว่านํ้าที่มีสีไหลออกมาใกล้ๆ เชิงเขา ตํ่าลงไปจากปากทางเข้าถํ้าที่สูงที่สุดเท่าที่รู้กันในตอนนั้นราว 2.6 กิโลเมตร  ถ้ามนุษย์สามารถหาเส้นทางความยาวทั้งหมดที่สายนํ้าไหลผ่านได้  เชเวก็จะได้รับการประกาศว่าเป็นถํ้าที่ลึกที่สุดในโลก  ทำลายสถิติปัจจุบันของถํ้าเวียร์ยอฟกีนาในเขต อับคาเซีย  ประเทศจอร์เจีย  […]

World Update: กระเบนขนาดยักษ์ในแม่น้ำโขง ทำสถิติปลาน้ำจืดใหญ่ที่สุดในโลก

พบกระเบนขนาดยักษ์ในแม่น้ำโขง ทำลายสถิติโลกปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เซ็บ โฮแกน (Zeb Hogan) นักชีววิทยาและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาปลาในแม่น้ำโขงมายาวนานเกือบ 20 ปีได้บันทึกภาพปลากระเบนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาจากชาวบ้านที่ทำการประมงบนเกาะเพรียห์ในแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของกัมพูชา “มันพิสูจน์ให้เห็นว่าสัตว์ใต้น้ำเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ที่ถูกคุกคาม” โฮแกนกล่าว การค้นพบของเขาเริ่มต้นจากความสงสัยว่า “มีสัตว์ยักษ์ใหญ่ในแม่น้ำที่อื่นอีกไหม?” หลังจากที่ได้พบกับปลาดุกยักษ์ขนาด 293 กิโลกรัมเมื่อปี 2005 เขาจึงเริ่มโครงการ ‘เมกะฟิช (Megafishes)’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เขาตั้งใจสำรวจแหล่งน้ำทั่วโลกที่มีความยากลำบาก ทั้งในการปะติปะต่อข้อมูลจากการบอกเล่า หรือจากภาพถ่ายเก่าๆ เขาเคยพบกันปลาอะราไพม่า (Arapaima) ในแอมะซอนและปลาดุกยักษ์ที่กินนกพิราบเป็นอาหารในยุโรป จนมาถึงแม่น้ำโขง สถานที่ล่าสุดที่เขาทำการค้นหา ก่อนหน้านี้เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา โฮแกนได้พบกับปลากระเบนขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่า 3.93 เมตรและหนักกว่า 180 กิโลกรัมที่ชาวประมงกัมพูชาจับได้ สร้างความหวังว่าอาจมียักษ์ใหญ่กว่านี้ซ่อนอยู่ จนกระทั่งทีมวิจัยของเขาได้รับโทรศัพท์จาก มูล ทูน (Moul Thun) ชาวประมงกัมพูชาบอกว่าเขาจับ “ตัวที่ใหญ่กว่า” ได้จนเขาคิดว่ามันอาจเป็นสายพันธุ์อื่น เมื่อทีมมาถึง พวกเขาตรวจสอบและวัดขนาดมันซึ่งพบว่ามันกลายเป็น “ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก”ด้วยขนาดที่ยาวกว่า 3.96 เมตรและหนักกว่า 299.82 กิโลกรัม ปลากระเบนตัวนี้ได้สร้างสถิติใหม่ […]

ทิวทัศน์สวยงามจากยุคกำเนิดโลก

ภาพทิวทัศน์สวยงามเหล่านี้จะพาเราเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของโลก 4.5 พันล้านปี เผยให้เห็นถึงภูมิศาสตร์ยุคดึกดำบรรพ์ กำเนิดโลก ที่ได้ก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นมา “การเดินทางที่ผ่านทั้งเวลา พื้นที่ และความหลากหลายได้ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับธรรมชาตินั้นแข็งแรงและบันดาลให้เกิดความเคารพต่อโลก” Olivier Grunewald ช่างภาพชาวฝรั่งเศส กล่าว เป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้วที่เขากับคู่ชีวิต Bernadette Gilbertas ซึ่งเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติและนักเขียน ได้เดินทางท่องโลก และบันทึกภาพสถานที่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังที่สร้างโลกอันโดดเด่นของเรา จนออกมาเป็นโปรเจกต์ภาพถ่ายที่ชื่อว่า ‘จุดเริ่มต้น’ (Origin) ดวงดาวหินที่เกิดมาจากความวุ่นวายและขับเคลื่อนด้วยวิวัฒนาการเป็นบ้านของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตนับล้าน หนึ่งในนั้นคือโฮโมเซเปียนส์ ที่หลงใหลในความมหัศจรรย์ของโลก และสามารถพลังทลายความมหัศจรรย์ที่ลงได้เช่นกัน หลังจากมีความกังวลในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม Grunewald และ Gilbertas ได้ส่งพลังของพวกเขาเพื่ออุทิศให้กับโลกที่น่ามหัศจรรย์นี้ “ต้องใช้เวลากว่า 4.5 พันล้านปีเพื่อสร้างสรรค์โลกที่น่าหลงใหล อุดมสมบูรณ์ และน่าอยู่ขนาดนี้” Grunewald กล่าวและเสริมว่า “แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไรต่อไป เราจะทำให้วิกฤตด้านระบบนิเวศแผ่ขยายออกไป หรือสุดท้ายเราจะตัดสินใจเพื่อป้องกันความเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น” ทั้ง Grunewald และ Gilbertas ได้บันทึกภาพแก่นของสถานที่อันเป็นประจักษ์พยานถึงความเป็นมาอันยาวนานของโลกของเรา ซึ่งรับชมได้ผ่านภาพถ่ายเหล่านี้ เรื่อง BYEVA VAN DEN BERG ภาพ […]

World Update: ปลูกป่า ไม่คำนึงสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี

ปลูกป่า แบบไม่คำนึงสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี กระทบความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกต้นไม้ ปลูกป่า สามารถนำประโยชน์มาให้ระบบนิเวศทั้งกับภาพรวมและสัตว์ที่อยู่อาศัยได้ แต่มีงานวิจัยที่นำโดย Matthew Fagan ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งภาควิชาภูมิศาสตร์และระบบสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ บัลติมอร์เคาน์ตี (University of Maryland, Baltimore County) สหรัฐอเมริกา เผยว่าต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อนอาจสร้างโทษมากกว่า  ในช่วงปี 2000 – 2012 มีการปลูกต้นไม้ใหม่ร้อยละ 92 ในเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และอีกร้อยละ 14 ในพื้นที่แห้งแล้ง โดยต้นไม้ในพื้นที่ได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศที่มีอยู่ และการปลูกต้นไม้ได้เบียดเบียนพื้นที่คุ้มครองร้อยละ 9 ในเขตพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น เช่น อุทยานแห่งชาติ  ถึงแม้ว่าต้นไม้เหล่านี้ช่วยเรื่องการดักจับคาร์บอน และเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ความเสี่ยงเรื่องพืชและสัตว์ที่ได้รับผลกระทบด้านความหลากหลายก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลที่สร้างผลเสียในระยะยาวได้ ผลกระทบที่ตามมาของการปลูกต้นไม้โดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมอาจทำลายสภาพดินหรือรบกวนสิ่งมีชีวิตได้ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ในสายพันธุ์ที่ไม่ได้มีอยู่ในพื้นที่แต่เดิม นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้ในเขตทุ่งหญ้าหรือเขตทุ่งหญ้าสะวันนาอาจทำลายสมดุลทางระบบนิเวศจนไม่สามารถคืนสภาพได้ดังเดิม ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนกำลังพยายามปลูกต้นไม้ที่ริมทะเลทรายโกบี เช่นเดียวกับหลายประเทศในแอฟริกาที่พยายามปลูกต้นไม้ในพื้นที่รอยต่อของทะเลทรายสะฮาราและทุ่งหญ้าซาเฮล เพื่อหยุดการแผ่ขยายของพื้นที่ทะเลทราย แต่ต้นไม้ที่ปลูกนั้นอาจขัดขวางกระบวนการปล่อยคาร์บอนของดิน และดูดซับความชุ่มชื้นมากเกินไปจนให้พืชทั้งหมดต้องตายในที่สุด ซึ่งในกรณีนี้ การปลูกป่ามีแต่เสียกับเสีย  “อย่างในสหรัฐฯ เรามีพื้นที่ที่มีต้นไม้ดูดซับน้ำเยอะเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่เราก็ยังพยายามเทิดทูนการปลูกป่าเป็นการกระทำที่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เรายังมีพื้นที่ทุ่งหญ้าและทุ่งหญ้าสะวันนาซึ่งมีคุณค่าเพียงพอ และผมไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะไปปลูกป่าตรงนั้น […]