Sustainability Archives - National Geographic Thailand

เอ็กโก กรุ๊ป โดยศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จัดงาน “สัปดาห์วิทย์ฯ ปี 65″ ประสบความสำเร็จพาเยาวชนท่อง “โลกพลังงานแห่งอนาคต” กับกองทัพหุ่นยนต์

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป โดยศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Energy Sci-tech Transformation For Life พลังงานเปลี่ยนโลก” แปลงร่างโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกของไทย เป็นฐานทัพหุ่นยนต์ ชวนเยาวชนท่องโลกนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต นายโกศล ศิริวาลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด ในกลุ่มเอ็กโก กล่าวว่า “เอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ให้ความสำคัญและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแก่เยาวชน ซึ่งเป็นวัยต้นทางและกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด จึงได้จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ภายในศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ประจำปี 2565 ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 4 เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งจุดประกายความคิด ความฝัน การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและกำลังมีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน และประเทศชาติต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน” […]

ถ้าไม่เผา แล้วเขาได้อะไร? ‘Defire – ดีไฟร์’ รางวัลสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน ผู้เปลี่ยนควันไฟเป็นคาร์บอนเครดิต

‘Defire – ดีไฟร์’ สตาร์ทอัพผู้เปลี่ยนการเผาป่า เป็นคาร์บอนเครดิต ระหว่างที่ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ล่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ คุณกำลังทำอะไร? ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน? อ่านรีวิวเพื่อมองหาเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง? ดาวโหลดแอพฯ บอกคุณภาพอากาศ พกหน้ากากกันฝุ่น และหามาตรการแบบวันต่อวันเพื่อป้องตัวเองให้ดีที่สุด? เอิ๊ก-ธีธัช รังคสิริ เคยเป็นโรคภูมิแพ้จึงต้องทำแทบทุกข้อ แถมโอกาสนี้เขายังทำทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดฝุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “การเผา”  “ผมไม่ได้บอกว่า การเผาเป็นสาเหตุเดียว แต่ผมเลือกศึกษาปัจจัยการเผาหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นหัวข้อ และอาศัยพื้นฐานจากงานประจำ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ซึ่งทำธุรกิจเพื่อสังคม จึงพอมีเครือข่ายเกษตรกรอยู่บ้าง และจากการพูดคุยเกษตรกรก็ยอมรับว่ายังใช้วิธีเผาไร่น่า หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ ผมจึงอยากศึกษาว่ามีปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง” ประกายของการคิดหาโมเดลเพื่อยุติ “การเผา” เริ่มจากตรงนั้น และความสนใจเดียวกันนี้ยังมีเพื่อนร่วมงานที่มูลนิธิ คือ พัตเตอร์ – ภัทรารัตน์ ตั้งนิสัยตรง และเพื่อนๆ สมาชิกอีกจำนวนหนึ่งที่ลงขันทางความคิด  ก่อนที่ทั้งหมดจะเป็นจุดร่วมของธุรกิจที่ชื่อ ดีไฟร์ (Defire) แพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาการเผาไร่นาซึ่งต้องการลดมลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาควบคู่ไปด้วยกัน เปลี่ยน “การเผา” เป็น “คาร์บอนเครดิต” ลองจินตนาการง่ายๆ […]

ประกาศรางวัล Greener Bangkok Hackathon 2022 สวน 15 นาที สู่การปฏิบัติจริง

Greener Bangkok Hackathon 2022 ประกาศผลผู้ชนะรางวัล ที่ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่โครงการในกระดาษ แต่ก้าวสู่การผลักดันสวน 15 นาทีให้เกิดขึ้นจริงร่วมกันกับ กทม.​ และภาคีพัฒนาเมือง ‘สวน 15 นาที’ วลีที่คุ้นหูกันอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีให้หลัง กับความเข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับทุกคน จากภาคนโยบายเดินทางมาสู่การลงมือปฏิบัติจริงโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายนักพัฒนาเมือง จนมาวันนี้ที่ได้ผู้ชนะรางวัลจากโครงการ Greener Bangkok Hackathon 2022 เรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการนำเสนอโครงการและระดมสมองอย่างเข้มข้นมาเป็นเวลากว่าสองเดือน โดยตลอดกระบวนการมีการจัดสรรกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาแนวคิดโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมเปิดมุมมองของเมืองในแง่มุมที่แตกต่าง พร้อมกับการระดมสมองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างทีมผู้เข้าแข่งขันที่มีความถนัดที่แตกต่าง งอกเงยกลายเป็นผลสรุปจากข้อเสนอที่น่าสนใจ และสามารถต่อยอดเป็นโครงการใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อีก ข้อสรุปจากนักแฮก ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ Uddc-CEUS หนึ่งในเจ้าภาพใหญ่ของโครงการนี้ ได้ทำการวิเคราะห์ผลสรุปจากทั้ง 66 ข้อเสนอที่ส่งเข้าร่วมประกวด ถึงความเป็นไปได้ที่ส่งโครงการเหล่านี้ลงสู่สนามจริงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยหากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมกันขับเคลื่อนข้อเสนอสู่การปฏิบัติได้จริง มีความเป็นไปได้ที่กรุงเทพมหานครจะมีพื้นที่สีเขียวเป็นไปตามที่ปรารถนาจากจากปัจจุบัน 7.6 ตารางเมตร/คน เป็น 24.5 ตารางเมตร/คน รวมถึงลดระยะการเข้าถึงจาก […]

วอลโว่ คาร์ส และเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ ภายในปี ค.ศ. 2040

ถ้าคุณรู้ตัวว่าสิ่งที่คุณทำส่งผลกระทบต่อโลกคุณจะทำอย่างไร จากข้อมูลล่าสุดในแต่ละปีกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือในกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ 51,000 ล้านตัน (ซึ่งเรามักเรียกคาร์บอนแทนเพราะ คาร์บอนไดออกไซด์มีองค์ประกอบมากที่สุดและค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศนานที่สุด) ในส่วนของกิจกรรมการเดินทางของเรารับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไป 16% หรือราว 8,200 ล้านตันต่อปี แม้การใช้พาหนะบุคคลไม่ได้แทนค่าการเดินทางทั้งหมดของเรา แต่บรรดาอุตสาหกรรมรถยนต์ก็รู้ดีว่าพวกเขาคือส่วนสำคัญ หากปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่ต้นทาง ปลายทางที่ผู้ขับขี่บนท้องถนนก็สามารถมีส่วนช่วยลดภาระต่อโลกได้เช่นกัน แต่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เพียงพูดถึงก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่หมายถึงองค์รวมทั้งหมดของความยั่งยืน ที่อุตสาหกรรมต่างๆ นำไปปรับใช้ให้งานของพวกมีส่วนช่วยโลกให้ดีขึ้นได้ในมิติต่างๆ วอลโว่ คาร์ส ได้ตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางต่อสภาพภูมิอากาศ (Neutral Climate Company) มุ่งมั่นลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ภายในปี ค.ศ. 2040 สอดคล้องกับความตกลงปารีส (Paris Agreements)  ซึ่งเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เกิดขึ้นมานานแล้วหลายสิบปี ก่อนหน้าที่ความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นกระแสหลัก วอลโว่ คาร์ส คำนึงถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในยุค ค.ศ.1940s โดยมีความคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการตั้งโรงงานเรโนเวทเกียร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 แลกเปลี่ยนอะไหล่ในอุตสาหกรรมรถยนต์จนขยายเป็นองค์ความรู้ในการผลิตใหม่เพื่อยืดอายุการใช้ทรัพยากรให้ยาวนานออกไป ในปี ค.ศ. 1972 Pehr G. Gyllenhammar ซีอีโอของวอลโว่ คาร์ส ในขณะนั้น […]

Sustainability Destination หมุดหมายและเส้นทางสู่ Net Zero 2050

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับโลกต่างมีเป้าหมายการไปสู่ความเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 เป้าหมายนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากองค์กรนั้นมีแผนการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายทางสู่มือผู้บริโภคอย่างจริงจัง เช่นองค์กรอย่างเอสซีจีที่เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การวางโร้ดแมปจากนี้ไปถึงวันข้างหน้าชัดเจน ด้วยกรอบการดำเนินงานที่มีหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากล และยังเพิ่มเติมมิติอื่นๆ ให้ครอบคลุมอีกด้วย อย่างแนวทางของเอสซีจีที่ไม่เพียงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environmental) เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) อีกด้วย ตามแนวคิด ESG 4 Plus  “มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ”  เพื่อแก้วิกฤตสู่โลกที่ยั่งยืน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด สร้างสรรค์นวัตกรรมรักษ์โลก ลดสังคมเหลื่อมล้ำ ด้วยความเชื่อมั่นโปร่งใส แผนงานภาพรวมสู่ NET ZERO ก่อนจะไปถึงปี 2050 เอสซีจีวางแผนงานเป็นลำดับขั้น เป้าหมายแรกคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ภายในปี  2030 โดยที่กระบวนการผลิตยังดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในทุกส่วนธุรกิจ […]

จากขวดพลาสติกถึงความยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์ผู้บริหาร Indorama Ventures

ถูกแปะป้ายว่าเป็นผู้ร้ายของสิ่งแวดล้อม พลาสติก จะยั่งยืนได้อย่างไร อ่านวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตรายใหญ่ เรามักคิดว่าพลาสติกนั้นเป็นผู้ร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ผู้ร้ายตัวจริงคือมนุษย์ที่ใช้งานพลาสติกและจัดการขยะไม่ถูกต้องต่างหากที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง โจทย์ที่ใหญ่พอๆ กับการพัฒนาและปรับตัวทางธุรกิจของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมพลาสติกคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภคและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ที่ตรงกันและทำงานร่วมกันได้ภายใต้เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เป็นแนวทางสำคัญของโลกนับจากนี้ พลาสติกถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย สร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยลดต้นทุน และนำไปสู่การพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ไปจนถึงรีไซเคิลและอัพไซคลิ่งจึงถูกพูดถึงมากขึ้นเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้งานต้องคิดให้รอบด้านมากขึ้น ชื่อของ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในฐานะผู้ผลิตสินค้าปิโตรเคมีรายใหญ่ที่ขยายธุรกิจไปถึงสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ในช่วงเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันธุรกิจมีขนาดสินทรัพย์มากถึง 6.8 แสนล้านบาท และมีรายได้ในปี 2564 4.7 แสนล้านบาท IVL คือต้นทางของขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ปริมาณมหาศาลที่ใช้บริโภคในวงกว้าง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่สัมผัสกับสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับองค์กรนี้ ทีม NG Thai ได้คุยกับคุณ ยาโชวาดัน โลเฮีย รองประธานบริษัทของ IVL ที่ดำรงตำแหน่ง Chief Sustainability Officer […]

เยอรมนีเปิดตัว รถไฟพลังงานไฮโดรเจน เพื่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

‘เราจะไม่ซื้อรถไฟดีเซลอีกต่อไป เพื่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ’ เยอรมนีเปิดตัว รถไฟพลังงานไฮโดรเจน รถไฟพลังงานไฮโดรเจน หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ 14 ขบวนแรกของโลก เริ่มวิ่งแล้วในรัฐโลเวอร์แซกโซนี (Lower Saxony) ประเทศเยอรมนี เพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและสร้างการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 4,000 ตันต่อปี เฮนรี พัวพาร์ท-ลาฟารก์ (Henri Poupart-Lafarge) ผู้บริหารของบริษัท Alstom ผู้ผลิตรถไฟทั้ง 14 ขบวนนี้ให้กับเยอรมนีกล่าวว่า “ในโอกาสการเปิดตัวครั้งแรกของโลก เราภูมิใจมากที่ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเรา” โดยรถไฟพลังงานไฮโดรเจนที่มีชื่อเรียกว่า ‘Coradia iLint’ จะไม่ปล่อยมลพิษใดๆ สู่อากาศ ด้วยการรวมไฮโดรเจนและออกซิเจนเพื่อกลายเป็นพลังงานที่ทำให้รถไฟวิ่งได้ สิ่งที่จะถูกปล่อยออกมามีเพียงไอน้ำและความร้อนเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถนำความร้อนที่เกิดขึ้นกลับมาใช้ใหม่ให้เป็นพลังงานกับระบบปรับอากาศของรถไฟ ผู้ผลิตกล่าวสิ่งนี้ทำให้อากาศที่ผู้โดยสารหายใจนั้นสะอาดขึ้น ในทางกลับกัน รถไฟดีเซลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นสร้างมลพิษมหาศาลไม่ว่าจะเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์ ซึ่งป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตรวมทั้งผู้โดยสารที่อยู่ในรถไฟด้วย “มันเสียงดังน้อยกว่า” บรูโน มาร์เกต์ (ฺBruno Marget) หนึ่งในผู้บริหารของ Alstom กล่าว และเสริมว่า “คุณจะไม่ได้กลิ่นควันดีเซลเมื่อคุณอยู่สถานี และไม่มีการปล่อยดีเซล (ซึ่งผลิตก๊าซไนโตรเจนออกไซด์) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ” ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ ชารเพนเทียร์ […]

ภาพถ่ายเปลี่ยนโลก ค้นหาแนวทางความยั่งยืนผ่านมุมมอง 3 ช่างภาพชื่อดัง

“ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านเลนส์” ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองด้านการอนุรักษ์โดยช่างภาพมืออาชีพ ภาพทิวทัศน์เทือกเขาอันงดงามตระการตา หมู่สัตว์น้อยใหญ่ใช้ชีวิตในผืนป่าพงไพร ธารน้ำใสตัดผ่านโขดหิน ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่หลายคนจินตนาการออกมาเมื่อกล่าวถึง “ภาพถ่ายธรรมชาติ” แต่ในปัจจุบันโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เกิดภาวะโลกรวน ธรรมชาติเสื่อมถอยลง ภาพธรรมชาติอันงดงามที่เคยเห็นเปลี่ยนแปลงไป แบบที่บางภาพก็มิอาจกลับไปถ่ายแบบเดิมได้อีกแล้ว เพื่อเป็นการสื่อสารนี้ออกไปยังผู้คนถึงจุดยืนของตนและโลกที่อิงอาศัย ‘ช่างภาพ’ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ช่วยสร้างการรับรู้ถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงผ่านการถ่ายทอดที่ทรงพลัง ผ่านเลนส์และมุมมองที่ช่างภาพได้ประสบ ไม่ต้องเชื่อ แต่ ‘รู้สึก‘ ถึงแรงกระเพื่อมบางอย่าง อาจเปลี่ยนความคิด และสามารถลงมือทำให้โลกนี้ดีขึ้นในฐานะที่เป็นผู้อยู่อาศัยร่วมโลกใบเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงได้จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “การขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ด้วยภาพถ่าย” นำเสนอมุมมองด้านการอนุรักษ์และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัท วอลโว่ คาร์ ที่ประกาศตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (Climate-Neutral Company) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2040 เพื่อใช้พลังของภาพถ่ายพาทุกคนไปสัมผัสถึงความงดงามของธรรมชาติและชีวิต ขณะเดียวกันก็เห็นบางประเด็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ในนั้น  และค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ว่าหากจะมีส่วนช่วยรักษาสิ่งที่งดงามนั้นให้คงอยู่ เราจะทำอย่างไร ในวันเปิดนิทรรศการได้มีการจัดเสวนาขึ้นภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์และความยั่งยืนผ่านภาพถ่าย” โดย 3 ช่างภาพสายอนุรักษ์ชื่อดังของประเทศไทย เจ้าของผลงานที่แสดงอยู่ ณ […]

เวิร์คช็อประบบนิเวศชายฝั่งแบบใหม่จาก Nat Geo เรียนรู้เล่าเรื่องด้วยศิลปะดิจิทัล

ครั้งแรกของเวิร์คช็อปเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่งผ่านศิลปะดิจิทัล โดย National Geographic ที่ได้วิทยากรระดับนานาชาติมารวมตัวกัน ทั้งช่างภาพและนักชีววิทยาชาวไทยที่ได้รับเลือกเป็นนักสำรวจของ National Geographic (National Geographic Explorer) ตัวแทนกลุ่ม Emerging Islands องค์กรศิลปะจากฟิลิปปินส์ และศิลปินภาพประกอบดิจิทัลมือรางวัล โดยมีกลุ่มนักศึกษาสาขา Communication Design วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) สมัครเข้ามาร่วมเวิร์คช็อป ที่ชวนให้เข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่งตั้งแต่ในมหาสมุทรถึงชุมชนชายฝั่งด้วยการทำภาพประกอบดิจิทัล ที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์ และหนทางที่เราเลือกที่จะทำเพื่อปกป้องมหาสมุทรและชายฝั่งได้ ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าปีนี้ National Geographic มาร่วมกิจกรรมใน Sustainability Expo 2022 แบบครบวงจร คือมีทั้ง เวทีเสวนา Postcards from Planet Possible, Impact Storytelling เวิร์คช็อป และการฉายภาพยนตร์สารคดี ซึ่งล้วนมาแนวคิดเชื่อมโยงกัน สำหรับเวิร์คช็อปที่ชื่อว่า Once Upon A Time Coastline นี้ ผ่านการเตรียมงานมาร่วมเดือน เหล่าวิทยากรซึ่งประกอบด้วย […]

นักสำรวจที่เล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนโลก ใน National Geographic Talk ครั้งแรกที่ไทย

Postcards from Planet Possible: Impact Storytelling ทอล์กโชว์และเสวนาจาก National Geographic ครั้งแรกในประเทศไทย ที่มาถ่ายทอด ‘ชุดความคิด’ ของนักสำรวจ ที่เล่าเรื่องราวเพื่อทำให้ผู้คนได้เรียนรู้ที่จะรักโลกมากขึ้น กว่า 133 ปีมาแล้ว ที่ชื่อ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ปรากฎขึ้นในฐานะองค์กรที่บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักและเปิดหูเปิดตาถึงความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ผ่านช่องทางของนิตยสาร และภาพยนตร์สารคดี รวมไปถึงสื่อออนไลน์ในโลกยุคใหม่ โดยการทำงานของบรรดา ‘นักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก’ (National Geographic Explorer) ซึ่งเป็นเครือข่ายนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกกราฟฟิก ที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อทำโครงการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม รวมไปถึงงานด้านสื่อสารมวลชนที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของโลกใบนี้ นักสำรวจเหล่านี้มีทั้งความอยากรู้อยากเห็น และความอยากเรียนรู้อยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาใช้คำถามเป็นอาวุธ เพื่อสกัดเอาเรื่องราวความเป็นไปบนโลกมาถ่ายทอดในสิ่งที่เรียกว่า ‘สารคดี’ โดยบรรดานักสำรวจเหล่านี้ต่างมุ่งหวังว่าการทำงานของเขาจะส่งผ่านไปให้ผู้คนทั่วโลก ซึ่งจะมีส่วนให้โลกใบนี้น่าอยู่อย่างยั่งยืน งาน Sustainability Expo หรือ SX2022 งานมหกรรมด้านความยั่งยืน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้เห็นถึงความสำคัญของพลังแห่งการเล่าเรื่องเพื่อการอนุรักษ์ในรูปแบบของสารคดี National Geographic ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จึงได้ร่วมมือกันเพื่อจัดงานทอล์กโชว์และเสวนาในหัวข้อที่มีชื่อว่า […]

งานอนุรักษ์ไม่ใช่งานอาสา แต่เป็นอาชีพแห่งอนาคต: มุมมองนักอนุรักษ์มืออาชีพ

“งานอนุรักษ์ ไม่ใช่งานอาสา” เปิดมุมมองอาชีพแห่งอนาคตจากเหล่านักอนุรักษ์ตัวจริง หากกล่าวถึงการอนุรักษ์หรืองานอนุรักษ์แล้ว หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงงานอาสา หรือการเป็นอาสาสมัคร แต่ในความเป็นจริงแล้ว การอนุรักษ์สามารถเทียบได้ว่าเป็นศาสตร์หนึ่งที่มีความสำคัญและนำไปใช้ต่อยอดเป็นวิชาชีพได้ งาน Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 ที่จัดขึ้นมุ่งส่งเสริมแนวคิดความยั่งยืนให้หยั่งรากลึกลงไปในสังคม ต้องการสร้างความเชื่อมั่นใหม่ในสังคมไทยว่า งานอนุรักษ์ไม่ใช่งานอาสา เพราะต้องอาศัยความเป็น ‘ศาสตร์’ เฉพาะทาง ในการดำเนินงาน ถ้าหากมีการวางแนวทางที่ชัดเจน การอนุรักษ์ก็จะกลายเป็นสายอาชีพใหม่ที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างยิ่งในยุคที่โลกโดยเฉพาะภาคธุรกิจต้องการแนวคิดด้านอนุรักษ์และความยั่งยืนให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ ภายในงานจึงได้มีการจัดเสาวนาในเรื่อง “การอนุรักษ์ไม่ใช่งานอาสา แต่เป็นอาชีพแห่งอนาคต” โดย 3 นักอนุรักษ์ธรรมชาติที่รักและยึดมั่นในอาชีพด้านนี้ของพวกเขาอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC Thailand) ทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP), ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสารคดี, National Geographic Explorer สมาชิกของ International League of Conservation Photographers (iLCP), และ รงรอง […]

โซน “BETTER ME” งาน SX 2022 ส่งเสริมชีวิตที่ดี สุขภาพที่ดี และตัวเราที่ดีขึ้น

เชิญชมโซน “BETTER ME” งาน SX 2022 ส่งเสริมการดำรงชีวิตที่ดี สุขภาพที่ดี และตัวเราที่ดีขึ้น ในงาน Sustainanility Expo 2022 หรือ SX 2022 งานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ แนวคิด Good Balance, Better World: สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า ได้มีโซนแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน แต่ละโซนล้วนมีจุดมุ่งหมายเฉพาะตัวที่แตกต่าง แต่สิ่งที่มีร่วมกันคือเป้าหมายความยั่งยืนเพื่อการพัฒนาสู่ Better World หนึ่งในนั้นคือโซน BETTER ME ตัวฉันที่ดียิ่งขึ้น BETTER ME เป็นโซนที่นำเสนอมิติที่จะนำไปสู่การมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในคอนเซปต์ ตัวเราที่ดียิ่งขึ้น การดำรงชีวิตที่ดียิ่งขึ้นและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ตามคำว่า BETTER ที่แปลว่า ดีกว่าหรือดีขึ้น พร้อมทั้งยังสื่อให้เห็นว่าความยั่งยืนนั้นสอดแทรกอยู่ในทุกส่วนของชีวิตเรา ไม่ว่าจะเรื่องการกิน การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย ฯลฯ อีกทั้งยังทำให้เห็นว่าตัวเราเองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โลกนี้พัฒนาอย่างยั่งยืน ในโซน BETTER ME […]

‘รถ’ เคลื่อนโลก ส่องพัฒนาการรถ EV ไทยใน Sustainability Expo 2022

ถึงวันนี้ ถ้าถามว่านวัตกรรมแห่งอนาคตใดที่ผู้คนสนใจมากที่สุด มีความเป็นไปได้ที่คิดจะครอบครองเป็นเจ้าของมากที่สุด เชื่อว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV (Electric Vehicles) คือคำตอบแรกๆ วิกฤตภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และอีกสารพัดเหตุผล ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคือทางเลือกของผู้ใช้รถมาสักระยะแล้ว และยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ไลฟ์สไตล์ของผู้คน นโยบายผู้ผลิต กระทั่งท่าทีของภาครัฐก็ยิ่งชัดเจนขึ้น โดยในในปีนี้เองคณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนทางภาษีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Tax Incentive Package) เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งขับเคลื่อนด้วย สองล้อของรถ ที่ถูกสร้างขึ้นจากสองมือของมนุษย์ จึงกำลังเคลื่อนตัวเพื่อเปลี่ยนสังคมการใช้พลังงานหลักในยานพาหนะอย่างเป็นรูปธรรม จากน้ำมันสู่พลังงานไฟฟ้า และแน่นอนว่าที่งาน Sustainability Expo 2022 ก็ได้จัดโซนเพื่อเล่าเรื่องรถ EV โดยเฉพาะ ซึ่งเปรียบได้กับการนำเสนอความคืบหน้าของรถไฟฟ้าในประเทศไทย รถเมล์ไฟฟ้า มาหาแล้วเธอ รถโดยสารสาธารณะหรือ “รถเมล์” คือขนส่งมวลชนพื้นฐานที่ใครๆก็เข้าถึงได้ และในงาน SX 65 ก็ได้มีการนำรถเมล์พลังงานไฟฟ้า สาย 8 ซึ่งเคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในคอนเซ็ปต์ “We Come To Change […]

“ลำพูนไม่ลำพัง” พลิกโฉมเมืองเงียบเหงาด้วยแนวคิดความยั่งยืนจาก ลำพูน ซิตี้ แลป

ชีวิตชีวาภายใต้ความเงียบงันของเมืองลำพูน กลิ่นอายของธรรมชาติที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมและประเพณีโบราณ ชวนให้เรานึกถึงจังหวัดเล็ก ๆ ในแถบภาคเหนืออย่าง จังหวัดลำพูน อาจเป็นเพราะบรรยากาศโดยรวมของบ้านเมืองที่มักอยู่กันแบบสบาย ๆ ไม่หวือหวามากนัก พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นทางผ่านนอกสายตาของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เนื่องจากมีกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลางอยู่น้อย ทำให้ผู้คนมักอาศัยอยู่แต่ในตัวบ้าน ในเมืองจึงเต็มไปด้วยถนนที่ผู้คนบางตา จนบางครั้ง ความเงียบสงบนี้ก็อาจทำให้จังหวัดลำพูนมีบรรยากาศที่เงียบเหงาไปบ้าง ทั้งที่ความจริงแล้วจังหวัดลำพูนนั้นเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน การจะถนอมเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้คงอยู่ขณะที่กระแสแห่งความแปรเปลี่ยนไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้นดูเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับกลุ่ม “ลำพูน ซิตี้ แลป (Lumphun City Lab)” ศูนย์รวมผู้คนในจังหวัดลำพูนที่มุ่งมั่นจะนำเสนอเมืองในรูปแบบใหม่ไปพร้อม ๆ กับการสงวนไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม จากขยะชุมชนสู่แสงสว่างของโคมยี่เป็ง ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กร ลำพูน ซิตี้ แลป จึงมุ่งหวังต่อยอดและพัฒนาเมืองให้เติบโตทันตามความเปลี่ยนแปลงในสังคมโดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเดิม ทั้งนี้เพื่อทำให้จังหวัดลำพูนกลายเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การแวะมาพักผ่อน พวกเขาเล็งเห็นว่าการเติบโตของวัฒนธรรมนั้นเริ่มต้นจากคนในชุมชนที่มีแนวทางการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เช่นประเพณี “โคมแสนดวง” หนึ่งในผลผลิตขององค์กรที่ผนวกเสน่ห์พื้นเมืองลำพูนเข้ากับความยั่งยืนของชุมชนได้อย่างงดงาม แสงไฟจากโคมนับแสนดวงที่เรียงรายละลานตาในช่วงเดือนตุลาคมจากเทศกาลโคมแสนดวงหรือประเพณีเดือนยี่เป็งนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวเมือง ภาพของแสงโคมที่ส่องสว่างไปทั่วนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาชมความสวยงามของโคมหลากสีที่ถูกสร้างสรรค์อย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นโคมเสมาธรรมจักร โคมดาว โคมไห โคมเงี้ยว เป็นต้น โคมเหล่านี้บางโคมทำมาจากโครงไม้ไผ่ ตกแต่งด้วยผ้าดิบหรือกระดาษสา แต่งแต้มด้วยสีเงินตัดกับทอง เดิมที เทศกาลโคมแสนดวงคือกุศโลบายของวัดพระพระธาตุหริญภุญชัยฯ ที่หวังให้งานเทศกาลนี้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว, สร้างอาชีพและรายได้ให้กับได้ให้กับชุมชนโดยใช้การประดิษฐ์โคมถวายขายในช่วงเทศกาล กลุ่ม ลำพูน ซิตี้ […]

เปิดโลกฝุ่น PM 2.5 วายร้ายในอากาศ ผ่านนิทรรศการ-ภาพฉายแบบล้ำๆ ที่ SX 2022

เปิดโลก ฝุ่น PM 2.5 วายร้ายในอากาศ ผ่านนิทรรศการ-ภาพฉายแบบล้ำๆ ที่งาน SX 2022 ในห้วงของการระบาดของโรคโควิด-19 มีคำพูดในเชิงขำขัน (และไปทางเสียดสีเล็กน้อย) ว่า คนไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่นั้นคุ้นชินกับการใส่หน้ากากอนามัยมาก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเสียอีก เพื่อป้องกันตัวจากสถานการณ์ของฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ . โดยผลกระทบจาก PM 2.5 อาจเปรียบเทียบได้กับการ ‘ตายผ่อนส่ง’ เนื่องจากอนุภาคของเล็กๆ ของฝุ่น คนเราจะหายใจเอาฝุ่นนี้เข้าไปสะสมในร่างกาย ที่เข้าไปในระยะยาว จะส่งผลให้เกิดอาการ เจ็บป่วย เช่น ระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ หลอดเลือดสมอง เป็นต้น . เมืองที่มีปัญหาเรื่อง PM 2.5 ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพลเมือง และเมืองที่พบปัญหาเช่นนี้คือเมืองที่ประสบปัญหาในเรื่องของความยั่งยืนในหลายๆ ด้าน . ในงาน Sustainability Expo 2022 งานมหกรรมเพื่อความยั่งยืน จึงได้มีการจัดนิทรรศการ “รู้จักฝุ่นเมือง Know Your PM2.5” ที่นำเสนอความรู้ของฝุ่น […]

เปลี่ยนกรุงเทพให้ดีขึ้นกับนิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism”

แบ่งปันข้อมูล ร่วมเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น กับนิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” เราใช้ชีวิตในทุกวันบนโลกที่รายล้อมไปด้วยข้อมูล จะดีกว่าไหม ถ้าเราได้ลองหยิบข้อมูลหรือรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตมาแบ่งปันกัน แล้วแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้ย้อนกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและชุมชน นี่คือข้อความที่ UddC หรือศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง สื่อสารผ่านนิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” ด้วยการพลิกวิธีอ่านกรุงเทพฯ และทำความเข้าใจเมืองผ่านกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟ กระตุ้นความรู้ความเข้าใจผ่านการแบ่งปันและมองเห็นข้อมูลจากภาพที่เห็นจริง ภายในพื้นที่จัดแสดงงานแบ่งออกเป็นสองส่วน เริ่มต้นส่วนแรกด้วยประตูขนาดยักษ์ที่เป็นได้ทั้งหน้ายิ้มหรือหน้าเศร้า แล้วค่อยส่งเราเข้าสู่ห้องแห่ง ‘ข้อมูลสามมิติ’ บอกเล่าพฤติกรรมการเคลื่อนที่ ความหนาแน่นของชุมชนเมือง และการเข้าถึงบริการเพื่อสาธารณะ (Public Facility) ผ่านเทคโนโลยีการฉายภาพลงบนวัตถุ หรือ Projection Mapping ทำให้ผู้ชมงานเห็นรูปแบบของการกระจุกตัวและกระจายตัวบนแผนที่กรุงเทพฯ​ ในมุมมองที่กว้างขึ้นและรอบด้าน กระตุ้นต่อมความช่างสังเกต และสามารถนำข้อมูลจากตาเห็นมาวิเคราะห์ได้แบบง่ายขึ้น โดยข้อมูลที่นำมาจัดแสดงภายในห้อง บอกเล่าชีวิตท้าทายที่กรุงเทพฯ จาก 4 จุดเจ็บปวดผ่านงานศึกษาวิจัยของโครงการ Open Data For a More Inclusive City ที่ UddC ทำร่วมกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ […]

กิจกรรมชดเชยคาร์บอน หนึ่งหนทางแก้วิกฤติโลกร้อน

ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น นำมาซึ่งความร่วมมือของทั่วโลกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้นวัตกรรมดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องการให้เอสซีจีเปิดเผยและจัดการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับการออกกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และการแข่งขันในตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำ เอสซีจีจึงตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามความตกลงปารีส ซึ่งมีเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส และการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 โดยกำกับดูแลและดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตามแนวทางสากลในทุกหน่วยธุรกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในด้านพลังงาน เอสซีจีมีแผนลดการใช้พลังงาานฟอสซิล ปรับมาใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนและพลังงานทดแทน รวมไปถึงปรับแผนบริหารจัดการในกระบวนการผลิต ในปัจจุบัน เอสซีจีได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผลิตสินค้าที่มีฉลาก SCG Green Choice เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่มีความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ในด้านของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เอสซีจีได้ใช้หลักการเศรษฐกิจหมนุนเวียนในหน่วยธุรกิจของเอสซีจี รวมไปถึงการบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศแบบธรรมชาติ พาเรากลับสู่ธรรมชาติ นอกจากแผนการปฏิบัติงานภายในองค์กรแล้ว องค์กรธุรกิจทั่วโลก รวมถึงเอสซีจี ต่างให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศแบบธรรมชาติ (Natural Climate Solutions: NCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศที่ควบคุมกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อลดหรือกำจัดก๊าซเรือนกระจก เพื่อกระตุ้นการนำ NCS ไปใช้ในวงกว้าง โดยแนวทางปฏิบัติ NCS ครอบคลุมตั้งแต่วิธีการปฏิบัติและนโยบายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงเพิ่มและรักษาพื้นที่กักเก็บคาร์บอน เช่น การเพิ่มและรักษาพื้นที่ป่าบนบกและชายฝั่งตามธรรมชาติ รวมไปถึงการบูรณาการแผนบริการจัดการพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ในต่างประเทศ โครงการที่เกี่ยวกับ NCS ได้เกิดขึ้นในหลายระบบนิเวศทั่วโลก โดยจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟู […]

จับมือพาร์ทเนอร์ธุรกิจ สร้าง Net Zero Supply Chain มุ่งสู่ Net Zero 2050 ไปด้วยกัน

เพราะเป้าหมาย Net Zero ต้องมาจากการผลักดันในหลายภาคส่วนของสังคม เอสซีจี ในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน จึงมุ่งสร้างพันธมิตรทั้งภาคธุรกิจ – ภาคการวิจัยและเครือข่ายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายสังคมไร้คาร์บอนอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกรวน กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ตัวการสำคัญคือ Green House Gas (GHG) หรือ ก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงได้อย่างง่ายๆ ดังนั้นในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เมื่อปี 2021 จึงมีมติให้ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงจากมาตรการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่นโยบาย “Net Zero” หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นภูมิอากาศให้ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ จากมติดังกล่าว ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือการปล่อยคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศให้เท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ถูกดูดซับกลับคืนมาภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2608 (ค.ศ. 2065) เพื่อให้เป้าหมาย ‘เพื่อโลก’ ดังกล่าวนี้ประสบความสำเร็จภายในช่วงเวลาไม่ถึง […]