Photography Archives - National Geographic Thailand

ภาพถ่ายกับความจริง : มุมมองในประวัติศาสตร์ภาพถ่ายของโลก

ภาพถ่ายกับความจริง : หลังจากที่โลกได้รู้จักกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1839 (182 ปีก่อน) สังคมในเวลานั้นเชื่อว่า นี่คือเครื่องมือที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถบันทึกภาพสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างจิตรกรหรือนักวาดภาพที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ผ่านฝีแปรงและลายเส้น ซึ่งอาจเจือปนด้วยความคิด ความรู้สึก และจินตนาการของศิลปินแต่ละคน จนกระทั่งปีถัดมา (ค.ศ. 1840) มีการเผยแพร่ภาพถ่ายศพผู้ชายจมน้ำในประเทศฝรั่งเศส ข้างหลังภาพมีคำบรรยายว่า นี่คือศพของอิปโปลีท ไบยาร์ (Hippolyte Bayard) ผู้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดแม่น้ำ เพราะผลงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับ เขาตายมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครมารับศพ จนศพเริ่มเน่าอืด ท้ายข้อความลงชื่อด้วยตัวผู้ตายเอง สร้างความฉงนให้กับสังคมในเวลานั้น อันที่จริง ภาพถ่ายนี้เป็นภาพที่ไบยาร์จัดฉากถ่ายตัวเองเป็นศพ เพื่อประท้วงการที่รัฐบาลฝรั่งเศสมองข้ามผลงานของเขาที่ได้คิดค้นกระบวนการถ่ายภาพแบบ direct positive ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกระบวนการแบบดาแกโรไทพ์ (daguerreotype) เพียงแต่ใช้กระดาษอาบน้ำยาเป็นตัวรับแสงแทนแผ่นโลหะเคลือบเงิน ภาพนี้ถือเป็น “ภาพถ่ายปลอม” (fake photo) ใบแรกของโลก และที่สำคัญ เป็นครั้งแรกที่มีการตั้งคำถามว่า ภาพถ่ายสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้จริงหรือ? คำถามเชิงปรัชญานี้สวนกระแสความเชื่อในยุคนั้นว่า ภาพถ่ายสามารถบันทึกข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นกลางแบบวิทยาศาสตร์และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง เพราะเป็นการบันทึกภาพของแสงที่สะท้อนจากวัตถุที่มีอยู่จริงในโลก คนสมัยนั้นเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏในกล้องถ่ายรูปมีลักษณะเหมือนกับภาพที่ปรากฏบนจอประสาทตาของมนุษย์ ———– แต่ในยุคนั้นยังไม่มีการถกเถียงประเด็น […]

ภาพเล่าโลกในรอบปี 2021 : โควิด-19

ปี 2021 การระบาดใหญ่ทั่วโลกกระชากอารมณ์ของเราขึ้นลงราวกับรถไฟเหาะ วัคซีน โควิด-19 ใหม่ๆ ช่วยสร้างความหวังและการกลับคืนสู่วิถีชีวิตปกติอีกครั้ง แต่ความพยายามสร้างภูมิคุ้มกันกลับต้องเผชิญกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและความขาดแคลน ขณะที่ชีวิตประจำวันค่อยๆ หวนคืนสู่จังหวะเดิม ไวรัสยังคงเป็นภัยคุกคาม ปีนี้ควรเป็นปีแห่งชัยชนะ ปีที่เราเอาชนะ โควิด-19 ได้ วัคซีนปฏิวัติวงการซึ่งพัฒนาด้วยความเร็วยิ่งยวดจากเทคโนโลยีพันธุกรรมที่ค้นคว้าและปรับแต่งตลอดหลายสิบปี กระจายออกไปในการรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การปิดเมือง การกักตัว การสวมหน้ากากอนามัย และพิธีศพที่แทบไม่มีคนเข้าร่วม จะหลีกทางให้การเปิดพรมแดน การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว และเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้นอีกครั้ง ในปี 2021 ชีวิตควรกลับสู่ภาวะปกติ ทว่าสิ่งที่เราไม่รู้คือการรณรงค์ฉีดวัคซีนจะชะงักงัน ในสหรัฐอเมริกา คนหลายล้านหันหน้าหนีวัคซีน ทั้งๆที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงในฤดูหนาว ตามมาด้วยอีกระลอกในฤดูร้อน นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบข้อมูลใหม่ๆและปรับเปลี่ยนคำแนะนำทำให้ผู้คนคลางแคลง ข้อมูลเท็จและยาปลอมแพร่กระจายเร็วพอๆกับไวรัส ผู้คนกล่าวหาว่าวัคซีนเป็นการควบคุมรูปแบบหนึ่งของรัฐบาล การสวมหน้ากากอนามัยคือการละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคล ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศในโลกก็แค่ไม่มีวัคซีนให้ฉีดอย่างน่าเห็นใจ ขณะที่เราโยนโอกาสสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ทิ้งไป ไวรัสก็ฉวยโอกาส ซาร์ส-โควี-2 ทวีจำนวนจนเกิดการกลายพันธุ์นับไม่ถ้วน และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมแต่ละครั้งหมายถึงโอกาสที่ไวรัสจะอันตรายมากขึ้นด้วยการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน ติดเชื้อในเซลล์ได้ง่ายขึ้น ก่อโรคที่มีอาการรุนแรงขึ้น และแพร่กระจายข้ามพรมแดน แล้วไวรัสสายพันธุ์ใหม่ก็เกิดขึ้น ได้แก่ อัลฟาในสหราชอาณาจักร เบตาในแอฟริกาใต้ แกมมาในบราซิล เดลตาในอินเดีย เดลตาทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้นและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตยิ่งกว่าสายพันธุ์ใดๆ มันแพร่ไปทั่วประเทศที่มีประชากรอันดับสองของโลกด้วยความดุดันไม่ลดละ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์มือเป็นระวิง […]

31 ภาพมอบความสุข จากคลังภาพ National Geographic

Heather Kim เป็นบรรณาธิการหมวด Photo of the Day ของ National Geographic ผู้รวบรวมและคัดเลือกภาพแห่งความสุขจากคลังภาพของเรา ในแกลเลอรี่นี้ เราจะมองเห็นความสุขและสัมผัสความอบอุ่นได้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกผ่านเลนส์กล้องของช่างภาพจากหลายพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก ภาพเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวหลากหลาย ถึงแม้เวลาจะผันผ่านไป แต่ความรู้สึกอบอุ่น เป็นสุข และเปี่ยมความหมายยังคงมนต์ขลังไม่มีเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การทักทายกันของช้าง วงดนตรีเม็กซิกันขับกล่อมคู่บ่าวสาว การแลกการ์ดคริสต์มาสในแอนตาร์ติกา หรือครอบครัวเกาหลีกำลังทำมันดู (เกี๊ยว) สำหรับงานเฉลิมฉลอง ทั้งหมดเพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับปีใหม่แห่งความหวังในปี 2565 นี้   ครอบครัวช้าง ฉบับเดือนกันยายน 2008 บันทึกเรื่องราวครอบครัวช้าง ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตสงวนแห่งชาติแซมบูรู ประเทศเคนยา ภาพนี้คือช้างพลายชื่อ Boone กำลังทักทายกับแม่ช้างพังหัวหน้าเผ่าที่ชื่อ Maya และลูกสาวของเธอ   งานแต่งงาน และการเฉลิมฉลอง ภาพนี้จากฉบับเดือนธันวาคม 1990 วงดนตรี Mariachi บรรเลงเพลงให้กับคู่แต่งงานใหม่ระหว่างทางไปงานแต่งงานของพวกเขาใน San Miguel de Allende ประเทศเม็กซิโก ดนตรีประเภทนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และถูกบันทึกให้เป็น […]

29 ภาพผู้คนแห่งปี 2021 กับภาพสะท้อนความเป็นไปของมนุษย์ยุคใหม่

2021 เป็นปีแห่งความสับสนวุ่นวาย แต่ช่างภาพของ National Geographic ยังคงบันทึกภาพช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ ผ่านระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ใบหน้าของผู้คนถูกบดบังด้วยหน้ากากอนามัย อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทั่วทุกมุมโลก ไวรัสตัวนี้ยังคงกลายพันธุ์และแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่หลายส่วนของโลกยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ความเป็นจริงใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2021 คือรัฐบาล สังคม และผู้คน จำเป็นต้องปรับการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อความปลอดภัยสำหรับส่วนรวม จากความพยายามทั้งเรื่องมาตรการป้องกันและการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชน ช่วยลดความเสี่ยงของโควิด-19 ไปได้ระยะหนึ่ง จนในที่สุดทำให้ผู้คนหลากหลายประเทศสามารถถอดหน้ากาก และทำกิจกรรมรวมกลุ่มกับคนที่รักได้อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ทั่วโลกยังคงต้องพบกับช่วงเวลาสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่จุดจบของกองทัพสหรัฐในอัฟกานิสถาน ไปจนถึงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมอย่างกล้าหาญในโคลอมเบีย ตลอดช่วงปีที่ยากลำบากมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ช่างภาพของ National Geographic ได้ทำการบันทึกภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกับการดำรงอยู่ของจิตวิญญาณมนุษย์   งานสุดเสี่ยงในฐานะผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม Ati Quigua ชนพื้นเมืองจาก Arhuaco ทำพิธีกรรมเพื่อปกป้องแม่น้ำในเทือกเขา Sierra Nevada de Santa Marta ในเมือง Cesar ประเทศโคลอมเบีย เธอทำการประท้วนการทำเหมืองและโครงการขนาดใหญ่ที่คุกคาทรัพยากรธรรมชาติ ใน Sierra Nevada ซึ่งเป็นเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก โคลอมเบียเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม […]

วิถี ควายชน ชีวิตของคนกับควาย

วิถี ควายชน ชีวิตของคนกับควาย หลังจากจบบทสนทนากับผู้ใหญ่ท่านนึง ณ จังหวัดบ้านเกิดของข้าพเจ้า(สุราษฎร์ธานี) ” โอ้ย อย่าว่าแต่ควายชนเลยยย แค่ควายตัวเป็นๆเด็กๆสมัยใหม่ยังหาดูไม่ได้ ” ประโยคข้างต้น จึงเป็นที่มาของสารคดีภาพชุดนี้ ด้วยหลายคนอาจมองเห็นเป็นการทารุณสัตว์ ความรุนแรง การพนัน และสิ่งไม่ดีต่างๆอีกทั้งหลาย แต่อยากให้ลองมองอีกด้านนึง ซึ่งอาจจะมีอะไรแอบแฝงไว้มากกว่านั้น ทำให้การชนควายเป็นมากกว่าการพนันชนควาย เกิดขึ้นเป็น ” ประเพณีชนควาย ” เกิดขึ้นมาให้ได้ศึกษา ณ อีกด้านหนึ่งของเกาะสมุย – และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 1. ย้อนกลับไปเป็นเวลานานมาแล้ว ทั้งเกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งขึ้นชื่อของพันธ์มะพร้าว ทั่วทุกพื้นที่อุดมไปด้วยป่ามะพร้าว จึงจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากควาย เอามาเทียมเกวียนเป็นหลักในการออกไปเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้วยต้องขึ้นเขา ลงห้วย เดินในที่ราบหรือบนหาดทรายตามแต่เจ้าของจะพาไป ควายที่นี่จึงตัวใหญ่และมีกล้ามเนื้อที่แตกต่างออกไปจากควายทั่วไปที่ไว้ใช้ ไถนา มะพร้าวจะมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 5 – 6 ครั้งต่อปี เมื่อถึงยามว่างเว้นจากการเก็บเกี่ยวมะพร้าว ในช่วงนี้จากควายที่เคยออกกำลังอยู่เสมอ จะทำให้ควายอยู่นิ่งไม่เป็นต้องหาทางแสดงออก และจะยิ่งเป็นมากในช่วงเป็นสัด ควายจะแสดงออกโดยการขวิดคันดิน โคนมะพร้าว […]

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ

“ แม่ตาวคลินิก ” สถานพยาบาลเพื่อชาวพม่าและผู้ไร้สัญชาติ จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่าจากทั่วโลกมี 57 ประเทศที่ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ของการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศพม่าเพื่อนบ้านของเราด้วยโดยมีสถิติทางการแพทย์ของประเทศพม่าพบว่า แพทย์เพียง 4 คนต้องรับภาระดูแลประชากรถึง 10,000 คน ผลจากการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์นี้มีผลกระทบอย่างมากต่ออัตราการเกิดของเด็กในประเทศพม่าโดยพบว่าการคลอดบุตรในประเทศพม่ามีอัตราการตายของทารกสูงถึง 122 รายต่อการเกิดของทารก 1,000 คน จัดเป็นตัวเลขที่สูงและน่าเป็นห่วง แม่ตาวคลินิกถูกก่อตั้ง โดย ซินเธีย หม่อง แพทย์หญิงชาวพม่า ในปี พ.ศ. 2531 โดยมีสถานที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ฝั่งอำเภอแม่สอด จ.ตาก คลินิกแห่งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากแพทย์อาสาทั่วโลกที่เดินทางมาช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งเงินทุนจากผู้มีจิตศรัทธาและการช่วยเหลือขององค์กรอิสระทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าผู้ป่วยบางรายจะต้องเดินทางไกลมาจากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของพม่าโดยใช้ระยะเวลานาน 10 วันเพื่อมารักษาที่คลินิกแห่งนี้ โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาต่อปีมีจำนวนมากกว่า 170,000 คน ปัจจุบันแม่ตาวคลินิกยังคงให้การดูแลผู้ป่วยชาวพม่าและผู้ป่วยไร้สัญชาติอยู่อย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องและภาพ ลิปปนนท์ พิพัฒน์อนันต์ รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม […]

9,000 ตัน (จำนวนขยะในกรุงเทพมหานคร)

9,000 ตัน ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งย่อมหมายถึงการใช้สอยและบริโภคสินค้ามากที่สุดด้วยเช่นกัน จนเป็นที่มาของขยะวันละ 9,000 ตัน ขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร หลังจากข้าวของที่ซื้อมากลายสภาพเป็นสิ่งไร้ค่าที่รอวันทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยการเผาหรือการฝัง หนทางในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลของกรุงเทพมหานครนับวันมีแต่จะตีบตัน สวนทางกับตัวเลขปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ยิ่งผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้น และอนาคตที่ชาติอาเซียนกำลังขยับขยายสู่เออีซี ทำให้มหานครแห่งนี้ยิ่งต้องเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะใหญ่โตจนเกินมือ เพราะการฝังกลบขยะและการเผานั้นเห็นชัดแล้วว่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน การแก้ไขที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังให้เยาวชนและภาคประชาชนเริ่มแยกขยะและลดการใช้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนเท่านั้น เรื่องและภาพ อิศเรศ สงวนนาม รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

เดินทางสำรวจชีวิตบน รถไฟอินเดีย เส้นทางยาวที่สุด

ภาพถ่ายชีวิตบน รถไฟอินเดีย เส้นทางยาวที่สุด ภายใต้ความปั่นป่วนที่ไม่มีวันหยุดของเหล็ก, ไม้ และฝุ่น ขบวน รถไฟอินเดีย มีเรื่องราวมากมายยาวนานมากกว่าศตวรรษ ระบบขนส่งมวลชนนี้ได้แสดงออกถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ “มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่, งดงาม และน่ารังเกียจในเวลาเดียวกัน” แมตธิว พาเลย์ ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ใช้เวลา 5 วัน 4 คืน เดินทางไปกับ Vivek Express เริ่มต้นที่จุดใต้สุดของอินเดียกล่าว ขบวน รถไฟอินเดีย ผ่านเส้นทางความยาว 4,243 กิโลเมตรขึ้นไปทางตอนเหนือ จากเมืองกัญญากุมารีไปสู่เมืองดิบูร์การ์ ภายใต้ดวงอาทิตย์อันร้อนแรงเหนือเส้นศูนย์สูตร เส้นทางดังกล่าวคือ เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในอนุทวีปอินเดีย “ผู้คนต้องการเวลา” พาเลย์กล่าว “เราอาศัยอยู่ในโลกที่แข่งขันกับเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ต้องทำให้เร็วขึ้นๆ ดังนั้นผมจึงรักรถไฟ เพราะมันเป็นสถานที่ที่คุณจะรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ช้าลง” รถไฟอัน “เชื่องช้า” นี้มีประวัติย้อนไปถึงในศตวรรษที่ 19 เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้ขับเคลื่อนโลกให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ บรรดาผู้คนโรแมนติกพากันเตือนว่า ความรวดเร็วในยุคสมัยใหม่จะก่อให้เกิดกรงขังขึ้นมาในตัวเรา ทำให้เราสูญเสียความหมายและการมองเห็นตนเอง ดังนั้นแล้ววิธีที่พวกเขาแนะนำคือ ชะลอตัวลงหน่อย “ภาพถ่ายที่ผมโปรดปรานมักเกิดขึ้นในขณะที่ผมเชื่องช้า แต่กับรถไฟอินเดียมันไม่ง่ายเลย” […]

ภาพถ่ายแห่งความไม่เท่าเทียมจากทั่วโลก

ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นทื่เพื่อนบ้านที่ติดกันแสดงให้เห็นว่าบรรดาเมืองต่าง ๆ รอบโลกพัฒนาจนเกิด ความไม่เท่าเทียม ได้อย่างไร ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนเปิดเผยการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจภายในเมือง ถนน คลอง รั้ว กลายเป็นเครื่องกีดขวางแบ่งแยกพื้นที่ซึ่งแบ่งแยกคนรวย คนจน และ ความไม่เท่าเทียม ชุดภาพถ่ายที่ชื่อว่า “ฉากแห่งความไม่เท่าเทียม” (Unequal Scenes) โดยจอห์นนี มิลเลอร์ ได้เล่าเรื่องเน้นไปยังการพัฒนาเมืองที่เกิด ความไม่เท่าเทียม ทั้งเพิงชั่วคราวในชุมชนแออัดที่ตั้งชนกับพื้นที่ความเจริญในนครมุมไบ ประเทศอินเดีย การมีพื้นที่ว่างเปล่ามากมายในเมืองหนึ่งของดีทรอยต์ซึ่งมีสภาพตรงกันข้ามกับพื้นที่บ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งมีความเจริญกว่า รั้วไฟฟ้าส่งเสียงหึ่งบริเวณรอบๆ ชุมชนที่ของคนมีอันจะกินในประเทศแอฟริกาใต้ ภูมิทัศน์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบรรดาเครื่องขีดขวาง ทั้งจากที่มนุษย์ทำขึ้นและสิ่งอื่นๆ ที่ส่งเสริมความไม่เท่าเทียมกันในแต่ละเมือง เรื่อง SYDNEY COMBS ภาพ JOHNNY MILLER อ่านเพิ่มเติม ความเท่าเทียมทางเพศ : คำถามที่สังคมไทยต้องขบคิด

ปอยต้นธี เสาศักดิ์สิทธิ์ วิถีแห่งความเชื่อ

ปอยต้นธี เสาศักดิ์สิทธิ์ วิถีแห่งความเชื่อ เสาศักดิ์สิทธิ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นธี” มีความเชื่อเกี่ยวกับต้นหว้าที่เปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์และความผูกพันธ์กับป่า หนึ่งปีจะมีการปลูกต้นศักดิ์สิทธิ์ิ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีขอฝน และทำนายดวงชะตาของหมูบ้านในรอบปี ด้วยการคาดคะเนจากลักษณะของกระดูกขาไก่ ปอยต้นธีเป็นงานบุญปีใหม่ที่มีญาติพี่น้องมิตรสหายจากต่างถิ่นที่มาเยี่ยมเยียน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ ความผูกพันธ์ต่อธรรมชาติ และของสองชนเผ่าที่มีต่อกันมายาวนานของชาวกะเหรี่ยงคอยาวและกะเหรี่ยงแดง เรื่องและภาพ จิตรภณ ไข่คำ รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย ไทยและพม่ามีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวได้คือทุกวันนี้มีชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากมายหลายแสนคน บ้างก็ลักลอบเข้ามาขายแรงงาน บ้างก็หลบหนีภัยสงครามเข้ามาตั้งรกราก บ้างเข้ามาในฐานะของการใช้ศาสนาประจำชาติร่วมกัน ซึ่งเราปฏิเสธได้ยากว่ามีชาวพม่ามากมายในบ้านเมืองเรา หากนับตั้งแต่หลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตแล้วนั้น ความสัมพันธ์แค่ 65 ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดความผูกพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้ที่มีมาอย่างยาวนาน แต่หากมองอย่างความเสมอภาคและความทัดเทียมนั้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนพม่ากับคนไทยในบ้านเมืองเรานี้ยังมีอยู่มาก อาจจะเนื่องมาจากประวัติศาสตร์หรือการนำเสนอของสื่อ ถึงอย่างไรก็ตาม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอแง่มุมบางประการที่สอดคล้องและมีความสัมพันธ์กันเชิงปฏิสัมพันธ์ในฐานะที่อาศัยบนแผ่นดินผืนเดียวกัน และโครงสร้างภาพรวมโดยผ่านทัศนคติของผู้นำเสนอ เรื่องและภาพ อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม “ไตแลง” ยอดดอยแห่งความหวัง

ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย

ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย “หากไม่เปิดเปลือยจะไม่รู้ว่ามีความงามใดซ่อนอยู่ หากไม่สังเกต อาจหลงเข้าใจว่า บุรุษนุ่งเตี่ยวยืนกลางลำธารใสเย็น” ผมเดินทางมาที่อมก๋อย อำเภอริมสุดทางใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ด้วยความเชื่อ จากพื้นราบผ่านเส้นทางคดโค้งหลายสิบยอดดอย หลายสิบหย่อมชุมชนของชาวกะเหรี่ยง 2 กลุ่มใหญ่ที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน เพื่อหวังทำความเข้าใจในคติความเชื่อและรากทางความคิดต่อศิลปะเฉพาะที่กำลังจะสาบสูญในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ในอดีตทุกชุมชนในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เมื่อบุรุษย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดลวดลายโบราณที่มีแบบแผนจากรุ่นสู่รุ่น แต่ต้องแลกมาด้วยความอดทนซึ่งอาจหมายถึงชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในทุกสิบคนจะมีคนเสียชีวิตสองถึงสามคนเสมอ ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงสำหรับชาวกะเหรี่ยง เป็นความภาคภูมิใจที่จะปรากฏอยู่บนเรือนร่างและคงอยู่ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต สิ่งนี้คือความงามและรูปแบบเฉพาะ ถือเป็นตัวแทนของศิลปะบนเรือนร่างของชายชาวกะเหรี่ยง พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า หมึกขาลายหรือการสับขาลาย คือการสักบริเวณใต้หัวเข่าขึ้นมาจนถึงบริเวณเอวเหนือสะดือ ขาทั้งสองข้างมีกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบวงกลมเว้นช่องว่างให้เห็นเนื้อหนังบางส่วน ภายในเป็นลวดลายภาพสัตว์ต่าง ๆ หมึกสีดำที่ใช้มีส่วนผสมจากน้ำดีของสัตว์หลายชนิดร่วมกับว่าน ปัจจุบันความภาคภูมิใจเหล่านี้กลายเป็นเพียงสิ่งตกค้างจากวันเวลา ชาวกะเหรี่ยงอายุน้อยกว่า 50 ปีในพื้นที่อำเภออมก๋อย คิดเป็นประชากรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 แทบไม่ปรากฏการสับขาลายอีกเลย เรื่องและภาพถ่าย ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2016 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม รอยสักไทย เส้นสายลายลักษณ์แห่งศรัทธา

สร้างพระใหญ่

สร้างพระใหญ่ ปัจจุบันการสร้างศาสนวัตถุ “องค์พระใหญ่” มีมากขึ้นจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เชื่อว่า การสร้างพระพุทธรูปนั้นได้อานิสงส์มาก พวกเขาจึงไม่รีรอเมื่อมีโอกาสร่วมบุญในลักษณะการสร้างพระที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การก่อสร้างแทบไม่มีข้อจำกัด การสร้างพระใหญ่มีประเด็นหลักอยู่ที่งบประมาณ องค์พระใหญ่ที่วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 106 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 16 ปีจึงแล้วเสร็จ การก่อสร้างองค์พระใหญ่จัดเป็นงานอาคารสาธารณะที่ต้องมีการออกแบบและก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่วัดเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี กำลังมีการก่อสร้างองค์พระใหญ่เชียงแสน ความสูง 70 เมตร หน้าตักกว้าง 45 เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับพื้นดิน 92 เมตร เป็นโครงการก่อสร้างที่ต้องมีการควบคุมอย่างถูกต้องและรัดกุม เมื่อมีการสร้างพระใหญ่จึงเห็นการระดมทุนหลายวิธี โดยเฉพาะตามงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่บ้านหนองปลิง ตำบลโคกม่วง จังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรหาเงินปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างพระเจ้าใหญ่ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 35 เมตร ในขณะเดียวกันแรงศรัทธานี้อาจกลายเป็นช่องให้มิจฉาชีพหลอกลวงชักชวนให้ผู้ใจบุญตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ดังเหตุการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการพระใหญ่ชัยภูมิที่มีความสูง 199 เมตร หน้าตักกว้าง 99 เมตร โดยมีความกังวลเรื่องความโปร่งใสในเงินบริจาค 3.2 แสนล้านบาท ณ […]

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ เสียงบีบเเตรรถจี๊ปนีย์ ท่ามกลางการจราจรที่แออัดในกรุงมะนิลา อัลวิน โลบริกาโด ทำอาชีพยอสซี่บอย(คนขายบุหรี่) ตามสี่แยกไฟแดง กล่าวว่า “เวลาเร่งรีบในช่วงเช้าของกรุงมะนิลาเป็นเวลาทองในการขายบุหรี่ผู้คนชอบซื้อบุหรี่เวลารถติด ๆ” อัลวินวัย 48 ปี มาจากภูมิภาคบีโกล ทางใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาย้ายเข้ามาอยู่ในสลัมบนพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งคนในพื้นที่แถวนั้นรู้จักกันในชื่อปายาตัสดั๊มไซต์ ตั้งแต่ปี 1994 อัลวินอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีภรรยาและลูก ๆ อีก 8 คนในบ้านหลังเดียวกัน คริสตินา ภรรยาของอัลวิน ทำอาชีพรับจ้างซักผ้าและทำความสะอาด ทั้งคู่มีความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของศาสนาคริสต์ ผมตั้งคำถามกับเมอา ลูกสาวคนโตวัย 20 ปี ซึ่งมีลูกสาววัยสองขวบชื่อ โจนา หลานคนเเรกของคุณตาอัลวินและคุณยายคริสตินาว่า “คุณไม่คิดจะคุมกำเนิดหรือวางเเผนครอบครัวบ้างหรือ” เธอตอบสั้น ๆ ว่า “เด็กทุกคนเป็นพรและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตเขาค่ะ” ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีประชากร 101,802,706 คน โดยเฉลี่ยมีประชากร 66,140 คนต่อพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และในบางพื้นที่ที่เป็นสลัมอาจมีประชากรหนาแน่นถึง 171,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ลำพังกรุงมะนิลาเพียงเมืองเดียวก็มีประชากรมากถึง […]

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน ในบันทึกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงการพบเห็นนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวนนับพันนับหมื่นตัวมาทำรังวางไข่ที่ทุ่งมะค่า จังหวัดนครราชสีมา ครั้น 40 ปีให้หลังมีบันทึกการพบฝูงนกกระเรียนบินผ่านน่านฟ้าไทยเมื่อ พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย นั่นคือการพบเห็นนกกระเรียนบินเป็นฝูงครั้งสุดท้าย นกกระเรียนพันธุ์ไทยถูกขึ้นบัญชีในสถานะสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยนานแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือ ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับยังมีนกกระเรียนเดินทางและอาศัยอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ   ข้อมูลจาก ดร.จอร์จ ดับเบิลยู. อาร์คิบาลด์ ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงพื้นที่ติดสัญญาณตามนกกระเรียนพันธุ์ไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ระบุว่า มีนกกระเรียนทำรังวางไข่และหากินอยู่บริเวณลุ่มนํ้าอิรวดีทางตอนกลางของประเทศเมียนมาร์ (พม่า) รวมทั้งที่ลาว เวียดนามและพื้นที่ชุ่มนํ้าในประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่นกพวกนี้เป็นนกกลุ่มเดียวกัน เพราะเหตุใดจึงไม่เลือกพื้นที่ในไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางของเส้นทางโคจร โครงการคืนนกกระเรียนสู่ธรรมชาติของไทย เริ่มจากการรับบริจาคลูกนกที่จับได้ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประชาชนผู้ครอบครองได้นำมามอบให้สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นผู้ดูแลและเพาะเลี้ยง วันชัย สวาสุ หัวหน้าโครงการนกกระเรียนของสวนสัตว์นครราชสีมา เล่าว่า การขยายพันธุ์ในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะประสบผลสำเร็จต้องใช้เวลามากกว่าเจ็ดปีจึงได้ลูกนกสองตัวแรกเมื่อปี 2540 และจากนก 27 ตัว ในเวลาต่อมาได้เพาะขยายพันธุ์เป็นพ่อแม่พันธุ์ทั้งสิ้น 98 […]

คลื่นชีวิตกลางทะเล

คลื่นชีวิตกลางทะเล การเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาที่รุดหน้า การพัฒนาการของสิ่งรอบกายไม่เคยหยุดอยู่กับที่ คนทั่วไปที่ใช้ชีวิตแอบอิงวิถีที่แข่งขันจึงมีภูมิคุ้มกันในสังคมโลกยุคโลกาภิวัตน์ แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มเล็กๆในท้องทะเลอันดามันของประเทศไทย ที่ขาดภูมิคุ้มกันในด้านการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ กรปรกับการดูแลของภาครัฐที่ดูแลไม่ทั่วถึง จึงทำให้ชีวิตของญาติพี่น้องพวกเขาบางครั้งก็ต้องดำเนินไปด้วยความอดสู แม้ในอดีตจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญในการใช้เป็นเครื่องมืออ้างสิทธิ์ในดินแดนทางชายฝั่งทะเลก็ตาม หากจะพูดถึง ชาวเลในประเทศไทย ซึ่งกระจายอยู่บริเวณชายฝั่งและหมู่เกาะในท้องทะเลอันดามัน โดยจะแบ่งเป็น 3 ชาติพันธุ์ คือ มอแกน(สิงทะเล) มอแกลน(สิงบก) และอูรักลาโว้ย ซึ่งเป็นชาวเลกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานอยู่ถาวร ทำอาชีพประมง รับจ้างทั่วไปจนซึบซับวิถีคนเมืองและการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในชีวิตประจำวัน ชาวเล มักตั้งรกรากกับผืนทะเลอันสวยงาม ซึ่งอนาคตของชีวิตในผืนดินราคาแพงกลับอยู่บนความไม่แน่นอนของเงาอิทธิพล เมื่อพื้นที่ของการจัดสรรที่ดินให้กับชาวเลเพื่อตั้งบ้านเรือนและสร้างชุมชน มีเอกสารสิทธิ์ซ้อนทับ แม้แต่พิธีการต่างๆจะเริ่มขึ้นที่หลาโต๊ะเก่าแก่ตั้งอยู่รอบบริเวณที่ดินของเอกชน ซึ่งการจะเข้าไปทำพิธีจะต้องขออนุญาตผ่านเจ้าของที่ดินรอบข้างเสียก่อน แล้วนับประสาอะไรกับบ้านเรือนของชาวเลที่ปัจจุบันนี้เกาะที่เป็นเหมือนบ้านบรรพบุรุษกลับกลายเป็นคนนอกขออยู่อาศัยที่แสนลำเค็ญ หรือแม้กระทั่งสวัสดิการต่างๆที่ควรจะได้รับ ซึ่งแม้แต่บัตรประชาชนอันเป็นความปรารถนาที่สุดของชีวิต โดยปัจจุบันเป็นเพียงราษฎรที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน การออกไปไหนมาไหนบนฝั่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือแม้แต่สวัสดิการด้านสาธารณสุขยิ่งมืดมน หากเป็นชาวเลที่อาศัยอยู่ตามเกาะยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ยังเข้าไม่ถึง ไฟฟ้า ถนน สะพาน ทำให้ชีวิตของพวกเขายังคงต้องดำรงเสมือนคนเร่ร่อนทั้งๆที่รอบตัวเขาพัฒนาไปไกลแล้วก็ตาม คนไทยกับชาวเล ก็คือคนเชื้อชาติเดียวกัน คล้ายครั้งเราใช้ประโยชน์จากพวกเขาเพื่ออ้างสิทธิ์ในดินแดนว่าเคยมีคนไทยอาศัยอยู่ แต่น่าเสียใจเมื่อในหลายๆที่ พวกพี่น้องของเค้ายังไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากทางภาครัฐเลย วันนี้ชาวเลที่เข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมเหลืออยู่เพียงคนวัยชราเพียงไม่กี่คน อนาคตของความเป็นตัวตนของพวกเขากำลังนับถอยหลัง เพราะชาวเลยุคใหม่ไม่ให้สนใจของดั้งเดิมอีกแล้ว พรุ่งนี้ชาวเลที่กำลังจะมาถึง เขาอาจจะหลับไปแล้วตื่นมาพร้อมกับความเป็นตัวตนที่ฝังอยู่ใต้สุสานในหมู่บ้านโดยไม่มีวันหวนกลับก็ได้ เรื่องและภาพ กิตติธัช โพธิวิจิตร […]

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของชีวิตที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน ไม่ว่าจะมีเลข 13 หลักหรือไม่ก็ตาม และไม่มีใครหนีพ้นวัฏสงสารไปได้ “ผู้ป่วยที่ไม่มีเลข 13 หลัก” เป็นภาพถ่ายสารคดีที่นำเสนอการดำรงชีวิตในวังวนแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของคนที่ไม่มีบัตรประชาชนหรือที่เรียกกันติดปากว่า “คนต่างด้าว” พวกเขาเดินทางข้ามพรมแดนจากแผ่นดินบ้านเกิดเพื่อมารักษาตัวในประเทศไทยที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก บางคนหลบหนีเข้าเมือง บางคนเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีข้อจำกัดบางประการที่กำหนดสิทธิของผู้คนเหล่านี้ พวกเขามีทางเลือกน้อยมากทั้งในด้านการดำเนินชีวิต จนถูกทำให้กลายเป็นคนชายขอบกลุ่มน้อยกว่า 50 ครอบครัว ที่อาศัยกิน-อยู่-หลับ-นอน ไปจนถึงเจ็บและตายกลางกองขยะบนพื้นที่ 40 ไร่ ด้วยลมหายใจที่อ่อนล้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ แต่สำหรับพวกเขา ขยะมูลฝอยวันละ 70 ตันคือขุมทรัพย์ได้เปล่าที่ใช้เลี้ยงชีพ เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลที่ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน เรื่องและภาพ สายสุนีย์ ผิวอ่อนดี รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย    […]