Travel Archives - National Geographic Thailand

เปิดมุมมองโลกใต้ทะเลแบบใหม่ไปกับการดำน้ำแบบฟลูออเรสเซนต์ยามค่ำคืน

การดำน้ำผ่านสีสันอันวิจิตรนี้สามารถช่วยให้มนุษย์เข้าใจและปกป้องท้องทะเลได้อย่างไร นักท่องเที่ยวผู้หลงใหลปรากฏการณ์การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต (Bioluminescence) อาจเคลิบเคลิ้มไปกับการล่องเรือบนผืนน้ำที่ส่องประกายหรือรับชมเทศกาลการร่ายรำของหิ่งห้อย ทว่าการสำแดงแสงสีแห่งฤดูร้อนนี้เป็นเพียงหนึ่งในความงดงามแห่งอาณาจักรสัตว์ ณ ผืนทะเลแห่งหนึ่ง นักเดินทางหลายคนได้ผจญในโลกท้องทะเลอันกว้างใหญ่ซึ่งแฝงเร้นไปด้วยความลี้ลับ พวกเขาพบฝูงปลาเรืองแสงสีเขียวมะนาว ปะการังที่กำลังพลิ้วไหวด้วยการเต้นรำแห่งแสงนีออน จนถึงม้าน้ำที่ถูกแต่งแต้มด้วยประกายสีเขียวระยิบระยับจนดูเหมือนสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น ซึ่งล้วนเกิดจากปรากฏการณ์การเรืองแสงทางชีวภาพ (Biofluorescent) เดิมที มีเพียงนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเท่านั้นที่สามารถเปิดประตูสู่โลกมหัศจรรย์นี้ด้วยการดำน้ำแบบฟลูออเรสเซนต์ “มันเหมือนกับว่าคุณกำลังหลุดไปอีกโลกหนึ่ง” กล่าวโดย อลิชา โพสท์มา นักดำน้ำผู้มีประสบการณ์อันยาวนาน และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบล็อค Dive Buddies 4 Life การเรืองแสงทางชีวภาพ (Biofluorescence) ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้แตกต่างกับการเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต (Bioluminescence) โดยสิ้นเชิง กรูเบอร์เปรียบเปรยการเรืองแสงของสิ่งมีชีวิตซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาเคมีภายในสิ่งมีชีวิตว่าเป็นเหมือนกับแท่งเรืองแสงที่เราใช้โบกไปมาตามงานคอนเสิร์ตหรือเทศกาล ในขณะเดียวกัน การเรืองแสงทางชีวภาพนั้นเป็นเหมือนกับภาพวาดจากสีเรืองแสงที่จะส่องสว่างเมื่อเปิดแสงสีดำเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งพิศวงแห่งท้องทะเล พื้นที่ใต้สมุทรกว่าร้อยละ 80 ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ได้รับการสำรวจ หากอ้างอิงจากองค์กรนาซ่า (NASA) มนุษย์นั้นรู้จักพื้นผิวของดวงจันทร์มากกว่าทะเลของเราด้วยซ้ำ มนุษยชาติยังคงอยู่ที่จุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ท้องทะเลต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเรืองแสงทางชีวภาพ เดวิด กรูเบอร์ นักสำรวจจากเนชันแนล จีโอกราฟฟิก และนักชีววิทยาทางทะเลเผยว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะสนใจปรากฏการณ์นี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง กรูเบอร์ช่วยพัฒนาความก้าวหน้าในวงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งว่าด้วยการเรืองแสงของสิ่งมีชีวิตโดยอาศัยโมเลกุลที่ยังไม่ถูกค้นพบทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยในปีพ.ศ. […]

ชวนท่องเที่ยว จิ่วเฟิน ค้นหามนตราแห่งเมืองต้นแบบ ‘Spirited Away’ ในไต้หวัน

เรื่องราวการเดินทางไปยังนครต้องมนตรา จิ่วเฟิน เมืองบนภูเขาที่ตั้งอยู่เลียบชายฝั่งทะเล จากคำบอกเล่าของช่างภาพคนหนึ่ง จิ่วเฟิน – สถานที่อัศจรรย์ต่าง ๆ มักจะดึงดูดฉันเข้าไปเสมอ ในฐานะของช่างภาพคนหนึ่งที่หลงใหลไปกับการจับภาพประสบการณ์และโลกทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร งานของฉันส่วนหนึ่งจึงเป็นการไล่ตามฉากต่าง ๆ ที่ดูราวกับอยู่ก้ำกึ่งระหว่างโลกความจริงและโลกจินตนาการ โรงน้ำชามากมายตามชายผา ถนนสูงชันอันคราคร่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารร้อน ๆ และแสงโคมไฟสีแดงระเรื่อ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ เมืองจิ่วเฟิ่น ในไต้หวัน จึงเป็นหนึ่งในสถานที่อันมีเสน่ห์ทั้งปวง หลังจากที่ได้ไปเยือนที่นั่นเมื่อครั้งยังเด็ก ฉันก็รู้จักหมู่บ้านบนเขาเลียบชายฝั่งทะเลแห่งนี้เป็นอย่างดี นั่งรถประจำทางเพียง 90 นาทีจากกรุงไทเป เมืองที่ฉันเกิด จิ่วเฟิ่น เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างอดีตดั้งเดิมและปัจจุบันอันพลุกพล่านไปด้วยผู้คน กล่าวคือเป็นเมืองที่มีความเป็นไต้หวันมากที่สุดเมืองหนึ่ง ทว่าลักษณะอันโดดเด่นบางประการนั้นได้รับมาจากผู้ล่าอาณานิคมอันได้แก่ ชาวดัตช์ (ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17) และญี่ปุ่น (ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20) จิ่วเฟิ่นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส เช่น บัวลอยเผือกมันหวาน ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นหมู่บ้านลึกลับชวนค้นหาอีกด้วย ในตอนกลางวันเป็นที่มั่นติดฝั่งภูเขา บรรยากาศดั่งสรวงสวรรค์เขตร้อนที่ฉาบไปด้วยแสงอาทิตย์ ขณะที่ตอนกลางคืนกลับชวนให้รู้สึกต่างออกไป หมู่บ้านแห่งนี้มีสเน่ห์ที่ดูเร้นลับขึ้น ราวกับว่าเราจะบังเอิญพบวิญญาณออกมาเดินตระเวนหาของว่างยามดึก เนื่องจากการพัฒนาเหมืองทองคำในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมืองจิ่วเฟิ่นที่ค่อนข้างเงียบสงบจึงกลายเป็นหมู่บ้านที่อึกทึกในช่วงการเข้ายึดครองของญี่ปุ่นจนถึงปี 1945 สิ่งเตือนความจำจากยุคนั้นสามารถพบได้ที่โรงแรมสไตล์ดั้งเดิมและอาคารอื่น ๆ […]

โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบินไทยแบบไร้รอยต่อ สู่การเชื่อมภูมิภาคสู่อาเซียน

โลกาภิวัฒน์พาโลกทั้งใบเชื่อมต่อกันง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ต แต่การเดินทางในชีวิตจริงไม่หยุดยั้งเพียงแค่เส้นทางที่คุ้นเคย แต่รถไฟความเร็วสูง พาเชื่อมต่อสู่เส้นทางใหม่ที่เชื่อมทั้งโลกเข้าด้วยกันอย่างสะดวกสบาย ‘ระบบคมนาคมขนส่งทางราง’ เป็นหัวใจสำคัญในการเดินทางของชาวไทยมาแสนนาน และเมื่อรัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) โดยเน้นให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับระบบขนส่งทางราง นี่จึงเป็นที่มาของ โครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศ หรือ Thailand High-Speed Rail Project ที่ตั้งเป้าหมายครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ รถไฟความเร็วสูง วันนี้ เราชวนมาทำความรู้จักกับโครงข่าย รถไฟความเร็วสูง พร้อมกับเส้นทางโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย : เส้นทางที่จะเชื่อมต่อไทยสู่โลก ผ่านโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา สู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่เป็นศูนย์กลางของรถไฟจากจีนตอนใต้ถึงมาเลเซีย   กระจายความเจริญทั่วไทย ผ่านเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การย่นระยะเวลาเดินทางจากเมืองหลวงสู่เมืองรอง นำมาซึ่งการเชื่อมโยงทั้งการเดินทางของผู้คน และแง่มุมเศรษฐกิจ จากความสะดวกในการขนส่งสินค้าจากพื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมระหว่างจังหวัดที่ทำได้ง่ายขึ้น รถไฟความเร็วสูงเป็นคำตอบของความต้องการรอบด้านเช่นนี้ โดยรูปแบบการเดินรถของรถไฟความเร็วสูงจะเน้นการเดินทางที่รวดเร็ว ตรงเวลาจากเส้นทางที่ไม่มีจุดตัดทางรถไฟ และความปลอดภัยของยานพาหนะ รวมทั้งช่วยลดการใช้พลังงานโดยภาพรวม และลดต้นทุนโลจิสติกส์จากการเป็นการคมนาคมขนส่งมวลชนสาธารณะ อนาคตของการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงนอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางแล้ว ยังส่งเสริมการพัฒนาเมืองตลอดเส้นทางการเดินรถ ทั้งส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศทั้งกับเมืองหลักและเมืองรอง ด้วยที่ตั้งของเมืองไทย จึงเป็นศูนย์กลางของตลาดการค้าอินโดจีนและอาเซียน ช่วยเชื่อมตลาดการค้าในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงต่อไปในอนาคต […]

เลาะเลียบเขื่อนลำตะคอง ออกเดินทางค้นหาความลับ กับอุโมงค์รถไฟแห่งใหม่ที่สวยที่สุดในประเทศไทย

 เส้นทางรถไฟผ่านอุโมงค์คู่รางเดี่ยวภายใต้ทิวเขาเขียวขจี เปิดทัศนียภาพข้ามฟากออกสู่ เขื่อนลำตะคอง มอเตอร์เวย์ และกังหันลมขนาดยักษ์ บนเส้นทางถนนมิตรภาพวันนี้พาทีมงานออกเดินทางไปยังปลายทางที่สถานีคลองขนานจิตร เส้นทางรถไฟที่มีความสวยงาม สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟว่า เป็นหนึ่งในที่ตั้งของสถานีรถไฟที่โอบล้อมด้วยภูเขาและเขื่อนกักเก็บน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เขื่อนลำตะคอง เหมือนจังหวะจะเป็นใจ รถไฟเข้าจอดเทียบสถานีพอดีกับที่เราเดินทางมาถึง นายสถานียกมือให้สัญลักษณ์ธงเขียว ธงแดงอย่างที่พวกเราคุ้นเคยกันดี ก่อนรถไฟจะแล่นผ่านเดินทางเข้ากรุงเทพฯ “น่าอิจฉานะคะที่ได้ทำงานที่สวยๆ แบบนี้ทุกวัน” เราพูดกับนายสถานี เพราะเบื้องหน้าของสถานีมองออกไปเห็นน้ำเต็มเขื่อนลำตะคอง ทอดสายตาออกไปยังฝั่งตรงข้ามมองเห็นถนนมอเตอร์เวย์ และกังหันลมขนาดยักษ์บนภูเขา จากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า พอเราหันไปทางซ้ายมือ ก็มองเห็นอุโมงค์รถไฟแห่งใหม่ที่ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ เป็นอุโมงค์คู่ในเส้นทางก่อสร้างทางคู่เป็นแนวทางรถไฟรางเดี่ยวทอดยาวมาบรรจบกับทางรถไฟเดิมที่เดินทางเลียบขนานอ้อมภูเขาตามแนวเขื่อน “ช่วงศึกษาเส้นทางจะมีบางจุดที่จะต้องตัดทางรถไฟทะลุเข้าภูเขา เพื่อลดระยะทางในการเดินทาง งานอุโมงค์รถไฟจึงเกิดขึ้น” วิศวกรประจำอุโมงค์รถไฟแห่งใหม่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่ทุบสถิติเดิมของอุโมงค์ขุนตาน เริ่มต้นเล่าเรื่องราวงานอุโมงค์รถไฟให้เราฟัง    กว่าจะมาเป็นอุโมงค์รถไฟ อุโมงค์รถไฟแห่งนี้เป็นอุโมงค์ที่ 3 ในเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จังหวัดสระบุรีและนครราชสีมา ทั้งยังเป็น 1 ใน 5 เส้นทางรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งระบบรางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตั้งอยู่ระหว่างสถานีคลองขนานจิตรและสถานีคลองไผ่ ด้วยระยะทางรวม 1.5 กิโลเมตร กว้าง 7.5 เมตร สูง 8.5 เมตร ลอดภูเขาขนานไปตามแนวเขื่อนลำตะคอง หากมองภาพรวมของงานอุโมงค์รถไฟ […]

จากประวัติศาสตร์สงครามโลก สู่การสร้างสะพานแขวนรถไฟแห่งแรกของไทยในราชบุรี

เราอาจจดจำราชบุรีว่าเป็นเมืองที่มีรีสอร์ทสวยๆ มากมายแถวสวนผึ้ง หรือนึกถึงโอ่งมังกร และคนงามบ้านโป่ง หรืออาจรับรู้เพียงว่าราชบุรีเป็นเมืองทางผ่านไปสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันตก แต่ที่จริงราชบุรีมีประวัติศาสตร์ยาวนานน่าศึกษา ตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาตร์ ผ่านยุคทวารวดี เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเครือข่ายการค้าระดับภูมิภาคเอเชีย และยังจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับการทหารและการคมนาคมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันส่งผลมาถึงปัจจุบัน ในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงข้ามแม่น้ำแม่กลองให้เป็นสะพานแขวนรถไฟแบบขึงแห่งแรก ที่เพิ่งเชื่อมต่อสะพานช่วงสุดท้ายระหว่าง 2 ฝั่งไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2565 เรากำลังจะชวนคุณไปเยือนสะพานแขวนรถไฟ หรือสะพานรถไฟแบบขึงแห่งแรกของไทย ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดราชบุรี และบนเส้นทางสายใหม่นี้ อยากพาคุณมองย้อนกลับไปในเส้นทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหล่อหลอมการเดินทางและการใช้ชีวิตในพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองให้มีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว เรื่องจริงที่เหมือนตำนานของสะพานรถไฟราชบุรี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 การเดินรถไฟไทยย้อนไปได้ถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  ด้วยพระราชวิสัยทัศน์และพระราชดำริ ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และยังมีความสำคัญในแง่การเมืองการปกครอง ตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ราชบุรีในสมัยนั้น มี ‘เส้นทางรถไฟสายเพ็ชรบุรี’ หรือเส้นทางรถไฟสายบางกอกน้อย – เพชรบุรีวิ่งผ่าน เส้นทางรถไฟสายนี้มีสะพานใหญ่ที่ทำด้วยเหล็ก 3 สะพาน หนึ่งในนั้นคือ ‘สะพานจุฬาลงกรณ์’ หรือ สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลอง ที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามไว้ […]

ชุบชีวิตเส้นทางโบราณ ที่มาสมญานาม ‘ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม’ ในอิตาลี

ถนนอัปเปียคือสัญลักษณ์แห่งอํานาจของจักรวรรดิโรมัน ตอนนี้อิตาลีกําลังฟื้นฟูทางหลวงโบราณสายนี้โดยหวังให้เป็น เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แถบชานกรุงโรมมีร้านแมคโดนัลด์อยู่แห่งหนึ่งที่ เราอาจมองทะลุพื้นกระจกลงไปไม่กี่เมตรเบื้องล่าง  และเห็นแผ่นหินเรียบๆ สีเทาของถนนโรมันโบราณกับโครงกระดูกบิดเบี้ยวที่ฝังอยู่ในท่อระบายนํ้าอายุ 2,000 ปี นี่คือเศษซากของถนนอัปเปีย  ทางหลวงสำคัญสายแรกในยุโรป  ซึ่งเริ่มสร้างเมื่อ 312 ปีก่อนคริสตกาล  และลัดเลาะออกจากเมือง  ข้ามตอนใต้ของอิตาลีไปจนถึงเมืองท่าบรินดีซีทางตะวันออก  ถนนสายนี้มีส่วนผลักดันให้เกิดสำนวน “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม”  ทว่ามรดกตกทอดของถนนสายนี้กลับถูกละเลยเป็นส่วนใหญ่  โดยฝังอยู่ใต้ประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี ขณะนี้  รัฐบาลอิตาลีมีโครงการแปลงโฉมถนนอัปเปีย หรือวีอาอัปเปีย (Via Appia) ในภาษาอิตาลี  ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวจากกรุงโรมอันอึกทึกไปสู่บรินดีซี  เมืองชายฝั่งเงียบสงบ  เส้นทางที่ทอดยาวราว 580 กิโลเมตรนี้ มีรูปแบบหลากหลาย  ทั้งถนนดินกลางป่า  จัตุรัสกลางเมือง  และทางหลวง  ซึ่งมิได้สวยงามหรือรื่นรมย์เสมอไป  แต่เป็นการดื่มดํ่ารสชาติของอิตาลีที่นักท่องเที่ยวน้อยคนได้สัมผัส แต่ก่อนจะเปิดรับนักท่องเที่ยว  รัฐบาลอิตาลีต้องขุดถนนสายนี้และหาให้เจอก่อนในบางกรณี  ด้วยเหตุนี้  เช้าวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง  ฉันจึงได้ก้มมองถนนสายนี้จากเมืองด่านหน้าของ “จักรวรรดิแฮมเบอร์เกอร์”  ในกรุงโรม ถนนอัปเปียทอดยาวเกือบ 18 กิโลเมตรตลอดอุทยานโบราณคดีที่อนุรักษ์ไว้อย่างดี  โดยถนนช่วงสุดท้ายในอุทยานเป็นทางขึ้นเนิน  ผ่านดงไม้  ก่อนที่ส่วนใหญ่จะหายไปใต้ถนนลาดยาง 80 กิโลเมตร  จุดสุดท้ายที่ถนนปรากฏให้เห็นในเมืองที่ได้สมญาว่าอมตนครแห่งนี้  ก็คือ ใต้ร้านแมคโดนัลด์แห่งนี้เอง […]

กรุงโซล กรณีศึกษาของ ‘เมืองรักคน’

กรุงโซล กับเคล็ดลับการสร้างเมืองที่คนรัก ทั้งต่อผู้คนในพื้นที่ และผู้คนทั้งโลก สื่อบันเทิงจากเกาหลีก้าวเข้ามาเป็นกระแสหลักของโลกภายในช่วงทศวรรษ ภาพบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสะดวกสบายในเมืองใหญ่ ความเป็นอยู่แสนสบายในสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน หรืออาหารการกินแบบฉบับเกาหลีถูกส่งผ่านสู่สายตาชาวโลก จนซึมซับกลายมาเป็นหมุดหมายของการเดินทางของชาวไทย ว่าสักครั้งจะต้องเดินทางไปเยือนมหานครแห่งนี้ให้ได้ วันหนึ่งในช่วงเย็นย่ำหลังเลิกงาน แม้จะเป็นวันธรรมดาที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่เราเห็นภาพครอบครัวพร้อมหน้า คู่รักหลายวัย นั่งเล่นอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าในสวนสาธารณะหรือลานกลางแจ้ง โดยมีฉากหลังเป็นแมกไม้สีเขียว นั่งชมการแสดงน้ำพุเต้นระบำ เด็กเล็กวิ่งไล่จับกับเพื่อนที่รู้ใจ ผู้ใหญ่สูงวัยจับกลุ่มนั่งคุยพลางหัวเราะ นี่คือกิจกรรมประจำวันที่เกิดขึ้นจริงใน ‘กรุงโซล’ ณ มหานครแห่งนี้ เราได้เห็นผลลัพธ์ที่ผู้คนใช้เวลาอย่างมีคุณภาพเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ในปี 2022 กรุงโซลผ่านนโยบายการจัดการเมืองมาหลายเฟส ตั้งแต่ผังเมืองโจซอนที่นับเป็นการวางผังมหานครสมัยใหม่ฉบับแรกในปี 1934 ก่อนที่สงครามจะนำมาสู่การปฏิรูปเมืองใหม่ การพัฒนาผังเมืองถูกประเมินทุกสิบปี เพื่อนำมาสร้างแผนใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันที่มองวิสัยทัศน์ของอนาคตที่ ‘การสร้างเมืองแห่งความสุขของประชากรผ่านการสื่อสารและความคิดเห็น’   เมืองที่คนเดินถนนเป็นศูนย์กลาง หลังจากผ่านความตรากตรำในช่วงสงคราม ส่งผ่านมาถึงการสร้างเมืองใหม่ระดับโลกด้วยงานโอลิมปิกและฟุตบอลโลก นโยบายถัดไปเพื่อส่งเสริมความเติบโตของกรุงโซลในรูปแบบใหม่คือการใช้ดีไซน์เข้ามาสร้างมูลค่า และเป็นประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับกรุงโซล ในแผนพัฒนาเมืองฉบับล่าสุด 2030 Seoul Plan ที่เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาผังเมืองในอีก 20 ปีข้างหน้า มีข้อหนึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า จะต้องเป็นผังเมืองที่มีผู้คนและสถานที่เป็นศูนย์กลางในแต่ละย่านเพื่อนบ้าน (Neighborhood Plan) ด้วยการจัดสรรสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันที่ดี และกระจายแนวคิดเหล่านี้ไปตามชุมชนต่างๆ อย่างสมดุล เพื่ออำนวยความสะดวกให้เท่าเทียมกันในทุกเขต […]

หญิงสาวผู้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกกว่า 3,000 ไมล์ แบบไร้เทคโนโลยี

เส้นทางสู่พอลินีเซียเป็นธรรมเนียมของผู้ชายเป็นใหญ่มายาวนาน Lehua Kamalu กำลังทำลายขนบนั้น และชุบชีวิตทักษะโบราณให้กลับมามีชีวิต เลอฮัว คามาลู มีเวลาพูดคุยเพียงไม่กี่นาที เธอนั่งอยู่บนเรือแคนูสองลำที่เรียกว่า Hōkūle’a กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ไกลจากเกาะใหญ่ของฮาวายที่ซึ่งลูกเรือของเธอพึ่งจะออกเดินทาง เสียงลมพัดผ่านเข้ามาในสายโทรศัพท์พร้อมกับเสียงพูดของเธอ Kamalu ในฐานะกะลาสีเรือและนักเดินเรือผู้เชี่ยวชาญกำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเริ่มต้นออกเดินทาง สิ่งที่เธอต้องการทั้งหมดคือสมาธิเพื่อกำหนดเส้นทางสำหรับการเดินทางไกลข้างหน้า “เราจะประเมินว่าเราอยู่ห่างจากเกาะแค่ไหน” เธอเล่า “และเราจะตั้งค่าเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้” จากนั้นไม่นานเธอต้องวางสายและยังไร้เสียงโทรกลับ Hōkūle’a และลูกเรือ 10 คนมุ่งหน้าไปยังตาฮิติ ด้วยระยะทาง 3,000 ไมล์กับเวลาอีก 20 วัน Polynesian Voyaging Society (PVS) แล่นเรือในทะเลแสนกว้างใหญ่โดยไร้ความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีนำทางสมัยใหม่ เรือแคนูสำรองสองลำที่แล่นข้ามมหาสมุทรและรอบโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ออกแบบมาเพื่อจำลองเรือแบบดั้งเดิมที่เคยแล่นในมหาสมุทรแปซิฟิก ดวงอาทิตย์กับดวงดาวเป็นเข็มทิศ และคลื่นกับลมก็เป็นแผนที่ “ทุกอย่างต้องใช้ใจล้วนๆ” คามาลู ผู้อำนวยการเดินทางบอก “คุณต้องติดตามทิศทางลม ความเร็วเรือ แล้วปรับใบเรือ” เส้นทางโบราณของการเดินเรือ คามาลูเป็นกัปตันและนักเดินเรือหญิงคนแรกของ Hōkūle’a ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่เป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์แห่งปิตาที่มักถ่ายทอดจากรุ่นปู่สู่ลูกชาย เธอค้นพบความหมายในเรื่องราวของเปเล่ เทพธิดาแห่งไฟของฮาวาย ผู้ซึ่งตามตำนานเล่าขานว่า เธอถูกเนรเทศจากตาฮิติและข้ามมหาสมุทรไปสู่ฮาวาย เป็นการเปิดบรรพบุรุษ ‘เส้นทางเดินทะเล’ […]

ไอซ์แลนด์ แดนแห่งความงามอันร้อนแรงจากภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แม้มนุษย์ (และแกะ) จะสร้างความเสียหายแก่ภูมิประเทศที่สลักเสลาขึ้นจากภูเขาไฟ และธารน้ำแข็งของ ไอซ์แลนด์ แต่สิ่งที่เหลืออยู่ยังคงงดงามน่าอัศจรรย์ เมื่อห้าวันก่อนวันคริสต์มาส ในกระท่อมเหนือเชิงเขาด้านเหนือของภูเขาไฟ เอยาฟยาตลาเยอคูตล์ (Eyjafjallajõkull) ที่สำ แดงเดชจนทำให้เครื่องบินทั่วยุโรปไม่สามารถขึ้นบินได้เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์ เรนีร์ กิสลาสัน กำลังเสิร์ฟซุปปลากับปลาเฮร์ริงดอง ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าอาหารมื้อเที่ยงนี้เปรียบเสมือนของขวัญคริสต์มาส ภูเขาไฟนิ่งสงบ เมฆหมอกคลี่ตัวห่มคลุมธารน้ำแข็ง แต่ก่อนหน้านี้ เราต้องเดินข้ามแม่น้ำอันเย็นเยียบเพื่อมาที่นี่และรถของซิเกอร์เทอร์ก็ติดหล่มถึงสองครั้ง ด้านนอกกระท่อมอันอบอุ่น ต้นเบิร์ชตะปุ่มตะป่ำสยาย กิ่งก้านราวกับใยแมงมุมตัดกับลาดเขาห่มหิมะสีขาวโพลน “ภาพที่เห็นไม่ต่างจากตอนที่พวกไวกิ้งเดินทางมาถึงเลยค่ะ” กูทรูน น้องสาวของซิเกอร์เทอร์ เปรยขึ้น กูทรูนเป็นนักภูมิศาสตร์ ส่วนซิเกอร์เทอร์เป็นนักธรณีเคมีที่มหาวิทยาลัยเรคยาวิก ทั้งสองเล่าเรื่องราวภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ให้ผมฟัง และถ้านับเเนื้อแกะรมควันตรงหน้า ตัวละครหลักทั้งสี่ของเรื่องก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ภูเขาไฟ คือสิ่งที่รังสรรค์ไอซ์แลนด์และปกป้องดินแดนแห่งนี้จากเกลียวคลื่นในมหาสมุทรแอตแลนติกมาอย่างน้อย 16 ล้านปีแล้ว และปัจจุบันทุกสองสามปีภูเขาไฟสักลูกจะปะทุขึ้น เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์บึ่งรถเข้าสู่ใจกลางกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตล์เพื่อเก็บตัวอย่างขี้เถ้า เขาคิดว่าคงได้ยินเสียงเถ้าถ่านร่วงหล่นใส่หมวกนิรภัย แต่กลับ ต้องประหลาดใจกับความเงียบงัน เขาเล่าว่า “มันบางเบาคล้ายผงแป้ง” แต่คมเหมือนแก้ว ธารน้ำแข็ง เริ่มคืบคลานและถอยร่นเมื่อราวสามล้านปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ธารน้ำแข็งกำลังหดหายอย่างรวดเร็วก็จริง แต่ยังคงห่มคลุมกระทั่งยอดภูเขาไฟที่สูงที่สุด เมื่อภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งปะทุขึ้นจะก่อให้เกิดอุทกภัยจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง […]

ตะลุยแดนนิวเคลียร์ เชอร์โนบิล แห่งยูเครน

ผู้คนพูดกันว่า รังสีห้าซีเวิร์ต (sievert – หน่วยวัดการสัมผัสรังสี) ก็มากพอจะฆ่าคุณได้แล้ว ผมเลยนึกอยากอ่านค่าบนมาตรวัดปริมาณรังสีทำในรัสเซียของผมขึ้นมา ขณะรถตู้นำเที่ยวของเราผ่านเข้าไปยังเขตกีดกัน (exclusion zone) หรือพื้นที่รกร้างกว้างใหญ่ไพศาลที่รายล้อมเมือง เชอร์โนบิล ไว้ เชอร์โนบิล ทิวสนและเบิร์ชยืนต้นหนาแน่นอยู่ข้างทาง ขณะที่มัคคุเทศก์เตือนเราถึงกฎเบื้องต้น อันได้แก่ อย่าเก็บเห็ดซึ่งดูดซับนิวไคลด์กัมมันตรังสี (radionuclide) จากอากาศนํ้า และดินไว้อย่างเข้มข้น และหลีกเลี่ยงการเอาสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายด้วยการรับประทานอาหารหรือสูบ บุหรี่กลางแจ้ง ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเราก็ผ่านหมู่บ้านร้างแห่งแรกมา และหยุดรถเพื่อชมม้าป่าพรีวอลสกีส์ฝูงเล็กๆ ยี่สิบแปดปีหลังเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เมือง เชอร์โนบิล เกิดระเบิด เขตกีดกันที่แทบร้างผู้คนถูกสัตว์ป่าเข้ายึดครองในเมืองปรีเปียตอันรกร้าง นกอินทรีเกาะอยู่บนยอดตึกอพาร์ตเมนต์ยุครัสเซียที่ไร้ผู้อยู่อาศัย ม้าป่าพรีวอลสกีส์ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ถูกนำมาปล่อยที่นี่หลังเกิดเหตุได้สิบปี เมื่อหลายฝ่ายพิจารณาแล้วเห็นว่า รังสีอยู่ในปริมาณที่พอทนได้ พวกมันจึงมีพื้นที่ให้วิ่งอย่างอิสรเสรีถึงกว่า 2,500 ตารางกิโลเมตร ผมเหลือบมองมาตรวัดที่อ่านค่าได้ 0.19 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเศษเสี้ยวหนึ่งในหนึ่งล้านส่วนของหนึ่งซีเวิร์ต ยังไม่มีอะไรต้องกังวล ระดับสูงสุดที่ผมเห็นในการเดินทางมายูเครนครั้งนี้ คือระหว่างบินจากชิคาโกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เข็มวัดชี้ค่า 3.5 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ขณะเราบินอยู่ที่ระดับความสูง 12,000 เมตรเหนือกรีนแลนด์ และรังสีคอสมิกเจาะทะลุเครื่องบินและผู้โดยสารลงมา นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องเชอร์โนบิลยังมีความเห็นไม่ตรงกันว่าด้วยผลกระทบระยะยาวที่รังสีมีต่อพืชและสัตว์ในท้องถิ่น จนถึงทุกวันนี้ผลกระทบดังกล่าวยังอยู่ในระดับเบาบางอย่างน่าประหลาดใจ แต่สิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อสัตว์มากกว่ากลับมาจากพวกลักลอบล่าสัตว์ที่แอบเข้ามาในเขตกีดกันพร้อมปืนผาหน้าไม้ ไม่กี่นาทีต่อมา […]

พลิกโฉมหน้าเมือง ลูร์ด เมืองแสวงบุญแห่งฝรั่งเศสสู่การท่องเที่ยว

ลูร์ด สถานที่แสวงบุญโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของชาวคาทอลิก เรียนรู้จากการระบาดใหญ่ทั่วโลก โดยมุ่งขยายการถวายบูชาสู่โลกภายนอกและส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิหารแม่พระแห่ง ลูร์ด สถานที่แสวงบุญสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวคาทอลิก จำเป็นต้องปิดประตูไม่ต้อนรับผู้จาริก 20,000 คนที่แห่มาทุกวัน การล็อกดาวน์นานสองเดือนของฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี 2020 ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไร้วี่แววของผู้แสวงบุญที่จุดเทียนบูชา ลานจอดรถกว้างใหญ่ปลอดจากรถทัวร์ หมู่ร้านรวงที่ขายของที่ระลึกทางศาสนาปิดหน้าต่าง แน่นหนา ส่วนโรงแรมในละแวกใกล้เคียงต่างล็อกประตู แม้วิกฤติโควิด 19 จะทำให้เมืองที่ปกติต้อนรับผู้มาเยือนปีละสามล้านคนต้องดิ้นรนต่อสู้ แต่ลูร์ดก็ไม่เคยหยุด สวดภาวนา อันที่จริง การระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้กระตุ้นให้สถานที่ซึ่งหยั่งรากมั่นคงในจารีตแบบอนุรักษนิยมต้องคิดใหม่ ทำใหม่อย่างคาดไม่ถึง เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ “สร้างความปรารถนาให้ผู้จาริก แสวงบุญกลับมา” ด้วย มงซินญอร์ โอลิวิเยร์ ริบาโด ดูว์มา กล่าว “เพราะเราไม่ได้จาริกแสวงบุญจากในโซฟาที่บ้านกันนี่นา” ระหว่างการระบาดใหญ่ทั่วโลก โบสถ์ได้รับคำขอมิสซาหลายพันจากผู้คนทั่วโลก มีการออกอากาศพิธีมิสซา ทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีบาทหลวงประจำวิหารเป็นผู้ประกอบพิธี เฟอติเยร์ หรือผู้รักษาไฟ ยังคอยจุดเทียนเป็นพันๆ เล่ม หลายกรณีเป็นคำขอด้วยการสั่งซื้อทางออนไลน์ โดยเทียนจะถูกจุดจากแดนไกลในนามของผู้มีใจศรัทธาเอง นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาถึงจุดสูงสุดในการจาริกแสวงบุญออนไลน์ครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2020 “ลูร์ดยูไนเต็ด” […]

เที่ยวเกาะ ซิซิลี เส้นทางแสวงบุญ และตำนานมาเฟียแห่งอิตาลี

เที่ยวเกาะ ซิซิลี เส้นทางแสวงบุญของชาวคริสต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และตำนานมาเฟียแห่งอิตาลี ในอดีตกาลนับพันปี เคยมีเส้นทางจาริกแสวงบุญ (pilgrimage) ของชาวคริสต์ซึ่งเริ่มต้นจากเมืองแคนเทอร์เบอรีในอังกฤษ ผ่านดินแดนในยุโรปมาสู่กรุงโรมจนไปถึงดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักในอิตาลีว่า “Via Francigena” หรือ “ถนนที่มาจากฝรั่งเศส”  ณ “แคว้นซิซิลี” (Sicily) เกาะทางตอนใต้ของอิตาลีซึ่งขึ้นชื่อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มาเฟียนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญมาก่อน ดินแดนบนเกาะแห่งนี้ผ่านการค้าขายและการปกครองมากมาย ทั้งโดยชาวกรีก ชาวโรมัน ชาวนอร์มัน ชาวอาหรับและอื่นๆ เครือข่ายถนนทางเดินกว่า 950 กิโลเมตรบนเกาะยังทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์จากแต่ละยุคสมัยอยู่ รวมถึงสมบัติที่ยังอาจซ่อนอยู่ด้วย..  ชาวซิซิลีมีความหวังที่จะเห็นเส้นทางแสวงบุญพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง รัฐบาลและประชาชนให้ความร่วมมือในการจัดตั้งเส้นทาง “Magna Via Francigena” ซึ่งเป็นเส้นทางความยาวกว่า 180 กิโลเมตรผ่านเมืองชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะ ระหว่างทางจากเมืองเพอแลร์โมไปยังเมืองอะกริเจนโท นักเดินทางสามารถเก็บรับตราประทับจากจุดแวะพักที่ร่วมกิจกรรมได้ โดยอาสนวิหารสุดท้ายในเมืองอะกริเจนโทเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางที่รอเหล่านักเดินทางอยู่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประเทศไทย ขอเชิญชมภาพถ่ายบางส่วนจากการเดินทางบนเส้นทางจาริกแสวงบุญในตำนานบนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางได้ที่เว็บไซต์ https://www.visitsicily.info/en/the-magna-via-francigena/ เรื่องโดย SARAH BARRELL ภาพถ่ายโดย FRANCESCO LASTRUCCI อ่านเพิ่มเติม เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

พายคายัคถ่ายภาพริมคลอง มองเมืองต่างมุม

บ่ายต้นเดือนเมษา ก่อนเทศกาลสงกรานต์มาเยือน เรือคายัค 30 ลำได้พายล่องไปตามคลองบางกอกน้อยกับงาน ‘ลอยละล่อง ริมน้ำบางกอก’ (Kayak the Series) หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของ ‘เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย’ หรือ Water Festival 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ร่วมทริปได้ชมวิถีชีวิตริมคลองบางกอกน้อย ประวัติศาสตร์และศิลปกรรมผ่านวัดสำคัญและชุมชนรอบข้าง อีกมุมของเมืองใหญ่ เมื่อคายัคพาเรามาอยู่ใต้สะพานและทางรถไฟ ภาพโดย สันติ เศษสิน ความหลากหลายของฝีมือพายไม่เป็นอุปสรรค เพราะมีผู้เชี่ยวชาญระดับนักแข่งจาก Feelfree ผู้ผลิตคายัคแบรนด์ไทยมาให้ความรู้เบื้องต้น พร้อมอุปกรณ์พายและชูชีพครบครัน แถมคอยพายรั้งรอ ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล ประกบด้วยกรมเจ้าท่าที่มาช่วยดูแลความปลอดภัย ทำให้การเดินทางราบรื่น เรือนไม้เก่าแม้ผุพังก็ยังมีแรงดึงดูดสายตา ภาพโดย วิรัตน์ กันฉลาด นอกจากคายัค 30 ลำที่พากันพายออกจากท่าเรือบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง แล้ว ผู้จัดยังมีเรือยนต์ให้เลือกนั่งชมวิวสองฝั่งคลองพร้อมนักวิชาการอิสระ อาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาเป็นวิทยากรบรรยายตลอดเส้นทาง บ้าน วัด การค้า วิถีชุมชนริมน้ำ […]

ทรานส์-อิหร่าน ทาง รถไฟอิหร่าน สายมรดกโลก มหัศจรรย์ท่องเที่ยวแห่งเปอร์เซีย

เส้นทางรถไฟทรานส์-อิหร่าน รถไฟอิหร่าน หัวใจของการฟื้นฟูภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของอิหร่าน “เส้นทางรถไฟทรานส์-อิหร่าน” (Trans-Iranian railway) มีเส้นทางครอบคลุมตั้งแต่บริเวณชายฝั่งทะเลแคสเปียนทางตอนเหนือไปจนถึงอ่าวเปอร์เซียทางตอนใต้ของประเทศด้วยความยาวกว่า 1,300 กม. รถไฟอิหร่าน สายนี้ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งพื้นที่ราบ ป่าลึก ภูเขาสูงและทะเลทราย  ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของศตวรรษที่ 20 นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกยูเนสโกในปี พ.ศ. 2564 และเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวอิหร่าน โครงการรางรถไฟนี้เริ่มขึ้นเมื่อราชวงศ์ปาห์ลาวีที่เริ่มปกครองอิหร่านในปี พ.ศ. 2468 ต้องการยกระดับการค้าและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อลดการพึ่งพาอำนาจต่างชาติ โครงการสร้างรางรถไฟนี้ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายบริษัททั่วโลกกว่า 40 บริษัทซึ่งมีบริษัทของชาวเดนมาร์กอย่าง “Kampsax” เป็นผู้นำโครงการ การบุกประเทศอิหร่านของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้รางรถไฟได้รับการพัฒนาและยกระดับโดยฝ่ายสัมพันธมิตรสำหรับการใช้ในทางทหาร  หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวในอิหร่านเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนอิหร่านกลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหลักในแถบตะวันออกกลาง แต่เมื่อมีการปฏิวัติอิหร่านในปี พ.ศ. 2522 และตามด้วยสงครามอิรัก-อิหร่าน อิหร่านผ่านการคว่ำบาตรจากนานาประเทศและนักท่องเที่ยวลดหายไปเกือบหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. 2562 องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) มีรายงานถึงการท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาเติบโตในอิหร่าน เมื่อปี พ.ศ. 2557 อิหร่านมีนักท่องเที่ยวเพียง 4.8 ล้านคน แต่รัฐบาลมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคนในปี […]

5 ธีมท่องเที่ยว เปลี่ยนกาตาร์จากจุดพักเครื่องสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม

ในการเดินทางไกล จุดแวะพักเครื่องเป็นสิ่งสำคัญ แล้วจะดีกว่าไหมถ้าจุดแวะพักเครื่องจะกลายเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับเรา ภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเพิ่มบทบาทในการเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างทวีป อย่างเช่น ถ้าเราจะเดินทางจากประเทศไทยไปยุโรป แอฟริกา หรืออเมริกา ก็ต้องแวะพักเครื่องในภูมิภาคนี้ ประเทศที่โดดเด่นในการเป็นจุดแวะพักยอดนิยมคือ ‘กาตาร์’ ซึ่งมีสนามบิน Hamad International Airport ที่ได้อันดับหนึ่งจากการมอบรางวัลสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2021 เป็นเครื่องยืนยันความสะดวกสบายในการใช้บริการ และเราสามารถเลือกการเดินทางโดยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส สายการบินประจำชาติของประเทศกาตาร์ที่ให้บริการมาครบ 25 ปี ในปีนี้ ได้รับรางวัลการันตีของการเป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลกโดยสถาบัน Skytrax รวมถึงมีมาตรการโรคติดเชื้อ โควิด-19 ในระดับสากล มีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพและภูเก็ตทุกวัน ให้บริการสู่จุดหมายปลายทางกว่า 140 แห่งทั่วโลก ในปีนี้ มีความพิเศษที่กาตาร์จะเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2022 ซึ่งเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่ได้เป็นเจ้าภาพในทัวร์นาเมนต์ที่คนทั้งโลกรอคอย และกาตาร์พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูรับนักเดินทางจากทั่วโลกเพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดวิเศษ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวลาเพียง 2-3 คืน ก่อนเดินทางต่อไปจุดหมายปลายทาง เพื่อเปลี่ยนจุดแวะพักเครื่องให้การเป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่คุณจะไม่มีวันลืม ด้วยการซื้อแพ็กเกจ Stopover ที่คุ้มค่าที่สุดไปกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส และเดินทางท่องเที่ยวไปกับ 5 ธีมท่องเที่ยวในกาตาร์ที่เต็มไปสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายซึ่งคุณไม่ควรพลาด […]

นักปีนเขาเนปาลพิชิต เคทู (K2) ยอดเขาสูงอันดับสองของโลกในฤดูหนาว

ทีมนักปีนเขาชาวเนปาลล้วนที่มีความภาคภูมิใจในชาติเป็นแรงผลักดัน ทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการพิชิต เคทู ยอดเขาสูงอันดับสองของโลกในฤดูหนาว ท่ามกลางความมืดมิด ยามรัตติกาล มิงมา เกียลเจ เชอร์ปา พยายามส่องวงแสงสั่นพร่าของ ไฟฉายคาดศีรษะไปข้างหน้าสองสามก้าว แต่ความเย็นทำให้เขาสมองชา ชุดขนเป็ดหนาเตอะที่สวมทับแจ็กเก็ตขนเป็ดกับเสื้อผ้าชั้นในอีกสองชั้น รวมทั้งออกซิเจนบรรจุขวดที่ช่วยหายใจ ควรจะช่วยให้เขาไม่ย่ำแย่เกินไปนัก แต่ในบรรดายอดเขาทั้งหมดที่เคยพิชิต ในบรรดาพายุหิมะและลมแรงเย็นเยือกที่เคยฟันฝ่า เขาไม่เคยเจออุณหภูมิที่หนาวเข้าขั้นทะลุทะลวงเช่นนี้มาก่อน เขารู้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณที่จะส่งกระแสเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญๆ โดยสละส่วนปลายเพื่อรักษาแกนกลาง และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเข้าสู่เขตมรณะ หรือพื้นที่สูงเกิน 8,000 เมตร ซึ่งการขาดออกซิเจนอาจทำให้นักปีนเขาเกิดภาพหลอน ภาวะมีน้ำในปอด และกระทั่งสูญเสียสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มิงมา จี. ตามที่คนอื่นเรียกขาน กดวิทยุ แวบหนึ่งที่สมองสั่งให้เขาหันหลังกลับ “ดาวา เทนจิน ดาวา เทนจิน” เขาตะโกน แต่มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวเป็นคำตอบ เขามองเห็นแสงไฟฉายสลัวรางของเพื่อนร่วมทีมหลายคนที่กำลังปีนขึ้นไปอย่างไม่เป็นแถวเป็นแนวบนลาดหิมะเหนือขึ้นไป เขาคิดว่า ทุกคนต้องมุ่งมั่นจดจ่อกับงานตรงหน้า หรือไม่ก็แค่ดำดิ่งในความทุกข์ทนของตนเอง มากเกินกว่าจะตอบ กระทั่งในช่วงเดือนฤดูร้อนที่อากาศอุ่นสบายกว่า เคทู (K2) ยอดเขาสูงอันดับสองของโลก ที่ความสูง 8,611 เมตร ก็เป็นภูเขาอันตรายที่สุดลูกหนึ่งของโลกแล้ว แม้จะเตี้ยกว่าเมานต์ เอเวอเรสต์ แต่การพิชิตยอดเขานี้ต้องใช้ทักษะการปีนสูงกว่าและแทบไม่เปิดช่องให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆเลย […]

TOHOKU เป็นอยู่อย่างเป็นสุข ทริปท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและหัวใจ

โทโฮคุ (Tohoku) ภูมิภาคแห่งความอิ่มใจที่รอให้ผู้คนเข้าไปค้นพบ สัมผัส และซึมซับคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติแบบรอบด้าน ถ้ายังจำกันได้ ช่วงที่การเดินทางข้ามประเทศยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พาพวกเราก้าวข้ามออกจากชีวิตแสนจำเจไปสู่โลกใบใหม่  ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของคนไทย และเทรนด์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มมองหาสถานที่นอกแผนที่ท่องเที่ยว ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งจากสถานที่สวยงามแปลกตา ค้นหาแหล่งต้นกำเนิดวัตถุดิบเลอค่า หรือทำความเข้าใจการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งมากขึ้นกว่าที่เคย ระหว่างทางจากโตเกียวมุ่งหน้าขึ้นสู่ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นที่ตั้งของโทโฮคุ ภูมิภาคแห่งวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนกับกิจวัตรที่ยังคงความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมในทุกมิติของชีวิต มนต์ขลังแห่งความสงบและงดงามนี่เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เข้าไปเปิดแผนที่เที่ยวชม จนทำให้ปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังโทโฮคุเพิ่มขึ้นถึง 48% จากปีก่อนหน้า ใบไม้เปลี่ยนสี อนเซ็นส่วนตัว ซัปบอร์ดกับฉากหลังตื่นตา ฟาร์มสเตย์ของเกษตรกร และอีกเรื่องราวอีกมากมายของโทโฮคุล้วนเกี่ยวพันกับธรรมชาติทั้งสิ้น และเราเชื่อว่าธรรมชาติ จะเป็นสื่อกลางที่สร้างความหมายบทใหม่ให้กับชีวิตผ่านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่เกื้อกูลกับทั้งคน สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม   ทัศนียภาพ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจภูมิประเทศของภูมิภาคโทโฮคุกันก่อน โทโฮคุแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนเหนือ – อาโอโมริ (Aomori) อาคิตะ (Akita) อิวาเตะ (Iwate) และส่วนใต้ – ยามากาตะ (Yamagata) มิยากิ (Miyagi) ฟุกุชิมะ (Fukushima) กินพื้นที่ถึง […]

กระดานยืนพาย การแข่งขันครั้งแรกที่เมืองกาญจน์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน

เทรนด์ของไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัย แต่ยังคงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจัยหลายประการรอบตัวในทุกวันนี้เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนไปจากที่เคย ทั้งสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้การรักษาระยะห่างกลายเป็นเรื่องเคยชิน หรือภาวการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่สร้างความตระหนักให้กับผู้คนในการคิดถึงสิ่งแวดล้อมก่อนจะลงมือทำอะไร ทั้งหมดนี้ทำให้กิจกรรมนันทนาการอย่างการท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับตัวเป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อให้ตอบกับคุณภาพชีวิตด้วยการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ พร้อมกับกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนไปด้วยในตัว เช่นเดียวกันกับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี และเครือข่าย ร่วมกันจัดงาน “Kanchanaburi SUP Challenge, Kwai Noi River 2021” การจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย หรือ Stand Up Paddle Board : SUP เป็นครั้งแรกของกาญจนบุรี ช่วงระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา กีฬากระดานยืนพาย หรือ SUP เป็นกีฬาทางน้ำที่ตอบทั้งเรื่องการออกกำลังสุขภาพร่างกาย การรักษาระยะห่าง และเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะกับจังหวัดกาญจนบุรีเองที่เป็นพื้นที่ของแม่น้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติที่สวยงามและยังคงอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำของ The Legacy River Kwai Resort จึงได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนได้กลายมาเป็นผู้สนับสนุนนักกีฬา SUP ทีมชาติไทย และแชมป์ประเทศไทยปีล่าสุด 2564 อย่างเป็นทางการ […]