ไก่งามเพราะขน คนเลยต้องถ่ายรูป สุดยอดไก่งามเหล่านี้จะทำให้คุณไม่อยากกินไก่

ไก่งามเพราะขน คนเลยต้องถ่ายรูป

ไก่งามเพราะขน คนเลยต้องถ่ายรูป

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง สำนวนนี้ยังคงใช้ได้ตลอดกาลก็เพราะไก่เหล่านี้งามจริงดังว่า Tamara Staples ช่างภาพเจ้าของโปรเจคนี้เล่าว่า ในตอนที่เธออายุ 23 ปี เธอเข้าร่วมชมการแสดงโชว์สัตว์ปีกกับลุงของเธอที่ชื่อ Ron “สิ่งที่ประทับใจฉันก็คือบุคลิกของไก่พวกนั้น” เธอกล่าว “บางตัวก็ดูเย่อหยิ่ง ในขณะที่บางตัวก็เขินอาย” ซึ่งอุปนิสัยของพวกมันนั้นถูกปกคลุมด้วยขนหลากหลายสีสันอันฟูฟ่องและรูปร่างที่แตกต่างกันไป

ในปลายทศวรรษ 80 เธอมีโอกาสได้ถ่ายภาพของบรรดาไก่ที่เข้าร่วมในงานโชว์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และตลอดหลายปีที่ผ่านมา Staples เข้าร่วมการแข่งขันมาแล้วมากกว่า 40 การแข่งขันใน 10 รัฐ โดยโปรเจคล่าสุดของเธอมีชื่อว่า “Cocky” หน้าตางามๆ ของพวกมันถูกปรากฏอยู่บนฉากหลังสีตัดกับเส้นขน ครอปภาพในวงกลมทรงจี้ห้อยคอ

สำหรับการถ่ายภาพโปรเจคนี้ เธอได้เดินทางไปชมสายพันธุ์ไก่พ่อพันธุ์ที่เธอไม่เคยถ่ายภาพมาก่อน เช่นเดียวกับสุนัข พวกมันเองมีหลากหลายสายพันธุ์ และมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้ยากอะไรเพียงแค่เธอเปิดดูรายชื่อพ่อพันธุ์ที่เข้าร่วมงาน จากนั้นก็โทรศัพท์ไปถามเจ้าของว่ายินดีที่จะพาสัตว์เลี้ยงขนงานของพวกเขามายังสตูดิโอเพื่อถ่ายภาพหรือไม่ ซึ่งในการถ่ายภาพเจ้าของไก่พันธุ์นั้นๆ จะเป็นผู้ดูแลจัดท่าทางให้ไก่ของตนเอง “พระเจ้าช่วยเถอะถ้าฉันทำขนมันร่วง หรือทำอะไรหักเข้า” Staples กล่าว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่แตะต้องนายแบบของเธอเลยขณะถ่ายภาพ

“บางทีมันอาจโยกหัวไปมา บางทีมันก็มองข้ามไหล่ตัวเองไปข้างหลัง มันเร้าใจดีเพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เธอกล่าว มีอยู่ครั้งหนึ่งการถ่ายภาพดำเนินไปอย่างล่าช้า และนายแบบปฏิเสธที่จะยืนขึ้น “หัวของมันค่อยๆ หดเข้าไป” เธอกล่าวถึงไก่งอแงตัวนั้น “เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามเจ้าของ “มันคิดถึงเมียที่บ้าน” เขาตอบ

ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Araucana

จากประสบการณ์ถ่ายภาพที่ผ่านมา Staples พบว่ามีหลายคนที่รักไก่ แม้ว่าเจ้าของไก่งามเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกร แต่ก็มีบ้างที่เป็นหมอ, ทนาย หรือแม้แต่นักเขียน ทั้งนี้เธอคาดหวังว่าภาพถ่ายของไก่งามเหล่านี้จะช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของไก่เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ในฐานะอาหาร “บางสายพันธุ์ในนี้สืบเชื้อสายมานานเป็นพันปี และมันจำเป็นที่เราต้องอนุรักษ์พวกมันไว้” เธอกล่าว

แต่สิ่งที่จับจิตที่สุดก็ยังคงเป็นรูปลักษณ์ที่งามสง่าของมัน “จากเส้นขน ท่าทาง และนิสัยพวกมันแล้ว มันน่าทึ่งที่สัตว์เหล่านี้คือสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการดูแลอย่างดีไม่ต่างจากหมาและแมว แต่ที่ต่างก็คือเรากินมันด้วย” Staples กล่าว “ฉันถ่ายภาพไก่ได้อีกเรื่อยๆ เลย มันสนุกมากทีเดียว”

ชมผลงานเพิ่มเติมของเธอได้ ที่นี่

เรื่อง Sarah Stacke

ภาพถ่าย Tamara Staples

ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Polish
ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Black Silkie
ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Brown Leghorn
ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Crele
ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Brabanter
ไก่งามเพราะขน
ไก่พันธุ์ Brahman Bantam

 

อ่านเพิ่มเติม

ไก่เองก็สนใจมนุษย์

เรื่องแนะนำ

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว เมื่อนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กำจัดพืชพรรณตามธรรมชาติเพื่อแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยๆ นกจับคอนบางชนิดยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี นกในเมืองใหญ่ที่เป็นยอด “นักปรับตัว” เหล่านี้พบสถานที่ทางเลือกอื่นๆเพื่อทำรังและกระทั่งขยายพันธุ์อยู่ใกล้ๆมนุษย์ จอห์น มาร์ซลัฟฟ์ อาจารย์ ด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว แต่นกจับคอนชนิดอื่นๆ หนีไปเสาะหาถิ่นอาศัยที่ไม่ถูกรบกวน แม้ว่าอาจหมายถึงการทิ้งคู่ผสมพันธุ์และสูญเสียโอกาสในการสืบพันธุ์  มาร์ซลัฟฟ์บอก  ท่ามกลางการขยายตัวของเมือง  เป็นที่รู้กันว่า นกในเมืองใหญ่ที่เป็นชนิดพันธุ์  “นักหลีกเลี่ยง” อย่างนกกระจิ๊ดเหลืองหน้าผากดำในภาพนี้  มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาร์ซลัฟฟ์และเพื่อนร่วมงานใช้เวลา 12 ปีเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการศึกษาชิ้นหนึ่งในจำนวนที่ยังมีอยู่น้อยนั่นคือเรื่องการขยายตัวของเมืองส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวของชนิดพันธุ์นกจับคอนอย่างไร นักวิจัยระบุสถานที่ สามลักษณะ ได้แก่ เขตสงวนในป่า ที่ดินแปลงย่อยๆที่มีอยู่แต่เดิม และ “สถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งผืนป่ากำลังถูกเปลี่ยนเป็นที่ดินแปลงย่อยๆ ที่นั่นพวกเขา จับและติดห่วงที่ขาของนกนักหลีกเลี่ยงและนักปรับตัวรวมทั้งหมดเกือบ 3,000 ตัว จากนั้นติดตามว่าพวกนกไปที่ไหนและให้กำเนิดลูกที่โตพอจะบินหรือไม่ โดยทั่วไป ชนิดพันธุ์ที่ศึกษาจะอยู่กับคู่ผสมพันธุ์ตัวหนึ่งในบริเวณหนึ่ง แต่เมื่อการพัฒนากำจัดต้นไม้เตี้ยๆ ที่นกนักหลีกเลี่ยงชอบทำรังออกไป นักวิจัยพบเห็นนกย้ายที่อยู่ใหม่และ “แยกทางกัน” หรือไม่กลับมาอยู่กับคู่ตัวเดิมอีก เมื่อการตามหาคู่ใหม่และอาณาเขตใหม่ขัดจังหวะฤดูผสมพันธุ์ นกนักหลีกเลี่ยง “มักจะล้มเหลวในการให้กำเนิดลูกสำหรับนกที่มีชีวิตอยู่ห้าหรือหกปี นี่เป็นอันตรายใหญ่หลวงสำหรับนกในเมืองใหญ่ครับ” มาร์ซลัฟฟ์บอก เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส […]

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

วานรน้อย แห่งโมร็อกโก

ภาพถ่าย ฟรานซิสโก มิงโกรานเซ บาร์บารี (Macaca sylvanus) เป็นลิงที่มีลักษณะโดดเด่นหลายอย่าง นอกเหนือจากมนุษย์แล้ว พวกมันเป็นไพรเมตอีกเพียงชนิดเดียว ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา และ ยังเป็นลิงชนิดเดียวที่อาศัยอยู่นอกทวีปเอเชียอีกด้วย ถิ่นอาศัยทางภูมิศาสตร์ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ลิงชนิดนี้โดดเด่น เนื้อตัวที่ปกคลุมด้วยขนหนาฟูสีอมส้มและดวงตาที่ฉายแววแสนรู้ ทำให้ลิงไร้หางเหล่านี้มีราคาค่างวดและเป็นที่ต้องการของนักเดินทางผู้พบเห็นมาช้านาน ทุกวันนี้ ถิ่นกระจายพันธุ์ของลิงบาร์บารีลดลงเหลือเพียงผืนป่าหย่อมเล็ก ๆ ในโมร็อกโก และแอลจีเรีย และมีประชากรลิงบาร์บารีอีกกลุ่มในยิบรอลตาร์ซึ่งแม้จะใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ แต่ก็คุ้นเคยกับผู้คน เคราะห์ร้ายที่พวกมันยังเป็นที่หมายปองของผู้พบเห็น นักอนุรักษ์ ประมาณการว่า ทุกปีพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าจะจับลูกลิงประมาณ 300 ตัวจากป่าในโมร็อกโกเพื่อส่งไปขายยังตลาดค้าสัตว์เลี้ยงในยุโรปที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลิงที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ชนิดนี้เหลืออยู่เพียง 6,000 ตัว ในจำนวนนี้ 4,000-5,000 ตัวอยู่ในโมร็อกโก ฟรานซิสโก มิงโกรานเซ ช่างภาพ ใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการบันทึกภาพลิงบาร์บารีบนที่สูง บนทิวเขามิดเดิลแอตลาส เขาเล่าว่า “พ่อแม่ลิงรักและดูแลลูกน้อยแทบจะเหมือนกับมนุษย์ เลยครับ แม่ลิงตัวหนึ่งกอดลูกที่ตายแล้วไว้ในอ้อมแขนนานถึงสี่วัน เป็นภาพที่ผมเห็นแล้วสะเทือนใจมากครับ” โบนาเวนทูรา มาโจโล ผู้ก่อตั้งโครงการลิงบาร์บารี เล่าว่า ลิงเพศผู้มักกระเตงลูกไปไหน มาไหนด้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต่างจากไพรเมตส่วนใหญ่ พวกมันใช้ลูกลิงเป็นสื่อในการ ผูกมิตรกับลิงเพศผู้ตัวอื่น มาโจโลเรียกวิธีการนี้ว่า “ปฏิสัมพันธ์แบบประกบ” […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.