ค้นพบฟอสซิลกิ้งก่าเก่าแก่ที่สุดในโลก

ค้นพบ ฟอสซิลกิ้งก่า เก่าแก่ที่สุดในโลก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วว่ากิ้งก่าตัวแรกสุดของโลกนั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรจาก ฟอสซิลกิ้งก่า

ผลการศึกษาล่าสุดของฟอสซิลจากเทือกเขาแอลป์ เชื่อกันว่าตัวอย่างฟอสซิลชิ้นนี้เป็น “มารดาของกิ้งก่าทั้งปวง” เนื่องจากมันเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่วิวัฒน์ขึ้นมาเป็นสะควอมาตา (Squamata) หรือสัตว์จำพวกกิ้งก่า และงูในปัจจุบัน มันมีชื่อว่า Megachirella wachtleri ย้อนอายุไปได้ไกลถึง 240 ล้านปี รายงานการค้นพบล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature

 

พบฟอสซิลกิ้งก่าที่ไหน?

ฟอสซิล Magechirella ถูกพบในเทือกเขาแอลป์ของอิตาลีเมื่อ 20 ปีก่อน ในตอนนั้นนักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันอาจเป็นสัตว์ที่เป็นญาติกับสะควอมาตา แต่ไม่มีหลักฐานมากพอที่จะระบุว่าเป็นบรรพบุรุษของสัตว์อะไร ตลอดจนรูปลักษณ์ของมันเป็นอย่างไรยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด และนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่เข้าใจถึงวิวัฒนาการของมันครอบคลุมแน่ชัด

ตัวอย่างของฟอสซิลถูกนำมาตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีซีทีสแกน ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นรายละเอียดของฟอสซิลชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงคุณลักษณะของสะควอมาตาโบราณ

ฟอสซิลกิ้งก่า
ฟอสซิล Megachirella wachtleri ช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาเขียนประวัติศาสตร์ของกิ้งก่าและงูใหม่
ภาพถ่ายโดย พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์, Trento, อิตาลี

 

ทราบได้อย่างไรว่ามันเป็นกิ้งก่า?

Tiago Simões หัวหน้าทีมวิจัยใช้เวลาสี่ปีในการศึกษาร่วมกับ Michael Caldwell นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา ผู้รวบรวมข้อมูลของสายพันธุ์สัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดทั้งมีชีวิตอยู่ และสูญพันธุ์ไปแล้วของงูและกิ้งก่า

“ผมใช้เวลากว่า 40 วัน เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์และมหาวิทยาลัยมากกว่า 50 แห่ง ใน 17 ประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลของฟอสซิลและสัตว์เลื้อยคลานที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อทำความเข้าใจว่าวิวัฒนาการในช่วงแรกเริ่มของสัตว์เลื้อยคลาน และกิ้งก่านั้นเป็นอย่างไร” Simões รายงานแก่ AFP

และด้วยเทคโนโลยีซีทีสแกน ทางทีมวิจัยได้สร้างโมเดลสามมิติแสดงสรีรวิทยาของกิ้งก่าโบราณนี้ขึ้นมา ซึ่งอนุมานได้ว่าพวกมันเป็นวิวัฒนาการชุดแรกเริ่มของสัตว์เลื้อยคลาน ก่อนที่กิ้งก่า และงูจะแยกสายวิวัฒนาการออกจากกัน

ภาพกราฟิกของ Megachirella wachtleri ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติเมื่อ 240 ล้านปีก่อน
กราฟิกโดย Davide Bonadonna, Nature

 

ทำไมการค้นพบครั้งนี้จึงสำคัญ?

สะควอมาตาคือหนึ่งในสัตว์ที่มีความหลากหลาย และแพร่ขยายสายพันธุ์มากที่สุดบนโลกนี้ แต่ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์มีองค์ความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการแรกเริ่มของพวกมันน้อยมาก การค้นพบครั้งนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาเข้าใจมากขึ้นว่า กิ้งก่าและงูเอาชีวิตรอดในยุคแรกเริ่ม และวิวัฒนาการจนขยายสายพันธุ์มากมายดังที่เห็นในทุกวันนี้ได้อย่างไร

“ตัวอย่างฟอสซิลชิ้นนี้เก่าแก่กว่าฟอสซิลกิ้งก่าที่เก่าแก่ที่สุดถึง 75 ล้านปี” Simões กล่าวระหว่างการแถลงข่าว นอกจากนั้น Caldwell ยังเสริมว่าสำหรับนักบรรพชีวินวิทยาแล้ว การค้นพบ Megachirella นั้นเทียบเท่าได้กับศิลาโรเซตตา (ศิลาจารึกเมื่อสมัย 196 ปี ก่อนคริสต์กาล ซึ่งเป็นกุญแจไขปริศนาอักษรไฮเออโรกลีฟอียิปต์) เนื่องจากว่าฟอสซิลชิ้นนี้ช่วยพวกเขาให้เข้าใจแผนผังต้นไม้ของสัตว์เลื้อยคลานมากยิ่งขึ้น

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

เรื่องแนะนำ

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลาเขาดิน

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา”เขาดิน” เมื่อ 63 ปีที่แล้ว นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กและกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนด้วย  รัฐบาลในยุคนั้นจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ในยุคนั้นงานวันเด็กแห่งชาติจัดในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม  แต่พอถึง พ.ศ. 2508 ก็เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเป็นช่วงที่อากาศดีกว่าช่วงฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตเป็นหน่วยงานราชการที่จัดงาน วันเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดมา  แต่รู้กันหรือไม่ว่า เขาดินที่เปิดทุกวันและเนืองแน่นโดยเฉพาะวันเด็กนี้ มีความเป็นมาอย่างไรประวัติคร่าวๆ ของ เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการสร้างสวนพฤกษชาติในเขตพระราชวังสวนดุสิต ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนพฤกษชาติแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่รวมถึงเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย เขาดินในตอนแรกจึงมีสถานะเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่สวนสัตว์ดังปัจจุบัน จนกระทั่งต่อมาทางเทศบาลกรุงเทพฯ ริเริ่มย้ายเอาสัตว์บางชนิดจากสวนอื่นๆ มาอาศัยที่นี่ รวมถึงขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชม สวนสัตว์ดุสิตจึงได้ฤกษ์เปิดตัวในฐานะสวนสัตว์แรกของไทยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 (ชมภาพเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเขาดินได้ ที่นี่ ) เอ่ยถึง เขาดินแล้ว ต้องเอ่ยถึงตำนานคู่เขาดินอย่าง ฮิปโปโปเตมัสที่ชื่อ แม่มะลิขวัญใจที่ใครๆ มาเขาดินก็ต้องมาชม […]

ฮัมมิงเบิร์ด วิหคสายฟ้า

เรื่อง เบรนแดน บอร์เรลล์ ภาพถ่าย อานันท์ วรมา ในการตามหานกขนาดเล็กที่สุดในโลก เรามายังเมืองปัลปีเต ประเทศคิวบา คริสโตเฟอร์ คลาร์ก นักปักษีวิทยา มีข้าวของเต็มรถให้ยกลง ทั้งกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง และกรงโปร่งใสรูปทรงลูกบาศก์ ภายในเวลาไม่กี่นาทีที่มาถึง คลาร์กก็หมุนตัววนไปวนมา เขาพยายามติดตามเส้นทางการบินของ “กระสุนติดปีก” ตัวหนึ่ง ขณะมันพุ่งหวือจากดอกไม้ช่อหนึ่งไปยังอีกช่อหนึ่ง ตอนที่นกฮัมมิงเบิร์ดแวะเติมเชื้อเพลิงรสหอมหวานจากดอกไม้ ปีกของมันกระพือต่อเนื่องเห็นเป็นสีเทาพร่ามัว รวดเร็วเกินกว่าดวงตามนุษย์จะแยกแยะได้ ขนาดร่างกายที่ขาดหายไปของมัน ได้รับการชดเชยด้วยความกระตือรือร้น เมื่อมันเห็นว่ามีผู้มาเยือนในถิ่นของมันเป็นนกเพศเมียตัวงามอยู่ในกรงโปร่งใสที่คลาร์กนำมาวางบนหลังคาสังกะสี แม้นกเพศผู้จะสังเกตเห็นกรงขังนกเพศเมีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของมันลดน้อยลงเลย มันโผจากคอนบนกิ่งไม้ บินลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ และส่งเสียงรัวๆไปยังทิศทางที่นกเพศเมียอยู่ มันไต่ระดับสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งเห็นเป็นจุดเล็กๆบนท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุม จากนั้นมันพุ่งตัวไปข้างหน้าเหมือนรถไฟเหาะที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แล้วทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงมา เพียงชั่วครู่เดียว การแสดงผาดโผนท้าความตายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คือไต่ระดับขึ้นไป ทิ้งตัวดิ่งลงมา แล้วโผขึ้น การทิ้งตัวดิ่งเหล่านี้กินเวลาแค่หนึ่งวินาที จากนั้นมันก็หายตัวไป และร่องรอยเพียงอย่างเดียวของเส้นทางที่มันบินผ่าน คือใบไม้ที่สั่นไหวจากการเคลื่อนที่ของมัน แม้จะตั้งใจจ้องมองการเกี้ยวพาราสีนี้ แต่ผมก็ไม่เห็น คลาร์กก็ไม่เห็นเช่นกัน แต่เขาทำอะไรที่ดีกว่านั้น เขาบันทึกการเกี้ยวพาราสีนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพความเร็วสูงซึ่ง     แต่ละวินาทีถ่ายได้ 500 […]

สัตว์เหล่านี้เคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจ

ไม่ใช่แค่แมวดำที่ถูกมองว่าเป็นแม่มดจำแลงกายมา แม้แต่กระต่าย, อาย-อาย, พะยูน และจิ้งจอกอาร์กติกเอง สัตว์เหล่านี้ก็มีตำนานเล่าขานเช่นกัน เนื่องในวันฮาโลวีนมาทำความรู้จักกับพวกมันในอีกมุมหนึ่งให้มากขึ้นกัน