ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง - National Geographic Thailand

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง

ณ ชายหาดของคอสตาริกา ลูกสลอธสามนิ้วเท้าตัวหนึ่งกำลังร้องระงม เพราะมันพลัดหลงกับแม่ เคราะห์ดีที่นักท่องเที่ยวไปพบมันเข้า และนำลูกสลอธตัวดังกล่าวส่งต่อมาให้กับศูนย์ดูแลสัตว์จากัวร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ช่วยกันออกไปตามหาแม่ของมันในเวลาต่อมา แต่ไม่เป็นผล…

เสียงร้องอันน่าปวดใจของลูกสลอธจุดประกายบางอย่างให้พวกเขาได้ไอเดียใหม่ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ลองอัดเสียงของลูกสลอธน้อย จากนั้นเปิดเสียงของมันด้วยลำโพงตัวเล็กๆ แทนในระหว่างการตามหา ทันใดนั้นสลอธตัวเมียตัวหนึ่งก็มีปฏิกิริยาตอบรับต่อเสียงร้อง พวกเขาลองส่งลูกสลอธให้มันดม ว่าใช่กลิ่นของลูกที่พลัดพรากจากไปหรือไม่ และในที่สุดสองแม่ลูกก็ได้พบกันอีกครั้ง!

แม้ว่าสลอธสามนิ้วเท้าสีน้ำตาลเหล่านี้จะไม่ใช่สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันถิ่นอาศัยของพวกมันกกลังได้รับผลกระทบจากมนุษย์ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนการวางแนวเสาไฟฟ้า

 

อ่านเพิ่มเติม

สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่

เรื่องแนะนำ

ยีราฟถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน

ยีราฟ ถูกฆ่าเพราะมีคนต้องการเพียงหางของมัน ความตายของ ยีราฟ Kordofan จำนวนสามตัวเป็นแรงบันดาลใจให้ David Hamlin นักทำหนังคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ร่างของยีราฟเพศเมียหนึ่งตัวและเพศผู้อีกสองตัวนอนเหยีดยาวให้สัตว์กินซากแทะเล็มอยู่ภายในทุ่งหญ้าสูงของอุทยานแห่งชาติ Garamba ประเทศคองโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2016 นี้สร้างความเดือดดาลให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าอย่างมาก เนื่องจากยีราฟ Kordofan เป็นสัตว์หายาก และการสังหารพวกมันส่งผลให้อุทยานแห่งนี้เหลือยีราฟสายพันธุ์ดังกล่าวเพียง 37 ตัว ด้าน Hamlin ตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องนี้ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เขาเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อถ่ายทำสารคดี ก่อนที่จะได้รู้ความจริงภายหลังว่ายีราฟเหล่านี้ถูกฆ่าตายเพียงเพราะใครบางคนต้องการหางของมันเท่านั้น ซึ่งหางที่ว่านี้สามารถขายได้ในราคาหลายพันดอลล่าร์สหรัฐ เม็ดเงินจำนวนมากนี้เย้ายวนให้บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงล่าสัตว์ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่ง Hamlin เองคาดหวังว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยเปิดเผยความโหดร้ายของขบวนการเหล่านี้ รวมทั้งมีส่วนช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์แก่บรรดาสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ร่วมเดินทางหาความจริงไปกับ Hamlin ผ่านสารคดีพิเศษเรื่องนี้กัน อ่านเพิ่มเติม มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย

แขนจิ๋วของ ทีเร็กซ์ อาจเป็นอาวุธอันตราย แขนจิ๋วสองข้างของเจ้าไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ เป็นปริศนาคาใจมาช้านาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับแขนคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นไว้สำหรับจับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนรอความตาย, ช่วยยันตัวไดโนเสาร์เองขึ้นมาจากพื้น หรือใช้จับคู่ของมันขณะผสมพันธุ์ ไม่ว่าแขนของมันจะมีไว้ใช้ทำอะไรก็ตาม ผลการศึกษาที่เป็นเอกฉันท์ในช่วงหลายปีมานี้ลงความเห็นว่าแขนคู่นี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นเศษตกค้างจากวิวัฒนาการของมัน ที่มันได้รับมาจากบรรพบรุษทีเร็กซ์ คล้ายกับปีกในนกที่บินไม่ได้และในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็เสนอว่า การที่แขนของมันมีขนาดเล็กลงนั้นมีขึ้นเพื่อจำเป็นให้รับกับศีรษะและลำคอที่ทรงพลังไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมัน แต่ปัจจุบันนักวิจัยชี้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจทั้งหมดนี้อาจผิด สตีเฟ่น สแตนลีย์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาย เชื่อว่าแขนของไทแรนโนซอรัสวิวัฒนาการขึ้นเพื่อใช้ในการข่วนระยะใกล้ ซึ่งด้วยกรงเล็บแหลมความยาว 4 นิ้ว นั่นจะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่เหยื่อที่เจอเข้ากับอาวุธร้ายอันตรายนี้เข้าไป “ในระยะใกล้ ขากรรไกรที่แข็งแรงและกรงเล็บขนาดใหญ่ของทีเร็กซ์สามารถจับเหยื่อจากด้านหลังได้อยู่หมัดและยังข่วนเหยื่อให้เป็นแผลลึกยาวเกือบเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที” สแตนลี่ย์กล่าว “ซึ่งทั้งหมดนี้มันสามารถทำซ้ำได้อีกหลายครั้งอย่างรวดเร็ว” จากการศึกษาพบว่ามีไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับทีเร็กซ์ใช้กรงเล็บของมันข่วนเหยื่อเช่นกัน “ฉะนั้นแล้วในแง่ของอาวุธที่น่าเกรงขาม ทำไมทีเร็กซ์จะไม่ใช่ประโยชน์จากอวัยวะนี้?” สแตนลี่ย์ถาม ตัวเขาเสนอรายงานการค้นพบนี้ เมื่อปลายเดือนตุลาคม ในซีแอตเทิล ระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นโดยสมาคมธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา ในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องโฟกัสไปที่กระดูกแขนของทีเร็กซ์ ซึ่งแรงข่วนจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ “กระดูกและข้อต่อที่ไม่ปกติ” มีส่วนช่วยให้แขนของมันเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีการข่วน สแตนลี่ย์กล่าว นอกจากนั้นไทแรนโนซอรัสยังเสืยกรงเล็บข้างหนึ่งของมันไปจากวิวัฒนาการอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้แรงกดมากกว่า 50% ถ่ายเทไปที่กรงเล็บที่เหลือทั้ง 2 ข้าง และช่วยให้การข่วนเฉือนเหยื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เกราะของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ก็อาจไม่ได้มีไว้แค่การต่อสู้เช่นกัน)    ข่วนเฉือนเพื่อผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วย “มันดูไร้เหตุผลที่จะใช้แขนเล็กๆ […]

แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

นักอนุรักษ์พากันเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของแรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายในโลก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2018 ตามเวลาท้องถิ่นในเคนยา