สัตว์เหล่านี้มีหางย๊าวยาว

สัตว์เหล่านี้มีหางย๊าวยาว

จินตนาการถึง “หางยาว” คุณผู้อ่านจะนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก บางคนอาจตอบว่าเรือ แต่หางยาวในบทความนี้แตกต่างออกไป เพราะเรากำลังพูดถึงสัตว์ที่มีหางยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัว

คำถามนี้ถูกส่งเข้ามายัง Weird Animal Question ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ต้องขอขอบคุณ Kasi Lucaz ผู้ถามที่เปิดโลกใบใหม่ให้เราได้รู้จักกับสัตว์เหล่านี้กัน

 

กิ้งก่าที่มีหางยาวมาก

ในโลกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ยีราฟ อาจดูเหมือนสัตว์ที่มีหางยาวที่สุด จากความยาวตัวของมันที่สูงถึง 2.4 เมตร และมีหางยาวมากกว่า 78 เซนติเมตร ทว่าหากจะวันกันจริงๆ แล้วจำเป็นต้องเทียบกับขนาดความยาวลำตัว

ในโลกของสัตว์เลื้อยคลาน ตำแหน่งนี้ตกเป็นของ กิ้งก่าน้อยหางยาว (Asian grass lizard) รายงานจาก Don Moore ผู้อำนวยการสวนสัตว์โอเรกอน ในเมืองพอร์ทแลนด์ เจ้ากิ้งก่าตัวจิ๋วนี้มีความยาวของหางมากถึง 25 เซนติเมตร หรือคิดเป็น 3 เท่าของความยาวลำตัวมัน

ปกติแล้ว หางของสัตว์ถูกวิวัฒนาการขึ้นเพื่อช่วยให้ร่างกายทรงตัวได้ดี รวมไปถึงช่วยในการว่ายน้ำด้วยเช่นกัน แต่สำหรับบรรดากิ้งก่าแล้วหางยาวๆ ของมันยังช่วยให้พวกมันรอดชีวิตจากนักล่าอีกด้วย เมื่อถูกคุกคามมันจะสลัดหางออก แล้วหนีเอาชีวิตรอดไป

 

หางสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

สัตว์ฟันแทะที่มีชื่อเรียกว่า หนูเจอร์บัว (Jerboa) ซึ่งมีถิ่นอาศัยในทวีปอเมริกาเหนือ และเอเชีย คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีหางยาวที่สุด

ปัจจุบันหนูเจอร์บัวเหล่านี้ที่พบได้ในมองโกเลีย และทางตอนเหนือของจีนกำลังอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์
ภาพถ่ายโดย Roland Seitre

เอกลักษณ์ของหนูเจอร์บัวคือหูยาวๆ ของมันที่มีขนาดมากกว่า 8.9 เซนติเมตร ในขณะที่หางของมันนั้นยาวกว่าเป็นสองเท่า ด้วยความยาวมากถึง 16 เซนติเมตร หางยาวๆ นี้ช่วยให้พวกมันสามารถทรงตัวได้ขณะกระโดดไปมา

อีกหนึ่งสายพันธุ์ผู้เข้าชิงโดดเด่นคือ ลิงแมงมุม (Spider monkeys) ซึ่ง Moore กล่าวว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่มีหางยาวเป็น 1.9 เท่าของความยาวลำตัว

กระรอกแวมไพร์ (Vampire squirrel) คืออีกหนึ่งสายพันธุ์ที่น่าสนใจ แม้พวกมันไม่ได้มีหางยาวที่สุด แต่หางของพวกมันฟูฟ่องอลังการอย่างมาก เรียกได้ว่าเมื่อมันพองหางขึ้นแล้ว หางของมันจะใหญ่กว่าตัวมันเอาเสียอีก โดยกลยุทธ์ดังกล่าวนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความงงงวยให้แก่ศัตรู ก่อนที่มันจะฉวยโอกาสหลบหนีไป

หนึ่งในเจ็ดสายพันธุ์ของลิงแมงมุมถูกพบในภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งพวกมันใช้หางในการดำรงชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม
ภาพถ่ายโดย Arco Images GMBH

 

ในโลกใต้น้ำ

มาดูที่มหาสมุทรกันบ้าง Jackie Cooper นักดูแลสัตว์น้ำจากอควาเรียมแห่งชาติ ในบัลติมอร์ เสนอกระเบนจุดขาว (Whiptail ray) เป็นผู้เข้าชิง เพราะเจ้าปลากระดูกอ่อนสายพันธุ์นี้มีหางยาวเป็นสามเท่าของความยาวลำตัวเลยทีเดียว ในขณะที่ ฉลามหางยาว (Thresher shark) เองก็น่าสนใจ ด้วยครีบหางด้านบนที่ยาวเป็นเอกลักษณ์ และมันยังใช้หางยาวๆ นี้ตวัดใส่ปลาอื่นๆ ให้มึนงง ก่อนที่จะกินเป็นอาหารอีกด้วย

ฉลามหางยาวในน่านน้ำของอียิปต์
ภาพถ่ายโดย Norbert Probst

 

ไก่งามเพราะขน

หางของสัตว์ปีกแตกต่างออกไป เพราะมันประกอบด้วยเส้นขนล้วนๆ ไม่ใช่กล้ามเนื้อและกระดูกดังเช่นหางของกิ้งก่า หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

นกริบบอนเทล แอสทราเปียใช้หางสวยๆ ของมันดึงดูดตัวเมียให้เข้ามาผสมพันธุ์ด้วย
ภาพถ่ายโดย Jason Gallier

แน่นอนว่ามีนกสายพันธุ์หนึ่งที่งดงามจนไม่อาจถูกมองข้ามได้ มันคือนกริบบอนเทล แอสทราเปีย (ribbon-tailed astrapia) ที่มีถิ่นอาศัยบนเกาะนิวกินี หางของพวกมันยาวถึง 0.9 เมตร หรือคิดเป็นเกือบสี่เท่าของความยาวลำตัว และเช่นเดียวกับนกสายพันธุ์อื่นๆ หางสวยๆ เหล่านี้เป็นของนกตัวผู้ ที่วิวัฒนาการขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของนกตัวเมีย

ก็แหม ใครกันจะไม่อยากแต่งตัวสวยๆ ไปพบคนรักบ้างล่ะ? ว่าไหม

เรื่อง Liz Langley

 

อ่านเพิ่มเติม

สัตว์เหล่านี้มีดวงตาโต๊โต!

เรื่องแนะนำ

สายพันธุ์ใหม่ของหมีน้ำถูกพบในญี่ปุ่น

หมีน้ำสายพันธุ์ใหม่ถูกพบในลานจอดรถของประเทศญี่ปุ่น การศึกษามันอาจให้ความกระจ่างว่าสรรพสัตว์ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างไร

แม่สิงโตภูเขาเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างไร?

แม่สิงโตภูเขาเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างไร? ร่วมสำรวจไปยังมุมลับๆ ของสิงโตภูเขา หรือที่เรียกกันว่า เสือพูม่า เพื่อหาคำตอบว่าพวกมันมีวิธีการเลี้ยงดูลูกอ่อนอย่างไร ฟุตเทจที่หายากเหล่านี้ถูกบันทึกโดยองค์กร Panthera พวกเขาใช้อุปกรณ์ติดตามและกล้องดักถ่ายสัตว์ กับประชากรสิงโตภูเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของรัฐไวโอมิง จากการสำรวจทีมอนุรักษ์พบว่า หลังให้กำเนิดลูก แม่สิงโตภูเขาจะคอยดูแลลูกอยู่ไม่ห่างเป็นเวลา 2 – 3 วัน ก่อนที่มันจะออกไปหาอาหาร ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งวัน และบางครั้งพวกมันก็พาลูกๆ ย้ายไปยังแหล่งที่อยู่ใหม่ เพื่อให้ลูกรอดพ้นจากผู้ล่าหรือปรสิตอื่นๆ เมื่อเวลาผ่านไปราว 6 สัปดาห์ ลูกสิงโตภูเขาจะเริ่มติดตามแม่ของมันออกไปล่าเหยื่อด้วย และจะติดอยู่กับแม่จนกว่าอายุได้ 18 เดือน ระหว่างนี้พวกมันต้องเรียนรู้ทักษะการล่าเหยื่อและเอาตัวรอดด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่พบก็คือ ลูกสิงโตภูเขาเหล่านี้มีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก หากพวกมันสูญเสียแม่ไป กฎหมายของรัฐไวโอมิงระบุว่าห้ามฆ่าสิงโตภูเขาที่มีลูกอ่อน อย่างไรก็ดีมันยากที่จะดูออกว่าตัวเมียนั้นๆ กำลังมีลูกหรือไม่ และทุกๆ ปี ประมาณกันว่ามีลูกสิงโตภูเขาราว 70 ตัวที่ต้องกลายเป็นกำพร้า ทั้งนี้พฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกของมันอาจช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ประชากรสิงโตภูเขาได้   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

สำรวจโลก : พิราบตรวจอากาศ

พิราบตรวจอากาศ เช้าอากาศสดใสวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นกพิราบสื่อสาร 10 ตัวถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้าเหนือ กรุงลอนดอน บางตัวได้รับการติดอุปกรณ์ ขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซนในอากาศของมหานครแห่งนี้ นี่เป็นภารกิจแรกของโครงการ “พิราบตรวจอากาศ” (Pigeon Air Patrol) นับตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้คนใช้ประโยชน์จากนกที่มีพรสวรรค์ด้านการนำทางนี้ เจงกิสข่านและชาวโรมันใช้พวกมันเป็นผู้ส่งสาร ฝรั่งเศสถึงกับมอบเหรียญกล้าหาญให้นกพิราบสองตัวที่รับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นกพิราบถูกฝึกให้นำจรวดไปยังเป้าหมายด้วยการจิกไปที่ เป้าหมายบนจอซึ่งติดตั้งไว้ภายในหัวจรวด (ระบบนำวิถีด้วยวิทยุทำให้พวกมันไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการฝึกก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจอสัมผัสหรือทัชสกรีนในปัจจุบัน) โครงการพิราบตรวจอากาศสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการพลูมแลบส์ (Plume Labs) ของโรเมน ลาคอมบ์ เพื่อช่วย สร้างความเข้าใจให้สาธารณชนเกี่ยวกับอากาศที่ พวกเขาหายใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า มลพิษในอากาศของลอนดอนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 9,416 รายในแต่ละปี โครงการพิราบตรวจอากาศได้ผลเกินคาดจนสามารถชักจูงให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์สวมใส่อุปกรณ์แบบเดียวกัน ซึ่งนับแต่นั้นสามารถทำแผนที่คุณภาพอากาศของเส้นทางต่างๆ ในลอนดอนรวมแล้ว 2,100 กิโลเมตร “เราใช้อะไรที่ตรงข้ามกับเทคโนโลยีเพื่อทำ สิ่งที่ลํ้าสมัยเอามาก ๆ” ลาคอมบ์บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้านกพิราบช่วยให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ได้ ก็จะเป็นอะไรไปเล่า” เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย: DIGITASSLBI; APIC/HULTON ARCHIVE/GETTY IMAGES […]

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากหนังสือ หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย (75th Year of Thai Zoos) จัดทำโดยองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงประวัติของสวนสัตว์ดุสิต [เขาดิน] ว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต พระนคร สำหรับเป็นที่เสด็จประพาสต้นและสำราญพระราชอิริยาบถ  ที่ได้ชื่อว่า “เขาดินวนา” ก็เพราะมีการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำ จนเป็นคำที่เรียกติดปากสืบมา  นับถึงวันนี้เขาดินฯ มีอายุ 79 ปี และกำลังย้ายไปสู่พื้นที่ใหม่ในช่วงเวลาอันใกล้ พร้อมขับเคลื่อนสู่ความเป็นสวนสัตว์สมัยใหม่ (modern zoo) เช่นเดียวกับนานาประเทศ  ในฐานะที่เป็นสถานที่สำคัญที่คนไทยผูกพันมาแสนนานตั้งแต่วัยเด็ก เขาดินผ่านการร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อยดังประวัติย่อข้างล่างนี้   พ.ศ. 2444 วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 คราวที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา “ฮิส […]