พวก ลักลอบล่าสัตว์ ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน - National Geographic Thailand

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

พวก ลักลอบล่าสัตว์ ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2018 อาวุธและชิ้นส่วนมนุษย์ของผู้ที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นพวกลักลอบล่านอแรดจำนวน 3 คน ถูกพบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซิบูยา ประเทศแอฟริกาใต้ สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานดูเหมือนว่ากลุ่มคนพวก ลักลอบล่าสัตว์ เหล่านี้จะถูกสิงโตกิน

ในรายงานระบุว่า ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม สุนัขลาดตระเวนมีปฏิกิริยาผิดปกติ แต่กว่าเจ้าหน้าที่จะพบกะโหกกศีรษะของมนุษย์ก็เป็นช่วงเวลาบ่ายของวันอังคารแล้ว โดยนิก ฟอกซ์เจ้าหน้าที่อุทยานเป็นผู้พบ ในระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เจ้าหน้าที่เล่าว่าพวกเขาพบกระเป๋า, ปืน, ขนมปัง และชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายเป็นวงกว้าง “ซากมนุษย์ยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน” ฟอกซ์ให้สัมภาษณ์แก่ HeraldLIVE สำนักข่าวของแอฟริกาใต้ ทว่าในช่วงเวลานั้นใกล้จะมืดแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องกลับมาสำรวจใหม่ในวันพุธ เพื่อความปลอดภัย

ฟอกซ์เล่าว่าพวกเขาเห็นชิ้นส่วนชัดๆ ที่พอระบุได้คือ กะโหลกศีรษะและกระดูกเชิงกรานของมนุษย์ เชื่อกันว่าผู้บุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน่าจะมี 3 คน โดยดูจากรองเท้าและถุงมือที่เหลืออยู่ และจากอุปกรณ์รอบๆ ที่ถูกทิ้งไว้ เชื่อกันว่ากลุ่มคนเหล่านี้มายังอุทยานด้วยเจตนาที่ตั้งใจจะทำผิดกฎหมาย

“พวกเขามีอาวุธพร้อม ทั้งปืนไรเฟิลแรงสูงกับอุปกรณ์เก็บเสียง, ขวาน, คัทเตอร์ และเสบียงอาหารที่พอสำหรับการอยู่ป่าสองสามวัน ดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจที่จะมาล่านอแรดโดยเฉพาะ” ฟอกซ์ ให้สัมภาษณ์กับ RNEWS สำนักข่าวท้องถิ่น ด้านเจ้าหน้าที่บางส่วนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาสมาชิกพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าที่ยังอาจมีชีวิตรอด และอาจหลบซ่อนตัวอยู่

การล่านอแรดอย่างผิดกฏหมายคือวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ สถานที่ที่ 80% ของประชากรแรดทั่วโลกอาศัยอยู่ ในปี 2007 มีรายงานแรดจำนวน 13 ตัวถูกฆ่าโดยพวกลักลอบล่าสัตว์ แต่ในปี 2017 ตัวเลขพุ่งทะยานเป็น 1,000 ตัว

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งมีรายงานข่าวแรดขาวนาม เบลล่า ถูกยิงตายและตัดเอานอขนาดหนึ่งนิ้วไป เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังเบลล่าและแรดอีกสองตัวเพิ่งจะถูกเจ้าหน้าที่ตัดนอออกเพื่อความปลอดภัยของมัน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Kragga Kamma ไม่ไกลจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไปทางตะวันตก

สำหรับกรณีนี้ ไม่น่าแปลกใจที่สิงโตจะเห็นกลุ่มพวกลักลอบล่าสัตว์เป็นอาหาร “สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่อยู่รอบสิงโตสามารถเป็นเหยื่อได้หมด และผู้คนเหล่านี้ที่คิดว่าพวกเขาได้รับการยกเว้นนั้นช่างโง่เขลาสิ้นดี” ลุค ดอลลาร์ ผู้อำนวยการโครงการ Big Cats ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเคยกล่าวไว้เมื่อปี 2015

ขณะนี้เหยื่อที่ถูกสิงโตกินยังไม่ได้รับการพิสูจน์อัตลักษณ์ ด้านโฆษกตำรวจกล่าวว่า ปืนไรเฟิลที่ถูกพบในที่เกิดเหตุจะถูกนำมาตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่าเคยถูกใช้ในการล่าสัตว์ หรือก่ออาชญากรรมอื่นๆ อีกหรือไม่

เรื่อง Theresa Machemer

 

อ่านเพิ่มเติม

เกาหลีใต้ระบุฆ่าสุนัขเพื่อบริโภคเนื้อผิดกฎหมาย

เรื่องแนะนำ

พบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก

ผลการศึกษาจากทั่วโลกสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์กำลังมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในอัตรา 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านๆ มา เชิญพบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในขณะนี้ ตั้งแต่เสือไปจนถึงเต่า และภาพถ่ายของพวกมันได้ถูกบันทึกเอาไว้โดย โจเอล ซาตอร์ ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกับโปรเจคภาพถ่ายสัตว์ของเขาที่ต้องการบันทึกสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกให้ได้มากที่สุด เสือโคร่งมลายู : จำนวนประชากรจาก 3,000 ตัวในปี 1950 เหลือน้อยกว่า 340 ตัวในปี 2013 โดยนอกเหนือไปจากการถูกล่าแล้ว การรุกล้ำพื้นที่ป่าในมาเลเซียซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่กำลังทำให้มันใกล้สูญพันธุ์ งูหางกระดิ่งซานตากาตารีน่า : ไม่ทราบจำนวนประชากร สายพันธุ์งูหายากนี้เป็นสายพันธฺุเฉพาะบนเกาะในเม็กซิโก และปัจจุบันกำลังตกเป็นเหยื่อของแมวดุร้ายที่กลับคืนสู่ป่า (Feral Cats) เหยี่ยวริดเวย์ : ประชากรน้อยกว่า 400 ตัวในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกัน เหยี่ยวสายพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง เต่ากระ หรือ เต่าปากเหยี่ยว : จำนวนประชากรเพศเมียน้อยกว่า 29,000 ในปัจจุบัน การค้าสัตว์ป่ากำลังคุกคามเต่าสายพันธู์นี้ความนิยมในกระดองราคาสูงของมันมีมาตั้งแต่โลกยุคโบราณ แรดดำ : จำนวนประชากรจาก 65,000 ตัวในปี 1960 เหลือ […]

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

เต่าทะเลแยกสายวิวัฒนาการจากเต่าบกเมื่อกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พวกมันรอดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อยที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์มาได้ และผ่านการสูญพันธุ์ทางทะเลเมื่อสองล้านปีก่อนที่ทำให้เครือญาติของมันหายไปกว่าครึ่ง ทุกวันนี้ เราพบเต่าทะเลได้ตามชายหาดในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา และมีเต่าแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก ถึงกระนั้น ภัยคุกคามใหม่ๆ โดยเฉพาะจากมนุษย์กำลังท้าทายความสามารถในการปรับตัวของพวกมัน

ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว

แม้ในปีนี้เราจะได้ยินข่าวดีหลายเรื่องเกี่ยวกับทะเลไทย เช่น การกลับมาของฉลามหูดำแห่งอ่าวมาหยา และล่าสุดคือการร่วมแรงร่วมใจกันเลี้ยงดูมาเรียม พะยูนน้อยที่พลัดหลงกับฝูง กระนั้น สัตว์ทะเลหายากอีกหลายอย่างของทะเลไทย เช่น ฉลามวาฬ พะยูน และเต่ามะเฟือง ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากกิจกรรมการท่องเที่ยว

แรดอินเดีย : ยูนิคอร์นแห่งแคว้นอัสสัม

บนดินแดนแห่งการปลูกชาอันเลื่องชื่อ แรดอินเดีย ได้รับการพิทักษ์ไว้ให้ปลอดภัย Awesome Assam มหัศจรรย์ แรดอินเดีย แห่งอัสสัม แคว้นอัสสัมตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย นอกจากเป็นแหล่งผลิตชาชั้นเลิศแล้ว ยังเป็นถิ่นอาศัยของยูนิคอร์นอีกด้วย เพียงแต่ยูนิคอร์นนี้ไม่ใช่สัตว์ในเทพนิยายแต่หมายถึงแรดนอเดียว หรือแรดอินเดีย (Rhinoceros unicornis) ซึ่งมีชื่อเรียกกันอีกหลายชื่อ เช่น Greater One-Horned Rhinoceros และ Great Indian Rhinoceros เป็นต้น ด้วยลักษณะเด่นที่มีเพียงนอเดียว ชาวบ้านแถวนั้นจึงเรียกแรดอินเดียนี้ว่า “ยูนิคอร์น” ความน่าสนใจอีกอย่างของแรดอินเดียคือลำตัวของมันที่มีลักษณะเหมือนเกราะหนาหุ้มอยู่ ถ้าจะบอกว่าหน้าตาเหมือนแรดใส่ชุดเกราะก็คงไม่ผิด และยิ่งพินิจพิจารณา ยิ่งดูเหมือนสัตว์ดึกดำบรรพ์จากยุคจูราสสิก เรื่องและภาพ: สุวิมล สงวนสัตย์ นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย คาซิรังกา…มรดกโลก เราตั้งใจไปซาฟารีที่อุทยานแห่งชาติคาซิรังกา เพราะที่นี่มีประชากรแรดอินเดียถึง 2 ใน 3 ของโลก จากการทำสำมะโนประชากรแรดอินเดียล่าสุดที่อุทยานแห่งนี้ในปี 2018 พบว่ามีจำนวนแรดราว 2,413 ตัว ซึ่งถือว่ามีประชากรเยอะมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ที่เป็นช่วงแห่งการล่าแรดอินเดียจนเกือบสูญพันธุ์ จำนวนแรดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากความพยายามในการอนุรักษ์ของทางภาครัฐที่จริงจังมากจนน่าชื่นชม เมื่อราวสองปีก่อน คาซิรังกาอยู่ในพาดหัวข่าวของบีบีซีว่าเป็น “อุทยานที่ยิงคน […]