เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์  แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวัง ปลาแลมป์เพรย์ ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้

ปลาแลมป์เพรย์
ปลาแลมป์เพรย์ลักษณะคล้ายปลาไหล แต่ดูดเลือดเหมือนทาก

ลักษณะทั่วไป

ปลาแลมป์เพรย์ (อังกฤษ: Lamprey fish,ชื่อวิทยาศาสตร์: Petromyzon marinus) มีต้นตระกูลเดิมคือ ออสตราโคเดิร์ม ( Ostracoderm) ซึ่งเป็นปลาโบราณที่สูญพันธ์ไปแล้วในปัจจุบัน พวกจัดอยู่ในกลุ่มปลาไม่มีขากรรไกรอันดับ Petromyzontiformes ในวงศ์ Petromyzontidae มีลักษณะลำตัวยาวคล้ายปลาไหล ลำตัวด้านหลังมักจะเป็นสีดำ มีครีบหลังและครีบหาง แต่ไม่มีครีบคู่ ไม่มีเกล็ด ปากจะอยู่ค่อนลงมาทางด้านท้องซึ่งไม่มีขากรรไกร แต่จะมีลักษณะเป็นวงกลมใช้สำหรับดูด มีฟันแหลมคมจำนวนมากอยู่ในปาก มีลักษณะเพศแยกออกเป็นเพศผู้และเพศเมียชัดเจน

(ทำความรู้จักซากปลาโบราณที่สูญพันธ์ไปแล้วซึ่งเป็นต้นตระกูลของปลาแลมป์เพรย์ เเละ ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยองไม่แพ้กันกับปลาแลมป์เพรย์)

 

การล่าเหยื่อ

มันจัดเป็นสัตว์ปรสิตประเภทหนึ่ง โดยมันจะใช้ปากเกาะเหยื่อและใช้ฟันกับลิ้นครูดเอาเนื้อออก เพื่อให้เลือดของเหยื่อไหลผ่านได้สะดวก ระหว่างนั้นร่างกายของมันจะสร้างสารป้องกันการตกตะกอนของเลือดส่งไปที่ปากแผลเหยื่อ เมื่อดูดเลือดของเหยื่อจนตัวเหยื่อแห้งตายแล้วก็จะปล่อยทิ้งแล้วหาเหยื่อใหม่ต่อไป ซึ่งเหยื่อของมันจะเป็นพวกสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น ปลาขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

(นอกจากนี้เเล้วก็ยังมี ค้างคาวแวมไพร์ ที่เป็นสัตว์กระหายเลือดรวมถึง สัตว์ร้ายชนิดอื่นๆ ที่ควรระวังตัวให้ดี)

ปลาแลมป์เพรย์
เหยื่อของปลาแลมป์เพรย์ มีร่องรอยกัดด้วยรอยฟันอันแหลมคม และถูกดูดเลือดอย่างโหดเหี้ยม

 

ประเภทของปลาแลมป์เพรย์

แบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ

  1. ปลาแลมป์เพรย์น้ำจืด (แบบธรรมดา) อาศัยอยู่ตามลำธาร หรือแหล่งน้ำจืดต่างๆ ซึ่งปกติจะกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร
  2. ปลาแลมป์เพรย์ทะเล เกิดและเจริญเติบโตในแหล่งน้ำจืด แต่เมื่อโตเต็มวัยก็จะอพยพคืนถิ่นสู่ทะเล มีอายุยืนยาวกว่าชนิดที่เป็นปลาน้ำจืด ซึ่งปกติจะดูดเลือดสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใหญ่กว่าเป็นอาหาร เมื่อเข้ามาวางไข่ในน้ำจืดจะไม่กินอาหาร

 

วงจรชีวิต

ปลาแลมป์เพรย์ทะเลมีวงจรชีวิตปกติอาศัยอยู่ในทะเล แต่จะว่ายน้ำเข้าสู่เขตน้ำจืดเป็นระยะทางไกลนับเป็นพัน ๆ กว่ากิโลเมตร เพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ในบริเวณตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, ชายฝั่งแปซิฟิกของอเมริกาเหนือ, โนวาสโกเทีย, ตอนใต้ของเกาะกรีนแลนด์, ไอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร และสแกนดิเนเวีย รวมถึงเกรตเลคส์และแม่น้ำ หรือลำธารน้ำจืดต่าง ๆ แม้กระทั้งลำธารน้ำที่ไหลเชี่ยว บางครั้งที่พบ แม้เขื่อนหรือที่กั้นที่เป็นที่สูง พวกมันก็จะพยายามคืบคลานขึ้นไป โดยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ปลาแลมป์เพรย์ทะเลจะไม่กินอาหารทั้งตัวผู้และตัวเมีย

การผสมพันธุ์เป็นการปฏิสนธิภายนอก วางไข่ได้ครั้งละ 35,000-100,000 ฟอง โดยปลาตัวเมียจะขุดหลุมวางไข่ซึ่งมีความกว้างประมาณ 1 เมตร และลึกประมาณ 15 เซนติเมตร หลังวางไข่แล้วทั้งตัวผู้และเมียก็จะตายไป จากนั้นไข่จะฟักเป็นตัว ปลาในวัยอ่อนจะยังไม่มีฟันและตาบอด ซึ่งมีลักษณะภายนอกแตกต่างจากปลาเต็มวัยพอสมควร และต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 ปีก่อนที่จะเติบโตจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นปลาเต็มวัย ซึ่งในระยะนี้ปลาวัยอ่อนจะเลี้ยงตัวเองในน้ำจืดจนโตเต็มวัยโดยประมาณ 3-7 ปี  ซึ่งตัวเต็มวัยจะคงอยู่ในน้ำจืดอีกประมาณ 1 ปี แล้วก็วางไข่ จากนั้นก็จะตายไป ส่วนชนิดที่เป็นปลาแลมป์เพรย์ทะเลก็จะอพยพคืนถิ่นสู่ทะเล

 

แหล่งที่พบ

พบได้ทั้งลำธารในน้ำจืด และในทะเล พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก ทั้งยุโรปตอนบน, อเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, แอฟริกาตะวันตก, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ชิลี, ออสเตรเลีย และเกาะแทสมาเนีย

(พบปลาที่มีฟันแหลมคมน้ำลึกในออสเตรเลีย)

 

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับปลาแลมป์เพรย์

มันอยู่ในสัตว์ตระกูลเดียวกับฉลาม ซึ่งสามารถทำร้ายคนได้ แต่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้ปลาแลมป์เพรย์ทะเลนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารทั้งสตูหรือพาย และมีอินเดียนแดงบางเผ่าที่นำมาย่างรมควัน รับประทานเป็นอาหารด้วย

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้างคาว: นักล่าแห่งรัตติกาล

 

เเหล่งข้อมูล

ปลาแวมไพร์ สูบเลือดปลาอื่นตาย สหรัฐฯ เตรียมกำจัดทิ้งแล้ว

รู้จัก! ปลาแลมป์เพรย์ รูปร่างสุดสยอง ดูดเลือดจนเหยื่อตาย

เรื่องแนะนำ

ศึกชิงบ่อน้ำระหว่างช้างและหมาป่าแอฟริกา

อย่าคิดแหยมกับช้างที่กำลังกระหายน้ำเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ่อที่พวกมันขุดด้วยตนเองแล้ว ไม่ยุ่งเลยจะปลอดภัยกว่า แต่หมาป่าแอฟริกันฝูงนี้ก็กระหายน้ำเช่นกัน และพวกมันไม่ยอมแพ้ แม้โขลงช้างจะไม่อยากแบ่งปันน้ำให้ก็ตาม…แต่ทว่ากินน้ำยังไม่ทันอิ่ม พวกมันก็ต้องรีบหนีให้ไว เมื่อช้างพาโขลงของมันกลับมาอีกครั้ง ปกติแล้วช้างไม่ได้ใช้น้ำแค่การดื่มแก้กระหายเพียงอย่างเดียว พวกมันยังแช่ตัวในโคลนเพื่อคลายร้อนอีกด้วย ซึ่งคลิปวิดีโอนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว่า แม้แต่ผู้ล่าอย่างหมาป่าแอฟริกาก็น่ากลัวไม่เท่าช้างที่กำลังกระหายน้ำ!   อ่านเพิ่มเติม : คุณมองออกไหมว่าเสือดาวซ่อนอยู่ตรงไหน?, กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน

วินาทีให้กำเนิดลูก 2,000 ตัวของพ่อม้าน้ำ

ชมช่วงเวลาพิเศษของการให้กำเนิด ม้าน้ำตัวผู้มีความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงต่างจากสัตว์ตัวผู้อื่นๆ นั่นคือพวกมันต้องอุ้มท้องลูกเอาไว้แทนตัวเมีย ม้าน้ำเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัว และเมื่อถึงเวลานั้นม้าน้ำตัวผู้จะเบ่งลูกออกมาทีเดียวได้มากถึง 2,000 ตัวเลยทีเดียว แต่ในจำนวนนี้มีเพียงแค่ 1 ใน 5 เท่านั้นที่จะรอดชีวิตเติบโตเป็นม้าน้ำตัวโตเต็มวัยได้   อ่านเพิ่มเติม : ชมความน่ารักของลูกแพนด้าแบบ 360 องศา, แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

เต่ามะเฟืองนักท่องโลก

เต่ามะเฟือง เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุด และมีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างไกลที่สุด ยืนหยัดมาได้ถึง 100 ล้านปีแล้ว เรื่อง ทิม แอปเพนเซลเลอร์ ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี เนื้อหาจาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552 เต่ามะเฟือง (leatherback turtle) ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักเอาตัวรอด พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกกว่าหนึ่งกิโลเมตร ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร และทำให้ร่างกายอบอุ่นยามอยู่ในน้ำที่เย็นจนเกือบเป็นน้ำแข็ง มันยังชีพด้วยอาหารซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆเพียงไม่กี่ชนิดจะทนกินได้ ที่สำคัญที่สุดคือมันสามารถปรับตัวได้เสมอ   ขณะที่เต่าทะเลชนิดอื่นๆมักยึดติดกับชายหาดวางไข่และแหล่งหากินเดิมๆ ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะหล่อแหลมเมื่อกิจกรรมต่างๆของมนุษย์รุกล้ำถิ่นอาศัยมากขึ้น แต่เต่ามะเฟืองกลับยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า โดยฉกฉวยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยซึ่งพวกมันไปพบเข้า ไม่ว่าจะเป็นชายหาดวางไข่ที่ยังไม่ถูกรุกล้ำหรือแหล่งที่มีแมงกะพรุนซึ่งเป็นอาหารหลักชุกชุม เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ที่ได้รับการออกแบบเชิงอุทกพลศาสตร์อย่างดีที่สุดชนิดหนึ่งของโลก พวกมันสามารถว่ายน้ำได้อย่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับการพักผ่อน เต่ามะเฟืองแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นซึ่งมีกระดองใหญ่โตยื่นออกมานอกลำตัว กระดองของเต่ามะเฟืองนั้นยืดหยุ่นและพอดีกับลำตัว รวมทั้งผสานจนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกับลำคอหนาหนั่นและไหล่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สันนูนตามแนวยาวของกระดองทั้งเจ็ดสันอาจช่วยในการปรับตัวเพื่อบังคับทิศทางและแหวกว่ายไปตามกระแสน้ำได้อย่างราบรื่น ส่วนหัวของเต่าเปรียบได้กับหัวเรือ ขณะที่กระดองเรียวเล็กลงทางด้านหลังดูคล้ายกับรูปหยดน้ำ นอกจากนี้พวกมันยังมีสิ่งที่เรียกว่า ระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในร่างกายของสัตว์ขนาดใหญ่ (gigantothermy) ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษที่อาจช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของเต่ามะเฟืองให้สูงกว่าอุณหภูมิน้ำที่พวกมันแหวกว่ายอยู่หลายองศา พวกมันจึงสามารถเดินทางในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะกับวาฬและแมวน้ำมากกว่าเต่าทะเลได้ แม้ว่าพวกมันจะมีความสามารถทางร่างกายที่สูงยิ่ง ซึ่งช่วยให้เอาชีวิตรอดและสืบทอดวงศ์วานมาได้นานร่วม ร้อยล้านปี แต่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา […]