Explorer Awards 2018: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2018: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ช่างภาพสายอนุรักษ์และนักวิจัยฉลาม

การดำน้ำออกสำรวจระบบนิเวศทางทะเลคือสิ่งที่ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย รัก และนิยามว่าเป็น “วิถีชีวิต” เรื่องราวของสัตว์น้ำ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศถูกบอกเล่าแก่สาธารณชนผ่านภาพถ่ายของเขา ซึ่งนอกเหนือจากความสวยงามตระการตาแล้ว ยังตอกย้ำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์

 

สำรวจเป็นชีวิตจิตใจ

การสำรวจคือหัวใจสำคัญของงานผม “conservation photography” (การถ่ายภาพเชิงอนุรักษ์เพื่อสิ่งแวดล้อม) เพราะการสำรวจมันช่วยให้เราได้ข้อมูลที่ใครหลายคนไม่เคยรู้มาก่อน ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากครับ มันเป็นตัวชี้ทิศทางภาพถ่ายเลยว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เล่าเรื่องอะไร

ทุกเรื่องที่ผมทำ ผมจะถามตัวเองก่อนเสมอว่าเรื่องนั้นๆ มีคุณค่าในการอนุรักษ์ไหม มันไม่ใช่แค่ภาพถ่ายสวยๆ แต่ผมต้องการให้ภาพของผมกระตุ้นความสนใจให้ผู้คน ให้สังคมหันมาพูดถึงเรื่องนั้นๆ ในประเด็นทางสิ่งแวดล้อม และผลักดันไปสู่การเปลี่ยนแปลงในที่สุด พอทำมากขึ้นๆ มันก็กลายเป็นวิถีชีวิต เราสำรวจได้ตั้งแต่ออกไปดำน้ำ เดินตามชายฝั่ง หรือแม้แต่การอ่านสารคดี ชมภาพถ่าย ผมใช้ชีวิตแบบนี้จนเป็นธรรมชาติไปแล้วครับ มันคือตัวผม

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย
กอกัลปังหาที่มีสีขาวแปลกตาและฝูงลูกปลาใต้ผืนน้ำที่กองหินขาว ใกล้หมู่เกาะบุโหลน ส่วนหนึ่งจากสารคดี “ทางแพร่งของปากบารา”
ภาพถ่ายโดย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

 

นิยามของ “การสำรวจ”

สำหรับผมการสำรวจคือ การที่เราลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ในอนาคต ไม่สำคัญ สำคัญคือมันเป็นความรู้ ยกตัวอย่างเช่น ผมสำรวจเกี่ยวกับฉลามในทะเลอันดามันบ้านเรา วิจัยว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับประชากรฉลามบ้าง หลังจากที่พวกมันถูกล่าเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าฉลามหลายชนิดประชากรลดลงไปกว่า 90% และที่น่าแปลกใจก็คือเราเจอฉลามสายพันธุ์ใหม่ด้วย เมื่อเราได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วก็บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกมาแก่คนทั่วไปผ่านภาพถ่าย นี่คืองานของผม ซึ่งคำว่า “การสำรวจ” ผมว่าใครๆ ก็เป็นนักสำรวจได้ เริ่มต้นจากเรื่องที่คุณสนใจ คุณอิน และคุณตั้งใจอยากให้คนอื่นได้รู้

ทุกวันนี้เรามีสารคดีธรรมชาติ ท่องเที่ยวออกมามากมาย หลายประเด็นหรือสถานที่ก็ถูกเล่าซ้ำๆ แต่ในความเป็นจริงบนโลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้ หรือมีความเข้าใจที่ไม่ดีพอ เช่นไปทะเล มันไม่ใช่แค่การไปเที่ยว หรือไปช่วยเก็บขยะที่ชายหาดแล้วจบ แต่มันยังมีเรื่องของผลกระทบจากขยะพลาสติกต่อทะเล ไปจนถึงอณูของพลาสติกขนาดเล็กที่พบในสัตว์น้ำ เช่น ในหอยแมลงภู่ ถ้าประเด็นเหล่านี้ไม่มีการสำรวจ ทำความเข้าใจ คนทั่วไปก็จะไม่รู้เรื่องนี้ ตลอดจนไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมพวกเขาถึงต้องรู้เรื่องนี้

“การสำรวจคือ การค้นพบอะไรที่เราไม่นึกฝันมาก่อนว่าจะได้เห็น หรือได้รู้ และกระหายมากขึ้นที่จะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น”

 

การพบเจอสิ่งใหม่ระหว่างสำรวจคือความสุข

ตอนผมไปสำรวจที่ปากบารา จังหวัดสตูล ผมเตรียมข้อมูลไปแล้วประมาณหนึ่ง แต่พอได้เข้าไปในพื้นที่ ได้พูดคุยใช้เวลากับคนท้องถิ่น มันช่วยให้เราได้ข้อมูลที่ไม่เคยทราบมาก่อน เช่น เกาะบางแห่งที่มีแนวปะการังสมบูรณ์มาก กว้างใหญ่กินพื้นที่เป็นร้อยๆ เมตร ผมประทับใจมากที่ได้ทราบว่ายังมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบนี้ในไทยด้วย แค่ได้ยืนอยู่ริมชายหาดตรงนั้น มองทุ่งปะการัง ฝนตกสาดใส่หน้าเรา ข้างบนมีเมฆลอยผ่าน แสงดาว การได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ ได้ไปในสถานที่ที่เราไม่คิดฝันว่ามันจะมี ความรู้สึกที่อยู่ตรงนั้นแม้จะไม่นาน แต่มันมีความสุข นี่คือเสน่ห์ของการสำรวจ มันช่วยให้เราได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน และกระหายมากขึ้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย
ศิรชัยขณะดำน้ำสำรวจภาคสนาม
ภาพถ่ายโดย Jirawat Deeraksa

 

อ่านเพิ่มเติม

ทางแพร่งของปากบารา

เรื่องแนะนำ

5 สัตว์มหัศจรรย์แห่งมหาสมุทรลึก

ในการสำรวจมหาสมุทรลึกล่าสุด โดย NOAA หรือองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ พวกเขาค้นพบสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ฟองน้ำแก้ว ไปจนถึงปลาไหลหายาก มาลองชมกันว่า ที่ใต้พื้นทะเล ณ จุดลึกสุดเท่าที่สิ่งมีชีวิตจะสามารถอาศัยอยู่ได้ มีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างที่รอให้เราไปค้นพบ 1. ฟองน้ำแก้ว ฟองน้ำเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ ดูคล้ายกับป่าอันน่าอัศจรรย์ แต่ที่น่าแปลกก็คือฟองน้ำที่ก้นทะเลเหล่านี้เติบโตโดยเว้าเข้าไปข้างใน เพื่อต้านกระแสน้ำ 2. ปลาไหล Cusk Eels ปลาไหลหน้าตาประหลาดเหล่านี้ เคลื่อนที่ไปมาด้วยการส่ายลำตัวไปด้านข้าง ซึ่งทีมนักวิจัยเชื่อว่าสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสงวนพลังงานของร่างกายเอาไว้ เนื่องจากสถานที่อย่างใต้ทะเลลึกนั้นยากต่อการหาอาหาร 3. สัตว์ที่ทำจากแก้ว นี่คือฟองน้ำที่ร่างกายของมันประกอบด้วยซิลิกา สารชนิดเดียวกับที่พบในแก้ว และพวกมันแข็งแรงพอที่จะทำให้คุณเกิดรอยขีดข่วนได้ หากไปสัมผัสมันเข้า 4. ปลา Snail Fish ทีมนักวิจัยค้นพบสายพันธุ์ใหม่ของปลา Snail Fish ระหว่างการสำรวจในฮาวาย พวกมันอาศัยอยู่ที่ความลึกมากกว่า 8,000 เมตร จนได้ชื่อว่าเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกที่สุดในโลก 5. ปลาไหล Sorceress ปลาไหลสายพันธุ์นี้เป็นปลาไหลที่หาพบได้ยาก พวกมันเป็นที่รู้จักดีจากเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือปากที่ยื่นยาวสำหรับการค้นพบล่าสุดนี้ พวกเขาพบปลาไหล Sorceress ที่ความลึก 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล […]

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]

เหมียวหง่าว ทาสแมวรู้ไหมเจ้านายกำลังบอกอะไร?

เหมียวหง่าว ทาสแมวรู้ไหมเจ้านายกำลังบอกอะไร? บรรดาทาสแมวทราบหรือไม่ว่าเสียงร้องเหมียวๆ ของเจ้านายคุณกำลังสื่ออะไร นักวิทยาศาสตร์จากสวีเดนพยายามค้นหาความหมายเบื้องหลังเสียงร้องของแมวเหล่านี้ ด้วยการหารูปแบบของเสียงร้องที่คล้ายคลึงกันในแมวจากหลายสถานที่ นี่แมวของฉันกำลังหิวหรือหิวมากๆ ? แม้ว่าคุณจะไม่อาจทราบได้ แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีการที่คุณพูดคุยกับแมวของคุณนั้น ก็จะมีผลต่อวิธีการที่แมวส่งเสียงเป็นปฏิกิริยาตอบกลับมาเช่นกัน ในงานวิจัยครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบเสียงร้องของแมวจากสองภูมิภาคในสวีเดน ซึ่งผู้คนพูดภาษาถิ่นแตกต่างกัน พวกเขาต้องการหาคำตอบว่าแมวที่อาศัยอยู่ต่างสถานที่ และได้รับอิทธิพลจากเสียงของเจ้าของต่างกันนั้นจะมีเสียงร้องที่ต่างกันด้วยหรือไม่? และคำตอบคือใช่! ในอนาคตพวกเขาจะยังค้นวิจัยกันต่อไป ยังมีแมวอีกหลายมุมโลกที่พร้อมร้องให้ฟัง โดยคาดหวังว่างานวิจัยครั้งนี้จะช่วยให้บรรดาทาสแมวเข้าใจว่าเจ้านายของเขานั้นกำลังบอกอะไร   อ่านเพิ่มเติม สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

จูจุ๊บสุนัขและแมวของคุณอาจนำไปสู่ความตายได้

เรื่อง อีริคก้า เอนเกลฮวพท์ เมื่อจูเลีย แมคเคนนา เดินทางมาถึงโรงพยาบาลของเมืองมิลดูร่า ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2007 เธอแทบจะพูดไม่ได้แล้ว แขนขาของเธอเย็นเชียบและเต็มไปด้วยจุดดำ ในขณะที่หน้าของเธอคล้ำม่วง แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าจูเลียกำลังอยู่ในอาการช็อค อันเป็นผลจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด แม้ว่าจะได้รับยาแล้วแต่สีม่วงบนใบหน้าของเธอยังคงเกิดขึ้น ที่เลวร้ายไปกว่านั้นอวัยวะภายในของเธอเริ่มส่อแว่วจะล้มเหลว ส่วนแขนขาของเธอเริ่มกลายเป็นสีดำ เธอพักรักษาตัวอยู่นานกว่า 2 อาทิตย์ ก่อนที่แพทย์จะสามารถระบุได้ว่าเธอติดเชื้อจากแบคทีเรียใด มันคือ  Capnocytophaga canimorsus แบคทีเรียที่พบได้ในน้ำลายของสุนัขและแมวที่มีสุขภาพดีทั่วไป สิ่งที่จูเลียจำได้คือ เธอถูกน้ำร้อนลวกที่เท้าซ้ายไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มล้มป่วย มันเป็นแผลไหม้ที่รุนแรง แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมาก แม้แต่กระทั่งตอนที่ลูกสุนัขพันธุ์ฟอกซ์เทอร์เรียของเธอเลียที่แผลนั้น เช่นเดียวกับจูเลีย ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีอะไรว่ายอยู่ในน้ำลายของสัตว์เลี้ยงเรา และไม่ทราบว่าเจ้าสิ่งนั้นอันตรายแค่ไหน ปกติแล้วผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันของเราสามารถต่อสู้กับแบคทีเรียจากสัตว์เลี้ยงได้ แต่อย่าลืมว่าระบบเหล่านี้ก็ถูกทำลายได้เช่นกัน ประมาณ 10 – 15% ของการกัดโดยสุนัขอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ ในขณะที่แมวอัตราดังกล่าวสูงถึงครึ่งหนึ่ง และบางครั้งผลของการติดเชื้ออาจนำไปสู่ความตาย ในผลการศึกษาหนึ่งพบว่า 26% ของผู้ที่ติดเชื้อจากแบคทีเรีย Capnocytophaga canimorsus จะเสียชีวิต ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาแบคทีเรียทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปากสุนัขและแมว เพื่อเปรียบเทียบกับแบคทีเรียในปากเราและผลการศึกษานี้เผยให้เห็นว่าการเลียหรือจูจุ๊บน้องหมาแมวของคุณอาจนำไปสู่อันตรายได้ ในปากของลูกสุนัข เจ้าแบคทีเรีย C. canimorsus นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ […]