เอเลี่ยนสปีชีส์ เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก - National Geographic

เอเลี่ยนสปีชีส์เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

ลังพลาสติกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตตามแนวชายฝั่งชิ้นนี้เป็นหนึ่งในขยะพลาสติกจากเหตุสึนามิ ในญี่ปุ่น ปี 2011 มันเดินทางถึงหาดในนครซานฟรานซิสโก เมื่อปี 2014
ภาพถ่ายโดย Gail Ashton และ Katherine Newcomer

เอเลี่ยนสปีชีส์ เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

เราทราบกันดีว่าทุกวันนี้มหาสมุทรเต็มไปด้วยขยะพลาสติกที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ทว่าจากผลการศึกษาล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าขยะเหล่านี้จะทำหน้าที่ดั่งเรือโดยสาร นำพาสัตว์สายพันธุ์ต่างถิ่น หรือที่เรียกกันว่า เอเลี่ยนสปีชีส์ เข้ามายังสหรัฐอเมริกา เท่านั้นยังไม่พอที่น่าประหลาดใจก็คือบรรดาสัตว์เหล่านั้นยังสามารถเจริญเติบโตระหว่างทางได้อีกด้วย

หลังคลื่นสึนามิถาโถมเข้ายังชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น อุปกรณ์จับปลาอย่าง อวน ไปจนถึงเรือหาปลาถูกคลื่นพัดพาให้ลอยออกทะเลไปยังหมู่เกาะฮาวาย และอ่าวทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในจำนวนนี้ยังรวมถึงขยะพลาสติกอื่นๆ ปริมาณมหาศาลด้วยเช่นกัน เรื่องเหล่านี้นักวิทยาศาสตร์ทราบดี แต่สิ่งที่พวกเขาเพิ่งพบเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ บนขยะมีผู้โดยสารร่วมเดินทางมาด้วย มันคือ หอยแมลงภู่, หอยแครง และเพรียงจากญี่ปุ่น ที่น่าทึ่งก็คือพวกมันสามารถมีชีวิตรอดได้ตลอดการเดินทางยาวนานถึง 6 ปี ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก และไม่ใช่แค่รอดชีวิต แต่ยังพร้อมที่จะผสมพันธุ์อีกด้วย

“จนตอนนี้ เราก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตามแนวชายฝั่งจะอยู่รอดปลอดภัยตลอดการเดินทาง” Greg Ruiz นักวิทยาศาสตร์อาวุโส จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมทางทะเล สถาบันสมิธโซเนียน (SERC) กล่าว “มันแสดงให้เราเห็นถึงความสามารถที่ไม่เคยพบมาก่อน และผมเชื่อว่ากรณีนี้จะถูกพบเจออีกมากจากจำนวนขยะในทะเลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”

ทีมวิจัยเก็บรวบรวมขยะให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในช่วงระยะเวลา 6 ปี ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบสิ่งมีชีวิตจากญี่ปุ่นมากถึง 289 สายพันธุ์ที่รอดชีวิตมากับขยะ

ขณะนี้ Christina Simkanin นักวิจัยด้านชีววิทยากำลังศึกษาดูว่ามีสายพันธุ์ไหนบ้างที่พร้อมจะผลิตประชากรเพิ่ม เมื่อพวกมันเดินทางถึงชายฝั่งสหรัฐฯ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ จึงอาจเป็นอันตรายต่อสายพันธุ์ดั้งเดิมในพื้นที่ได้

ยกตัวอย่างเช่น สาหร่ายญี่ปุ่นพันธุ์หนึ่ง ที่ปัจจุบันได้แพร่พันธุ์ไปแล้วในนครซานฟรานซิสโก และนครซานดิเอโก ปูที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งของญี่ปุ่นเอง ตลอดจนหอยแมลงภู่ที่มาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็อยู่ในลิสต์ความกังวลนี้ เนื่องจากพวกมันอาจนำเอาปรสิตที่ไม่เคยพบมาก่อนมาเยือนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และแคนาดา

เอเลี่ยนสปีชีส์
ในบรรดาสัตว์น้ำต่างถิ่นที่เดินทางมากับขยะพลาสติก คือเพรียงหัวหอมตัวนี้ด้วย ปกติแล้วมักพบเกาะอยู่กับสถานีวิจัยหรือท่าเรือ
ภาพถ่ายโดย Brianna Tracy, สถาบันสมิธโซเนียน

ปกติแล้วเมื่อบรรดานักวิทยาศาสตร์ออกมาป่าวประกาศว่ามีสัตว์ต่างถิ่นเดินทางมาถึง พวกเขามักให้ความรู้เพิ่มด้วยว่าพวกมันเดินทางมาอย่างไร ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ บรรดาสัตว์น้ำเดินทางมาพร้อมกับเรือประมง สายพันธุ์เอเลี่ยนสปีชีส์ถูกขายต่อ และปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติในที่สุด แต่สำหรับการมาถึงของสัตว์ที่เป็นผลพวงจากคลื่นสึนามินี้ยังคงเป็นปริศนา และกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่า มีผู้โดยสารประเภทนี้ข้ามมหาสมุทรมามากน้อยแค่ไหนกัน?

“มันอาจเกิดขึ้นมาเป็นพักใหญ่แล้ว” Simkanin กล่าว ซากขยะเหล่านี้คงลอยตัวอยู่บริเวณชายฝั่ง เย้ายวนให้บรรดาหอย ปู กุ้งนี้สงสัยเข้ามาสำรวจ จากนั้นด้วยอะไรบางอย่างขยะเหล่านี้ก็ลอยออกสู่ทะเล “อะไรที่ว่าอาจจะเป็นพายุที่พัดพวกมันออกไป” และเหตุการณ์ทำนองนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอดีต สิ่งมีชีวิตตามแนวชายฝั่งเหล่านี้เดินทางข้ามทะเลผ่านเศษไม้เช่นกัน แต่พลาสติกช่วยให้การเดินทางของพวกมันมั่นคงกว่า เมื่อขยะพลาสติกไม่แตกหักระหว่างทางเช่นเศษไม้ และเรือเหล่านี้จะทำหน้าที่บรรทุกผู้โดยสารไปอีกนานเท่านานจนกว่ามันจะแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป ซึ่งอาจใช้เวลานานนับร้อยปี

นอกจากนั้นการที่มีขยะพลาสติกลอยเต็มทะเลเช่นนี้ยังก่อให้เกิดคำถามใหม่ๆ ว่าพวกมันมีชีวิตบนวัสดุอย่างพลาสติกได้อย่างไร? หรือขยะเหล่านี้กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยระหว่างทาง ถ้าเช่นนั้นโรงแรมลอยน้ำเหล่านี้เสิร์ฟอาหารให้แขกที่พักได้อย่างไร? ตลอดจนจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกมันถ้าขยะไม่ลอยเข้าฝั่ง แต่ไปติดอยู่กับแพขยะพลาสติกอื่นๆ กลางมหาสมุทร?

เอเลี่ยนสปีชีส์
แม้แต่ทากทะเลเองก็ถูกพบในขยะที่ถูกพัดเข้าหาชายฝั่ง
ภาพถ่ายโดย Brianna Tracy, สถาบันสมิธโซเนียน

Linsey Haram นักวิจัยหลังปริญญาเอก คือหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการหาคำตอบ และในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ เธอจะทำงานร่วมกับ The Ocean Cleanup มูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งเก็บขยะปริมาณ 80,000 เมตริกตันออกจากมหาสมุทร ในการศึกษาแพขยะใหญ่แปซิฟิกที่ลอยตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือ ทีมวิจัยคาดหวังว่าพวกเขาจะพบสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนสปีชีส์ชนิดเดียวกันกับที่พบในอ่าวทางตะวันตก ของสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันพวกเขาก็คาดหวังว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่บนแพขยะอาจปรับตัวให้สามารถรอดชีวิตบนสิ่งปลูกสร้างจากน้ำมือมนุษย์ได้

“สมมุติฐานของเรามาจากการที่สัตว์ตามชายฝั่งเหล่านี้สามารถเอาชีวิตรอดได้ในทะเล และยังออกลูกหลานได้อีก” Ruiz กล่าว ตัวเขาต้องการทราบมากว่าพวกมันกินอะไรเป็นอาหารขณะลอยเคว้งคว้างกลางทะเล ปกติแล้วบรรดาหอย เพรียง อาจเกาะมากับเรือโดยสารที่พาพวกมันเดินทางจากชายฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งในเวลาไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ แต่สำหรับกรณีนี้ การที่พวกมันยังรอดชีวิตแม้เดินทางเป็นปีๆ เป็นอะไรที่ Simkanin กล่าวว่า “เล่นเอาอึ้งไปเลย” ทั้งยังยากอีกด้วยที่จะเดาว่ามหากาพย์การเดินทางนี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร

เรื่อง Whitney Pipkin

 

อ่านเพิ่มเติม

บรรดาผู้ศรัทธาเหล่านี้นับถือ เอเลี่ยน

 

เรื่องแนะนำ

นี่ไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา แต่คือแมวดาว

นี่ไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา แต่คือแมวดาว ชายชาวจีนคนหนึ่งในมณฑลยูนนานบังเอิญพบลูกแมวถูกทิ้งเอาไว้ข้างทางนอกเมือง เขาช่วยเหลือและดูแลมันก่อนที่สามวันต่อมาจะเริ่มสังเกตเห็นว่านี่อาจไม่ใช่ลูกแมวธรรมดา จึงส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มันคือแมวดาว (Prionailurus bengalensis) เสือขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่ถือเป็นสัตว์คุ้มครองในจีน พวกมันเป็นสัตว์ออกหากินตอนกลางคืนและมีขนาดตัวใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไป ดูเหมือนว่าชายชาวจีนที่เก็บมันได้จะไปเจอเข้ากับลูกแมวดาวตัวนี้ในตอนที่แม่ของมันออกไปหาอาหารพอดี ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนที่จะพาลูกแมวดาวตัวนี้กลับไปคืนแม่ของมัน เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ป่าหายาก   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร?

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร? ฝูงแพะภูเขาเหล่านี้กำลังท้าทายความตายด้วยการปีนขึ้นไปยังเขื่อนที่มีความสูงมากถึง 160 ฟุต ณ เขื่อน Cingino ในอิตาลี เป็นภาพชินตาที่จะเห็นแพะภูเขาบากบั่นพาตัวเองต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นมา พวกมันไม่ย่อท้อต่อหนทางอันยากลำบากในความลาดชันที่เกือบจะเป็นแนวดิ่งด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวนั่นคือ เกลือแร่ เขื่อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหินเกลือที่ประกอบด้วยสารอาหารที่แพะภูเขาต้องการ หรือเทียบเท่าความสำคัญได้กับหญ้าที่พวกมันแทะเล็ม ด้วยกีบเท้าที่มีลักษณะเป็นแง่งและฝ่าเท้าขรุขระช่วยในการยึดติด แม้กระทั่งภูเขาลาดชันในลักษณะที่แทบจะเป็นแนวดิ่งอยู่แล้ว แต่พวกมันก็สามารถไต่ขึ้นไปได้โดยไม่เป็นปัญหา   อ่านเพิ่มเติม ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี หนูไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรังเกียจ แต่หากคุณเกิดเป็นหนูที่อินเดีย ชีวิตคุณจะมีความสุขกว่าหนูในประเทศอื่นๆ เพราะผู้คนที่นั่นมีความเชื่อว่าหนูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อันเนื่องมาจากประชากรชาวอินเดียราว 80% นั้นนับถือศาสนาฮินดู ตามความเชื่อของพวกเขาหนูคือบริวารของพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา ว่าแต่ว่าหากหนูสามารถขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมันได้ตามใจชอบโดยปราศจากผู้ล่าเช่นในวัดบางแห่งของอินเดีย พวกมันจะสามารถผลิตลูกหลานได้มากแค่ไหน? เฉลี่ยแล้วแม่หนูจะให้กำเนิดลูกหนู 12 ตัวต่อเดือน นั่นหมายความว่าในหนึ่งปีแม่หนูจะมีลูกประมาณ 144 ตัวต่อปี ลูกๆ ของพวกมันจะสามารถเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และมีหลานให้แม่ได้ทันที เมื่ออายุได้ 2 เดือน เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจากหนูเพียงคู่เดียว ภายในหนึ่งปีพวกมันสามารถให้กำเนิดหนูได้มากถึง 15,000 ตัวเลยทีเดียว ทีนี้คุณผู้อ่านพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่าเหตุใดหนูจึงมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก!   อ่านเพิ่มเติม : ฮิปโปเลียจระเข้เล่น, ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

จู๋ปูเสฉวนที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน

ผลการศึกษาใหม่พบว่า ยิ่งปูเสฉวนหวงแหนและพิถีพิถันกับเปลือกหอยมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าพวกมันจะยิ่งวิวัฒน์อวัยวะเพศผู้ให้ใหญ่ขึ้นตาม เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านถูกขโมย