แฟชั่นในโลกของปู - National Geographic Thailand

แฟชั่นในโลกของปู

แฟชั่นในโลกของ ปู

ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึง ปู พวกเขาจะนึกถึงขาและก้ามของพวกมันก่อน และใครจะคิดว่าปูเองก็เป็นสัตว์ที่ชอบแต่งตัวเอามากๆ

บนโลกนี้มีปูมากถึง 7,000 สายพันธุ์ พวกมันมีรูปร่างหน้าตาน่ากลัว ไปจนถึงน่ารักจิ๋ว และแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ บางตัวก็มาสายแฟชั่นซะเหลือเกิน ในขณะที่บางตัวก็มีแฟชั่นแปลกๆ เพราะข้าวของที่เอามาประดับตัวนั้นแท้จริงแล้วเป็นอันตราย

ด้วยเสน่ห์และความแปลกประหลาดของมัน มาชมกันว่าแฟชั่นในโลกของปูเป็นอย่างไร และทำไมพวกมันต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วย?

 

ใครกันชอบแต่งตัว?

ปูฟองน้ำ (Sponge Crabs) ที่มีถิ่นอาศัยในแอฟริกาตะวันตกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พวกมันสวมใส่และชูฟองน้ำไว้เหนือตัว การกระทำเหล่านี้ไม่ได้มีเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจต่างหาก

ฟองน้ำที่ปิดบังตัวเหล่านี้จะช่วยลวงตาพวกมันให้พ้นจากสายตาของนักล่า นอกจากนั้นในฟองน้ำบางชนิดยังปลดปล่อยสารเคมีหรือสารพิษบางอย่างออกมา ส่งผลให้นักล่าไม่อยากจะเข้าใกล้ปูอีกด้วย

“พวกมันใช้ขาหลังคู่หนึ่งถือฟองน้ำไว้เหนือตัว” Jay Stachowicz นักนิเวศวิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าว “นอกจากนั้นพวกมันยังเสาะหาฟองน้ำที่มีรูปร่างหรือขนาดพอเหมาะกับกระดองตัวเองอีกด้วย”

แต่ที่แต่งตัวจัดที่สุดเห็นจะเป็น ปูแต่งตัว (Decorator crabs) สมญานามตามชื่อได้มาจากการที่พวกมันชอบหักต้นไม้น้ำ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่หาได้มาประดับตามร่างกาย บางครั้งพวกมันยังคีบเอาหอย หรือสัตว์มีพิษตัวเล็กๆ มาติดตามตัวอีกด้วย

“บางตัวก็พิถีพิถันทีเดียวครับ” เขากล่าว “พวกมันป้องกันตัวเองจากผู้ล่าด้วยการประดับร่างกายด้วยสาหร่ายพิษ บ้างก็หนามของเม่นทะเล” เรียกได้ว่าสวยอันตรายของจริง

ปู
หนึ่งในสายพันธุ์ปูแต่งตัวประดับประดาร่างกายด้วยกัลปังหา
ภาพถ่ายโดย Chris Newbert

ปูมอส (Moss Crab) ที่อาศัยทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ คือผู้นำด้านแฟชั่นอีกตัว Stachowicz เล่าว่า พวกมันชอบประดับร่างกายด้วยหญ้า พืชน้ำ และดอกไม้ทะเล จนบางครั้งมันดูเหมือนกับเป็นต้นไม้เดินได้ ในขณะที่ปู Carrier ที่มีถิ่นอาศัยในมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก และทะเลทางตะวันออกของแอฟริกา พวกมันมีขาหลังพิเศษที่แข็งแรงและแบกน้ำหนักได้มาก ดังนั้นมันจึงชอบไปไหนมาไหนด้วยการแบกเม่นทะเลไว้บนตัว เพื่อปกป้องร่างกาย แน่นอนว่าเม่นบางตัวก็ไม่มีพิษ แต่ใครจะกล้าเสี่ยงล่ะจริงไหม?

ปูพีแครบ (Pea Crab) ไม่สนเครื่องแต่งตัว เพราะเจ้าตัวจิ๋วที่สุดในโลกของปูนี้ซ่อนตัวอยู่ภายในสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น หอยนางรม หรือหอยแมลงภู่ รายงานจาก Judith Weis นักนิเวศวิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัย Rutgers ในฐานะผู้เขียนหนังสือ Walking Sideways: The Remarkable World of Crabs ชีวิตของมันไม่ต่างจากปรสิตขนาดเล็ก ที่แย่งอาหารจากเจ้าบ้าน

และเมื่อพูดถึงบรรดาปูที่ชอบแต่งตัวแล้ว หากจะไม่พูดถึงปูเสฉวนคงไม่ได้ พวกมันมีร่างกายขดเป็นวงอันอ่อนนุ่มจึงต้องมองหาเปลือกหอยมาสวมใส่เพื่อปกป้องตัว ทว่าปัจจุบันไม่ใช่แค่เปลือกหอย เพราะขยะตามชายหาดไม่ว่าจะเป็นแก้วหรือพลาสติก บรรดาปูเสฉวนก็ลองสวมมาหมดแล้ว

ปูเสฉวนกับบ้านพลาสติก
ปูเสฉวนกับบ้านพลาสติก
ภาพถ่ายโดย Fastcompany.com

และเมื่อมันเติบโตขึ้่น พวกมันก็ต้องหาบ้านหลังใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง Weis ระบุว่าไม่ต่างจากเด็กที่ต้องเปลี่ยนไซส์รองเท้า อีกทั้งบ้านหลังงามนี้ยังใช้เป็นตัวดึงดูดคู่ผสมพันธุ์อีกด้วย

ปูปอมปอม หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Boxer Crabs พวกมันมักถือดอกไม้ทะเลคู่จิ๋วไว้บนก้าม ส่วนเหตุผลก็เพื่อปกป้องตนเองจากผู้ล่าไม่ต่างกัน…ดูๆ ไปก็เหมือนปอมปอมเชียร์จริงๆ ด้วย

เรื่อง Liz Langley

ปูปอมปอมกับดอกไม้ทะเล
ปูปอมปอมกับดอกไม้ทะเลที่ใชเปกป้องมัน
ภาพถ่ายโดย Amongthereef.com

 

อ่านเพิ่มเติม

แสงแอลอีดีช่วยชีวิตนกทะเลจากอวนจับปลา

เรื่องแนะนำ

จิงโจ้ : เมื่อสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รัก กลายมาเป็นสัตว์รบกวน

จิงโจ้คือสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รักของออสเตรเลีย ทว่ามีชาวออสเตรเลียจำนวนไม่น้อยมองว่า พวกมันก่อปัญหา เช่น กัดกินพืชผลทางการเกษตร และก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการตัดสินใจอันยากลำบากในการจัดการกับสัตว์สัญลักษณ์จอมกระโดดชนิดนี้

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง ณ ชายหาดของคอสตาริกา ลูกสลอธสามนิ้วเท้าตัวหนึ่งกำลังร้องระงม เพราะมันพลัดหลงกับแม่ เคราะห์ดีที่นักท่องเที่ยวไปพบมันเข้า และนำลูกสลอธตัวดังกล่าวส่งต่อมาให้กับศูนย์ดูแลสัตว์จากัวร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ช่วยกันออกไปตามหาแม่ของมันในเวลาต่อมา แต่ไม่เป็นผล… เสียงร้องอันน่าปวดใจของลูกสลอธจุดประกายบางอย่างให้พวกเขาได้ไอเดียใหม่ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ลองอัดเสียงของลูกสลอธน้อย จากนั้นเปิดเสียงของมันด้วยลำโพงตัวเล็กๆ แทนในระหว่างการตามหา ทันใดนั้นสลอธตัวเมียตัวหนึ่งก็มีปฏิกิริยาตอบรับต่อเสียงร้อง พวกเขาลองส่งลูกสลอธให้มันดม ว่าใช่กลิ่นของลูกที่พลัดพรากจากไปหรือไม่ และในที่สุดสองแม่ลูกก็ได้พบกันอีกครั้ง! แม้ว่าสลอธสามนิ้วเท้าสีน้ำตาลเหล่านี้จะไม่ใช่สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันถิ่นอาศัยของพวกมันกกลังได้รับผลกระทบจากมนุษย์ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนการวางแนวเสาไฟฟ้า   อ่านเพิ่มเติม สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่

อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ ดินแดนสุดขอบโลก

โครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project) ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสวงหาความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ หน่วยงานในท้องถิ่น และชุมชน เพื่อปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทรที่ยังคงความสมบูรณ์ โดยจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area: MPA) เพื่อปกป้องระบบนิเวศและถิ่นอาศัย

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก ชื่อของซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ไม่เพียงแต่เป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่านั้น แต่มันยังเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลกอีกด้วย ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ผู้เคยย่ำเท้าไปบนผืนแผ่นดินของอาร์เจนตินาในปัจจุบัน ในยุคครีเตเชียส ไดโนเสาร์ตัวนี้มีนามว่า Patagotitan Mayorum เป็นไดโนเสาร์กืนพืชพันธุ์คอยาวที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 102 ล้านปีก่อน ขนาดของมันยาวถึง 120 ฟุต และมีน้ำหนักมากถึง 69 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างแอฟริกันจำนวน 12 เชือกรวมกัน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ส่งผลให้มันเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา ใหญ่กว่า Dreadnoughtus ที่ถูกค้นพบก่อนหน้านี้ เมื่อโฮเซ ลูอิส และ ดีเอโก โป นักบรรพชีวินวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ Egidio Feruglio Paleontology ค้นพบบางส่วนของฟอสซิลมันเข้า ในฟาร์มแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคพาทาโกเนีย ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวนี้ต้องมีขนาดใหญ่เอามากๆ ทีมนักสำรวจใช้เวลามากกว่า 1 ปี ในการขุดเอาฟอสซิลออกมาอย่างระมัดระวัง เคนเนท ลาโควารา นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโรวัน และเป็นผู้ค้นพบ Dreadnoughtus ถึงกับเห็นใจทีมงานเมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ “นึกถึงหยาดเหงื่อ แรงงานของพวกเขาสิที่ต้องสูญเสียไปกับการขุดเอากระดูกออกมาจากพื้นดิน ขนย้ายอย่างระมัดระวังที่สุดไปยังพิพิธภัณฑ์” […]