สรรพสัตว์จีบกันอย่างไร? - National Geographic Thailand

สรรพสัตว์จีบกันอย่างไร?

สรรพสัตว์จีบกันอย่างไร?

เมื่อฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์นั้นๆ เวียนบรรจบมาถึง พฤติกรรมต่างๆ เพื่อจับคู่จะถูกแสดงออกมา ทว่าคุณผู้อ่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าในโลกของสัตว์นั้นพวกมันจีบกันอย่างไร? ใช่การหยักคิ้วลิ่วตาให้แก่ฝ่ายตรงข้ามที่มันสนใจไหม? คำตอบคือไม่ เพราะวิธีจีบของพวกมันลึกซึ้งกว่านั้น

 

ลีลาการเต้น

เราทราบกันดีว่านกมีขนสีสวยเพื่อดึงดูดความสนใจในการจับคู่ผสมพันธุ์ ทว่าแค่ขนสีสวยนั้นไม่เพียงพอสำหรับไก่ฟ้า, นกยูง, นกบาวเวอร์ และนกปักษาสวรรค์ เพราะพวกมันต้องมีลีลาเร้าใจด้วยจึงจะดึงดูดเพศเมียได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือนกหว้า สัตว์ปีกในวงศ์ไก่ฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสีน้ำตาลทั้งตัว พวกมันมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือขนเส้นยาวตั้งแต่ปีกไปจนถึงหาง ที่ใช้กางออกและเต้นระบำเพื่อดึงดูดตัวเมีย (แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าได้ผลแค่กับนกหว้าตัวเมีย เพราะมันดึงดูดมนุษย์ด้วยเช่นกัน)

ทว่าน่าเศร้าที่ปัจจุบันบรรดานกหว้าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเกาะบอร์เนียว และในเกาะสุมาตรากำลังมีสถานะใกล้ถูกคุกคาม จากการถูกล่าเอาขนและเนื้อเป็นอาหาร ตามบัญชีของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

 

โชว์ใต้น้ำ

โลมาปากขวดเพศผู้โปรยเสน่ห์ของพวกมันด้วย “การทำงานร่วมกัน” รายงานจาก Quincy Gibson นักชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยนอร์ทฟลอริดา

ฝูงโลมาปากขวดเพศผู้จะว่ายน้ำและพุ่งกระโจนขึ้นสู่ผิวน้ำสูงๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน พวกมันจะทำพฤติกรรมดังกล่าวนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ เพื่อดึงดูดความสนใจจากตัวเมีย และหากวิธีนี้ยังไม่ได้ผลล่ะก็ มันก็จะเปลี่ยนไปเป็นการแสดงโชว์พ่นน้ำออกมาจากช่องหายใจแทน

“โลมาเป็นสัตว์ที่ชอบการสัมผัสเอามากๆ ทั้งตัวเมียและตัวผู้จะลูบคลำถูไถกันไปมา บางครั้งพวกมันอาจลูบเพื่อนในฝูงด้วยด้วยครีบและร่างกายส่วนอื่นๆ เพื่อแสดงความสนใจ” Gibson กล่าว

 

รักผ่านปัสสาวะ

ยีราฟตัวผู้จะถูไถไปที่สะโพกและอวัยวะเพศของยีราฟตัวเมีย และถ้าหากตัวเมียเกิดสนใจขึ้นมามันจะปล่อยปัสสาวะ เพื่อให้ตัวผู้ดมกลิ่นและรับรู้ว่ามันกำลังติดสัดอยู่

“ยีราฟตัวผู้จะไม่เสียเวลาและพลังงานไปกับการตามตื้อยีราฟที่ตั้งท้องอยู่แล้ว หรือยังไม่ได้ติดสัด” Rachel Brand นักพฤติกรรมนิเวศวิทยา จากนามิเบียกล่าวผ่านอีเมล์ พร้อมระบุว่าสัตว์หลายชนิดก็ทำเช่นนี้

“ในการผสมพันธุ์ยีราฟต้องยกขาหน้าขึ้นคร่อมตัวเมีย และยืนด้วยสองขาหลังเป็นเวลาครู่ใหญ่” เธอกล่าว และหากมันทำเช่นนั้นแล้วตัวเมียสะบัดหนีมันอาจจะล้มลงกับพื้นได้ ฉะนั้นแล้วการตรวจสอบว่าตัวเมียพร้อมผสมพันธุ์หรือไม่นั้นจึงปลอดภัยกว่า

 

เปย์ด้วยอาหาร

แมลงคือสิ่งมีชีวิตจอมเปย์ Katy Prudic นักกีฏวิทยา จากมหาวิทยาลัยอริโซนากล่าว

แมลงตัวผู้มักดึงดูดความสนใจของตัวเมียด้วยเหยื่อที่มันล่ามาได้ “เหมือนมอบช็อกโกแลตกล่องใหญ่พิชิตใจสาวเลยค่ะ” เธอเล่า

และยิ่งเหยื่อที่ได้มานั้นยากเย็นท้าทาย ก็ยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงความสามารถของมัน ยกตัวอย่างเช่น แมงป่องเพศผู้ชอบเสี่ยงชีวิตเข้าไปขโมยเหยื่อที่ติดอยู่ในใยแมงมุม นอกจากนั้นพวกมันยังถ่มสารเคมีจากร่างกายที่อุดมไปด้วยโปรตีนลงไปยังเหยื่ออีกด้วย เพื่อให้สารอาหารที่มากพอแก่ตัวเมียที่รักในการผลิตไข่

แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดจึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันรอดชีวิตจากแมงมุมผู้เกรี้ยวกราด…

เรื่อง Liz Langley

 

อ่านเพิ่มเติม

ความสุขที่ได้ไล่ตามเพื่อผสมพันธุ์ของอาร์มาดิลโล

เรื่องแนะนำ

ปลอดโรคภัย เมื่อให้อาหารดีแก่จุลินทรีย์ในลำไส้

ทำความรู้จักกับเพื่อนแท้ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด และเป็นผู้เล่นสำคัญในการกำหนดว่าสุขภาพของคุณจะดีหรือไม่ดี พวกมันคือ "ไมโครโบโอม" นิคมของประชากรแบคทีเรียและจุลินทรีย์ในลำไส้

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งคือการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร ทางออกหนึ่งที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประขาชาติมองเห็นอยู่ในแมลงตัวเล็กๆ

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร?

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร? ไฮดราคือสัตว์น้ำขนาดจิ๋วผู้เป็นญาติกับแมงกะพรุน เพียงแต่ว่ามันตัวเล็กมากกว่าหลายเท่า และด้วยลำตัวที่ใสจึงยากแก่การมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าไฮดรากินอาหารอย่างไร และปากของมันหายไปไหนเมื่อกินอาหารเสร็จ คำตอบอยู่ในฟุตเทจนี้ เมื่อจับเหยื่อได้ด้วยหนวดของมัน ไฮดราจะเปิดปากของมันออกและกินเหยื่อเข้าไป ภายในตัวของไฮดราจะประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากที่เรียงตัวกันเป็นเนื้อเยื่อสองชั้น คือชั้นนอกที่ทำหน้าที่รับสัมผัส และชั้นในซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหาร ส่วนสาเหตุที่ปากของมันไม่เคยปรากฏให้เห็นก็เพราะปากของไฮดราเกิดจากเซลล์ที่เปลี่ยนรูปร่างและยืดออกเมื่อต้องการกินอาหาร และหายไปเมื่ออาหารเข้าไปในช่องว่างภายในตัวแล้ว เซลล์ของมันทำงานคล้ายกับเซลล์ม่านตาของมนุษย์ที่ขยายเข้าและออกตามปริมาณแสง แต่ทำไมไฮดราจึงวิวัฒนาการมาให้มีวิธีกินอาหารเช่นนี้…เรื่องนั้นยังคงเป็นปริศนา   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก