Red Panda : ไขความลับเบื้องหลังชีวิตรักของแพนด้าแดง - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ชีวิตรักของ แพนด้าแดง (Red Panda)

ชีวิตรักของ แพนด้าแดง (Red Panda)

ซุนดาร์คือชื่อของแพนด้าแดงฝ่ายชาย คูซีคือชื่อของแพนด้าแดงฝ่ายหญิง พ่อสื่อแม่ชักในนิวซีแลนด์แนะนำให้พวกมันรู้จักกันในถิ่นอาศัยของแพนด้าแดงที่สวนสัตว์เวลลิงตัน จุดประสงค์คือเพื่อการสืบพันธุ์

เครือข่ายของโครงการขยายพันธุ์ในสถานเพาะเลี้ยงทั่วโลกแบ่งปันและจับคู่สัตว์ต่างๆ โดยหวังจะเพิ่มจำนวนประชากรให้ชนิดพันธุ์ที่ตกอยู่ในความเสี่ยง และส่งเสริมความหลากหลายทางพันธุกรรม เมื่อซุนดาร์และคูซีจากสวนสัตว์อื่นมาถึงสวนสัตว์เวลลิงตันเมื่อปี 2015 พวกมัน “เข้ากันได้ดีมากค่ะ” แมกซีน เจนกินส์ หัวหน้าทีมดูแลสัตว์กินเนื้อของสวนสัตว์ บอก ถึงกระนั้น การเริ่มครอบครัวของแพนด้าแดงหรือ red panda ก็ต้องใช้เวลา เพราะเพศเมียเป็นสัดเพียงปีละครั้ง ครั้งละแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น

red panda
แพนด้าแดงอาศัยอยู่ในป่าบนที่สูงอันหนาวเย็นทางตอนกลางของประเทศจีน เนปาล เมียนมา ภูฏาน และอินเดีย (ภาพถ่าย: โจเอล ซาร์โทรี)
red panda
แพนด้าแดงเป็นสัตว์ชื่นชอบของคนที่มาเที่ยวสวนสัตว์ แม้ขณะหลับ พวกมันก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดู (ภาพถ่าย: ฟรานส์ แลนทิง)

วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 คนดูแลสวนสัตว์สังเกตเห็นพฤติกรรมการเกี้ยวพาราสีกัน ได้แก่ การส่งเสียงร้องดังลั่น ซุนดาร์บังคับคูซีให้ลงจากต้นไม้ไปยังพื้นดิน ติดตามคูซีอยู่นานหลายชั่วโมง และแล้วทั้งคู่…ก็ผสมพันธุ์กัน ไม่กี่เดือนต่อมา เริ่มมีสัญญาณบางอย่างปรากฏ  นั่นคือคูซีดูตัวหนักขึ้นเล็กน้อย และเก็บรวบรวมกิ่งไม้กับใบไม้เพื่อสร้างรัง

พอถึงวันที่ 17 ธันวาคม คูซีให้กำเนิดลูกซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า  งีมา คำในภาษาเนปาลที่แปลว่า “ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า” เจนกินส์บอกว่า สักวันหนึ่งงีมาอาจ “เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายพันธุ์เช่นกันค่ะ” — แพทริเซีย เอดมันด์ส

red panda
แพนด้าแดงตัวนี้ถ่ายภาพที่สวนสัตว์เวอร์จิเนีย (ภาพถ่าย: โจเอล ซาร์โทรี)

ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์

Ailurus fulgens หรือที่รู้จักกันในชื่อแพนด้าแดง อาศัยอยู่ในบางส่วนของประเทศจีน ภูฏาน อินเดีย เมียนมา และเนปาล ถิ่นอาศัยที่มันโปรดปราน ได้แก่ เชิงเขาที่ลาดชันเล็กน้อย ป่าเขตอบอุ่น และไม้พื้นชั้นล่างที่เป็นต้นไผ่ (แหล่งอาหารหลัก)

red panda
แพนด้าแดงฝาแฝดวัยสามเดือน คลอเคลียนกันที่สวนสัตว์ลิงคอล์น ซาร์โทรีถ่ายภาพพวกมันสำหรับโครการโฟโต้อาร์ก ของเขา  (ภาพถ่าย: โจเอล ซาร์โทรี)

สถานะการอนุรักษ์

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (IUCN) ประเมินว่า แพนด้าแดงอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ จำนวนโดยประมาณในธรรมชาติอยู่ระหว่าง 2,500 ถึง 10,000 ตัว  ถิ่นอาศัยของมันเสื่อมโทรมและกระจัดกระจายจากกิจกรรมของมนุษย์ แพนด้าแดงถูกล่าเพื่อการค้าสัตว์เลี้ยง และสุ่มเสี่ยงต่อโรคที่แพร่กระจายจากปศุสัตว์

ข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ 

ความเชื่อท้องถิ่นในภูฏานบอกว่า แพนด้าแดงเป็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของพระในพุทธศาสนา และการได้เห็นแพนด้าแดงถือเป็นลางดี

ภาพถ่าย โจเอล ซาร์โทรี


อ่านเพิ่มเติม

ช่วยแพนด้าแดงจากพวกลักลอบค้าสัตว์ป่า

red panda

เรื่องแนะนำ

ค้นพบปลาพันธุ์ใหม่สีนีออน

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบปลากะรังจิ๋วพันธุ์ใหม่เข้าโดยบังเอิญ จากแนวปะการังที่ระดับความลึกแสงส่องถึงน้อย บริเวณหมู่เกาะ Saint Paul กลางมหาสมุทรแอตแลนติก

หมึกประหลาดตัวโปร่งใส ถูกค้นพบจากใต้ทะเลลึก

หมึกประหลาดตัวนี้ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากเรือดำน้ำในภารกิจ E/V Nautilus ที่ทำการวิจัยใต้ทะเลลึก ไม่ใช่เพียงแค่ถิ่นที่อยู่อาศัยของมันเท่านั้นที่ทำให้หมึกสายพันธุ์นี้กลายเป็นสัตว์หายาก แต่ยังรวมถึง ลักษณะพิเศษของมันนั่นคือลำตัวที่โปร่งใสอีกด้วย มันมีเพียงระบบย่อยอาหารเล็กๆ ภายในเท่านั้น ซึ่งช่วยลดการโจมตีจากนักล่าเมื่อถูกมองจากด้านบนหรือด้านล่าง และเช่นเดียวกับหมึกอีกหลายชนิดที่มีความสามารถในการเปลี่ยนสีของร่างกาย เจ้าหมึกตัวนี้สามารถสร้างลายจุดขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ, หอยทากจะตกเป็นอาหารของหนอนตัวแบนหรือไม่?

แมลงปอเข็ม : โลกยังสวยงาม แม้ในโมงยามวิกฤติ

แมลงปอเข็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่างภาพ เรมุส ทีเปลีย ชอบถ่ายในฤดูร้อน เกาะนิ่งราวกับสั่งได้อยู่ตรงหน้าสระว่ายน้ำเป่าลมสีฟ้าสำหรับเด็ก  พวกมันเนรมิตสวนในฤดูร้อนให้กลายเป็นสตูดิโอถ่ายภาพแมลงอันสมบูรณ์แบบ ชมภาพถ่ายที่อาจช่วยให้ใครหลายคนคลายความวิตกกังวลไปได้บ้าง เพราะโลกยังเต็มไปด้วยแง่มุมงดงามเสมอ แม้ในโมงยามวิกฤติเช่นนี้

แมลงปอเสือ ของไทย กับการค้นพบชนิดใหม่ของโลก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค้นพบ แมลงปอเสือ ชนิดใหม่ของโลก นักล่าแห่งเวหา ภาพคุ้นตาของแมลงที่ชอบบินโฉบเฉี่ยวไปมา เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หนึ่งในนั้นคือแมลงปอดวงตาปูดโปน บินว่อนอยู่บนบกและล่าสัตว์อื่นเป็นอาหาร ถือเป็นผู้ล่าที่สำคัญในระบบนิเวศ จนหลายคนขนานนามว่า “นักล่าแห่งเวหา” แมลงปอมีความสง่างามในแบบของมันที่ชวนให้คนหลงใหลจนอดใจไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพไว้ แมลงปอตัวเต็มวัยจึงเป็นที่รู้จักและเป็นที่สนใจอย่างแพร่หลาย นักวิทยาศาสตร์แบ่งแมลงปอออกเป็น 2 กลุ่มตามลักษณะการวางปีกขณะที่มันเกาะนิ่งอยู่กับที่ คือกลุ่มแมลงปอบ้าน (dragonflies) และกลุ่มแมลงปอเข็ม (damselflies) (ภาพ2) ตัวอ่อนแมลงปอนั้นสำคัญไฉน แมลงปอเพศเมียชอบบินแวะเวียนตามแหล่งน้ำเพื่อหาที่วางไข่ หลังจากนั้น ตัวอ่อนแมลงปอจะใช้ชีวิตอาศัยในแหล่งน้ำไประยะหนึ่ง พบได้ทั้งน้ำนิ่งและน้ำไหล ลักษณะเด่นของตัวอ่อนแมลงปอคือ ส่วนริมฝีปากล่างที่มีฟันแข็งแรง ช่วยในการจับเหยื่อ เป็นผู้ล่าตัวฉกาจ หรืออาจได้ชื่อว่า “นักล่าแห่งสายน้ำ” ในขณะเดียวกัน ตัวอ่อนแมลงปอยังเป็นแหล่งอาหารให้สัตว์น้ำชนิดอื่น ถ่ายทอดพลังงานไปในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศขั้นสูงกว่า ข้อแตกต่างของกลุ่มตัวอ่อนแมลงปอคือ ตัวอ่อนแมลงปอเข็มจะมีลำตัวยาวเรียวกว่าตัวอ่อนแมลงปอบ้าน และมีเหงือกอยู่ปลายสุดของส่วนท้อง 2 หรือ 3 เส้น ยามฤดูฝนในบริเวณแหล่งน้ำชั่วคราวตามท้องทุ่งนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ชาวบ้านมักนำสวิงไปช้อนสัตว์น้ำเพื่อนำมาประกอบอาหาร หนึ่งในวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยโปรตีนคือตัวอ่อนแมลงปอ ที่สามารถนำรังสรรค์ได้หลายเมนู เช่น หมก แกง และคั่ว เป็นต้น ประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของตัวอ่อนของแมลงปอคือ เป็นดัชนีชีวภาพในการประเมินคุณภาพของแหล่งน้ำนักวิทยาศาสตร์พบว่าตัวอ่อนแมลงปอแต่ละกลุ่มมีความทนทานต่อการปนเปื้อน หรือการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน […]