ทำไมสิงโตทะเลตัวนี้ถึงดึงตัวเด็กหญิงตกทะเล - National Geographic Thailand

ทำไมสิงโตทะเลตัวนี้ถึงดึงตัวเด็กหญิงตกทะเล

เรื่อง  เดลานีย์ แชมเบอร์ส

ในคลิปวิดีโอที่แชร์กันอย่างกว้างขวางถ่ายใกล้ท่าจอดเรือแห่งหนึ่งในบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา สิงโตทะเลตัวหนึ่งกระโดดขึ้นจากน้ำ แล้วลากตัวเด็กหญิงคนหนึ่งลงทะเลไปด้วย

เด็กหญิงอยู่บนท่าเรือกับคนในครอบครัวและคนอื่นๆ   หลายคนโยนอาหารให้เจ้าสิงโตทะเลขนาดมหึมาตัวนี้ มันว่ายเข้ามาใกล้ขณะที่บางคนยื่นมือลงไปพร้อมกับส่งเสียงเรียก

ณ จุดหนึ่ง เจ้าสิงโตทะเลกระโดดขึ้นจากน้ำน่าจะเพื่อหาอาหาร คนบนท่าเรือส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น ครั้นเด็กหญิง นั่งหันหลังให้  คราวนี้เจ้าสิงโตทะเลกระโดดขึ้นมาพร้อมกับงับเสื้อของเธอ แล้วลากเธอลงน้ำไปด้วย ท่ามกลางความตื่นตกใจของคนรอบข้าง  จากนั้น  เจ้าสิงโตทะเลก็ว่ายหายไป ขณะที่ผู้เป็นปู่กระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยหลานสาวขึ้นจากน้ำ

สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย (California sea lion) อาจโตจนมีความยาวมากกว่าสองเมตร และหนักร่วม 400 กิโลกรัม เจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ดูจะชอบอาหารชิ้นเล็กๆ  และประทังชีวิตด้วยอาหารอย่างปลา หมึก และสัตว์ทะเลมีเปลือก สิงโตทะเลสเตลลาร์ (Steller sea lion) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ด้วย

เจ้าสิงโตทะเลไม่ได้กระโดดขึ้นมาเพื่อกินหรือทำร้ายเด็กหญิง แต่เพื่อหาอาหารที่เธอและคนอื่นๆบนท่าเรือโยนให้

อยากรู้อยากเห็นมากกว่าก้าวร้าว

เป็นที่รู้กันว่าสิงโตทะเลเป็นสัตว์อยากรู้อยากเห็น และพวกมันก็มักว่ายวนเวียนและเข้ามาสำรวจนักดำน้ำที่บังเอิญว่ายเข้าไปในอาณาเขตที่เป็นแหล่งจับคู่ผสมพันธุ์ของพวกมันเข้า

ไม่มีหลักฐานว่าพวกมันเป็นสัตว์ก้าวร้าว (ต่อมนุษย์) และโดยทั่วไปก็มักแสดงออกซึ่งความอยากรู้อยากเห็นในตัวมนุษย์มากกว่าจะดุดัน เช่น ในอีกคลิปหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แรก  ในน่านน้ำไม่ไกลจากท่าเรือที่เกิดเหตุ  สิงโตทะเลสเตลลาร์กลุ่มใหญ่ว่ายเข้ามามะรุมมะตุ้มนักดำน้ำ บ้างกัดหน้ากากดำน้ำ บ้างว่ายน้ำนัวเนียลอดขา แต่ไม่มีตัวใดทำร้ายร่างกาย หรือมีทีท่าไม่เป็นมิตรต่อนักดำน้ำเลย

แต่แม้เจ้าสิงโตทะเลตัวนี้อาจไม่ได้ตั้งใจทำร้าย แต่เด็กหญิงก็อาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้เช่นกัน การเลี้ยงอาหารให้สัตว์ในธรรมชาติมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ และมักส่งผลกระทบระยะยาวต่อสัตว์เหล่านั้นด้วย ดังคำให้สัมภาษณ์ของจอร์จ เบอร์เกสส์ ผู้อำนวยการโครงการวิจัยวิจัยฉลามในฟลอริดา ว่า การให้อาหารสัตว์ (ในธรรมชาติ) อาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของสัตว์ พูดง่ายๆคือ  ทำให้พวกมัน “ผูกโยงมนุษย์เข้ากับอาหารที่ได้มาแบบไม่ต้องลงทุนลงแรง”

เรื่องแนะนำ

กบสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ ในเทือกเขาอันห่างไกล

กบสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ ในเทือกเขาอันห่างไกล ทีมนักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในเทือกเขาฆาฏตะวันตก ของประเทศอินเดีย เจ้ากบตัวนี้มีเนื้อตัวเป็นมัน ผิวหนังสีม่วง ขอบดวงตาของมันเป็นสีฟ้า และเอกลักษณ์อันโดดเด่นนั่นคือจมูกที่มีรูปทรงคล้ายกับจมูกหมู นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อมันว่า กบสีม่วง Bhupathy (Nasikabatrachus bhupathi) เพื่อเป็นเกียรติแก่ด็อกเตอร์ Subramaniam Bhupathy เพื่อนร่วมงานของเขา ผู้ศึกษาเกี่ยวกับสปีชี่ส์ของสัตว์ และเสียชีวิตระหว่างการทำงานในเทือกเขาฆาฏตะวันตก เมื่อปี 2014 ในฐานะของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกแล้ว หน้าตาของกบสายพันธุ์ใหม่สีม่วงอาจดูแปลกประหลาด แต่ผลของร่างกายที่เป็นเช่นนี้ต่อยอดมาจากวิวัฒนาการนับครั้งไม่ถ้วนในการเอาตัวรอด ดวงตาที่เล็ก, จมูกยื่นยาว แขนขาสั้นที่มาพร้อมกับลักษณะคล้ายจอบแข็งๆ ช่วยให้มันสามารถอาศัยอยู่ใต้ดินได้ตลอดชีวิต กบสีม่วงไม่จำเป็นต้องขึ้นมาบนพื้นดินเพื่อหาอาหาร เจ้ากบอินเดียตัวนี้ใช้ลิ้นยาวของมันในการจับมดและปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดินกินเป็นอาหาร รายงานจาก อลิซาเบธ เพรนดินี นักสัตววิทยาด้านสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งอเมริกา และผู้ร่วมเขียนบทความอธิบายถึงสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ในวารสาร Alytes ฉบับล่าสุด กบสีม่วง Bhupathy เป็นญาติที่ใกล้ชิดกับกบสีม่วงอีกชนิดหนึ่งที่เคยถูกพบในถูมิภาคนี้เมื่อปี 2003 โดยการค้นพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจากการสนับสนุนของรัฐบาลในการรวบรวมดีเอ็นเอของกบและคางคกทุกชนิดในประเทศ “สายเลือดของกบตัวนี้มีความเก่าแก่ และมีความหลากหลายต่ำมาก ดังนั้นการค้นพบครั้งนี้จึงเป็นเรื่องพิเศษ” เพรนดินีกล่าว (เคยสงสัยกันไหม บรรดากบพิษเอาชีวิตรอดจากพิษของตัวเองได้อย่างไร?)   ร้องเพลงกลางสายฝน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยั่วยวนให้มันขึ้นมาจากดินได้นั่นก็คือ สายฝน เมื่อฤดูฝนมาถึง กบสีม่วงตัวผู้จะเริ่มส่งเสียงร้องดังลั่นมาจากใต้พื้นดิน ราเมช […]

ทักษะการพรางตัวอันน่าทึ่งของหมึกกระดอง

ทักษะการพรางตัวอันน่าทึ่งของหมึกกระดอง เจ้าพวกนี้คือลูกหมึกกระดองลายเสือ จากอควาเรียม Den Bla Planet ในกรุงโคเปนเฮเนกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก แต่อย่าประมาทว่าพวกมันเป็นแค่เพียงตัวอ่อน เพราะหมึกกระดองเหล่านี้มีทักษะการพรางตัวและลอกเลียนแบบอันน่าทึ่งอยู่ในสายเลือด และที่เห็นอยู่นี้พวกมันกำลังแปลงกายเป็นปูเสฉวน ด้วยปุ่มเล็กๆ บนผิวหนังที่มีชื่อเรียกว่า Papille และกล้ามเนื้อสองประเภทของหมึกทำหน้าที่สำคัญที่ช่วยให้การลอกเลียนแบบเป็นไปอย่างแนบแนียน หนึ่งคือกล้ามเนื้อลายที่มีลักษณะเหมือนกล้ามเนื้อของเรา ช่วยให้หมึกกระดองยกปุ่มบนผิวของมันขึ้นอย่างรวดเร็ว สองคือกล้ามเรียบซึ่งช่วยให้ร่างกายของมันคงรูปร่างเช่นนั้นไว้ได้นานนับชั่วโมง โดยใช้พลังงานเพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งช่วยให้การพรางตัวหรือลอกเลียนแบบสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

หมีขอไม่ใช่หมี! และยังมีอีกเพียบที่ชื่อสามัญไม่ตรงความจริง

บางครั้งชื่อสามัญที่ใช้เรียกชื่อสัตว์ก็สร้างความสับสน เมื่อหมีขอไม่ใช่หมี แพนด้าแดงไม่ได้เป็นญาติกับแพนด้ายักษ์ และม้าน้ำก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับม้าเลย

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.