การฝึก วาฬ และสัตว์ทะเลเพื่อการทหาร มีวิธีการอย่างไร - National Geographic Thailand

การฝึกวาฬและโลมาเพื่อการทหาร มีวิธีการอย่างไร และใคร “ใช้งาน” บ้าง

โลมาปากขวดที่ชื่อว่า เค-ด็อก กระโดดโผล่ขึ้นจากน้ำระหว่างการฝึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเปอร์เซีย ภาพถ่ายโดย พันจ่าเอก BRIAN AHO แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ


แม้โลกจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็ไม่มีอะไรเหนือกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทางทะเล (Marine mammals) ที่มีความสามารถในการค้นหาสิ่งของในโลกใต้ทะเล เช่น วาฬ โลมา หรือสิงโตทะเลได้อีกแล้ว

หลังจากมีข่าวว่าชาวประมงประเทศนอร์เวย์พบวาฬเบลูกาเข้ามาใกล้เรือ และติดตั้งอปุกรณ์ที่ดูเหมือนเป็นกล้องบันทึกภาพ ซึ่งภายหลังพบว่าเป็น “อุปกรณ์ที่มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” โดยผู้เชี่ยวชาญทางทะเลให้ความเห็นว่า วาฬตัวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการฝึกทางทหาร ที่ใช้สัตว์จำพวก วาฬ (cataceans) เพื่อการทำภารกิจต่างๆ อาจดูเป็นเรื่องประหลาด แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน

เมื่อปี 2017 สถานีโทรทัศน์รัฐบาลของประเทศรัสเซียได้รายงานว่า รัสเซียกำลังทดลองใช้วาฬเบลูกา โลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) และแมวน้ำหลายชนิด เพื่อลาดตระเวนบริเวณทางเข้าฐานทัพเรือ ช่วยเหลือนักดำน้ำ หรือแม้กระทั่งสังหารคนแปลกหน้าที่บุกรุกดินแดน

การใช้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลเพื่อจุดประสงค์ทางการทหารไม่ถือเป็นข้อห้ามในประเทศรัสเซีย นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 สัตว์เหล่านี้มีความสามารถตรวจจับและค้นหาเป้าหมายในน้ำลึกและดำมืด ซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบเคียงความสามารถของพวกมันได้

กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ฝึกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ซึ่งรวมไปถึงสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียและโลมาปากขวด เพื่อค้นหาและกู้คืนวัตถุที่สูญหายไปในท้องทะเล รวมถึงระบุตัวผู้บุกรุกที่พยายามว่ายน้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ใช้งานบรรดาโลมาเพื่อตรวจจับทุ่นระเบิดทั้งที่ฝังอยู่บนพื้นทะเล ลอยอยู่บนน้ำ หรือถูกผูกไว้กับสมอเรือ

“[โลมาปากขวด] นั้นดีกว่าเครื่องมือที่ใช้ตรวจจับทุ่นระเบิดเสียอีก และทำงานได้เร็วกว่าด้วยครับ” พอล แนชติแกลล์ (Paul Nachtigall) หัวหน้าโครงการวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลของมหาวิทยาลัยฮาวายแห่งอ่าวเคน’โอ (Kane’ohe Bay) กล่าว

วาฬ
วาฬเบลูกาตัวหนึ่งฝึกชี้เป้าในการฝึกของกองทัพเรือสหรัฐ ภาพถ่ายโดย กองทัพเรือสหรัฐ

ทักษะของโลมาจะมีประสิทธิภาพเมื่ออยู่ใกล้กับชายฝั่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คลื่นชายฝั่งและการจราจรทางเรือผลิตคลื่นเสียงจำนวนมาก แนชติแกลล์กล่าวเพิ่มเติม โดยกลไกของอุปกรณ์ที่ใช้งานปกตินั้นอาจสับสนกับแหล่งกำเนิดคลื่นเสียงที่มีจำนวนมากในทะเล แต่ไม่ใช่กับเหล่าวาฬ

นั่นเป็นเพราะว่าระบบหาตำแหน่งของวัตถุใต้น้ำ (sonar) ของเหล่าวาฬมีการปรับจูนคลื่นมาเป็นอย่างดี แนชติแกลล์กล่าว ทั้ง วาฬ และสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกันอย่างวาฬเพชฌฆาตนั้น ส่งคลื่นเสียงซึ่งสะท้อนวัตถุที่อยู่โดยรอบ โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ตรวจจับคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมาและสามารถรับรู้ภาพบรรยากาศในสภาพแวดล้อมได้ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า การกำหนดที่ตั้งวัตถุด้วยเสียงสะท้อน (echolocation)

ตามหาของที่สูญหาย

ในขณะที่สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย แม้จะไม่ได้มีทักษะการหาตำแหน่งของวัตถุใต้น้ำ แต่ก็มีสายตาที่ยอดเยี่ยม “พวกมันเก่งในเรื่องค้นหาสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ เช่นอุปกรณ์เครื่องมือที่สูญหายไปครับ” แนชติแกลล์กล่าว

กองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้งานมันเพื่อค้นหาและกู้วัตถุระเบิดที่ใช้ฝึก เช่น ทุ่นระเบิดสำหรับฝึก โดยครูฝึกจะให้เครื่องมือที่ติดกับตัวสิงโตทะเลตรงปากของมันและปล่อยกลับลงน้ำ และเมื่อมันพบเจอเป้าหมายแล้ว มันจะคีบวัตถุด้วยเครื่องมือนี้มาให้ครูฝึกบนเรือที่อยู่บนระดับผิวน้ำที่สามารถให้ของสิ่งนั้นกับครูฝึกได้

ในปี 2011 ในงานทดสอบและแสดงการฝึกสัตว์เพื่อภารกิจทางการทหารต่อสื่อมวลชนของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้มีการปล่อยเหล่าวาฬและสิงโตทะเลเพื่อลาดตระเวนในอ่าวซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย และพวกมันทั้งสองสามารถจับนักดำน้ำได้ และสิงโตทะเลสามารถคล้องเครื่องมือที่ติดตัวมันไว้ไปที่ขาของนักดำน้ำ และครูฝึกที่อยู่บนผิวน้ำก็ดึงสิงโตทะเลขึ้นมาเหมือนปลาตัวหนึ่ง

ทั้งสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียและโลมาปากขวดนั้นทั้งแข็งแรง ฉลาด และสามารถฝึกได้ แนชติแกลล์กล่าว เหล่าสิงโตทะเลนั้นมีข้อดีในการเป็นสัตว์ทะเทินน้ำสะเทินบก นี่เป็นเหตุผลว่าเหตุใดกองทัพเรือสหรัฐฯ จึงใช้งานพวกมันแทนที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลชนิดอื่น เช่น วาฬเพชฌฆาตหรือวาฬเบลูกา เป็นต้น

เรื่องโดย 


อ่านเพิ่มเติม ทำไมวาฬถึงใหญ่โตมโหฬารนัก?

เรื่องแนะนำ

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลสูญเสียยีนชนิดหนึ่งไป

ยีน PON1 ที่ช่วยป้องกันร่างกายจากสารพิษได้สูญหายไปในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เพราะเหตุผลบางประการ แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ยังคงมียีนนี้อยู่ ทว่าการปนเปื้อนของแหล่งน้ำในปัจจุบันกำลังสร้างความกังวลให้แก่นักวิทยาศาสตร์

ภาพความประทับใจเมื่อเด็กสาวได้พบกับ เจน กูดดอลล์

McKenna Booth เป็นแฟนคลับตัวยงของ เจน กูดดอลล์ เธอมาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Jane ที่ถ่ายทอดอัตชีวประวัติของกูดดอลล์นักวิจัยชิมแปนซีผู้ปฏิวัติวงการไพรเมตวิทยาและเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน Booth อุ้มตุ๊กตาลิงชิมแปนซีและถือนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับที่เล่าเรื่องราวของเจน กูดดอลล์มาด้วย ซึ่งวินาทีที่เธอได้เจอกับฮีโร่ในดวงใจนั้น Booth ถึงกับยิ้มไม่หุบด้วยความดีใจ เธอเป็นหนึ่งในเด็กหญิงหลายคนที่มีกูดดอลล์เป็นไอดอล ว่าแต่คุณผู้อ่านล่ะ เรื่องราวของเจน กูดดอลล์จุดประกายให้แก่คุณในทางไหนบ้าง?   อ่านเพิ่มเติม : ฟุตเทจสลอธถูกจับไปขายยังตลาดมืด, อสุรกายมีจริงในโลกของสรรพสัตว์

คืนชีพแรดขนจากยุคน้ำแข็ง

คืนชีพ แรดขน จากยุคน้ำแข็ง แรดขน ตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ซาช่า ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเองยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเมื่อ 10,000 ปีก่อน เจ้าซากดึกดำบรรพ์นี้เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แต่ชื่อของมันก็ถูกเรียกติดปากไปแล้ว แตกต่างจากช้างแมมอธที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็ง ซากของแรดขนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเจอ ช่วงเวลาการวิวัฒนาการของมันก็ยังไม่แน่ชัด รวมไปถึงวิถีชีวิตของมันตลอดจนอาหารและอายุขัย ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ยังคงคลุมเครือ   คืนชีพให้ซาช่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสาขาบรรพชีวินวิทยา, สถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียและสถาบันวิทยาศาสตร์รัฐซาฮา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ร่วมกันคืนชีพให้แก่ซาซ่า ซากชิ้นส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ของมันเก่าจนกลายเป็นสีเทา เมื่อตอนที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบเข้า พวกเขาต้องประหลาดใจที่ในเวลาต่อมาพบว่าสีขนจริงของแรดขนสายพันธุ์นี้เป็นสีน้ำตาลบลอนด์อ่อน ผลการวิเคราะห์ฟันของมันพบว่า เจ้าสัตว์ตัวนี้ตายลงเมื่อมีอายุได้ประมาณ 7 เดือน ความที่ว่ามันยังเป็นลูกสัตว์อยู่นั้น สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากวารสาร Siberian Times ซาช่ามีความยาวประมาณ 5 ฟุต สูง 2 ฟุตครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นแรดขนาดใหญ่ เนื่องจากแรดในปัจจุบันกว่าจะมีขนาดเท่านี้ได้ก็ต้องรอให้มีอายุถึง 18 เดือน (ไม่ใช่แค่น้ำแข็งเท่านั้นที่รักษาร่างของสิ่งมีชีวิตไว้ได้ อำพันเองก็เช่นกัน) Olga Potapova เป็นนักวิทยาศาสตร์จากเขตสำรวจซากดึกดำบรรพ์ Mammoth Site of Hot Springs […]