มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย! - National Geographic Thailand

มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!

โดมินีก ลีเวอร์ ช่างภาพ บันทึกวิดีโอที่เผยปฏิสัมพันธ์ที่หาดูได้ยากระหว่างแรกคูนกับมนุษย์ระหว่างออกไปตกปลาเทราต์สายรุ้งในลำธารแอ๊ปเปิ้ลครีก ลีเวอร์ซึ่งมาจากแทนซาเนียและอยู่ระหว่างเดินทางในสหรัฐฯ ได้ยินเสียงร้องแหลมเล็กๆ ดังแว่วมา

“ตอนนั้นเป็นช่วงกลางวัน [ผม] มองก้มมองเท้าของตัวเอง แล้วก็เห็นแรกคูนสามตัววิ่งเข้ามาหา แล้วเริ่มปีนขึ้นมาตามขาผม ผมปล่อยให้พวกมันทำอย่างนั้น” ลีเวอร์เล่าในอีเมล

เขาเล่าต่อว่า จากนั้น พวกมันก็ปีนขึ้นไปที่ไหล่และเริ่มเลียหูเขา ลีเวอร์คิดในตอนนั้นว่า พวกมันอาจสูญเสียแม่ไป จากนั้น นักตกปลาอีกคนก็มาเห็นเข้า และเอาปลาตายที่เขาพบข้างลำธารมาเลี้ยงพวกมัน

สองวันต่อมา ลีเวอร์กลับไปที่ลำธารนั้นอีกครั้งและพบว่า ชายคนที่เอาปลาเลี้ยงลูกแรกคูนสร้างรังเล็กๆให้พวกมัน หลังพบว่าพวกมันน่าจะเสียแม่ไป เขากลับมาคอยดูพวกมันทุกวัน

“ตั้งแต่นั้น ผมก็ติดกับเขาอยู่เรื่อยๆ เขาบอกผมว่า พวกมันสบายดี และเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ และใช้เวลาอยู่กับคนน้อยลงเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีครับ” ลีเวอร์บอก

แรกคูนพบเห็นได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ โดยอาศัยอยู่ตั้งแต่ในย่านชานเมืองไปจนถึงชนบทพวกที่อาศัยหรือป้วนเปี้ยนอยู่ตามชานเมืองและสวนสาธารณะมักคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่การที่พวกมันปีนป่ายตามเนื้อตัวของคนก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ

“พฤติกรรมของพวกมันขณะปีนป่ายอยู่บนเนื้อตัวของชายคนนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ที่พวกมันเลือกเขานี่สิน่าสนใจ” ซูซาน แมกโดนัลด์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยยอร์กและนักสำรวจของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาพฤติกรรมของแรกคูน บอก เธอพอจะเดาคำตอบได้ข้อหนึ่งที่ทำให้พวกมันสนใจเขาเป็นพิเศษ

“คุณลองดูสิ เขาไว้หนวดไว้เคราเหมือนแรกคูนไหมล่ะ” เธอบอกกลั้วหัวเราะ

“พวกมันมีเหตุผลที่วิวัฒน์ใบหน้าเหมือนใส่หน้ากากขึ้นมาก็เพื่อให้สามารถจดจำซึ่งกันและกันได้ ชายคนนั้นตัวใหญ่ มีขนตามตัวและไว้หนวดเครา เผลอๆอาจจะมีปลาด้วย” แมกโดนัลด์ บอก

แมกโดนัลด์เสริมว่า พฤติกรรมของพวกมันบ่งชี้ว่า พวกมันน่าจะกำพร้า พอไม่มีแม่ พวกมันก็พร้อมรับใครก็ได้ แล้วพวกมันก็ชอบปีนป่ายตามตัวผู้คน”

ขณะที่แรกคูนวัยเยาว์ทั่วไปจะอยู่กับแม่ตลอดช่วงฤดูร้อน แมกโดนัลด์ตั้งข้อสังเกตว่า แรกคูนสามตัวนี้น่าจะหย่านมแล้ว พวกมันจึงน่าจะเอาตัวรอดได้

เจ้าแรกคูนสามตัวนี้อาจดูเหมือนเพื่อนผู้น่ารักน่าชัง แต่แมกโดนัลด์เตือนว่า เราไม่ควรนำแรกคูนมาเป็นสัตว์เลี้ยง

“พอพ้นช่วงวัยเด็กนี้ไป พวกมันจะทำลายล้างบ้านคุณ”เธอแนะนำว่า ใครก็ตามที่คิดว่าพบลูกแรกคูนกำพร้า สามารถสร้างรังให้พวกมัน และติดตามดูสักสองสามวันต่อเมื่อแน่ใจแล้วเท่านั้นว่า แม่ของพวกมันไม่ได้อยู่แถวนั้น คุณก็สามารถนำลูกแรกคูนเหล่านั้นไปยังศูนย์ดูแลสัตว์ป่า

แม่แรกคูนจะตามหาลูกๆที่เผอิญตกจากรังหรือพลัดหลงอย่างไม่ลดละ จำไว้เสมอว่า แรกกคูนอาจเป็นพาหะของโรคพิษสุนัขบ้าและโรคอื่นๆ ดังนั้นจึงควรมีปฏิสัมพันธ์กับพวกมันอย่างระมัดระวัง

เรื่อง ซาราห์ กิบเบนส์

 

อ่านเพิ่มเติม : ไขข้อเท็จจริง แน่ใจได้อย่างไรว่าสุนัขจะไม่กินคุณ หากคุณบังเอิญตาย?จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

เรื่องแนะนำ

แอนทีไคนัส : ยอมตายเพื่อความรัก

มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 22 ชนิดที่สืบพันธุ์แล้วตาย 15 ชนิดในจำนวนนั้นคือ แอนทีไคนัส สำหรับสัตว์ในสกุล แอนทีไคนัส (Antechinus) แล้ว ชีวิตนั้นช่างแสนสั้นและการสืบพันธุ์ก็เป็นเรื่องสำคัญ หลังลืมตาดูโลกได้หกเดือน สัตว์มีถุงหน้าท้องกินเนื้อขนาดเล็กชนิดนี้จะโตเต็มวัย อีกห้าเดือนต่อมา นํ้าหนักตัวของพวกมันจะเพิ่มขึ้น และจะไปลดเอาตอนจับคู่ผสมพันธุ์ แอนดรูว์ เบเกอร์ นักวิทยาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอธิบาย จากนั้นสัตว์ชนิดนี้จะเข้าสู่ “ช่วงเวลาหนึ่งถึงสามสัปดาห์ที่พวกมันจะผสมพันธุ์กันตลอดเวลา” และการผสมพันธุ์ครั้งเดียวอาจใช้เวลานานถึง 14 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ทั้งสองเพศรู้สึกเครียดเอามาก ๆ” เบเกอร์ตั้งข้อสังเกต เมื่อรู้สึกเครียด แอนทีไคนัส จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล นอกจากนั้น แอนทีไคนัส เพศผู้ “ยังหลั่งฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนจากการพยายามจีบสาวอีกด้วย”  เบเกอร์บอก และฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนนี่เองที่ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลไหลทะลักในเวลาที่ควรจะหยุดทำงาน เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลขึ้นถึงระดับที่เป็นพิษ  ระบบภูมิคุ้มกันและระบบอื่น ๆในร่างกายของเพศผู้จะล้มเหลว ทำให้มันตายเมื่อมีอายุได้เพียงหนึ่งปี ประชากรของ แอนทีไคนัสจึงลดลงครึ่งหนึ่ง จนกว่าเพศเมียจะให้กำเนิดลูกน้อยขนาดเท่าลูกอมครอกละ 4 ถึง 14 ตัวในแต่ละปี —แพทริเซีย เอดมันด์ส ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์ พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าในออสเตรเลีย สถานะการอนุรักษ์ แอนทีไคนัส หนึ่งในห้าชนิดอยู่ในสถานะถูกคุกคาม  แอนทีไคนัสหางดำ ซึ่งเพิ่งค้นพบและอาจมีอยู่เพียง 500 ตัว  จัดอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ข้อมูลน่าสนใจ […]

ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก

ที่ศูนย์อนุบาลสัตว์ในคอสตาริกา บรรดาลูกสลอธเหล่านี้กำลังเรียนรู้วิธีการปีนต้นไม้ผ่านเก้าอี้ บทเรียนการปีนเป็นบทเรียนสำคัญของสลอธ เพื่อช่วยให้พวกมันสามารถเอาชีวิตรอดได้เองในป่า Lucy Cooke นักสัตววิทยากล่าวว่า ลูกสลอธเหล่านี้เป็นกำพร้า เพราะแม่ของพวกมันเสียชีวิตจากสุนัขหรือรถยนต์ดังนั้นพวกมันจึงถูกนำตัวมาดูแลยังศูนย์แห่งนี้ ส่วนสาเหตุที่ทางศูนย์เลือกใช้เก้าอี้โยกในการสอนลูกสลอธให้เรียนรู้การปีนก็เพราะเก้าอี้โยกทำมาจากไม้ และมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่คล้ายกับกิ่งไม้จริงๆ   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, เผยคลิปวิดีโอที่หาชมได้ยากของสุนัขป่าแอมะซอน