ทำไม แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์

เพราะเหตุใด แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์

หลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของแมลงชนิดหนึ่ง เป็นข้อพิสูจน์ที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าแมลงสาบนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงราวๆ 300 ล้านปีก่อน เนื่องจากมันดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน เจ้า แมลงสาบ หลากหลายสายพันธุ์จึงถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ที่สูญพันธุ์ยากเป็นอันดับต้นๆ

แมลงสาบ
ซากดึกดำบรรพ์คล้ายแมลงสาบที่เก่าแก่ที่สุด คาดการณ์ว่ามาจากยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous) ซึ่งอยู่ในช่วง 354 – 295 ล้านปีก่อน ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.crystalinks.com/fossilcockroach.html

หากพูดถึงแมลงสาบคงมีแต่คนส่ายหน้าและแสดงอาการไม่ชอบใจ เพราะแมลงเหล่านี้มักสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นตระหนกให้กับใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกมันบิน หรือคืบคลานเข้ามาหาตัวเรา ไม่เพียงแค่นี้พวกมันยังสร้างผลกระทบอื่นๆ ต่อสุขภาพของมนุษย์อีกด้วย และปัญหาที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราพบเจอกันในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น

ปัญหาแรกที่พบ คือ พวกมันมักก่อเชื้อโรคเจือปนในอาหาร เพียงแค่พวกมันวิ่งผ่านจานข้าว หรือแม้แต่สัมผัสของใช้ภายในครัว แบคทีเรียที่อยู่ในตัวของแมลงสาบก็สามารถส่งผ่านมายังภาชนะได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด และโรคท้องร่วง

ปัญหาข้อต่อมา คือ โรคภูมิแพ้จากแมลงสาบ หากมนุษย์คนใดที่พบเจอกับอุจจาระ หรือซากการลอกคาบของแมลงสาบ อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น มีผดผื่นขึ้นที่ผิวหนัง น้ำตาไหลไม่รู้ตัว จามติดต่อกันหลายครั้ง และอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคหอบหืด

ปัญหาข้อสุดท้ายที่สาหัสไม่แพ้กัน คือ แมลงสาบเป็นพาหะนำโรค เชื้อโรคที่มาพร้อมกับแมลงสาบนั้นอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพได้ หากได้รับการสะสมแบคทีเรียติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น โรคอุจจาระร่วงจากเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) หรือโรคสเตรปโทคอกโคสิส (Streptococcus) เป็นต้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสเตรปโทคอกโคสิสได้ที่นี่

แมลงสาบ
ลักษณะของแมลงสาบหลากสายพันธุ์ และรูปภาพนี้ยกมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก ขอขอบคุณรูปภาพจาก https://www.domyown.com/roach-identification-guide-a-456.html

ไดโนเสาร์ยังสูญพันธุ์ แล้วเหตุใดแมลงสาบถึงยังคงมีชีวิตอยู่? หลายๆ คนคงเคยสงสัย และต่างนึกถึงเหตุผลว่าทำไมแมลงสาบถึงยังไม่สาบสูญไปจากโลกเสียที เพราะเจ้าแมลงเหล่านี้มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้พวกมันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และเหตุผลเหล่านี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกมันดำรงชีพมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยล้านปี

  1. พวกมันมีความสามารถในการปรับตัวอย่างยอดเยี่ยม คงเป็นเรื่องยากสำหรับแมลงชนิดอื่นที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล หรือแม้แต่ที่อยู่อาศัย แต่สำหรับแมลงสาบนั้น พวกมันสามารถปรับตัวได้กับทุกถิ่น และอาศัยอยู่ได้ทั้งในบ้าน ที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในที่อับชื้นก็ยังได้
  2. อาหาร แมลงสาบสามารถกินอาหารได้แทบทุกอย่างบนโลกใบนี้ เช่น อาหารจำพวกแป้ง, ของหวาน, เนื้อสัตว์, ซากสัตว์, กาว และเส้นผม เป็นต้น
  3. ขนาด แมลงสาบเยอรมันคือสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นพวกมันสามารถซ่อนตัวอยู่ในรอยร้าวเล็กๆ ได้ หรืออยู่กันอย่างแออัดตรงหลังกำแพงก็ทำได้ไม่ยาก หรือพวกมันอาจถูกพบใต้ตู้เย็น ใต้ตู้กับข้าว หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ด้วยขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป จึงทำให้แมลงสาบเหล่านี้สามารถหลบหลีกผู้คนได้อย่างว่องไว
  4. ออกหากินในเวลากลางคืน แมลงสาบมักใช้เวลาในช่วงกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน และแน่นอนว่าช่วงกลางดึกนั้นถือเป็นช่วงนอนหลับพักผ่อนของมนุษย์ ดังนั้นมันจึงใช้โอกาสนี้ในการออกหาอาหาร โดยปราศจากผู้คนรบกวน
  5. การสืบพันธุ์ แมลงสาบเพศเมียสามารถมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้ โดยวิธีการนี้เป็นการสืบพันธุ์แบบ พาร์ธีโนเจเนซิส (Parthenogenesis) ซึ่งตัวเมียสามารถผลิตไข่ที่ฟักเป็นตัวได้โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิ โดยส่วนใหญ่ตัวเมียมักจะวางไข่ออกมาในลักษณะแคปซูล ซึ่งในแคปซูลนั้นบรรจุทายาทของมันได้ถึง 40 ตัว ภายใน 1 ปีจึงมีลูกแมลงสาบออกมาสู่โลกภายนอกถึง 400 ตัว

ถึงแม้แมลงสาบจะหัวขาด แต่มันยังคงมีชีวิตต่อไปได้นานนับสัปดาห์ เพราะแมลงสาบนั้นมีทางเดินหายใจอยู่ที่เปลือกภายนอก ไม่ได้หายใจทางจมูกแต่อย่างใด

วิธีกำจัดแมลงสาบด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำได้อย่างไร?

หลายๆ คนคงประสบปัญหาแมลงสาบวิ่งวุ่นภายในบ้าน ถึงแม้จะกำจัดด้วยวิธีหลากหลายก็ไม่หมดไปเสียที แต่หากลองด้วยวิธีง่ายๆ ที่อาจคาดไม่ถึงด้วยการนำน้ำเปล่าไปผสมกับน้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก แล้วนำมาใส่ภาชนะอย่างขวดสเปรย์แบบฉีด จากนั้นให้นำไปฉีดในบริเวณที่มีแมลงสาบ หรือหากเจอแมลงสาบตัวเป็นๆ ก็สามารถฉีดใส่มันได้เลย จากนั้นให้ดูปฏิกิริยาของเจ้าสิ่งมีชีวิตพวกนี้ มันจะค่อยๆ หมดลมหายใจ เหตุใดวิธีนี้จึงสามารถกำจัดแมลงสาบได้? นั่นก็เพราะแมลงสาบนั้นมีทางเดินหายใจอยู่ที่เปลือกภายนอก (Exoskeleton) และเมื่อผิวของมันสัมผัสกับน้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก น้ำยาเหล่านี้จะมีคุณสมบัติลดแรงตึงผิว และมีความสามารถในการเคลือบผิวของแมลงเหล่านี้เอาไว้ ส่งผลให้แมลงสาบหายใจไม่ออก และตายในที่สุด

เหตุผลที่แมลงสาบบางสายพันธุ์สามารถบินได้นั้น เนื่องมาจากอุณหภูมิโดยรอบเป็นตัวกระตุ้นให้พวกมันบินสูงขึ้นจากพื้นดิน

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม แมลงสาบมีดีอะไรถึงอยู่มาได้หลายล้านปี ชมคลิปวิดีโอที่เผยความทรหดทนทายาดของสัตว์ที่ได้ชื่อว่า อึดที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

 

เรื่องแนะนำ

ยีราฟเผือก เพศเมียตัวสุดท้ายในเคนยาตายจากการล่าสัตว์

การตายของ ยีราฟเผือก ทั้งสองตัวอันเนื่องมาจากการล่าสัตว์ ทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในเคนยา สำนักข่าวเดอะการ์เดียนของอังกฤษและซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริการายงานว่า มีการพบซากของ ยีราฟเผือก และลูกของมันที่สภาพที่เหลือแต่โครงกระดูกหลังจากที่ถูกฆ่าโดยพรานล่าสัตว์ที่เมืองการิสซา ทางตะวันออกของเคนยา องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ Ishaqbini Hirola Community กล่าว  ซึ่งคาดว่ามันถูกทิ้งไว้เช่นนี้ประมาณ 4 เดือนแล้ว การตายของทั้งสองตัวทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเกิดยีราฟตัวเมียที่ถูกฆ่าไป องค์กรฯ กล่าว “เราคือชุมชนเดียวในโลกที่เป็นผู้ดูแลยีราฟเผือกเหล่านี้” โมฮัมเหม็ด อาห์เมดนูร์ ผู้จัดการองค์กรฯ กล่าวและเสริมว่า การตายของมันที่ได้รับการยืนยันจากกองกำลังพิทักษ์สัตว์ป่าและสมาชิกชุมชน คือวันที่แสนเศร้า และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับนักวิจัยและผู้ให้บริการการท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลแห่งนี้ของเคนยา ยีราฟเผือกเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่งในช่วงปี 2017 หลังจากมีการพบมันที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและตอนที่มันให้กำเนิดลูกสองตัว โดยตัวล่าสุดคลอดไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สีขาวดุจหินปูนของยีราฟเผือกเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากโรคผิวเผือก แต่เกิดจากสภาพที่เรียกว่าสภาวะผิวเผือก (Leucism) สภาวะนี้จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดสีเข้มที่เรียกว่าเมลานินอย่างเพียงพอ บางครั้งก็รวมไปถึงเม็ดสีผิวอื่นด้วยเช่นกัน ขณะนี้ ยีราฟซึ่งเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุดในโลกได้สูญเสียประชากรไปถึงร้อยละ 40 ในช่วงเวลาเพียง 30 ปี จากการล่าและลักลอบค้าสัตว์ป่า จากการประมาณการของมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกา แม้ว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าของเคนยาจะเคยกล่าวว่ามียีราฟเผือกเพียงสามตัวในโลก แต่เคยมีการพบยีราฟเผือกตัวหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติ Tarangire ประเทศแทนซาเนียในเดือนมกราคม ปี 2016 ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าชีวิตของมันหลังจากนั้นเป็นเช่นไร (ชมวิดีโอยีราฟเผือกแห่งเคนยาในช่วงที่มันยังมีชีวิตเมื่อปี 2017 จากเนชั่นแนล […]

แอนทีไคนัส : ยอมตายเพื่อความรัก

มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 22 ชนิดที่สืบพันธุ์แล้วตาย 15 ชนิดในจำนวนนั้นคือ แอนทีไคนัส สำหรับสัตว์ในสกุล แอนทีไคนัส (Antechinus) แล้ว ชีวิตนั้นช่างแสนสั้นและการสืบพันธุ์ก็เป็นเรื่องสำคัญ หลังลืมตาดูโลกได้หกเดือน สัตว์มีถุงหน้าท้องกินเนื้อขนาดเล็กชนิดนี้จะโตเต็มวัย อีกห้าเดือนต่อมา นํ้าหนักตัวของพวกมันจะเพิ่มขึ้น และจะไปลดเอาตอนจับคู่ผสมพันธุ์ แอนดรูว์ เบเกอร์ นักวิทยาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอธิบาย จากนั้นสัตว์ชนิดนี้จะเข้าสู่ “ช่วงเวลาหนึ่งถึงสามสัปดาห์ที่พวกมันจะผสมพันธุ์กันตลอดเวลา” และการผสมพันธุ์ครั้งเดียวอาจใช้เวลานานถึง 14 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ทั้งสองเพศรู้สึกเครียดเอามาก ๆ” เบเกอร์ตั้งข้อสังเกต เมื่อรู้สึกเครียด แอนทีไคนัส จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล นอกจากนั้น แอนทีไคนัส เพศผู้ “ยังหลั่งฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนจากการพยายามจีบสาวอีกด้วย”  เบเกอร์บอก และฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนนี่เองที่ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลไหลทะลักในเวลาที่ควรจะหยุดทำงาน เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลขึ้นถึงระดับที่เป็นพิษ  ระบบภูมิคุ้มกันและระบบอื่น ๆในร่างกายของเพศผู้จะล้มเหลว ทำให้มันตายเมื่อมีอายุได้เพียงหนึ่งปี ประชากรของ แอนทีไคนัสจึงลดลงครึ่งหนึ่ง จนกว่าเพศเมียจะให้กำเนิดลูกน้อยขนาดเท่าลูกอมครอกละ 4 ถึง 14 ตัวในแต่ละปี —แพทริเซีย เอดมันด์ส ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์ พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าในออสเตรเลีย สถานะการอนุรักษ์ แอนทีไคนัส หนึ่งในห้าชนิดอยู่ในสถานะถูกคุกคาม  แอนทีไคนัสหางดำ ซึ่งเพิ่งค้นพบและอาจมีอยู่เพียง 500 ตัว  จัดอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ข้อมูลน่าสนใจ […]

ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา

รากุ อิโนะอุเอะ ศิลปินและช่างภาพผู้พำนักอยู่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา อาศัยสีสันและรูปทรงของกลีบดอกไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ รังสรรค์ประติมากรรมรูปแมลงที่ดูสมจริงและมีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง นี่คืองานศิลปะที่คุณต้องร้อง ว้าว!

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]