ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา - National Geographic Thailand

ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา

ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา

ปกติแล้วสัตว์ยักษ์ใหญ่อย่างยีราฟถือว่าเป็นสัตว์อ่อนโยน แต่ภาพถ่ายนี้จะทำให้มุมมองที่คุณผู้อ่านมีต่อยีราฟเปลี่ยนไป

หลายปีก่อน คอรินเน่ เคนดอล ช่างภาพต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกตกใจ ภาพถ่ายังกล่าวเกี่ยวข้องกับยีราฟและวิลเดอบีสต์ เกิดขึ้นในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า Masai Mara ของเคนยา แต่เพิ่งถูกเผยแพร่ลงในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกไม่นานมานี้

“ฉันเห็นยีราฟโตเต็มที่ 2 ตัวคุกเข่าลง เลียไปที่ซากของวิลเดอบีสต์ จากนั้นก็ยกซากขึ้นและเหวี่ยงมันลง” เธอกล่าว

ยีราฟแทะซากวิลเดอบีสต์ดูเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะพบเห็น แต่ก่อนหน้านี้เคยมีบันทึกวิดีโอของยีราฟตัวหนึ่งที่กำลังเลียกระโหลกศีรษะของควายป่ามาแล้ว

(พฤติกรรมแปลกๆ พบได้ในสัตว์หลายชนิด สิงโตทะเลเองก็กินลูกสิงโตทะเลด้วยกัน)

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของทั้งสองเหตุการณ์เป็นผลมาจากเหตุผลด้านสุขภาพ เพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสื่อมของกระดูกพวกมัน เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้ไม่สามารถพบได้ในพืช อาหารหลักที่พวกมันกิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัตว์ที่มีความสูงที่สุดในโลกด้วยแล้ว เป็นความจำเป็นที่พวกมันจะต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นเนื่องจากร่างกายของมันประกอบด้วยกระดูกมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น

“ยีราฟไม่ขบกระดูก แต่จะค่อยๆ เลีย” จอห์น โดเฮอที ผู้เชี่ยวชาญด้านยีราฟจากมหาวิทยาลัยควีนส์ เบลฟาสต์กล่าวบรรดาสัตว์กินพืชไม่มีความแข็งแรงของกรามพอที่จะบดหรือหักกระดูกได้ “มันทำเช่นนี้ไม่บ่อยนัก ผมเห็นประมาณ 5 ครั้งได้ต่อปี หลังจากที่เฝ้าสังเกตพวกมันมานาน”

(สุนัขไม่ใช่แค่เลียกระดูก พวกมันยังชอบอึใส่ชามข้าวอีกด้วย)

 

ว่าแต่ทำไมยีราฟเพศผู้ตัวนี้ต้องเหวี่ยงซากของวิลเดอบีสต์ไปมาในอากาศด้วย?

“มันกำลังแสดงออกว่าชื่นชอบซากศพ” โดเฮอทีกล่าว นอกจากนั้นยังเสริมว่าเขาเคยเห็นยีราฟเลียและคาบกระดูกเข้าปากได้อย่างคล่องแคล่ว

ซากของวิลเดอบีสต์ตัวนั้นยังคงเชื่อมต่อกันด้วยเส้นเอ็นในร่างกาย ในตอนที่ยีราฟไปพบเข้า “มันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญในขณะเดียวกันก็สะเทือนขวัญไปในตัว”

โดย เชียนา มอนทานารี

ยีราฟ
ยีราฟเลียและแทะกระดูกเพื่อต้องการสารอาหารเพิ่มเติม

 

อ่านเพิ่มเติม

สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

เรื่องแนะนำ

พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

ไม่บ่อยนักที่จะพบลูกสิงโตขาวในธรรมชาติ เนื่องจากพวกมันมักตายตั้งแต่ยังเล็ก มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่เติบโตไปเป็นสิงโตขาวตัวเต็มวัยได้

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ?

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ? เสือดาวตัวผู้ตัวนี้เพลิดเพลินกับหมูป่าที่มันล่ามาได้ และกำลังเอร็ดอร่อยไปกับเนื้อของเหยื่อบริเวณส่วนหัวและคอ ฟุตเทจการกินอาหารตามธรรมชาติของนักล่าผู้น่าหวาดหวั่นถูกบันทึกได้โดย Guy Brunskill เจ้าหน้าที่สัตว์ป่า จากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ Londolozi ในแอฟริกาใต้ ในตอนแรกดูเหมือนว่ามันกำลังกินอาหารไปตามปกติ แต่มีช่วงหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าเสือดาวคาบเอากระดูกขากรรไกรของหมูป่า และใช้แท่งกระดูกนั้นเลาะ ตัดเอาเนื้อภายใน ทว่า Luke Hunter ผู้อำนวยการองค์กร Panthera ซึ่งดำเนินงานอนุรักษ์แมวใหญ่ให้ความเห็นว่าพฤติกรรมที่ดูไม่ธรรมดาขณะกำลังกินอาหารของเสือดาวนั้น เป็นแค่การ “เล่น” กับเหยื่อเท่านั้น หาใช่การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์รอบตัวดังที่เข้าใจ ทั้งนี้การเล่นกับอาหารที่ล่ามาได้เป็นพฤติกรรมทั่วไปที่พบได้ในวงศ์แมวใหญ่อย่างเสือดาว, เสือชีตาห์ และสิงโต รวมทั้งหากมันต้องการแทะกินเนื้อส่วนภายในแล้วล่ะก็ Hunter เสริมว่าลำพังแค่ความแข็งแรงของขากรรไกรมันก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ในขณะที่สวัส นุ่มเพชร ชายวัย 31 ปี กำลังเดินเล่นอยู่ในป่าหลังโรงงานที่เขาทำงานอยู่ ในประเทศไทย เขาสังเกตเห็นตุ๊กแก 2 ตัวกำลังข่มขู่งูตัวหนึ่งที่กำลังเลื้อยอยู่บนต้นไม้ สวัสตัดสินใจยกโทรศัพท์มือภือขึ้นมาถ่ายพฤติกรรมของสัตว์ทั้ง 3 ตัวไว้ มองไปที่งูลำตัวโป่งพอง เขาสังเกตเห็นรูปร่างของตุ๊กแกตัวหนึ่งอยู่ภายในนั้น สวัสอธิบายเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตัวเขาและเพื่อนหยุดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตุ๊กแกเริ่มเข้าใกล้งูมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งเดียวกันกับงู ในขณะที่อีกตัวไต่ลงมาจากเสาคอนกรีตด้านข้าง ทันใดนั้นตุ๊กแกตัวหนึ่งก็งับเข้าที่หัวงู เจ้างูพยายามดิ้นออกจนหลุด สวัสที่ยืนดูอยู่ช่วยตุ๊กแกด้วยการเอากิ่งไม้เขี่ยไปที่ตัวงู ทันใดนั้นงูก็คายตุ๊กแกตัวสีแดงออกมา แล้วรีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานตุ๊กแกที่ถูกคายก็ได้สติ และเดินหนีไปท่ามกลางความอึ้งของสวัสและเพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ แม็กซ์ นิกเกอร์สัน ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในฟลอริดา ระบุว่าตัวเขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่งูตัวนี้ยอมแพ้ต่ออาหารมื้อใหญ่ของมันอย่างรวดเร็ว “เมื่อพวกมันกลืนอาหารที่มีขนาดใหญ่เข้าไป จะทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลง” เขาอธิบาย และแม้ว่างูจะมีฟันไว้สำหรับงับเหยื่อก็ตาม แต่มันไม่ได้ใช้ฟันในการบดเคี้ยว งูมักจะกลืนเหยื่อลงท้องเข้าไปทั้งตัว และใช้เวลานานกว่าจะสามารถย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้จนหมด งูกลืนเหยื่อที่ใหญ่กว่าตุ๊กแกหลายเท่าตัว ในอินเดีย งูหลามตัวหนึ่งถูกถ่ายวิดีโอเอาไว้หลังมันกลืนแอนทิโลปตัวโตเต็มวัยเข้าไปหรือที่รัฐเท็กซัสเอง งูดำตัวหนึ่งก็กลืนงูอีกตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าเช่นกัน นิกเกอร์สันกล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวที่ตุ๊กแกแสดงออกมา น่าจะเกิดขึ้นจากการที่งูเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ของมัน มากกว่าที่จะต้องการช่วยพี่น้องตัวใดตัวหนึ่งที่ถูกงูกลืนเข้าไป และจากในวิดีโอตุ๊กแกทั้งสองน่าจะเป็นตัวผู้ นั่นหมายความว่าพวกมันพร้อมที่จะต่อสู้กับใครก็ตามที่รุกรานเข้ามาในเขตแดนของมัน และเมื่อถามว่าทำไมตุ๊กแกที่ถูกคายออกมาจึงกลายเป็นสีแดง? นิกเกอร์สันอธิบายว่า ตุ๊กแกตัวดังกล่าวน่าจะยังโตไม่เต็มที่มากกว่า […]

พี่เลี้ยงที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ของเจ้าเหมียว

เรื่อง ซาราห์ กิบเบนส์ คาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านบรุกลินนำสัตว์ที่เป็นปรปักษ์กันมากที่สุดสองชนิดมาอยู่ร่วมกัน นั่นคือ แมวกับหนู คาเฟ่แมวบรุกลิน (Brooklyn Cat Café) ในนครนิวยอร์ก ซึ่งร่วมมือกับ Brooklyn Bridge Animal Welfare Coalition เป็นบ้านของแมวที่รอให้คนรับไปเลี้ยงประมาณ 20 ตัว ผู้มาเยือนสามารถเล่นกับแมว และแมวบางตัวอาจลงเอยด้วยการได้บ้านหลังใหม่ กระนั้น ในกรณีหนึ่ง ลูกแมวที่อยู่ที่คาเฟ่ตัวหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวและต้องแยกออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ทั่วไปมากที่สุดโรคหนึ่ง แมวในสหรัฐฯราวร้อยละ 2-3 มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ ซึ่งอยู่ในของเหลวภายในร่างกายและแพร่กระจายผ่านทางการสัมผัส เช่น การผสมพันธุ์หรือแผลถูกกัด หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค แมวจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงราวสองปีครึ่ง สถานการณ์นี้กระตุ้นให้เจ้าของคาเฟ่เสาะหาสัตว์ชนิดอื่นมาเป็นเพื่อนเล่นของลูกแมวสีดำชื่อ เอโบนี ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงรับเลี้ยงหนูสีขาวตัวหนึ่งจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียง และตั้งชื่อว่า ไอวอรี หนูจะไม่ติดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ทำให้ไอวอรีเป็นเพื่อนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าลูกแมวน้อย เอโบนีตายหลังจากนั้นห้าเดือน แต่เจ้าของคาเฟ่เชื่อว่าชีวิตของมัน “มีค่าเหลือล้น” จากการมีเพื่อน สองปีต่อมาไอวอรีก็ตาย (หนูมีอายุขัยเฉลี่ยราวสองปี) และทางคาเฟ่ตัดสินใจรับหนูจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแมวต่อไป โดยเริ่มจากหนูคู่หนึ่งชื่อ เรมีและเอมิล จากเว็บไซต์ของคาเฟ่ พวกหนูไม่กลัวลูกแมวเพราะพวกมันมีขนาดพอๆกัน ลูกแมวมักจะวิ่งไล่และตะปบหางหนู ซึ่งทางคาเฟ่บอกว่าไม่เป็นไร […]