ฟอสซิลสลอธยักษ์จากยุคโบราณถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ - National Geographic Thailand

ฟอสซิลสลอธยักษ์จากยุคโบราณถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ

ในถ้ำใต้น้ำของรัฐยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก มีฟอสซิลของสัตว์ขนาดใหญ่จากโลกในยุคโบราณถูกเก็บซ่อนไว้ มันคือหัวกระโหลกของสลอธยักษ์ที่เชื่อกันว่าจ่าจะมีอายุเมื่อ 10,000 ปีก่อน นักวิจัยประมาณน้ำหนักคร่าวๆ ของสลอธตัวนี้อยู่ที่ราว 226 กิโลกรัม และฟอสซิลชิ้นนี้น่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ของสลอธที่มีชื่อว่า Xibalbaonyx oviceps จากการค้นพบสลอธมีวิวัฒนาการมากมายตั้งแต่การเป็น Megalonyx jeffersonii สลอธในยุคโบราณ น้ำหนักตัว 907 กิโลกรัม จนมาถึงการเป็นสลอธตัวจ้อยที่หนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม ในปัจจุบัน

 

อ่านเพิ่มเติม : ที. เร็กซ์ หลีกไป สไปโนซอร์มาแล้วไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

เรื่องแนะนำ

หมาจิ้งจอกอาร์กติกเต้นรำกับนกเค้าแมวหิมะ

หมาจิ้งจอกอาร์กติก เต้นรำกับนกเค้าแมวหิมะ จากวิดีโอนี้ดูเหมือนว่าหมาจิ้งจอกอาร์กติกกำลังเล่นสนุกกับนกเค้าแมวหิมะ แต่ท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้ายรุนแรงนี่ไม่ใช่เกม แต่คือการเอาชีวิตรอด วิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายโดย Dave Briggs ผู้บริหารอาวุโสของบริษัททัวร์ Arctic Kingdom ตัวเขาได้บันทึกภาพที่ดูเหมือนเป็นการเต้นรำระหว่างหมาจิ้งจอกอาร์กติกและนกเค้าแมวหิมะเอาไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2012 แต่แท้จริงแล้วพวกมันกำลังแย่งหนูเลมมิ่งกันอยู่ สภาพาอากาศที่แห้งแล้งแบบเขตทุนดราทางตอนเหนือของแคนาดาบีบให้นักล่าที่ไม่เคยพบกันมาก่อนต้องมาต่อสู้กัน แน่นอนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่ออาหารไม่ใช่สิ่งที่หาง่ายๆ ในภูมิภาคนี้ (ชมวิดีโอได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม : ชมความน่ารักของจิ้งจอกอาร์กติก, เผยคลิปวิดีโอที่หาชมได้ยากของสุนัขป่าแอมะซอน

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ในแต่ละปีมีเหตุฉลามทำร้ายมนุษย์ทั่วโลกไม่ถึง 100 ครั้ง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดบริเวณหน้าวัดเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิด ขณะที่นักอนุรักษ์ชี้ว่า ทุกปีมีฉลามถูกฆ่าถึง 100 ล้านตัวทั่วโลกจนประชากรฉลามลดลงถึงขั้นวิกฤติ และหลายชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์

ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ

10 กรกฎาคม 2017 –  ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนในการปฏิบัติภารกิจน่าทึ่งทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือการเก็บตัวอย่างน้ำมูกวาฬ  ในน่านน้ำใกล้ช่องแคบเฟรเดอริก  รัฐอะแลสกา โดรนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเรียกว่า “สน็อต-บอต” (snot-bot คำว่า snot แปลว่า น้ำมูก) เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากวาฬหลังค่อมและถ่ายทอดภาพสดๆ ผ่านทาง National Geographic Earth Live เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบเห็นวาฬที่กำลังโผล่ขึ้นเหนือน้ำ พวกเขาจะปล่อยโดรนขึ้นไป เมื่อวาฬพ่นน้ำจากรูพ่น (blowhole) โดรนจะบินผ่านละอองน้ำในอากาศพร้อมกับตัวอย่างน้ำมูกหรือเสมหะของวาฬโดยอาศัยจานเพาะเชื้อที่ติดอยู่ด้านหลังโดรน  ตัวอย่างน้ำมูกที่ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาดีเอ็นเอของวาฬโดยไม่ไปรบกวนพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม : ง่วงจัง ขอหลับหน่อย! มาดูกันสิว่า สัตว์อะไรหลับได้โดนใจที่สุด, ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแข็งกรีนแลนด์

ใครจะถึงเส้นชัยก่อนระหว่างยูเซน โบลต์ กับเสือชีตาห์

ในป่า เสือชีตาห์คือนักล่าที่รวดเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรหากจับผู้รวดเร็วที่สุดในสัตว์กับในมนุษย์มาแข่งขันด้านความเร็วกัน เชิญพบกับการแข่งวิ่งระหว่างยูเซน โบลต์และเสือชีตาห์ ในปี 2009 ยูเซน โบลต์สร้างสถิติใหม่ด้วยการวิ่งระยะทาง 100 เมตรในเวลาเพียงแค่ 9.58 วินาทีเท่านั้น นั่นทำกับความเร็ว 28 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ยังห่างไกลหลายขุมกับเสือชีตาห์ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง หากจับทั้งคู่มาแข่งกันในระยะทาง 100 เมตร เสือชีตาห์จะใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น เข้าถึงเส้นชัยก่อนโบลต์ตั้ง 3.5 วินาที ความเร็วยอดลมกรดของชีตาห์นี้หาสัตว์ใดเปรียบได้ ซึ่งหากจะให้ทั้งคู่เข้าเส้นชัยพร้อมกันล่ะก็ โบลต์ต้องวิ่งนำไปก่อนถึง 60 เมตร แล้วจึงค่อยปล่อยตัวชีตาห์ เราจึงจะเห็นทั้งเจ้าแห่งความเร็วในโลกของมนุษย์และโลกของสัตว์วิ่งเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสง่างาม   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา