สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ - National Geographic Thailand

สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

ในขณะที่สวัส นุ่มเพชร ชายวัย 31 ปี กำลังเดินเล่นอยู่ในป่าหลังโรงงานที่เขาทำงานอยู่ ในประเทศไทย เขาสังเกตเห็นตุ๊กแก 2 ตัวกำลังข่มขู่งูตัวหนึ่งที่กำลังเลื้อยอยู่บนต้นไม้

สวัสตัดสินใจยกโทรศัพท์มือภือขึ้นมาถ่ายพฤติกรรมของสัตว์ทั้ง 3 ตัวไว้ มองไปที่งูลำตัวโป่งพอง เขาสังเกตเห็นรูปร่างของตุ๊กแกตัวหนึ่งอยู่ภายในนั้น

สวัสอธิบายเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตัวเขาและเพื่อนหยุดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตุ๊กแกเริ่มเข้าใกล้งูมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งเดียวกันกับงู ในขณะที่อีกตัวไต่ลงมาจากเสาคอนกรีตด้านข้าง ทันใดนั้นตุ๊กแกตัวหนึ่งก็งับเข้าที่หัวงู เจ้างูพยายามดิ้นออกจนหลุด สวัสที่ยืนดูอยู่ช่วยตุ๊กแกด้วยการเอากิ่งไม้เขี่ยไปที่ตัวงู

ทันใดนั้นงูก็คายตุ๊กแกตัวสีแดงออกมา แล้วรีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานตุ๊กแกที่ถูกคายก็ได้สติ และเดินหนีไปท่ามกลางความอึ้งของสวัสและเพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่

แม็กซ์ นิกเกอร์สัน ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในฟลอริดา ระบุว่าตัวเขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่งูตัวนี้ยอมแพ้ต่ออาหารมื้อใหญ่ของมันอย่างรวดเร็ว

“เมื่อพวกมันกลืนอาหารที่มีขนาดใหญ่เข้าไป จะทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลง” เขาอธิบาย และแม้ว่างูจะมีฟันไว้สำหรับงับเหยื่อก็ตาม แต่มันไม่ได้ใช้ฟันในการบดเคี้ยว งูมักจะกลืนเหยื่อลงท้องเข้าไปทั้งตัว และใช้เวลานานกว่าจะสามารถย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้จนหมด

งูกลืนเหยื่อที่ใหญ่กว่าตุ๊กแกหลายเท่าตัว ในอินเดีย งูหลามตัวหนึ่งถูกถ่ายวิดีโอเอาไว้หลังมันกลืนแอนทิโลปตัวโตเต็มวัยเข้าไปหรือที่รัฐเท็กซัสเอง งูดำตัวหนึ่งก็กลืนงูอีกตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าเช่นกัน

นิกเกอร์สันกล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวที่ตุ๊กแกแสดงออกมา น่าจะเกิดขึ้นจากการที่งูเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ของมัน มากกว่าที่จะต้องการช่วยพี่น้องตัวใดตัวหนึ่งที่ถูกงูกลืนเข้าไป และจากในวิดีโอตุ๊กแกทั้งสองน่าจะเป็นตัวผู้ นั่นหมายความว่าพวกมันพร้อมที่จะต่อสู้กับใครก็ตามที่รุกรานเข้ามาในเขตแดนของมัน

และเมื่อถามว่าทำไมตุ๊กแกที่ถูกคายออกมาจึงกลายเป็นสีแดง? นิกเกอร์สันอธิบายว่า ตุ๊กแกตัวดังกล่าวน่าจะยังโตไม่เต็มที่มากกว่า และสีแดงดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเข้าไปอยู่ในท้องงูแต่อย่างใด

 

อ่านเพิ่มเติม : หากคุณกลัวงู ห้ามดูคลิปนี้เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

เรื่องแนะนำ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ ถุงพลาสติกสีขาวที่กำลังพัดกระพืออยู่บนต้นไม้ของเทือกเขาแอลป์ในอิตาลีดึงดูดความสนใจของ Fabrizio Sergio นักนิเวศวิทยา ตัวเขารู้ได้ชัดเจนว่าถุงใบนั้นมาจากรังของนกชนิดหนึ่ง มันคือเหยี่ยวดำ แต่เหตุใดพวกมันจึงต้องเก็บขยะไปไว้บนรังด้วย? นกหลากหลายสายพันธุ์ตกแต่งรังของพวกมันให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหยี่ยวดำจะสร้างรังก็ต่อเมื่อมันสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่รังของมันยังคงปรากฏขยะหลายชิ้นให้เห็น “ดูเหมือนว่ามันต้องการจะอวดบ้านของมัน” Sergio กล่าว ตัวเขาทำงานให้กับสภาวิจัยแห่งชาติสเปน Sergio และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากศึกษารังนกเพื่อมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากมนุษย์ นกบางชนิดใช้ฉนวนกันความร้อน, ฟรอยด์, และก้นบุหรี่ในการสร้างรังแทนที่จะใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ รายงานจาก Luis Sandoval ศาสตราจารย์ด้านปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอสตาริกากล่าว การปรับตัวของนกในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตามธรรมชาติที่เคยเป็นส่วนประกอบหลักของรังนกกำลังหายไปเรื่อยๆ “กิจกรรมของมนุษย์เราสร้างผลกระทบโดยตรงต่อรังนก ซึ่งขณะนี้เราเองก็กำลังพยายามเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อยู่” Sandoval กล่าว ตลอดหกปีของการศึกษา Sergio และผู้ร่วมวิจัยจัดแบ่งสีของพลาสติกจากรังนกในป่า พวกเขาพบว่าเหยี่ยวดำมักจะเลือกวัตถุที่มีโทนสีขาวและละเลยวัตถุโปร่งใสหรือทึบแสง ซึ่งเป็นการเลือกสรรที่ไม่ต่างจากสีสันในธรรมชาติ ข้อสรุปจาก Sergio รูปแบบการสร้างรังนกของเหยี่ยวดำมีขึ้นเพื่อแสดงออกถึงสถานะในสังคม รังนกที่ประกอบไปด้วยพลาสติกจำนวนมากบ่งบอกว่ารังมีความแข็งแรง และจะช่วยป้องกันลูกนกจากผู้บุกรุกได้ ต่างจากรังนกที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่จะอ่อนแอกว่า เรื่อง Nina Strochlic   อ่านเพิ่มเติม : ทำไมชอบดูนก, ความรู้ประจำวัน : นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]