สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน - National Geographic Thailand

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย

นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015

จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด

อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก

แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล นาสซา นักชีววิทยา จากสถาบันสิ่งแวดล้อม ใน Mamiraua กล่าว

ความประหลาดใจในที่นี้รวมไปถึงการค้นพบลิงสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า ลิงหางไฟ อันเนื่องมาจากพวงหาวสีแดงของมัน ในปี 2015 และโลมาแม่น้ำสีชมพู สายพันธุ์ใหม่ ในปี 2014

 

ทุกสายพันธุ์กำลังตกอยู่ในอันตราย

ทั้งนี้รายงานดังกล่าวระบุว่า อัตราการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ สร้างความกังวลว่าสิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์อาจจะสูญพันธุ์ไปเสียก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะได้ศึกษาพวกมันเสียอีก สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติออกมาระบุว่าพืชและสัตว์หลายชนิดที่ถุกค้นพบใหม่นี้ ขณะนี้จัดอยู่ในขั้นสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคาม และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แล้ว

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลบราซิลอนุมัติเพิ่งจะอนุมัติแผนอนุญาตให้สามารถทำเหมืองทองคำและเหมืองแร่ ในพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครอง ขนาดเท่าๆ กับประเทศสวิสเซอร์แลนด์ไป ทามกลางกระแสต่อต้านมากมาย ด้าน มัวริซิโอ วอยโวดิก ผู้อำนวยการพิเศษจาก WWF วิจารณ์แผนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ป่า ตลอดจนสร้างความขัดแย้งกับชนพื้นเมือง

เมื่อต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา ลอร่า มาร์ช ผู้อำนวยการจากสถาบัน Global Conservation ค้นพบลิงหายากที่ไม่มีใครพบเห็นในป่าแอมะซอนมานานกว่า 80 ปี ในการให้สัมภาษณ์กับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ความตื่นเต้นในการค้นพบครั้งนี้มาพร้อมกับความกังวลว่าสายพันธุ์ดังกล่าวกำลังเผชิญกับการถูกคุกคาม

ด้านนาสซากังวลว่ากิจกรรมของมนุษย์จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้แก่หลากหลายสายพันธุ์ในแอมะซอน ที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้เหล่านี้ “สำหรับผมการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแอมะซอนเต็มไปด้วยความหลกหลายมากแค่ไหน” เขากล่าว “เราจำเป็นต้องรักษาสายพันธุ์เหล่านี้ไว้”

บรรดานักวิจัยมีแผนที่จะค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ กันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวแม่น้ำทางตอนเหนือและทางตะวันตก ซึ่งยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน ด้วยความหวังว่าจะได้พบกับสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ เพิ่มเติม

 

อ่านเพิ่มเติม : คืนป่าให้ชีวิต ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดของมนุษย์กับธรรมชาติผู้พิทักษ์ท้องทะเล

เรื่องแนะนำ

เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

ช่างภาพได้บันทึกความงดงามและไร้เดียงสาของลูกสัตว์ในธรรมชาติเอาไว้ได้ ในขณะที่ฝูงวิลเดอบีสต์กำลังแทะเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ปล่อยให้ลูกๆ ของพวกมันวิ่งเล่นรอบๆ ฝูง จู่ๆ วิลเดอบีสต์น้อยตัวหนึ่งก็วิ่งออกจากฝูงไปและพบเข้ากับลูกไฮยีน่าเข้าโดยบังเอิญ หญ้าที่สูงอำพรางตัวมัน และวิลเดอบีสต์น้อยเองก็ไม่สังเกตเห็นใบหูที่แตกต่างไปจากเพื่อนๆ ในฝูง ลูกไฮยีน่าเองก็สงสัยใคร่รู้ว่ากลิ่นของสัตว์แปลกประหลาดที่มาจากตัวลูกวิลเดอบีสต์นี้คืออะไร? ด้วยความที่ลูกสัตว์ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้นพวกมันจึงไม่แสดงอาการก้าวร้าวหรือหวาดกลัวออกมา พวกมันตรงเข้าหากันตามประสาเด็กขี้สงสัย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วด้วยฐานะของผู้ล่าและผู้ถูกล่า ภาพดังกล่าวนี้ยากที่จะเกิดขึ้น ทั้งคู่เล่นด้วยกันไม่นาน เมื่อแม่ของไฮยีน่าตรงเข้ามา ลูกวิลเดอบีสต์จึงได้เรียนรู้บทเรียนที่มันจะต้องใช้ไปชั่วชีวิต นั่นคือการวิ่ง เมื่อแม่ไฮยีน่าเข้าจู่โจมมัน โชคดีที่มันปลอดภัยและในครั้งหน้าหากมันพบเข้ากับไฮยีน่าอีก วิลเดอบีสต์น้อยตัวนี้คงไม่ตรงเข้าไปเล่นด้วยเป็นแน่แท้   อ่านเพิ่มเติม : ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก, สิงโตทะเลกินลูกสิงโตทะเลด้วยกัน กรณีหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน

เสือชีตาห์ คือสินค้าในโซมาลีแลนด์

เสือชีตาห์ ที่สง่างามชนิดนี้เป็นที่ปรารถนาของผู้ลอบค้าที่ขายสัตว์ป่าให้ลูกค้าร่ำรวย เรื่องราวต่อไปนี้ตีแผ่กระบวนการที่เครือข่ายอาชญากรรมรายหนึ่งใช้ลักลอบขนส่งลูกเสือออกจากแอฟริกา และยุทธวิธีตอบโต้ของโซมาลีแลนด์ จากการประเมินล่าสุดหลายครั้ง เสือชีตาห์ โตเต็มวัยเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยกว่า 7,000 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาใต้และตะวันออก การค้าเสือชีตาห์เชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศถูกแบนมาตั้งแต่ปี 1975 กระนั้น จากปี 2010 ถึงปี 2019 ยังมีการนำเสือชีตาห์เป็นๆ มาประกาศขาย หรือขายโดยผิดกฎหมายมากกว่า 3,600 ตัวทั่วโลก โดยมีเพียงร้อยละสิบที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสกัดกั้นไว้ได้ พาทริเชีย ตริโคราจ นักวิจัยสังกัดมหาวิทยาลัย รัฐโคโลราโด ซึ่งติดตามการค้าเสือชีตาห์มา 15 ปีแล้ว กล่าว ทั้งนี้ การจับเสือชีตาห์จากธรรมชาติเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในโซมาลีแลนด์มาตั้งแต่ปี 1969 การสูญเสียถิ่นอาศัย และการฆ่าเพื่อตอบโต้โดยคนเลี้ยงสัตว์ เมื่อเสือชีตาห์ล่าปศุสัตว์ของพวกเขา เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดต่อการอยู่รอดของเสือชีตาห์ ซ้ำเติมด้วยการค้าลูกเสืออย่างผิดกฎหมาย ลูกเสือวัยอ่อนซึ่งมักยังกินนมและต้องพึ่งพาแม่อยู่ ถูกฉกมาจากป่าระหว่างที่แม่ของพวกมันออกไปล่าเหยื่อ หรือเมื่อแม่ที่อยู่ในช่วงให้นม ถูกแกะรอยย้อนกลับไปที่รังของมัน ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าจะเคลื่อนย้ายลูกเสือชีตาห์ โดยใช้ทั้งเส้นทางเดินเท้า โดยสารอูฐ รถยนต์ และเรือ ผ่านภูมิภาคจะงอยแอฟริกา แล้วข้ามอ่าวเอเดนแคบๆ ไปยังฝั่งประเทศเยเมน รวมระยะทาง 350 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น […]

ฟุตเทจสลอธถูกจับไปขายยังตลาดมืด

สลอธนอนหลับ 20 ชั่วโมงต่อวัน พวกมันเป็นที่รู้จักดีในฐานะสัตว์อันแสนสงบและเชื่องช้า คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ง่ายต่อการถูกจับและขนย้ายโดยบรรดาพวกลักลอบล่าสัตว์ป่า ซึ่งไม่รู้เลยว่าความเครียดจากการถูกกักขังสามารถคร่าชีวิตของสลอธได้ สลอธเหล่านี้ถูกขายในราคา 13 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัว (ประมาณ 430 บาท) พวกมันจะถูกพาตัวมายังท่าเรือของเมือง Iquitos ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสถานที่แลกเปลี่ยนสัตว์ป่า จากนั้นพวกมันจะถูกนำไปใช้เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว ด้วยการให้บริการ “เซลฟี่” กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ   อ่านเพิ่มเติม : อสุรกายมีจริงในโลกของสรรพสัตว์, ไดโนเสาร์อาจมีลักษณะคล้ายแร็กคูน