World Update: ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล

World Update: ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล

ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล หวั่น ยังมีสัตว์ใต้ทะเลสูญพันธุ์อีกไปแต่เรายังไม่รู้

ปลาสมูทแฮนด์ฟิช (Smooth Handfish) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sympterichthys unipennis ได้รับการประกาศว่าสูญพันธุ์แล้วโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN แล้ว เป็นปลาที่มีชีวิตในยุคปัจจุบันชนิดแรกที่ถูกยืนยันว่าหายไปตลอดกาล

มันเป็นปลาที่มีลักษณะโดดเด่นที่ใช้ครีบที่คล้ายมือคลานไปบนพื้นทะเล และมีหน้าตาเหมือนผู้สูงอายุที่ไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากพิจารณาจากจำนวนครั้งที่พบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ มันอาจไม่พอใจอยู่จริงๆ ก็เป็นไปได้เมื่อกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่ยุคการล่าอาณานิคมทำให้ประชากรของพวกมันลดลงอย่างน่าใจหาย และปัจจุบันก็ไม่พบเห็นมานานกว่า 20 ปี

ศาสตราจารย์เกรแฮม เอ็ดการ์ (Prof Graham Edgar) นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า “ประมาณร้อยละ 40 ของสายพันธุ์แนวปะการังน้ำตื้นในแทสเมเนียตอนใต้มีประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบทางทะเลทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา” เขาคาดเว่าสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจากการขุดลอกหาหอยเชลล์และหอยนางรม ตะกอนที่ไหลมาจากอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้จำนวนสัตว์ลดลง

ปลาสมูทแฮนด์ฟิชเคยได้รับการบันทึกว่ามีอยู่มากมายในน่านน้ำออสเตรเลีย ซึ่งพบครั้งแรกโดยนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส François Péron เมื่อปี 1802 ลักษณะพิเศษของมันคือไม่มีระยะตัวอ่อนหรือ Larval phase อีกทั้งไม่เคลื่อนไหวมากนัก นั่นหมายความว่ามันไม่มีการอพยพไปที่อื่น “เนื่องจากพวกมันไม่มีระยะตัวอ่อน พวกมันจึงไม่สามารถกระจายไปยังที่ใหม่ได้ และด้วยเหตุนี้ ประชากรปลาจึงเสี่ยงต่อภัยคุกคาม” ศ.เอ็ดการ์เสริม

ด้วยอุณหภูมิทะเลที่เพิ่มขึ้น มันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อน่าน้ำทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างรุนแรง โดย ศ.เอ็ดการ์เรียกว่าเป็น “กับดักภูมิอากาศ” สิ่งมีชีวิตที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเย็นเช่นปลาสมูทแฮนด์ฟิชต้องพบกับกับดักนี้ และไม่สามารถหนีไปไหนได้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ 

แม้จะมีความพยายามอย่างขันแข็งในการสำรวจหาปลาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นนี้ แต่ทีมวิจัยก็ไม่พบอะไรเลย การสูญพันธุ์นี้ส่งผลให้เกิดคำถามที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นสูญพันธุ์โดยที่เราไม่รู้หรือไม่? “โอกาสที่จะมีสายพันธุ์ที่ยังไม่รู้จัดซึ่งต้องได้รับการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ว่าสูญพันธุ์แล้วนั้นค่อนข้างสูง” ศ.เอ็ดการ์กล่าว เพราะความหลายทางชีวภาพในทะเลนั้นซับซ้อนและกว้างใหญ่มาก มีพื้นที่อีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกสำรวจภาคสนาม 

เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าทำไมสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในโพรงเล็ก ๆ ที่ที่มนุษย์น้อยคนเคยไปเยี่ยมชมจะได้รับผลกระทบถึงขั้นสูญพันธุ์ไปจากท้องทะเลที่หลายคนเคยคิดว่าห่างไกลจากภัยคุกคาม แต่การสูญพันธุ์นี้แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรนั้นเชื่อมโยงกับทุกอย่างบนโลกอย่างใกล้ชิด

“ความหลากหลายทางชีวภาพนั้นมีความสำคัญ แม้ว่าคุณจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของคุณเอง” เคที แมทธิวส์ (Katie Matthews) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของกลุ่มอนุรักษ์โอเชียนา (Oceana) กล่าว

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา

https://www.livescience.com/handfish-extinct.html

https://www.scientificamerican.com/article/smooth-handfish-extinction-marks-a-sad-milestone/

https://www.theguardian.com/environment/2020/oct/21/why-the-death-of-a-small-punk-like-fish-rocked-the-marine-world-aoe


อ่านเพิ่มเติม การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ทั้ง 5 ของสิ่งมีชีวิตบนโลก

เรื่องแนะนำ

การอพยพขนาดใหญ่สุดของสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน แค่เรามองไม่เห็น

การอพยพขนาดใหญ่สุดของแพลงก์ตอนจิ๋วเกิดขึ้นทุกๆ วัน แพลงก์ตอนกว่าล้านล้านตัวลอยขึ้นสู่ผิวมหาสมุทรทุกคืนเพื่อกินอาหาร บางส่วนที่เห็นเคลื่อนไหวไปมาเป็นไฟดวงจิ๋วล้วนเป็นตัวอ่อนปู หมึก และสัตว์ชนิดอื่นๆ พวกมันล้วนเป็นอาหารหลักในห่วงโซ่อาหารของโลกทั้งใบ   อ่านเพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพพฤติกรรมวาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน, เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

เสือ พูม่า แห่งปาตาโกเนีย

เรื่องราวของเสือพูม่าแห่งภูมิภาคปาตาโกเนียในอเมริกาใต้อาจฟังดูเหมือนเรื่องราวความขัดแย้งคลาสสิกระหว่างสัตว์ป่ากับมนุษย์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มนุษย์อาจเป็นทั้งผู้ทำลายและผู้ปกป้องได้ในเวลาเดียวกัน ่ชะตากรรมของเสือพูม่าจึงอาจต้องฝากไว้กับมนุษย์และกิจกรรมที่มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเช่น การทำปศุสัตว์ และการท่องเที่ยว เป็นต้น

สุนัขกินเจ้าของ เรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ?

แน่ใจได้อย่างไรว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้จะไม่บังเอิญกินคุณ หากคุณเสียชีวิต สัดส่วนสุนัขกินเจ้าของเกิดขึ้นในหมาใหญ่มากกว่าหมาเล็ก และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าคุณเลี้ยงสุนัขมาอย่างไร