ญี่ปุ่นจับภาพปลาทะเลน้ำลึกหายากสายพันธุ์ใหม่ในระดับ 2,000 เมตร

ญี่ปุ่นจับภาพปลาทะเลน้ำลึกหายากสายพันธุ์ใหม่ในระดับ 2,000 เมตร

ญี่ปุ่นจับภาพปลาทะเลน้ำลึกหายากสายพันธุ์ใหม่ในระดับ 2,000 เมตร อาจอาศัยลึกสุดของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ

นักวิจัยจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกใต้ทะเลของประเทศญี่ปุ่น (Japan Agency for Marine-Earth and Technology – JAMSTEC) ได้บันทึกภาพและวีดีโอของปลาทะเลน้ำลึกหายากที่มีชื่อว่า ‘โยโกสึนะอิวาชิ (yokozuna iwashi)’ ที่ค้นพบเมื่อปี 2016 และระบุว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่เมื่อปีที่แล้วได้สำเร็จ

ภาพดังกล่าวถ่ายโดยกล่องที่วางไว้ใต้น้ำในความลึกระดับ 2,000 เมตร ใกล้กับเกาะฮาชิโจจิมะ(Hachijojima) เผยให้เห็นขนาดตัวที่ยาวราว 2.53 เมตร มีขนาดใหญ่กว่าตัวที่พบในปี 2016 ถึง 2 เท่า สร้างความประหลาดใจแก่นักวิทยาศาสตร์ พวกเขาเชื่อว่าปลาสายพันธุ์นี้อาจอาศัยอยู่ที่ระดับความลึกที่สุดของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ

ชื่อปลา ‘โยโกสึนะอิวาชิ’ นั้นตั้งโดยโยชิฮิโร ฟูจิวาระ (Yoshihiro Fujiwara) นักวิจัยผู้ค้นพบเมื่อปี 2016 ซึ่งจับมันได้โดยบังเอิญระหว่างการเดินทางเพื่อตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพแวดล้อมของสัตว์ในน่านน้ำที่ลึกกว่า 2,000 เมตร

ในตอนแรก พวกเขาคิดว่ามันคือปลาสลิคเฮด (Slickhead) แต่ด้วยการตรวจสอบอย่างละเอียดจากดีเอ็นเอ ทีมวิจัยจึงสรุปได้ว่ามันคือปลาสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับกับสลิคเฮด ที่แตกต่างกันด้วยขนาดและฟันที่แหลมคม เนื่องจากปลาสลิคเฮดโดยปกติแล้วจะยาวไม่เกิน 40 เซนติเมตร แต่โยโกสึนะที่จับได้นั้นยาวกว่า 122 ถึง 138 เมตรและหนักประมาณ 25 กิโลกรัม

“ข้อเท็จจริงที่ว่าคุณค้นพบสายพันธุ์ใหม่ที่มีน้ำหนัก 25 กิโลกรัมนั้นน่าทึ่งมาก” แยน เดอ พอลเซน (Jan Yde Poulsen) นักวิจัยในทีมที่ค้นพบครั้งแรกกล่าว เนื่องจากในความลึกระดับนั้นมักเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่มักมีขนาดเล็กและไม่ค่อยเคลื่อนไหวเพื่อประหยัดพลังงาน

แต่โยโกสึนะนั้นล่าปลาตัวอื่น มันเป็นนักว่ายน้ำที่กระฉับกระเฉงและเป็นผู้ล่าสูงสุด (Apex Predator) ในพื้นที่นั้น “เรามีการดำน้ำลึกมากมายทั่วโลก” ฟูจิวาระกล่าว “แต่หายากมากที่จะเห็นนักล่าชั้นยอดเหล่านี้” เพราะยานสำรวจหรืออุปกรณ์ดำน้ำลึกนั้นมีเสียงดัง สว่างมาก และเชื่องช้า “นักล่าที่มักมีความกระฉับกระเฉงเช่นนี้จึงสามารถหลบหนีการตรวจจับของเราได้อย่างง่ายดาย” ฟูจิวาระกล่าวเสริม

การค้นพบนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่อาศัยได้ยากลำบากที่สุดในโลกมากขึ้น “เราไม่รู้ว่าข้างล่างนั้นจะมีอะไรอีก” ฟูจิวาระกล่าว

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
Photograph by marinespecies.org

ที่มา
.
https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20220701_18/#:~:text=Japanese%20researchers%20say%20they%20have,a%20new%20species%20last%20year.
.
https://www.nature.com/articles/s41598-020-80203-6
.
https://www.cbsnews.com/news/new-species-fish-yokazuna-slickhead-deep-sea-predator-japan/

เรื่องแนะนำ

บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

"บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ" การตระเวนถ่ายภาพพื้นที่ชุ่มน้ำในไทยและภูมิภาค เช่น แม่น้ำ บางปะกง นานกว่าทศวรรษ ทำให้ช่างภาพเข้าใจความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างสรรพสัตว์ ผู้คน และถิ่นอาศัย 

ฉลามให้กำเนิดลูกโดยไม่ผ่านการผสมพันธุ์

เรื่อง เบกกี ลิตเติ้ล เตรียมพบกับเรื่องราวที่จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ นักวิทยาศาตร์ได้เผยแพร่การค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ฉลามเพศเมียได้ให้กำเนิดลูกน้อยของมัน โดยไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์กับตัวผู้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ มันคลอดทั้ง ๆ ที่ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ ฉลามเสือเพศเมียชื่อ ลีโอนี (Leonie) ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้วางไข่และลูก ๆ ทั้งสามตัวของมันฟักออกจากไข่อย่างฉลามทั่วไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉลามเสือ (Stegostoma fasciatum) ออกไข่โดย “ไม่ผสมพันธุ์” แต่มันเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกพฤติกรรมนี้ไว้ได้ ลีโอนีตกลูกครอกก่อนหน้านี้ในปี 2012 โดยการผสมพันธุ์กับฉลามหนุ่มในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรีฟเอชคิว เมืองทาวนส์ฮิลล์ รัฐควีนส์แลนด์ และหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จับลีโอนีแยกมาอยู่ในบ่อที่เธอไม่มีโอกาสเจอตัวผู้อีกเลย ในบ่อใหม่ ลีโอนียังคงวางไข่ของเธอต่อไป อย่างเช่นที่แม่ไก่ทำ แต่เราไม่รู้ว่าไข่เหล่านั้นได้รับการปฏิสนธิหรือไม่ สามปีหลังแยกจากตัวผู้ เธอได้สร้างความประหลาดใจแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้ดูแล ไข่บางฟองที่เกิดจากเธอฟักออกมาเป็นตัว นับเป็นครั้งแรกที่เราสังเกตุพฤติกรรมนี้ได้ในปลาฉลาม แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศไปเป็นแบบพาร์ธีโนเจเนซิส (การสืบพันธุ์ที่ตัวอ่อนเจริญโดยไข่ไม่ได้รับการผสมกับสเปิร์ม) พบมาก่อนหน้านี้ในปลากระเบนลายจุดและงูสายรุ้งกัมพูชา การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศลักษณะนี้ มีการสำรวจพบในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอีกหลายชนิดซึ่งมักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นในภาวะปกติ นักวิทยาศาสตร์ในสวนสัตว์หลุยส์วิลล์ประหลาดใจมากที่งูเหลือมในการดูแลออกไข่โดยไม่ได้รับการผสมพันธุ์ พวกเขาตั้งข้อสังเกตุว่า อาจเกิดจากการที่พวกมันเก็บสเปิร์มของงูตัวผู้ไว้ในตัว ในกรณีงูเหลือมที่หลุยส์วิลล์ ลูกของมันไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับสเปิร์มแน่นอน เพราะว่างูเหลือมสาวตัวนี้ไม่เคยได้ต้องกายงูเหลือมหนุ่มตัวใดเลย แต่ลีโอนีเคย และเมื่อตอนที่เธอให้กำเนิดลูกออกมา นักวิทยศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำควีนส์แลนด์กล่าวหาว่า เธอเก็บสเปิร์มของตัวผู้ไว้ หลังจากการทดสอบทางพันธุกรรมร่วมแรมปีแสดงให้เห็นว่า […]

ทำไมลิงพวกนี้ถึงไปช่วยดูแลลูกลิงวัยแรกเกิดให้ลิงตัวอื่น

การให้น้ำนม ถือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมาก แต่ ลิงจมูกเชิดสีทอง กลับไม่คิดแบบนั้น พร้อมกับช่วยลิงตัวอื่นเลี้ยงลูกอีกด้วย

ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อะโซโลตล์ (Axolotl หรือแอกโซลอเทิล ภาษาสเปนออกเสียงว่า อะโฮโลตล์) ซึ่งเป็นซาลาแมนเดอร์หรือหมาน้ำชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์ที่คนชื่นชอบ เพราะนอกจากหน้าตาที่ดูแปลกและน่ารักแล้ว มันยังงอกอวัยวะส่วนไหนก็ได้ขึ้นมาใหม่ แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ชนพื้นเมืองและชาวบ้านในเม็กซิโกจึงกำลังพยายามปกป้องพวกมันไว้ให้ได้มากที่สุด ตำนานอัซเต็กเล่าว่า ในครั้งบรรพกาล เหล่าทวยเทพมารวมตัวกันอยู่รอบกองไฟ โดยจะต้องมีผู้ยอมสละชีพเพื่อสร้างดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ขึ้นมาให้กับโลกมนุษย์ เทพหลายองค์กระโดดเข้าสู่กองไฟเพื่อเป็นเชื้อให้เกิดธาตุใหม่ๆขึ้นมา แต่เทพโซโลตล์ (Xolotl) ผู้เป็นฝาแฝดของเทพเควตซัลโคตล์ (Quetzalcoatl – เทพแห่งลมและสติปัญญา มีร่างเป็นมังกร หรือ Feathered Serpent) ไม่ยอมสละชีพ ทำให้เทพเควตซัลโคตล์โกรธา จึงสั่งให้จับแฝดของตนมายัญพลี เทพโซโลตล์แปลงร่างเป็นสัตว์หลากหลายเพื่อหลบหนี และเมื่อไปถึงทะเลสาบโซชีมิลโก (ในกรุงเม็กซิโกซิตี) ก็แปลงกายเป็น “อะโซโลตล์” และกระโจนหนีลงไปในน้ำ เทพเควตซัลโคตล์จึงไว้ชีวิตผู้เป็นแฝด แต่ก็สาปให้เทพโซโลตล์ต้องอยู่ในความมืดไปชั่วนิรันดร์ในฐานะปีศาจน้ำที่มีชื่อว่า อะโซโลตล์ เฟร์นันโด อารานา นักชีววิทยาของ Center of Biological and Aquatic Research of Cuemanco (CIBAC) เล่าว่า Ambystoma mexicanum เป็นสัตว์ประจำถิ่นที่พบได้ในเฉพาะปากแม่น้ำเม็กซิโกเท่านั้น […]