สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง - National Geographic Thailand

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง  เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่น แสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์

งานวิจัยใหม่จากญี่ปุ่นเผยว่าสุนัขมีอาการหลั่งน้ำตาเมื่อพวกมันพบกับมนุษย์คนโปรดหรือเจ้าของที่พวกเขาชื่นชอบอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันทั้งวัน เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ อีกทั้งยังพัฒนาพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มนุษย์สนใจและดูแลพวกเขาดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ไม่เหมือนสัตว์อื่น ๆ สุนัขมีวิวัฒนาการหรือได้รับการเลี้ยงดูผ่านการสื่อสารกับมนุษย์ จึงมีความสามารถในการใช้การสบตาเพื่อใช้สื่อสารกับมนุษย์ในระดับสูงขึ้น” งานวิจัยระบุ “ด้วยกระบวนการนี้ น้ำตาของพวกมันอาจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมปกป้องหรืออุปถัมภ์เลี้ยงดูจากมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันและกัน นำไปสู่ความผูกพันธ์ระหว่างสองสายพันธ์” 

ศาสตราจารย์ทาเคฟุมิ คิคุซุย (Takefumi Kikusui) ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาซาบุและมหาวิทยาลัยการแพทย์จิชิ ได้ศึกษาสุนัขจำนวน 22 ตัวด้วยการตรวจวัดปริมาณน้ำตาในดวงตาโดยวางแถบกระดาษพิเศษในเปลือกตาด้านล่างและวัดความชื้นที่เกิดขึ้นว่ากระจายไปมากเท่าไหร่ในกระดาษแถบนั้น ซึ่งวัด 2 ครั้งคือเมื่อเจ้าของอยู่บ้านและวัดอีกครั้งเมื่อเจ้าของกลับมาบ้านโดยมีระยะเวลาห่างกัน 5-7 ชั่วโมง

พวกเขาพบว่าปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเจ้าของกลับมา และการ ‘ร้องไห้’ นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองซึ่งตรวจสอบด้วยการให้ ‘อ็อกซิโทซิน (Oxytocin)’ กับดวงตาซึ่งเกิดการหลั่งน้ำตา เมื่ออ้างอิงกับการศึกษาก่อนหน้าที่ระบุว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัขทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักนี้ออกมา พวกเขาจึงสรุปว่าการหลั่งน้ำตาของสนุัขในงานวิจัยนี้เกิดจากอารมณ์เชิงบวก

“เราพบว่าสุนัขหลั่งน้ำตานี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวก” ศาสตราจารย์คิคุซุยกล่าว “นี่เป็นรายงานฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่าอารมณ์เชิงบวกกระตุ้นการหลั่งน้ำตาในสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์และอ็อกซิโทซินทำหน้าที่ในการหลั่งน้ำตา เราไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์เหล่านี้หลั่งน้ำตาในสถาการณ์ที่น่ายินดีเช่น การได้กลับมาพบกับเจ้าของของพวกเขา” อย่างไรก็ตามสุนัขในการทดลองไม่มีอาการ ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับมนุษย์ที่คุ้นเคยอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ

นอกจากนี้พวกเขายังทำการศึกษาต่อว่าการหลั่งน้ำตานี้มีผลต่อมนุษย์อย่างไรด้วยการแสดงภาพถ่ายใบหน้าของสุนัขที่มีน้ำตาและไม่มีน้ำตาให้กับอาสาสมัคร 74 คน และขอให้คะแนนว่าพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงหรือเลี้ยงดูสุนัขตัวดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นระบุว่ามนุษย์มีความต้องการดูแลสุนัขที่มีน้ำตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งบ่งชี้ว่าพฤติกรรมนี้กระตุ้นอารมณ์ที่อ่อนไหวและเพิ่มความปราถนาที่จะปกป้องสุนัขมากขึ้น

“สุนัขได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ และสร้างสายพันธ์ระหว่างเรา” ศาสตราจารย์คิคุซุยระบุ “ด้วยกระบวนการนี้ น้ำตาของพวกเขาอาจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมปกป้องหรือเลี้ยงดูจากเจ้าของมากยิ่งขึ้น” 

อย่างไรก็ดีทีมวิจัยไม่สามารถบอกได้ว่าสุนัขสร้างน้ำตาเมื่อพวกเขารู้สึกเศร้าหรือไม่ หรือน้ำตามีบทบาททางสังคมระหว่างสุนัขด้วยกันเองหรือไม่ แต่ในตอนนี้หากคุณมีสุนัขรออยู่ที่บ้าน ได้โปรดรู้ว่าพวกเขากำลังรอคุณกลับมาเพื่อมอบความรักที่เต็มเปี่ยมด้วยความยินดียิ่งที่กลับมาพบกัน

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา

https://www.cell.com/current-biology/fulltext/S0960-9822(22)01132-0

https://www.bbc.com/news/science-environment-62645859

https://iflscience.com/dogs-cry-when-reunited-with-their-favorite-human-study-finds-64983?fbclid=IwAR2yBRQbJ-X-z3ySO5ygrwrGqvoiXaVNmAYkLq5WchEpx_zWjuYD1gNG1Nc

https://www.theguardian.com/science/2022/aug/22/dogs-produce-tears-when-reunited-with-owners-study-finds

เรื่องแนะนำ

อึปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ

อึปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ในมหาสมุทรมีปลิงทะเลมากถึง 1,250 สายพันธุ์ จากในคลิปวิดีโอนี่คือปลิงทะเลที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Thelenota anax และใช่ตามที่คุณคิด…มันกำลังอึ! เจ้าปลิงคว้าเอาตะกอนทรายเข้าไปในปากของมัน ระบบย่อยอาหารที่น่าทึ่งจะย่อยเอาสารอินทรีย์อย่างโปรโตซัว และขจัดของเสียที่ไม่ต้องการออกมา ด้วยวิถีชีวิตเช่นนี้อึของมันที่ถูกกำจัดออกมาจึงกลายเป็นอาหารให้สัตว์อื่นๆ ต่อไป อีกทั้งผืนทรายที่ร่วนซุยยังเอื้อให้สาหร่ายและหญ้าทะเลซึ่งมีหน้าที่ผลิตออกซิเจนเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย แม้ปลิงทะเลจะไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง ทว่าหากขาดพวกมันไประบบนิเวศก็จะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน ทั้งนี้ปลิงมีสารพิษ โฮโลทูลิน ซึ่งปล่อยออกทางผิวหนัง ใช้ในการป้องกันอันตรายจากปลาและปู ถ้าหากนำปลิงทะเลไปใส่ในตู้เลี้ยงปลามันจะปล่อยสารพิษดังกล่าวออกมามากจนทำให้ปลาตายได้   อ่านเพิ่มเติม แมงกะพรุนทำสิ่งเหล่านี้ได้ แม้ไม่มีสมอง

World Update: กัญชาแมว ต่างจากกัญชาคนอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่

กัญชาแมว นอกจากช่วยไล่ยุงและแมลงได้แล้ว มันปลอดภัยกับแมวจริงหรือไม่? และแตกต่างอย่างไรกับกัญชาคน งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยอิวาเตะ (Iwate University) ประเทศญี่ปุ่นระบุพืชที่มีชื่อเล่นว่า ‘ กัญชาแมว ’ หรือ Catnip นอกจากจะทำให้แมวพึงพอใจแล้ว สารเคมีในใบของมันยังช่วยขับไล่ยุงและแมลงตามธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้แมวหลีกเลี่ยงโรคที่มากับพาหะเหล่านี้ได้  ทีมวิจัยได้ทดสอบกับแมว 16 ตัว โดยตอนแรกได้วางใบของพืชชนิดนี้ที่ยังไม่เสียหายบนจานแล้วปล่อยให้แมวมีปฏิสัมพันธ์ตามสบาย พวกเขาพบว่าแมวหลายตัวมีพฤติกรรมกัดและฉีก รวมทั้งเคี้ยวใบเหล่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจปริมาณสาร ‘เนเพตาแลคโตน (nepetalactone)’ แล้วพบว่ามันมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับใบที่ยังไม่ถูกฉีก “เราพบว่าการเสียหายทางกายภาพ (ใบถูกฉีกขาด) ที่กระทำโดยแมวได้ช่วยปลดปล่อยสารเคมีทั้งหมดทันที ซึ่งสูงกว่าใบที่ไม่ได้รับความเสียหายถึง 10 เท่า” มาซาโอะ มิยาซากิ (Masao Miyazaki) หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวพร้อมเสริมว่า “หมายความว่าการเลียและการเคี้ยวเป็นพฤติกรรมจากสัญชาตญาณ” ขณะที่ นาเดีย เมโล (Nadia Melo) นักนิเวศวิทยาเคมีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษานี้เสริมว่า “แมวอาจพัฒนาพฤติกรรมนี้โดยธรรมชาติเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อที่มียุงและแมลงเป็นพาหะ” โดยสารนี้สามารถไล่ยุงได้และยังเป็นสารไล่แมลงในธรรมชาติ และแสดงให้เห็นว่าที่แมวมีพฤติกรรม ‘ดูเหมือนรุนแรง’ เมื่อสัมผัสกับกัญชาแมวนั้นมีสาเหตุคือเพื่อเพิ่มสารไล่ยุงและแมลงบนตัวของมันเอง  แล้วมันมีความปลอดภัยจริงหรือไม่? จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ผ่านมาไม่พบความเสียหายใด ๆ ต่อสุขภาพร่างกายรวมทั้งระบบประสาทของแมว […]