งูในจมูกงู! - National Geographic Thailand

งูในจมูกงู!

อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแห่งธรรมชาติ ภาพฟุตเทจจากอินเดียนี้เผยให้เห็นงูดินตัวหนึ่งเข้าไปติดอยู่ภายในจมูกของงูเห่าอินเดีย

งูดินเป็นงูขนาดเล็ก ไม่มีพิษ เมื่อชาวบ้านในบริเวณนั้นช่วยมันออกมาได้ก็พบว่ามันตายไปแล้ว โดยงูดินตัวดังกล่าววมีความยาวเพียง 5 นิ้วเท่านั้น ทั้งนี้คาดกันว่าเจ้างูดินผู้โชคร้ายน่าจะเข้าใจผิดว่ารูจมูกของงูเห่าอินเดียเป็นอุโมงค์ใต้ดิน จึงนำมาซึ่งเหตุการณ์อันแปลกประหลาดนี้

 

อ่านเพิ่มเติม : ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์ภาพหาชมยากของยีราฟเผือก

เรื่องแนะนำ

ปลาเหล่านี้เดินเหมือนบรรพบรุษเรา

ปลาเหล่านี้เดินเหมือนบรรพบรุษเรา เรารู้กันมานานแล้วว่าที่พื้นของมหาสมุทรมีปลาหลายชนิดเคลื่อนที่ไปมาด้วยวิธีการซึ่งคล้ายกับการก้าวเดินเช่นเดียวกันกับที่สัตว์บกที่มีกระดูกสันหลังทำ เพียงแต่เราไม่ทราบว่าวิธีการเคลื่อนไหวของพวกมันที่ว่าคล้ายนั้น คล้ายคลึงการเดินมากแค่ไหน ผลการศึกษาใหม่ในปลาสเกต ปลากระดูกอ่อนจำพวกปลากระเบนชนิดหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกมันมีวงจรประสาทที่แตกต่างจากวงจรประสาทของปลาอื่นๆ ที่เคลื่อนที่ด้วยการว่ายน้ำ ในปลาเมื่อพวกมันว่ายน้ำ กล้ามเนื้อหลักที่ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนที่ไปข้างหน้าคือกล้ามเนื้อรอบๆ กระดูกสันหลัง แต่กับการเดินนั้นกล้ามเนื้อหลักจะอยู่ที่รยางค์ที่ยื่นออกมาจากร่างกาย ดังจะเห็นได้จากภาพการทดลอง และผลการศึกษาจีโนมของพวกมัน ยังพบอีกว่าพวกมันมียีนบางอย่างที่เชื่อมโยงกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การค้นพบครั้งนี้ช่วยฉายภาพสำคัญของวิวัฒนาการในครั้งอดีต เมื่อสัตว์น้ำเริ่มขึ้นมาอาศัยอยู่บนบก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าจากการศึกษาบรรดาปลาสเกตเหล่านี้ต่อไป เราอาจเข้าใจได้ว่าบรรพบรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์มีท่าทางการเดินเช่นไร   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

การพรางตัวของสัตว์ กลยุทธ์เพื่อหลอกล่อผู้ล่า

การพรางตัวของสัตว์ ซับซ้อนกว่าที่เราคิด มันมาในหลากหลายรูปแบบ และสัตว์บางชนิดใช้การพรางตัวมากกว่าหนึ่งแบบเพื่อหลอกล่อผู้ล่า การพรางตัวของสัตว์ หรือการย้อมสีพรางตัว (Cryptic Coloration) ไม่ได้มีไว้สำหรับทหารในกองทัพเท่านั้น สิ่งเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปในสัตว์ต่างๆ สำหรับทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม ไม่ให้ผู้จ้องโจมตีมองเห็นได้ การพรางตัวตามธรรมชาติเช่นนี้ เป็นหนึ่งในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต (Adaptation) ซึ่งเป็นกลไกทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่ทำการปรับเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างทางกายภาพ สรีรวิทยา รวมถึงพฤติกรรมบางประการ ให้เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในระบบนิเวศ ทั้งเพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามหรือผู้ล่า การเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร รวมถึงปัจจัยในด้านต่าง ๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต   กลวิธีการพรางตัวของสัตว์ การพรางตัวมีหลายประเภท และสัตว์บางชนิดใช้มากกว่าหนึ่งแบบในการพรางตัว กลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ การทำตัวให้กลมกลืนกับพื้นหลัง ซึ่งอาจจะเรียบง่ายเหมือนขนสีขาวของสุนัขจิ้งจองที่จับพอดีกับสีของทุนดราอาร์กติก หรือซับซ้อนเหมือนแมลงใบไม้ที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของใบไม้จริง   กลวิธีอีกอย่างคือ การพรางตัวแบบใช้สีให้สับสน เมื่อสัตว์ปลอมตัวตนไปตามตำแหน่งที่อยู่ด้วยการใช้แพทเทิร์นสี เช่น ผีเสื้อนกฮูกมีปีกเหมือนตานกฮูก ทำให้ผู้ล่าหลงคิดว่ากำลังจ้องมองไปที่ใบหน้าของนกฮูกอยู่ แทนที่จะเป็นด้านหลังของปีกผีเสื้อ แทนที่จะปกปิดตัวตนของตัวเอง สิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น ผีเสื้อจักรพรรดิใช้สีสำหรับการเตือนภัย หรือกลไกที่เรียกว่า Aposematic ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่งสัญญาณให้ผู้ล่ารู้ว่าพวกมันมีพิษ และไม่คุ้มที่จะเสี่ยงต่อการโจมตี การเลียนแบบ (Mimicry) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีประโยชน์ เช่น งูคิงสีแดง (Scarlet King […]