จะเป็นอย่างไร ถ้าผึ้งน้ำหวานหายไปหมด? - National Geographic Thailand

จะเป็นอย่างไร ถ้าผึ้งน้ำหวานหายไปหมด?

จะเป็นอย่างไร ถ้า ผึ้งน้ำหวาน หายไปหมด?

ราชินีฮันนี่บี หรือ ผึ้งน้ำหวาน หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีอายุขัยราว 2 – 3 ปี แต่ในสหรัฐอเมริกา อายุขัยของผึ้งน้ำหวานลดหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา บรรดานักวิจัยพยายามหาว่าสาเหตุของปรากฏการณ์นี้คืออะไรมีคำถามมากมายรายรอบปริศนาการตายของผึ้งน้ำหวาน ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เชื่อมโยงตั้งแต่ การก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไปจนถึงปรสิต, ยาฆ่าแมลง และการสูญเสียถิ่นที่อยู่

นอกเหนือจากการผลิตสารให้ความหวานอันอร่อยเลิศรสแล้ว ผึ้งน้ำหวานเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกายังมีบทบาทที่สำคัญในการเกษตรอีกด้วย: พวกมันช่วยผสมเกสรดอกไม้ตั้งแต่ต้นแอปเปิ้ลไปจนถึงอัลมอนต์ มีเกษตรกรมากมายต้องได้รับผลกระทบจากการหายตัวไปของผึ้งน้ำหวาน ในประเทศที่ 90% ของนักเลี้ยงผึ้งเลี้ยงเป็นแค่งานอดิเรก นี่คือผลกระทบขนาดใหญ่รายงานจาก เดวิด ทาร์พีย์ นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโลไรนา

การล่มสลายของอาณานิคมผึ้งจะส่งผลต่อการผลิตอาหาร ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์พยายามมองหาทางเลือกอื่น ผึ้งน้ำหวานในสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้ เป็นมรดกตกทอดมาจากชาวอิตาเลียน และมีความเสี่ยงต่อการติดโรคในแมลงที่เรียกว่า varroa mite แต่สำหรับผึ้งสายพันธุ์รัสเซียมีความทนทานต่อโรคมากกว่า รวมทั้งผู้เลี้ยงผึ้งเป็นงานอดิเรกในสวนหลังบ้านก็ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์มาแล้ว อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่ ผึ้งสายพันธุ์รัสเซียผลิตน้ำผึ้งไม่ได้ปริมาณมากเท่ากับผึ้งน้ำหวานสายพันธุ์อิตาลี รวมถึงประสิทธิภาพในการผสมเกสรของพวกมันตามฟาร์มขนาดใหญ่ ยังได้ไม่เทียบเท่า

แซม ดรอเอดจ์ นักสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐเสนอทางเลือกใหม่ในการใช้ผึ้งป่าสายพันธุ์อเมริกาเหนือ ที่ขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพในการผสมเกสรได้ดีเยี่ยม มีโอกาสต่อยน้อย และมีขนาดเพียงเมล็ดข้าวเมล็ดใหญ่เท่านั้น อย่างไรก็ตามข้อเสียก็คือพวกมันไม่ผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งดรอเอดจ์กล่าวว่า “เราสามารถนำเข้าน้ำผึ้งจากประเทศอื่นทดแทนได้”

เรื่อง แคทเธอรีน ซักเคอร์มัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ชมการเติบโตอันน่าอัศจรรย์ของตัวอ่อนผึ้ง

เรื่องแนะนำ

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]

ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป

ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป สองอาทิตย์หลังการตายของ วิคตอเรีย ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติ Samburu ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเคนยา เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าบรรดาช้างตัวอื่นๆ ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมซากที่หลงเหลืออยู่ของวิคตอเรีย พฤติกรรมดังกล่าวนี้อาจเป็นการไว้อาลัยเฉพาะของช้าง คลิปวิดีโอที่หาชมได้ไม่บ่อยนี้เผยให้เห็นช้างป่ากลุ่มหนึ่งใช้งวงของพวกมันแตะไปที่ร่างของวิคตอเรีย พร้อมด้วยการยืนสงบนิ่ง เหตุการณ์ที่พบได้ยากในโลกของสรรพสัตว์นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องการที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมของช้างให้มากยิ่งขึ้น แม้ในสายตาของพวกเราพฤติกรรมดังกล่าวนี้อาจดูเหมือนการไว้ทุกข์ แต่นักวิทยาศาสตร์เองยังไม่ยืนยันเช่นนั้น ขณะนี้พวกเขาทราบเพียงแค่ว่าช้างมีวิธีการตอบสนองต่อความตายของสมาชิกในฝูงในแบบของมันเอง   อ่านเพิ่มเติม ฤาความตายหาใช่การลาจาก

แมวป่านักล่าผู้ลี้ลับ

เรื่อง ครีสทีน เดลลามอร์ ภาพถ่าย โจเอล ซาร์โทรี “มันอยู่ใกล้มากครับ” เคร์มัน การ์โรเต กระซิบ พร้อมกับชี้ไปยังเครื่องรับสัญญาณวิทยุแบบมือถือที่กำลังรับสัญญาณ จากเอเลนา ณ ที่ใดที่หนึ่งในสวนมะกอกริมทางหลวงอันจอแจทางตอนใต้ของประเทศสเปน  แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียกับลูกสองตัวอาจเฝ้ามองเราอยู่ หากไม่ได้ปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า แมวป่าที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งในโลกกำลังหมอบอยู่ท่ามกลางแถวต้นไม้ที่ปลูกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ “เมื่อสิบปีก่อน เราคาดไม่ถึงเลยครับว่า แมวป่าลิงซ์จะขยายพันธุ์ในถิ่นอาศัยแบบนี้ได้” การ์โรเตกล่าว เขาเป็นนักชีววิทยาในโครงการไลฟ์+ไอเบอร์ลินซ์ (Life+Iberlince Project) ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรกว่า 20 องค์กรนำโดยรัฐบาลที่ทำงานเพื่อคืนสัตว์นักล่าลายจุดชนิดนี้สู่คาบสมุทรไอบีเรีย ที่จริงแมวซึ่งมีดวงตาสีเหลืองอำพันและเคราเป็นพุ่มชนิดนี้ เริ่มฟื้นตัวขึ้นในที่สุดหลังจากลดจำนวนลงเป็นเวลาหลายทศวรรษ ตอนที่ไอเบอร์ลินซ์ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อปี 2002 มีแมวป่าลิงซ์กระจายอยู่ทั่วป่าไม้พุ่มในแถบเมดิเตอร์เรเนียนไม่ถึงหนึ่งร้อยตัว จำนวนของพวกมันถดถอยจากการล่าและไวรัสที่เกือบกำจัดกระต่ายพันธุ์ยุโรปซึ่งเป็นอาหารหลักให้หมดไปจากภูมิภาค ประชากรของแมวป่าลิงซ์ลดลงจนความหลากหลายทางพันธุกรรมของพวกมันลดต่ำถึงระดับอันตราย เคราะห์ดีสำหรับนักวิทยาศาสตร์ แมวป่าลิงซ์ขยายพันธุ์ได้ดีในสถานเพาะเลี้ยง และตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีแมวป่าลิงซ์จำนวน 176 ตัวได้รับการปล่อยคืนสู่ถิ่นอาศัยที่ได้รับการคัดเลือก  พวกมันมีอัตราการรอดชีวิตราวร้อยละ 60 และมีสองสามตัวใช้ชีวิตได้เก่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในบรรดาแมวป่าทั่วโลกทั้งหมด 38 ชนิด 31 ชนิดจัดเป็นสัตว์วงศ์แมวขนาดเล็ก โดยมีขนาดหลากหลายตั้งแต่แมวลายจุดสีสนิมหนัก 1.5 กิโลกรัมจนถึงแมวป่าลิงซ์ยูเรเชียหนัก 20 […]

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]