เบื้องหลังภาพนกพัฟฟินคาบปลาอันน่าทึ่ง - National Geographic Thailand

เบื้องหลังภาพนกพัฟฟินคาบปลาอันน่าทึ่ง

เรื่อง อัสตา สมวิเชียร เคลาเซน

“ผมมักจะถ่ายภาพนก” Sunil Gopalan ช่างภาพ Your Shot ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และวิศวกรคอมพิวเตอร์กล่าว “ผมถ่ายภาพนกพัฟฟินมาแล้วสองสายพันธุ์ (พันธุ์ Horned และ Tufted)ก่อนที่จะถ่ายสายพันธุ์อลาสกาและหนึ่งเดียวที่ผมประทับใจคือนกพัฟฟินสายพันธุ์อลาสกา”

Gopalan เล่าว่า นกพัฟฟินสายพันธุ์นี้สามารถพบได้ในทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ตัวเขาต้องการมองหาสถานที่อันห่างไกลเพื่อถ่ายภาพพวกมัน ยิ่งปราศจากคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หลังการค้นคว้า ตัวเขาก็เดินทางไปยังเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในหมู่เกาะ Fair Isle นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของสกอตแลนด์

การจะเดินทางไปยัง Fair Isle ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่นาน 4 ชั่วโมง หรือหากต้องการความรวดเร็วกว่านั้นต้องใช้เครื่องบินลำเล็ก ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนมากนัก แม้ว่าจะสวยงามมากก็ตาม

ปลาตัวจิ๋วห้อยออกมาจากจะงอยปากของมัน ปลาเหล่านี้จะเป็นอาหารเลี้ยงลูกนกพัฟฟิน

สำหรับเส้นทางการเดินทางของ Gopalan ตัวเขาออกเดินทางจากภูมิภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ไปยังเมืองกลาสโกว์ในสกอตแลนด์ และเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานซัมเบิร์ก เพื่อจะต่อเครื่องบินไปยังสวรรค์ของนกพัฟฟิน เมื่อเดินทางถึงเกาะ ฝนที่ตกโปรยปรายลงมาในเช้าวันหนึ่งช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายที่ไม่เคยคาดคิดในเวลานั้น Gopalan กำลังคิดว่าจะทานอะไรเป็นอาหารเช้าจังหวะเดียวกันกับที่นกพัฟฟินตัวหนึ่งซึ่งเปียกปอนเพราะน้ำฝนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอาหารเต็มจะงอยปาก

เขารีบบันทึกภาพไว้อย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายของนกพัฟฟินพร้อมปลาตัวจิ๋วเต็มจะงอยปากที่ได้ออกมาถูกส่งทางออนไลน์มายังเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ด้วยความหวังว่าอาจจะได้รางวัลหนึ่งสำหรับโครงการประกวดภาพถ่ายธรรมชาติประจำปี 2017

ปกติแล้วนกพัฟฟินแอตแลนติกใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของมันที่ทะเล มันจะเดินทางกลับมายังแผ่นดินใหญ่ก็เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนเท่านั้น บรรดานกพัฟฟินมีขนสีเทาตลอดฤดูหนาว ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่พวกมันได้รับฉายาว่า “นกแก้วทะเล”

เมื่อ Gopalan เดินทางไปถึง Fair Isle ในเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงเวลาที่แม่นกพัฟฟินเพิ่งจะวางไข่พอดี (ปกติแล้วมีไข่ 1 ใบต่อรัง) และในระหว่างนี้พ่อแม่นกจะเลี้ยงดูลูกของมันด้วยปลาขนาดจิ๋วที่จับมาได้

นกพัฟฟินแอตแลนติกสามารถพบได้ทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก เช่นในภูมิภาคทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ เป็นต้น

นกพัฟฟินถือได้ว่าเป็นนกที่มีความรวดเร็ว โดยเฉพาะสายพันธุ์แอตแลนติก พวกมันว่ายน้ำด้วยผังพืดพิเศษที่เท้า และสามารถดำน้ำได้ลึก 200 ฟุต ปลาแฮร์ริ่งหรือปลาไหลทรายคืออาหารของพวกมัน และเมื่อจับเหยื่อได้แล้วมันจะบินกลับรังด้วยการกระพือปีก 400 ครั้งต่อนาที ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ถึง 55 ไมล์ต่อชั่วโมง

ความรวดเร็วของนกพัฟฟินคือความท้าทายที่ช่างภาพผู้นี้หลงใหล เขาเดินทางไปในทุกทที่ที่จะไปได้เพื่อบันทึกภาพพวกมันตลอดจนสายพันธุ์สัตว์อื่นๆ “เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคือความปรารถนาของบรรดาผู้หลงใหลในธรรชาติเช่นผมผมนึกถึงสมัยก่อนที่ตัวเองอ่านนิตยสารเก่าๆ แล้วจินตนาการว่าจะเป็นยังไงถ้าได้ทำงานให้เนชั่นแนล”

เขายังบอกว่าโครงการ Your Shot เป็นชุมชนช่างภาพที่ดีที่ช่วยให้พวกเขาได้สื่อสารกันมากขึ้น “มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่ช่วยให้ทุกคนต้องพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้น” เขากล่าว

จะงอยปากของนกพัฟฟินแอตแลนติกสามารถจับปลาได้ทีละมากๆ ในการงับเพียงครั้งเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม : สุดยอดภาพถ่ายสรรพสัตว์มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล

เรื่องแนะนำ

อสรพิษผู้งามสง่า ชมภาพงูสวยๆ

อสรพิษผู้งามสง่า ชมภาพงูสวยๆ ขึ้นชื่อว่า งู หลายคนแค่ได้ยินก็อยากเบือนหน้าหนี แต่ในธรรมชาติและระบบนิเวศ งูมีบทบาทสำคัญในฐานะนักล่าที่ช่วยควบคุมประชากรสัตว์ชนิดอื่น ตั้งแต่ป่าฝน ทะเลทราย เรื่อยไปจนถึงภูเขาสูง และแหล่งน้ำ งูกว่า 3,000 ชนิดอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายทั่วโลก งูบางชนิดอาจเติบโตจนยาวนับสิบเมตร บางชนิดอาจมีอายุยืนมากกว่า 20 ปี สำหรับช่างภาพแนวสัตว์ป่าชื่อดังอย่างโจเอล ซาร์โทรี งูคือความงดงามอย่างหนึ่งของโลกธรรมชาติ โดยเฉพาะลวดลายและสีสันอันหลากหลายอย่างน่าทึ่งของเหล่าอสรพิษ เพื่อเฉลิมฉลองให้เพื่อนสัตว์เลื้อยคลานไร้ขาเหล่านี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภูมิใจเสนอผลงานภาพถ่ายงูสวยๆ อันน่าตื่นตาของโจเอล ซาร์โทรี  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Photo Ark ที่ซาร์โทรีตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่แนวคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า  โดยตั้งใจถ่ายภาพสัตว์ทุกชนิดพันธุ์บนโลก งูในภาพถ่ายชุดนี้ซึ่งมีตั้งแต่งูเขียวชนิดต่างๆ งูหางกระดิ่ง  งูแอดเดอร์ งูทับสมิงคลา งูทางมะพร้าว และงูอีกหลายชนิด  ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ ถ่ายในสถานเพาะเลี้ยงและสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงสตูดิโอถ่ายภาพ โดย เคซีย์ สมิท (แม้งูจะเป็นที่รังเกียจ แต่ในรัสเซียผู้คนจำนวนมากมีงูเป็นสัตว์เลี้ยง)   อ่านเพิ่มเติม เป็นคุณจะทำอย่างไร? ถ้า งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เลื้อยเข้าบ้าน

สุนัขเหล่านี้มีหน้าที่ไล่ต้อนพวกหมี.. ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกหมีเอง

นอกจากจะมีหน้าที่ไล่ต้อนพวกหมีไม่ให้เข้ามาลุกล้ำถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของมนุษย์แล้ว สุนัขไล่หมี ยังมีส่วนช่วยในการไขคดีการลักลอบค้าสัตว์ป่าอีกด้วย

เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

ช่างภาพได้บันทึกความงดงามและไร้เดียงสาของลูกสัตว์ในธรรมชาติเอาไว้ได้ ในขณะที่ฝูงวิลเดอบีสต์กำลังแทะเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ปล่อยให้ลูกๆ ของพวกมันวิ่งเล่นรอบๆ ฝูง จู่ๆ วิลเดอบีสต์น้อยตัวหนึ่งก็วิ่งออกจากฝูงไปและพบเข้ากับลูกไฮยีน่าเข้าโดยบังเอิญ หญ้าที่สูงอำพรางตัวมัน และวิลเดอบีสต์น้อยเองก็ไม่สังเกตเห็นใบหูที่แตกต่างไปจากเพื่อนๆ ในฝูง ลูกไฮยีน่าเองก็สงสัยใคร่รู้ว่ากลิ่นของสัตว์แปลกประหลาดที่มาจากตัวลูกวิลเดอบีสต์นี้คืออะไร? ด้วยความที่ลูกสัตว์ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้นพวกมันจึงไม่แสดงอาการก้าวร้าวหรือหวาดกลัวออกมา พวกมันตรงเข้าหากันตามประสาเด็กขี้สงสัย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วด้วยฐานะของผู้ล่าและผู้ถูกล่า ภาพดังกล่าวนี้ยากที่จะเกิดขึ้น ทั้งคู่เล่นด้วยกันไม่นาน เมื่อแม่ของไฮยีน่าตรงเข้ามา ลูกวิลเดอบีสต์จึงได้เรียนรู้บทเรียนที่มันจะต้องใช้ไปชั่วชีวิต นั่นคือการวิ่ง เมื่อแม่ไฮยีน่าเข้าจู่โจมมัน โชคดีที่มันปลอดภัยและในครั้งหน้าหากมันพบเข้ากับไฮยีน่าอีก วิลเดอบีสต์น้อยตัวนี้คงไม่ตรงเข้าไปเล่นด้วยเป็นแน่แท้   อ่านเพิ่มเติม : ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก, สิงโตทะเลกินลูกสิงโตทะเลด้วยกัน กรณีหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน

เผยคลิปวิดีโอที่หาชมได้ยากของสุนัขป่าแอมะซอน

ณ ผืนป่าแอมะซอน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของเปรู ด้วยขนาดประมาณสุนัขจิ้งจอกพร้อมด้วยความว่องไวและปราดเปรียว เป็นการยากที่จะพบเจอกับเจ้าสัตว์ชนิดนี้ตัวเป็นๆ ว่ากันว่าหากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเยือนแอมะซอน คุณจะมีโอกาสได้พบกับเสือจากัวร์มากกว่าสุนัขหูสั้นเหล่านี้เสียอีก พฤษภาคม ปี 2014 แลรี่ รีเวส นักชีววิทยาสามารถบันทึกภาพของสุนัขป่าแห่งแอมะซอนไว้ได้โดยบังเอิญ หลังเขาตั้งกล้องถ่ายวิดีโอเอาไว้ใกล้กับซากของหมูป่าแพ็คคารี่ปากขาว เพื่อตั้งใจที่จะเก็บภาพของพญาแร้ง แต่หลังอดทนกับการตอมไต่ของแมลงและกลิ่นเหม็นเน่าของซาก เขาได้สิ่งที่เกินความคาดหมาย เมื่อสุนัขป่าหายากกลับโผล่เข้ามาแทน   อ่านเพิ่มเติม : ความน่ารักของลูกหมี หลังได้รับการช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่, แมวน้ำช้างจดจำกันได้จากเสียงร้อง

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.