แขนจิ๋วของ ทีเร็กซ์ อาจเป็นอาวุธอันตราย - National Geographic Thailand

แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย

แขนจิ๋วของ ทีเร็กซ์ อาจเป็นอาวุธอันตราย

แขนจิ๋วสองข้างของเจ้าไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ เป็นปริศนาคาใจมาช้านาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับแขนคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นไว้สำหรับจับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนรอความตาย, ช่วยยันตัวไดโนเสาร์เองขึ้นมาจากพื้น หรือใช้จับคู่ของมันขณะผสมพันธุ์

ไม่ว่าแขนของมันจะมีไว้ใช้ทำอะไรก็ตาม ผลการศึกษาที่เป็นเอกฉันท์ในช่วงหลายปีมานี้ลงความเห็นว่าแขนคู่นี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นเศษตกค้างจากวิวัฒนาการของมัน ที่มันได้รับมาจากบรรพบรุษทีเร็กซ์ คล้ายกับปีกในนกที่บินไม่ได้และในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็เสนอว่า การที่แขนของมันมีขนาดเล็กลงนั้นมีขึ้นเพื่อจำเป็นให้รับกับศีรษะและลำคอที่ทรงพลังไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมัน

แต่ปัจจุบันนักวิจัยชี้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจทั้งหมดนี้อาจผิด สตีเฟ่น สแตนลีย์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาย เชื่อว่าแขนของไทแรนโนซอรัสวิวัฒนาการขึ้นเพื่อใช้ในการข่วนระยะใกล้ ซึ่งด้วยกรงเล็บแหลมความยาว 4 นิ้ว นั่นจะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่เหยื่อที่เจอเข้ากับอาวุธร้ายอันตรายนี้เข้าไป

“ในระยะใกล้ ขากรรไกรที่แข็งแรงและกรงเล็บขนาดใหญ่ของทีเร็กซ์สามารถจับเหยื่อจากด้านหลังได้อยู่หมัดและยังข่วนเหยื่อให้เป็นแผลลึกยาวเกือบเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที” สแตนลี่ย์กล่าว “ซึ่งทั้งหมดนี้มันสามารถทำซ้ำได้อีกหลายครั้งอย่างรวดเร็ว”

จากการศึกษาพบว่ามีไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับทีเร็กซ์ใช้กรงเล็บของมันข่วนเหยื่อเช่นกัน “ฉะนั้นแล้วในแง่ของอาวุธที่น่าเกรงขาม ทำไมทีเร็กซ์จะไม่ใช่ประโยชน์จากอวัยวะนี้?” สแตนลี่ย์ถาม ตัวเขาเสนอรายงานการค้นพบนี้ เมื่อปลายเดือนตุลาคม ในซีแอตเทิล ระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นโดยสมาคมธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา

ในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องโฟกัสไปที่กระดูกแขนของทีเร็กซ์ ซึ่งแรงข่วนจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ “กระดูกและข้อต่อที่ไม่ปกติ” มีส่วนช่วยให้แขนของมันเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีการข่วน สแตนลี่ย์กล่าว

นอกจากนั้นไทแรนโนซอรัสยังเสืยกรงเล็บข้างหนึ่งของมันไปจากวิวัฒนาการอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้แรงกดมากกว่า 50% ถ่ายเทไปที่กรงเล็บที่เหลือทั้ง 2 ข้าง และช่วยให้การข่วนเฉือนเหยื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น

(เกราะของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ก็อาจไม่ได้มีไว้แค่การต่อสู้เช่นกัน) 

 

ข่วนเฉือนเพื่อผสมพันธุ์

อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วย “มันดูไร้เหตุผลที่จะใช้แขนเล็กๆ แบบนั้นในการข่วน” จาค็อบ วินเธอร์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยบริสตอลในสหราชอาณาจักร ผู้ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วยกล่าว

โดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม แต่เขาพึงใจกับไอเดียที่ว่าแขนทั้งสองข้างมีขึ้นเพื่อ “วัตถุประสงค์เล็กๆ” มากกว่าเช่น ใช้ในการเกี่ยวคู่ของมันขณะผสมพันธุ์ แม้สแตนลีย์จะระบุว่ากรงเล็บนี้จะเป็นอันตรายหากนำมาใช้ในจุดประสงค์ดังกล่าวก็ตาม

แขนที่ยาวเพียง 3 ฟุตเมื่อโตเต็มวัยจะดูงุ่มง่ามมากหากใช้ในการข่วนเหยื่อ Thomas Holtz ผู้เชี่ยวชาญด้านทีเร็กซ์จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ ในเมืองคอลเลจพาร์กกล่าว

ในทีเร็กซ์ที่โตเต็มวัยแล้วมันมีหน้าอกที่กว้าง และการแกว่งแขนไปมาเพื่อข่วนเหยื่อนั้น เป็นระยะที่ไม่ไกลมากพอที่กรงเล็บของมันจะไปถูกผิวของไดโนเสาร์อีกตัว “ผมเชื่อว่ากรงเล็บที่ว่านี้ร้ายกาจมากหากถูกตัวเหยื่อเข้า แต่เพื่อที่จะใช้แขนทีเร็กซ์ต้องยืดอกของมันขึ้นให้สูงกว่าเหยื่อ” Holtz กล่าว “และในท่านั้นแล้วไทแรนโนซอรัสจะไม่สามารถใช้อาวุธที่ทรงพลังมากกว่าแขนของมันได้ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือขากรรไกร”

ในช่วงเวลาของการเติบโต แขนของทีเร็กซ์มีขนาดใหญ่เหมาะสมกับร่างกายของมัน “ดูเหมือนว่าแขนพวกนี้จะเป็นประโยชน์กับทีเร็กซ์ในตอนที่พวกมันยังเด็ก และเมื่อโตขึ้นแล้วประโยชน์ใช้สอยก็เริ่มลดลง” เขากล่าว “ระยะห่างสำหรับการข่วนเหยื่อใช้ได้ดีเมื่อพวกมันยังไม่โตเต็มที่ และในการจับเหยื่อขนาดเล็ก แขนของมันช่วยให้สังหารเหยื่อได้ง่ายขึ้น”

สแตนลีย์เห็นด้วยที่ว่าแขนเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการที่ถดถอยของมัน ในขณะที่ขากรรไกรอันทรงพลังถูกวิวัฒนาการมาแทนที่ แต่เขายังคงโต้แย้งว่าแขนคู่เล็กๆ นี้ มีขึ้นเพื่อข่วนเฉือนเหยื่อในระยะใกล้

เรื่อง จอห์น พิคเรล

 

อ่านเพิ่มเติม

ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

เรื่องแนะนำ

แกะเขาใหญ่เรียนรู้เส้นทางอพยพผ่านแม่

เส้นทางการอพยพของแกะเขาใหญ่ไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งใหม่นั้นยาวไกลมาก และพวกมันไม่ได้ใช้สัญชาตญาณนำทาง แต่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านแกะที่โตกว่าต่างหาก

งูในจมูกงู!

อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแห่งธรรมชาติ ภาพฟุตเทจจากอินเดียนี้เผยให้เห็นงูดินตัวหนึ่งเข้าไปติดอยู่ภายในจมูกของงูเห่าอินเดีย งูดินเป็นงูขนาดเล็ก ไม่มีพิษ เมื่อชาวบ้านในบริเวณนั้นช่วยมันออกมาได้ก็พบว่ามันตายไปแล้ว โดยงูดินตัวดังกล่าววมีความยาวเพียง 5 นิ้วเท่านั้น ทั้งนี้คาดกันว่าเจ้างูดินผู้โชคร้ายน่าจะเข้าใจผิดว่ารูจมูกของงูเห่าอินเดียเป็นอุโมงค์ใต้ดิน จึงนำมาซึ่งเหตุการณ์อันแปลกประหลาดนี้   อ่านเพิ่มเติม : ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์, ภาพหาชมยากของยีราฟเผือก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.