ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนสุนัขจรจัด - National Geographic Thailand

ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนสุนัขจรจัด

เรื่อง ซาร่าห์ สแตกค์

ภาพถ่าย แดน เกียนโนโปลัส

ที่สถานดูแลสุนัข Territorio de Zaguates ในคอสตาริกา สัตว์ทุกตัวที่เดินทางมายังที่นี่จะได้รับความช่วยเหลือ และได้รับการตั้งชื่อ ณ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีสุนัขอาศัยอยู่แล้วมากถึง 970 ตัว

แดน เกียนโนโปลัส ช่างภาพชาวอังกฤษ เพิ่งจะใช้เวลาคลุกคลีกับบรรดาสุนัขและผู้คนที่ดูแลพวกมันในสถานที่อันน่าทึ่งแห่งนี้ ซึ่งชื่อของมันแปลว่า “ดินแดนแห่งสุนัขเร่ร่อน” สถานที่นี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงซันโฮเซเมืองหลวง เพียงขับรถไม่ถึงชั่วโมง มีเนื้อที่ประมาณ 378 เอเคอร์ ครอบคลุมพื้นที่บนภูเขาให้สุนัขเหล่านี้ได้มีพื้นที่วิ่งเล่น ตลอดจนที่พักของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นอกจากนั้นบรรดาผู้มาเยี่ยมชมยังสามารถนำสุนัขของตนเองมาเล่นกับสุนัขเหล่านี้ได้อีกด้วย

“การดูสุนัขหลายร้อยตัววิ่งผ่านทุ่งหญ้าเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” เกียนโนโปลัสกล่าว ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นคนรักสุนัข และปัจจุบันอาศัยอยู่ในนิการากัว

ในตอนแรกตัวเขาคิดว่าการถ่ายภาพสุนัขน่าจะเป็นเรื่องยากกว่าการถ่ายภาพคน แต่ด้วยความเป็นมิตร, ขี้สงสัยและขี้เล่นของพวกมันทำให้งานง่ายขึ้นมาก ในระหว่างการทำงานมีสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์ตัวหนึ่งที่ขาพิการ มันติดตามเขาทั้งวันเพื่อรอให้เขาละความสนใจจากสุนัขกลุ่มใหญ่แล้วถ่ายภาพมัน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับ เจ้าสุนัขตัวนี้ก็ตามเขามาจนถึงหน้าประตูและเฝ้ามองจนกระทั่งเขาขึ้นแท็กซี่ลับไป “ที่นั่นมีสุนัขมากมายที่คุณจะตกหลุมรักมัน” เขากล่าว

Lya Battle และ Alvaro Saumet สามีของเธอเป็นผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการให้ความช่วยเหลือสุนัขข้างถนนในกรุงซันโฮเซเมื่อ 13 ปีก่อน และเมื่อจำนวนสุนัขที่พวกเขารับเลี้ยงดูในสวนหลังบ้านพุ่งสูงถึง 100 ตัวพวกเขาจึงตัดสินใจย้ายมายังบนภูเขานี้ ซึ่งปู่ของ Battle เป็นเจ้าของที่ดิน

แม้จะเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคเกิดขึ้นเลย ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัขเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันค่าอาหารสุนัขตกวันละ 600 ดอลล่าสหรัฐ นอกจากนั้นเธอยังเผชิญกับความกังวลที่ว่าเพื่อนบ้านกำลังพยายามที่จะซื้อที่ดินผืนนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้ดินแดนแห่งนี้ต้องปิดตัวลง

แต่สำหรับบรรดาสุนัขถูกทิ้งเหล่านี้แล้ว Territorio de Zaguates คือสวรรค์อย่างแท้จริง หนึ่งในภาพถ่ายแสดงให้เห็นโฮเซ่ พนักงานประจำของศูนย์แห่งนี้วางแขนบนหลังของสุนัจตัวหนึ่งที่นั่งอยู่บนตักเขา สันเขาเป็นวิวประกอบอยู่เบื้องหลังตัวเขานั่งอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวล้อมรอบไปด้วยสุนัขขนปุกปุยสีน้ำตาล, ดำและขาว “ถ้าภาพถ่ายของผมช่วยบอกเล่าเรื่องราว และนำความช่วยเหลือมายังพวกเขาได้ ผมจะทำ เพราะนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผม” เขากล่าว

สุนัขวิ่งเล่นผ่านเนินเขาภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อเล็กซ์ สถานที่นี้เคยเป็นฟาร์มสัตว์มาก่อน
บรรดาสุนัขวิ่งไล่โดรน อุปกรณ์ถ่ายทำสารคดีจากทีมงานชาวญี่ปุ่น
Milka สุนัขตัวตรงกลาง ติดอยู่ในวงล้อม เมื่อสุนัขกรูกันเข้าดื่มน้ำ
โฮเซ่นั่งพักผ่อนหย่อนใจกับฟรานโกสุนัขคู่ใจของเขา ที่ด้านหลังเมฆฝนส่อเค้าจะตกหนักในเช้านี้
เจ้าหน้าที่ดูแลชาวท้องถิ่น นั่งพักผ่อนกับสุนัขหลังพาพวกมันไปเดินเล่น
สุนัขพักผ่อนสั้นๆ ก่อนจะถูกพากลับฟาร์ม เมื่อถึงเวลาให้อาหาร
ถึงเวลาให้อาหารแล้ว อเล็กซ์และสุนัขรีบวิ่งกลับไปยังฟาร์ม
Chiquita และ Cardachan เล่นสนุกในบ่อโคลนระหว่างการเดิน
Freddy อาสาสมัครรายสัปดาห์อุ้มสุนัขหูเดียวชื่อ Safira ไว้ระหว่างการเดินป่า
เจ้าตัวนี้ชื่อ Martillo
อาสาสมัครที่มาเยี่ยมชมช่วยอาบน้ำให้สุนัข, ตัดขน ไปจนถึงหยอดยารักษาโรคผิวหนังให้
Martillo เดินเตร็ดเตร่แถวหลุมศพของสุนัขที่ตายไปแล้ว เจ้าหน้าที่เชื่อกันว่าพวกมันตายจากการถูกวางยาพิษ

 

อ่านเพิ่มเติม : ทำไมสุนัขต้องกินอึด้วย?, จูจุ๊บสุนัขและแมวของคุณอาจนำไปสู่ความตายได้

เรื่องแนะนำ

ติดอยู่ในกาลเวลา

  น้อยนักที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์จะคงสภาพเหมือนเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ และมีรูปทรงสามมิติ แต่กระบวนการในภาพประกอบนี้แสดงให้เห็นว่า โนโดซอร์ที่พบในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตัวนี้เป็นข้อยกเว้นที่หายากยิ่ง มันถูกฝังอยู่ในตะกอนใต้สมุทร และนอนอยู่ในหลุมที่ฝังร่างของมันมากว่า 110 ล้านปี จนกระทั่งคนงานเหมืองช่างสังเกตคนหนึ่งค้นพบเข้าโดยบังเอิญ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า แม่น้ำที่หลากท่วมพัดพาโนโดซอร์ตัวนี้ลอยออกสู่ทะเล โดยไม่ถูกกินและไร้ร่องรอยความเสียหาย เมื่อ 110 ล้านปีก่อน ทวีปอเมริกาเหนือต่างจากปัจจุบันมาก โนโดซอร์ตัวนี้ถูกฝังอยู่ในทางน้ำขนาดใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งแทรกตัวเข้ามาภายในภาคพื้นทวีป มันอาจอาศัยอยู่ใกล้แนวชายฝั่งอันอบอุ่นและอุดมไปด้วยพืชพรรณ จากการถูกฝังสู่การค้นพบ ในที่สุดซากที่ขึ้นอืดก็ปริแตก จมลงสู่ก้นทะเล และถูกตะกอนกลบฝังอย่างรวดเร็ว 1 ตะกอนห่อหุ้มร่างของโนโดซอร์ เมื่อเวลาผ่านไป แร่ธาตุก็แทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ และรักษารูปทรงให้อยู่ในรูปสามมิติภายใน “โลงหิน” ของมัน 2 ชั้นตะกอนทับถมหนาขึ้นและแข็งตัวกลายเป็นหิน ระหว่างสมัยน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่ถอยร่นทิ้งตะกอนเพิ่มขึ้นอีก ต่อมามีพืชพรรณเกิดขึ้น ทำให้ดินคงที่ไม่เลื่อนไหล 3 คนงานเหมืองทรายน้ำมันขุดผ่านส่วนครึ่งตัวหลังของโนโดซอร์ก่อนจะสังเกตเห็น ครั้นแล้วคนงานตาไวคนหนึ่งก็เห็นลวดลายแปลกๆในก้อนหิน นั่นคือเกราะของโนโดซอร์ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง “เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ” เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ

ฟอสซิลสลอธยักษ์จากยุคโบราณถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ

ในถ้ำใต้น้ำของรัฐยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก มีฟอสซิลของสัตว์ขนาดใหญ่จากโลกในยุคโบราณถูกเก็บซ่อนไว้ มันคือหัวกระโหลกของสลอธยักษ์ที่เชื่อกันว่าจ่าจะมีอายุเมื่อ 10,000 ปีก่อน นักวิจัยประมาณน้ำหนักคร่าวๆ ของสลอธตัวนี้อยู่ที่ราว 226 กิโลกรัม และฟอสซิลชิ้นนี้น่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ของสลอธที่มีชื่อว่า Xibalbaonyx oviceps จากการค้นพบสลอธมีวิวัฒนาการมากมายตั้งแต่การเป็น Megalonyx jeffersonii สลอธในยุคโบราณ น้ำหนักตัว 907 กิโลกรัม จนมาถึงการเป็นสลอธตัวจ้อยที่หนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม ในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม : ที. เร็กซ์ หลีกไป สไปโนซอร์มาแล้ว, ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก ทำอย่างไรให้อาคารเย็นด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ? Mick Pearce สถาปนิกสามารถไขคำตอบนี้ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรังของปลวก ในธรรมชาติ จอมปลวกจะมียอดแหลมสูงที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศให้แก่รังที่อยู่ใต้ดิน และด้วยความที่รังของมันนั้นสร้างมาจากดิน ในเวลากลางวันดินจะช่วยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ภายในรังปลวกมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ Pearce ออกแบบอาคารอีสต์เกตในซิมบับเว ให้มีผนังด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนหนาม ซึ่งได้ไอเดียมาจากพืชในทะเลทราย เนื่องจากพื้นผิวขรุขระจะช่วยลดการดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าผิวเรียบ นอกจากนั้นเขายังใช้หน้าต่างบานเล็ก เพื่อลดความร้อนที่ตัวอาคารจะดูดซับระหว่างวัน ภายในอาคารพิเศษตรงที่มีปล่องลมขนาดใหญ่ที่ช่วยถ่ายเทมวลอากาศร้อนและอากาศเย็นไปทั่วตัวอาคาร นอกจากนั้นเพดานที่สูงและพื้นคอนกรีตสองชั้นยังช่วยกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้อีกด้วย ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้อาคารอีสต์เกตสามารถประหยัดพลังงานในการควบคุมภูมิอากาศภายในตัวอาคารถึง 90% และยังใช้พลังงานน้อยกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในกรุงฮาราเร ของซิมบับเว   อ่านเพิ่มเติม สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต