ทำไมชอบดูนก - National Geographic Thailand

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก

“ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง

นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด

นกหัวขวานหลังสีไพล (Dinopium rafflesii) เป็นนกชนิดหนึ่งที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม เพราะการทำลายป่าที่ราบต่ำซึ่งเป็นถิ่นอาศัยหลักของพวกมัน ปัจจุบันมีรายงานพบในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งทางภาคใต้

อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ นกเป็นตัวจุดประกาย  เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจธรรมชาติ แล้วต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ”  เขาเริ่มดูนกครั้งแรกกับ นายแพทย์ รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ “หมอหม่อง” ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งมักชี้ชวนให้เด็กๆ ดูสิ่งละอันพันละน้อยในป่า  จนอายุวัตเกิดความประทับใจไม่ใช่เฉพาะกับนก  “ช่วงที่ไม่มีนก หมอหม่องก็สอนให้ดูไลเคน ดูเห็ด ใบไม้ แมลง เลยมีอะไรให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด”

อายุวัตชอบวาดรูปตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก  เขาเริ่มดูนกตั้งแต่อายุ 10 ขวบและหัดสเก็ตช์ภาพนกจากธรรมชาติโดยมีหมอหม่องเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจ  “เราไปดูนก แต่ที่เราสังเกตไม่ใช่แค่ตัวนก  เราดูความสัมพันธ์ระหว่างนกกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ที่นกอยู่ตรงนี้  ก็เพราะมีสภาพแวดล้อมแบบนี้ เลยมีสิ่งที่ทำให้เราสนใจมากขึ้นกว่านก”  อายุวัตได้ทุนระดับปริญญาตรีและโทไปเรียนด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ประเทศญี่ปุ่น  ปัจจุบันเขาทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และระดมทุน สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และดูแลโครงการอนุรักษ์ต่างๆ ของสมาคมควบคู่ไปกับการวาดภาพธรรมชาติ   การดูนกของเขาส่วนหนึ่งเพื่อทำความรู้จักและสังเกตท่วงท่า การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมของนกในธรรมชาติเพื่อวาดภาพด้วย

“การดูนกเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะดึงให้เราเข้าใจระบบนิเวศ” นายแพทย์รังสฤษฏ์ กล่าว “แต่ควรได้รับการชี้นำที่ดี เห็นนก เห็นนิสัยนก เห็นถิ่นอาศัยที่นกอยู่แล้วเกิดความเชื่อมโยง ก็เกิดความเข้าใจ”  ระยะหลังมานี้ เมืองไทยเริ่มมีกลุ่มเด็กหันมาดูนกมากขึ้น จากเดิมที่มักมีแต่คนทำงานหรือนักศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เรียนโฮมสกูล “เด็กแฟนพันธุ์แท้มีเยอะขึ้นและดูอย่างจริงจังมาก”  แต่ใช่ว่าการดูนกของเด็กจะยั่งยืนเสมอไป เพราะเมื่อเติบโตขึ้น เด็กๆ ย่อมมีเรื่องอื่นต้องทำมากขึ้น

นกกินปลีแดงหัวไพลิน (Aethopyga ignicauda) เป็นนกอพยพที่หายากในเมืองไทย พบได้เฉพาะในป่าดิบเขาทางภาคเหนือเพียงไม่กี่แห่ง หาอาหารโดยใช้ปากที่แหลมโค้งในการดูดน้ำหวานจากดอกไม้โดยเฉพาะดอกราชาวดีหลวง

สำหรับอายุวัต  เขาเห็นว่าการดูนกทำให้มองเห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งรอบตัว “เวลามองอะไรจะไม่มองแค่สิ่งนั้นโดดๆ ไม่มองว่านกอยู่อย่างตัดขาด  แบ่งแยกจากต้นไม้  ทำให้เราใส่ใจมากขึ้น  และมองโลกอย่างเป็นองค์รวมมากขึ้น เห็นถึงความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ และใส่ใจผลกระทบที่จะส่งต่อไปเป็นทอดๆ”  ยิ่งไปกว่านั้น การดูนกทำให้ผู้ดูเรียนรู้อย่างจริงจังเพื่อเข้าหานกด้วยการทำความรู้จักกับอุปนิสัยและพฤติกรรม  “พอเราเข้าใกล้นกแบบนั้น มันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้รับความไว้วางใจจากสัตว์ร่วมโลกที่เป็นสัตว์ป่า  เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ และยิ่งผลักดันให้เราอยากเรียนรู้เกี่ยวกับเขาซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโลก เหมือนเขายอมรับเราว่า  เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในธรรมชาติที่ไม่ไปทำร้ายเขา”

เช่นเดียวกับ สมิทธิ์ สุติบุตร์ ช่างภาพธรรมชาติที่ถ่ายภาพนกและสัตว์ป่ามานานเกือบสามทศวรรษ  เขาคิดว่านกเป็นสัตว์ป่าที่หาดูง่ายที่สุดในบรรดาสัตว์ป่าด้วยกัน และเมื่ออยู่ในธรรมชาติจริงๆ เขาก็ไม่ได้ดูนกอย่างเดียว “เราก็ได้ดูแมลง ผีเสื้อ  ต่อให้ไม่มีนกดู  เราก็ดูพรรณไม้ ดอกไม้  ถ้ามีความสนใจ มีความรักแบบนี้  เขาจะมีความสนใจสิ่งอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวด้วย”

นักดูนก (bird watcher หรือ birder) หลายคนมีช่วงเวลาดูนกแบบตามล่าหานกเพื่อ “เก็บแต้ม” ชนิดพันธุ์ของนกในบันทึกของตัวเอง โดยมีกลุ่มเพื่อนๆ ท้าทายให้แข่ง “เล่นนกหายาก”  นักดูนกกลุ่มนี้เรียกว่า “ทวิตเชอร์” (twitcher)  บางคนขยับการบันทึกนกที่ได้เห็นแล้วจาก 400 ไป 500 หรือ 600 ชนิดไปเรื่อยๆ และยอมดั้นด้นเดินทางไกลเพื่อให้เห็นนก (และถ่ายภาพนกตัวนั้น) เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว   ในขณะที่หลายคนเลิกนับ หันมาดูนกอะไรก็ได้ที่ผ่านเข้ามาให้เห็น ให้ค่ากับการอยู่ในธรรมชาติ มีความสุขกับนกที่เห็นอยู่ตรงหน้า และสังเกตพฤติกรรมนกอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (Eurochelidon sirintarae) เป็นนกถิ่นเดียวของประเทศไทย พบเฉพาะในพื้นที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ แต่คาดว่าปัจจุบันอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัยที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การดูนก ถ่ายภาพนก หรืออยู่ในธรรมชาติไม่ได้ให้ผลในทิศทางเดียวกันเสมอไป และไม่ใช่ทุกคนที่จะอดทน ค้นคว้าข้อมูล หรือทำความรู้จักนกอย่างที่มันเป็น  เป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่นักดูนกว่าในบางกรณีมีการใช้เสียงหรือหนอนอาหารล่อนก  และในบางกรณีเหตุผลของการดูนกก็เป็นไปเพียงเพื่อดูหรือถ่ายภาพนกหายากโดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพของนกหรือถิ่นอาศัยของมัน  มากไปกว่าการได้ภาพเพื่ออัปโหลดอวดเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์

เรื่อง   นิรมล มูนจินดา

รูปประกอบ  อายุวัต เจียรวัฒนกนก

 

อ่านเพิ่มเติม : ทำไมเหล่าวิหคจึงสำคัญนัก, เบื้องหลังภาพนกพัฟฟินคาบปลาอันน่าทึ่ง

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

ฟุตเทจสลอธถูกจับไปขายยังตลาดมืด

สลอธนอนหลับ 20 ชั่วโมงต่อวัน พวกมันเป็นที่รู้จักดีในฐานะสัตว์อันแสนสงบและเชื่องช้า คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ง่ายต่อการถูกจับและขนย้ายโดยบรรดาพวกลักลอบล่าสัตว์ป่า ซึ่งไม่รู้เลยว่าความเครียดจากการถูกกักขังสามารถคร่าชีวิตของสลอธได้ สลอธเหล่านี้ถูกขายในราคา 13 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัว (ประมาณ 430 บาท) พวกมันจะถูกพาตัวมายังท่าเรือของเมือง Iquitos ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสถานที่แลกเปลี่ยนสัตว์ป่า จากนั้นพวกมันจะถูกนำไปใช้เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว ด้วยการให้บริการ “เซลฟี่” กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ   อ่านเพิ่มเติม : อสุรกายมีจริงในโลกของสรรพสัตว์, ไดโนเสาร์อาจมีลักษณะคล้ายแร็กคูน

ไก่บ้านปะทะงูจงอาง คุณว่าใครชนะ?

ที่อินเดีย ไก่บ้านตัวผู้ตัวหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าอย่าคิดมาแหยมในถิ่นนี้ เพราะแม้แต่งูจงอางยังต้องพ่ายแพ้! คลิปวิดีโอนี้ได้แสดงให้เห็นไก่จอมกล้าหาญตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กับงูจงอาง มันไล่จิกและหลบการฉกของจงอางอย่างรวดเร็ว ปกติแล้วงูจงอางทุกสายพันธุ์เป็นงูพิษ และการกัดเพียงหนึ่งครั้งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่สัตว์ปีกอย่างไก่ นิยมฆ่าและกินงูจงอางเป็นอาหาร หลังงูตัวนี้พ่ายแพ้ ในที่สุดมันก็ถูกไก่กลืนลงท้องไปทั้งตัว   อ่านเพิ่มเติม : ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี, สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ

หนูยักษ์ที่ตกลงมาเป็นหนูชนิดใหม่

เรื่อง เจสัน บิตเทล เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ชาวเกาะโซโลมอนบอกเล่าถึงเรื่องราวของหนูขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่บนยอดไม้ แต่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ยังคงอยู่หรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2015 คนงานตัดไม้บนเกาะวังกูนู ร่วงตกลงมาจากต้นไม้พร้อมกับมีหนูตัวหนึ่งหล่นลงมาด้วย โชคไม่ดีนักที่เจ้าหนูยักษ์ตัวนั้นเสียชีวิตหลังจากตกลงมา แต่ก็ยังพอมีเรื่องโชคดีอยู่บ้าง ฮิกูนา จัดจ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานอยู่ในเขตอนุรักษ์ใกล้ๆ ได้เป็นประจักษ์พยานในการพบเห็นหนูชนิดนี้ก่อนมันจะตาย การที่เขาทราบว่า เขาพบกับสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษ เขาจึงจัดการตระเตรียมหนูยักษ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และส่งมันไปยังพิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์ ในประเทศออสเตรเลีย “ผมรู้ทันทีว่ามันต้องเป็นชนิดพันธุ์ใหม่” ไทโรน ลาเวอรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กล่าวหลังจากได้รับตัวอย่างหนู เมื่อโตเต็มวัย หนูยักษ์วังกูนู (Uramis vika) มีน้ำหนักราวหนึ่งกิโลกรัม ความยาวจากปลายจมูกถึงหางประมาณ 45 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นสี่เท่าของหนูที่เราพบทั่วไปตามบ้านเรือน และมันเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดใหม่ที่มีการค้นพบบนหมู่เกาะโซโลมอนในรอบ 80 ปี   ชีวิตบนต้นไม้ แม้ว่าจะมีตัวอย่างให้ศึกษาเพียงตัวเดียว แต่นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถคาดเดาพฤติกรรมของหนูยักษ์ชนิดนี้ได้ ตัวอย่างเช่น หางที่ไร้ขนและเรียวยาวช่วยในการทรงตัวขณะที่มันไต่ไปบนยอดไม้ ด้านหลังของฝ่าเท้าขนาดใหญ่พบปุ่มนูน และมีกรงเล็บโค้งงอ ซึ่งอาจจะเป็นการปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บนต้นไม้ ลาเวอรีอธิบาย เขาและจัดจ์ตีพิมพ์การค้นพบครั้งนี้ลงใน Journal of […]