ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้ - National Geographic Thailand

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้

ตั๊กแตนกล้วยไม้แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิวัฒน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมื่อดอกกล้วยไม้ไม่ใช่ดอกกล้วยไม้? ตั๊กแตนกล้วยไม้เพศเมียมีการกระจายพันธุ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีรูปร่างคล้ายดอกไม้เพื่อล่าเหยื่อ

ด้วยขาที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ บวกกับลำตัวสีขาวอมชมพู ทำให้ตั๊กแตนเพศเมียดูเหมือนจะเป็นเพศผู้ ในขณะที่เพศผู้มีลำตัวเล็กกว่าและมีสีเขียวอมน้ำตาล

นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า การวิวิฒนาการนี้นำไปสู่กลยุทธ์การล่าเหยื่อ ซึ่งอาหารชองตั๊กแตนกล้วยไม้เป็นพวกแมลงผสมเกสรทั้งหลาย ในขณะที่ตัวเมียพรางตัวเพื่อการล่าเหยื่อ แต่ตัวผู้กลับพรางตัวเพื่อการหลบซ่อน

ตั๊กแตน
ภาพถ่ายแบบใกล้ๆ ของตั๊กแตนกล้วยไม้เผยให้เห็นขาของมันที่มีรูปลักษณ์เหมือนกลีบดอกไม้

(รู้หรือไม่ ยุงสามารถจดจำกลิ่นคุณได้ หากคุณเคยพยายามที่จะตบมัน)

กำเนิดนักล่า

จากหลักฐานทางวิวัฒนาการ นักวิทยาศาสตร์พบว่า บรรพบุรุษของตั๊กแตนกล้วยไม้เริ่มเรียนรู้จากการเกาะอยู่รอบๆ ดอกไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าแมลงผสมเกสร ลักษณะทางสายพันธุ์ดังกล่าวจึงถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และส่งผลให้ตั๊กแตนชนิดนี้แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น

ตั๊กแตน
ตั๊กแตนกล้วยไม้มาเลเซียวางท่าทางให้เหมือนดอกไม้
ตั๊กแตน
สายพันธุ์ของตั๊กแตนกล้วยไม้มาเลเซียนั้นมีหลากหลายสีสันไม่ว่าจะเป็น สีขาว, ชมพู และเหลือง

เรื่อง Mary Bates

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

เรื่องแนะนำ

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่หาชมได้ยากเอาไว้ได้ เมื่อเสือดาวตัวผู้ตัวหนึ่งลากพวกเดียวกันเองขึ้นไปกินบนต้นไม้ ดูเหมือนว่าเสือดาวหนุ่มที่โชคร้ายตัวนี้จะหลงเข้ามายังอาณาเขตของเสือดาวที่โตกว่า โดยหารู้ไหมว่าการกระทำดังกล่าวได้นำมันไปสู่ความตาย ปกติแล้วกรณีที่เสือดาวจะหันมาล่ากันเองนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์เล่าว่าเจ้าเสือดาวตัวนี้ใช้เวลาในการจัดการกับเหยื่อสายพันธุ์เดียวกับมันอยู่นาน 90 นาที ก่อนที่จะกลับเข้าถ้ำของมันไป ทั้งนี้แม้กรณีเสือกินพวกเดียวกันเองจะหาได้ยาก แต่ในอดีตเคยมีบันทึกไว้เช่นกัน ย้อนกลับไปในปี 1960 มีบันทึกเสือดาวกินลูกของมันเอง และในปี 2013 ช่างภาพสัตว์ป่าในบอตสวานารายงานพบเสือดาววัยหนุ่มกำลังกินลูกเสือดาวเช่นกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่มันทำเช่นนั้นก็เพราะต้องการสังหารลูกติดของเสือดาวตัวเมียที่เกิดขึ้นกับเสือดาวตัวผู้ตัวอื่นๆ   อ่านเพิ่มเติม เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก ทำอย่างไรให้อาคารเย็นด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ? Mick Pearce สถาปนิกสามารถไขคำตอบนี้ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรังของปลวก ในธรรมชาติ จอมปลวกจะมียอดแหลมสูงที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศให้แก่รังที่อยู่ใต้ดิน และด้วยความที่รังของมันนั้นสร้างมาจากดิน ในเวลากลางวันดินจะช่วยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ภายในรังปลวกมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ Pearce ออกแบบอาคารอีสต์เกตในซิมบับเว ให้มีผนังด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนหนาม ซึ่งได้ไอเดียมาจากพืชในทะเลทราย เนื่องจากพื้นผิวขรุขระจะช่วยลดการดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าผิวเรียบ นอกจากนั้นเขายังใช้หน้าต่างบานเล็ก เพื่อลดความร้อนที่ตัวอาคารจะดูดซับระหว่างวัน ภายในอาคารพิเศษตรงที่มีปล่องลมขนาดใหญ่ที่ช่วยถ่ายเทมวลอากาศร้อนและอากาศเย็นไปทั่วตัวอาคาร นอกจากนั้นเพดานที่สูงและพื้นคอนกรีตสองชั้นยังช่วยกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้อีกด้วย ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้อาคารอีสต์เกตสามารถประหยัดพลังงานในการควบคุมภูมิอากาศภายในตัวอาคารถึง 90% และยังใช้พลังงานน้อยกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในกรุงฮาราเร ของซิมบับเว   อ่านเพิ่มเติม สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต