เสือชีตาห์ ... คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว? - NGThai.com

เสือชีตาห์คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว?

เสือชีตาห์ คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว?

เป็นที่รู้กันดีว่า เสือชีตาห์ คือจ้าวแห่งความเร็ว แต่นอกเหนือจากรูปร่างเพรียวลม กล้ามเนื้ออันแข็งแรงแล้ว ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญอีกซึ่งร่างกายของมันต้องการอย่างมากเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็ว

ผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2018 ในวารสาร Scientific Reports แสดงให้เห็นว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์นั้นมีส่วนช่วยให้การล่าเหยื่อของมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการวิจัยครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทีมวิจัยทำการวิเคราะห์หูชั้นในของสัตว์ในวงศ์แมวใหญ่

 

ว่าด้วยเรื่องหู

หากคุณมองภาพสโลวโมชั่นของเสือชีตาห์ขณะกำลังวิ่ง จะเห็นได้ว่ามันสามารถคงหัวของมันให้นิ่งอยู่ได้ ซึ่งช่วยให้ดวงตาของมันจับจ้องไปที่เหยื่ออย่างไม่ให้คลาดสายตาระหว่างการล่า เพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกเสือชีตาห์ว่ามีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างไร Camille Grohe มุ่งเป้าไปที่การศึกษาหูชั้นใน

หูชั้นในเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย มันประกอบไปด้วยช่องว่างที่บรรจุของเหลวและเซลล์ขนที่ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์รับการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยภาพถ่ายความละเอียดสูง Grohe และทีมงานของเขาสแกนกระโหลกศีรษะจำนวน 21 กระโหลก ในจำนวนนี้บางกระโหลกเป็นของสัตว์สายพันธุ์อื่นในวงศ์แมวใหญ่ มีจำนวน 7 กระโหลกที่เป็นของเสือชีตาห์ นอกจากนั้นพวกเขายังสแกนกระโหลกศีรษะของเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตด้วย เพื่อหาดูว่าหูชั้นในของพวกมันมีวิวัฒนาการอย่างไร

ผลการตรวจสอบพวกเขาพบว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์ไม่ได้เหมือนกับสัตว์อื่นๆ ในวงศ์แมวใหญ่ ด้วยระบบการรักษาสมดุลที่มีขนาดใหญ่ของมัน และช่องภายในหูที่ยาวกว่าส่งผลให้ความสามารถในการคงศีรษะและดวงตาของมันให้อยู่นิ่งมีมากกว่าเสืออื่นๆ

เสือชีตาห์
เสือชีตาห์ในอุทยานแห่งชาติ Hwange ของซิมบับเว
ภาพถ่ายโดย B. Colin

“กายวิภาคภายในหูของมันสะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากขึ้น” John Flynn ผู้ร่วมการวิจัยกล่าว ในระหว่างการแถลงข่าวผลการค้นพบ โดยที่สำคัญก็คือลักษณะเหล่านี้ไม่ถูกพบในเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นหมายความว่าความพิเศษนี้เพิ่งจะถูกพัฒนาขึ้นไม่นาน

ในฐานะของสัตว์บกที่มีความรวดเร็วมากที่สุดในโลก ร่างกายของมันถูกสร้างเพื่อการวิ่งอย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา กระดูกสันหลังที่ยาวและมีความยึดหยุ่น เอื้อให้มันสามารถทำความเร็วจาก 0 ไปยัง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น และด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแรงช่วยให้มันยังคงวิ่งทำความเร็วต่อไปได้ ประกอบกับโพรงจมูกขนาดใหญ่ช่วยให้มันสูดอากาศเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขณะวิ่ง อย่างไรก็ตามแม้จะรวดเร็วปานใดก็ไม่อาจรอดพ้นจากการคุกคามโดยน้ำมือมนุษย์ ปัจจุบันพวกมันถือเป็นสัตว์คุ้มครองที่มีความเสี่ยงสูญพันธุ์ จากการจัดสถานะโดย IUCN

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายอันน่าทึ่งของเสือชีตาห์

เรื่องแนะนำ

วาฬสีเทา สร้างสถิติใหม่ด้วยการว่ายน้ำครึ่งโลก

วาฬสีเทา ตัวผู้ขนาด 12.19 เมตร เดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือไปยังนามิเบีย การปรากฏตัวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบเห็นวาฬชนิดนี้ในซีกโลกใต้ วาฬสีเทา ว่ายน้ำเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้สำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังในทะเล โดยมีระยะทางมากกว่า 26,875.98 กิโลเมตร ซึ่งเกินระยะทางครึ่งหนึ่งของการเดินทางรอบโลก วาฬเพศผู้ที่ถูกสำรวจพบนอกชายฝั่งนามิเบียในปี 2013 เป็นวาฬสีเทาตัวแรกที่ได้รับรายงานการปรากฏตัวในซีกโลกใต้ แต่กระบวนการสืบหาแหล่งกำเนิดของวาฬต้องใช้เวลาหลายปีไปกับการวิจัยทางพันธุกรรม เพื่อยืนยันว่าวาฬมีต้นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสาร Biology Letter เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2021 วาฬสีเทาที่เรารู้จักมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ วาฬสีเทาตะวันออก ซึ่งมีจำนวนคงที่ประมาณ 20,500 ตัว และวาฬสีเทาตะวันตกที่ใกล้สูญพันธุ์ มีประชากรเหลือเพียงประมาณ 200 ตัวในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกิดจากการล่าวาฬเชิงพาณิชย์มานานหลายทศวรรษ วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันออกอพยพจากทะเลรอบอแลสกาและรัสเซีย ไปยังแหล่งเพาะพันธุ์ในบาฮากาลีฟอร์เนีย  ในขณะที่วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันตกยังไม่มีข้อมูลเรื่องแหลงผสมพันธุ์ที่ชัดเจน แต่ได้รับการบันทึกว่ามักจะหาอาหารบริเวณรัสเซียตะวันออก  เมื่อหนึ่งในคณะวิจัย ไซมอน เอลเวน นักสัตววิทยา มหาวิทยาลัยสเตลเลนบอช ประเทศแอฟริกาใต้ ได้ยินเกี่ยวกับการพบเห็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 “ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่” เขากล่าว “มันเหมือนกับมีคนบอกว่า พวกเขาเห็นหมีขั้วโลกในปารีส แม้ในทางเทคนิคแล้วมันสามารถไปถึงที่นั่นได้ แต่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่” ภาพถ่ายได้ยืนยันว่า […]

ปิดฉากชีวิตกระซู่เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซีย

กระซู่ ชื่อว่า ฮาราปัน โพสท่าที่ศูนย์อนุรักษ์ไวท์โอ๊คที่มลรัฐฟลอริดา สถานที่ซึ่งมันได้อยู่อาศัยที่นั่นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์กระซู่ หรือ แรดสุมาตรา ในประเทศอินโดนีเซีย ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK หลังจาก กระซู่ เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซียได้ตายไป ก็เหลือเพียงตัวเมีย 1 ตัว และในอินโดนีเซียก็เหลือกระซู่อีกเพียง 80 ตัวเท่านั้น มีรายงานว่า แทม (Tam) กระซู่หรือแรดสุมาตรา (Sumatran rhinoceros) เพศผู้ตัวสุดท้ายในมาเลเซียนั้นตายลง ทำให้กระซู่ ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์นี้ ได้สูญพันธุ์ไปจากมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ย้อนไปเมื่อปี 2008 มีการค้นพบแทมที่สวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่ง มันจึงถูกจับและนำมาดูแลที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตาบิน รัฐซาบาห์ และวางแผนให้มันผสมพันธุ์กับกระซู่เพศเมียสองตัวที่ชื่อว่า ปันตุง (Puntung) ที่ถูกจับมาเมื่อปี 2011 และ อิมาน (Iman) ที่ถูกจับเมื่อปี 2014 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในปี 2017 ปันตุงถูกการุณยฆาตเนื่องจากโรคมะเร็ง ขณะนี้ อิมานจึงเป็นกระซู่เพศเมียตัวสุดท้ายในมาเซีย […]

เปิดชีวิตเสี่ยงตายของนักล่าจระเข้

"มันยากที่จะมีสมาธิกับภาพถ่ายตรงหน้า ในขณะที่คุณเองไม่มั่นใจว่าแขนหรือมือจะยังอยู่หรือไม่" คำบอกเล่าจาก เทรเวอร์ ฟรอสต์ ช่างภาพผู้ถ่ายภาพจระเข้แทบทุกชนิดเป็นเวลาสามปีเต็ม